SMEs
เห็ดถังเช่า ถือเป็นอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง มีสรรพคุณเป็นยาที่ทางการแพทย์แผนจีนเลือกใช้ ด้วยความหายาก และมีเฉพาะบนเทือกเขาสูงกว่าระดับน้ำทะเล 4,000 ม. ขึ้นไป จึงทำให้เห็ดชนิดนี้มีราคาในท้องตลาด ที่สูงมากในราคาหลักหมื่น ไปจนถึงหลักแสนบาทเลยทีเดียว!! แต่ด้วยนวัตกรรมการเพาะเชื้อในยุคปัจจุบัน ทำให้คุณ ปรีชา โชติกลาง เพาะเห็ดถังเช่าทองเองได้ที่บ้าน และขายเองได้ในกิโลกรัมละ 2,500 บาท ! ภายในห้องอุณหภูมิ 25 องศา ขนาด 5×5 เมตร นี้ เต็มไปด้วยขวดโหลที่เพาะเห็ดถังเช่าสีทองอร่ามเรียงแถวละลานตา โดยวิธีการเพาะเห็ดถังเช่าสีทองของคุณพี่ปรีชานั้น มีความแตกต่างจากเจ้าอื่นๆ เพราะปกติแล้วเขาจะใช้โปรตีนจากหนอนในการเพาะเชื้อ แต่ของคุณพี่ปรีชาใช้ไข่ไก่ และนมแพะแทน ทำให้เห็ดถังเช่าของคุณพี่ปรีชานั้นผ่านฮาลาล อิสลามทานได้ และสามารถทำเองได้ง่ายๆ ที่บ้านด้วย ซึ่งจุดเริ่มต้นที่คุณปรีชาหันมาเพาะเห็ดถังเช่าทองนี้ เริ่มจากแต่ก่อน คุณพี่ปรีชาเป็นพนักงานออฟฟิศทั่วไป ต้องเผชิญกับการทำงานหนักและความเครียด จนทำให้ล้มป่วยด้วยโรคกรดไหลย้อนและคออักเสบ คุณปรีชาจึงคิดหาแนวทางดูแลตัวเองด้วยวิธีธรรมชาติ เป็นจุดเริ่มต้นหรื
คุณเชา-ชวลิต ประเสริฐ วัยห้าสิบเศษ อดีตผู้รับเหมาวางระบบไฟฟ้า ที่ปัจจุบันหันมาเอาจริงเอาจังกับการทำสวนเกษตรอินทรีย์พื้นที่กว่า 17 ไร่ บนเกาะพะงัน จังหวัดสุราษฏร์ธานี ให้สัมภาษณ์ว่า จบการศึกษาทางช่างไฟจากเทคนิคสุราษฎร์ฯ พื้นเพเป็นคนเกาะสมุย แต่เป็นเขยเกาะพะงัน และย้ายมาอยู่บนเกาะพะงัน ได้ 22 ปี ก่อนหน้านี้ทำงานหลายอย่าง ทั้งผู้รับเหมาวางระบบไฟฟ้า รับเหมาก่อสร้าง ทำเกสต์เฮ้าส์ ร้านค้า ร้านอาหาร ส่วนสวนเกษตรอินทรีย์ในแบบของเขา เริ่มมาได้กว่า 10 ปีแล้ว เกิดจากแนวคิด อยากนำผลผลิตที่ปลูกได้ มาใช้ในร้านอาหารของตัวเอง และทำเป็นแนว “เกษตรอินทรีย์”ตั้งแต่แรก เพราะมั่นใจผลผลิตที่ได้จะดีต่อสุขภาพทั้งคนปลูกและคนทาน แต่ด้วยความที่เรียนมาทางช่างไฟฟ้า จึงศึกษาข้อมูลด้านเกษตรจากการอ่านหนังสือเป็นหลัก พอมาช่วงหลังหันมาใช้ “กูเกิ้ล” ช่วยอีกทาง “บนที่ดิน 17 ไร่ เริ่มจากเลี้ยงไก่ ต่อมา ปลูกมะพร้าว กล้วยหอม ทุเรียน มังคุด ลำไย และ ผักสวนครัว ปริมาณผลผลิตพออยู่ได้ ส่งให้ร้านตัวเองแล้ว หากเหลือก็ขายส่งให้พ่อค้าแม่ค้ารับไปขายต่อ” คุณเชา บอกมาอย่างนั้น ก่อนเล่าให้ฟังต่อ และด้วยความที่มีการปลูกพืชหลากหลายช
คุณจักรพล จันทวิมล ผู้บริหารหนุ่ม วัย 33 ปี ทายาทรุ่นที่สามของธุรกิจผลิตและจำหน่าย “นันยาง” รองเท้าผ้าใบและรองเท้าแตะแบรนด์เก่าแก่อายุในตลาดยาวนานมากว่า 60 ปี ในฐานะเจ้าของเก้าอี้ตำแหน่ง ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดและขาย บริษัท นันยางมาร์เก็ตติ้ง จำกัด ให้สัมภาษณ์ “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” ว่า รองเท้าแตะนันยาง หรือที่ลูกค้าส่วนใหญ่ เรียกกันติดปากว่า รองเท้าแตะช้างดาว เป็นสินค้าที่แทบไม่ได้ทำการตลาดมาตลอด 60 ปี แต่ยังขายได้เรื่อยๆ ลูกค้ายังถามหา แต่ไม่โตหวือหวาอะไร ซึ่งแม้จะเป็นสินค้าที่ “ยังขายได้” แต่ต้องยอมรับว่า ภาพลักษณ์ด้านหนึ่ง ของรองเท้าแตะช้างดาว นั้น หลายคนอาจมองว่าเชย เป็นของคนมีรายได้น้อย ใส่แล้วดูไม่ดี ไม่เท่ ทำให้คน รุ่นใหม่ไม่เลือกใส่ แล้วจะทำอย่างไร เพราะลูกค้าที่ชื่นชอบมีอยู่ แต่เป็นคนอายุ 40 ปีขึ้นไป ซึ่งล้มหายตายจากไปเรื่อยๆ ถ้าไม่สร้าง “ฐานลูกค้า” กลุ่มใหม่ขึ้นมา สินค้าตัวนี้คงไปต่อไม่ได้ คุณจักรพล กล่าวต่อ ที่ผ่านมา นันยาง พยายามสื่อสารกับคนรุ่นใหม่ และปรับภาพลักษณ์สินค้าให้เข้ากับคนรุ่นใหม่ได้ เพื่อเปลี่ยนจากรองเท้า ที่คนรุ่นใหม่ไม่อยากใส่ ให้กลายมาเป็นรองท้าสำหรับคนมีสไตล
คุณสมพรชัย องอาจ อยู่บ้านเลขที่ 280 หมู่ที่ 5 ตำบลบึงกาฬ อำเภอเมืองบึงกาฬ จังหวัดบึงกาฬ เล่าให้ฟังว่า เป็นคนที่ชอบทำเกษตรมาตั้งแต่สมัยเด็ก ไม่ว่าจะเห็นอะไรก็จะทำเรื่อยๆ แบบทีละเล็กละน้อย ต่อมาเมื่อเข้าสู่ชีวิตคู่จึงได้ย้ายไปอยู่ที่จังหวัดนครปฐมกับภรรยา ก็จะประกอบอาชีพเพาะเห็ด เลี้ยงกบ และตลาดจนการปลูกไม้ผลต่างๆ ไปด้วย “ช่วงนั้นก็ไปอยู่ที่นครปฐมก่อน เราก็จะไปปลูกพวกไม้ผลต่างๆ เอาไว้ ต่อมาก็ผลิตกิ่งพันธุ์ขาย ไม่ว่าจะเป็นมะม่วง ม่อนเบอรี่ หน่อกล้วยทำหมด คราวนี้พอช่วงที่บึงกาฬเริ่มมีการปลูกยางพารามากขึ้น ก็เลยย้ายมาอยู่ที่บ้านเกิด ซึ่งบริเวณรอบบ้านมันจะมีพื้นที่อยู่ประมาณ 1 ไร่ เราก็คิดว่า ต้องหาอะไรมาทำให้เกิดประโยชน์ และสร้างเงินให้เราให้ได้ ก็ทำแบบผสมผสานไปเลยน่าจะดี” คุณสมพรชัย กล่าว กบในกระชังบก เนื่องจากพื้นที่บ้านของเขาไม่สามารถที่จะทำบ่อสำหรับเลี้ยงปลาได้ เขาจึงได้เลือกเลี้ยงกบแทน โดยนำกบที่อยากเลี้ยงมาออกแบบให้อยู่ในกระชังบก ที่การเลี้ยงไม่มีอะไรยุ่งยากเพียงแค่ใส่น้ำนิดหน่อย และที่สำคัญกระชังบกยังประหยัดเนื้อที่ให้พอมีพื้นที่ว่างปลูกพื้นชนิดอื่นได้อีกด้วย ซึ่งพืชที่ปลูกบริเวณบ้าน
มีผู้ตั้งข้อสังเกตว่า “อาหารไทยในเมืองนอก ร้านไหนอร่อยหรือไม่อร่อย เจ้าของเป็นคนไทยแท้หรือเป็นคนต่างชาติ ให้ลองสั่งไข่เจียวมากินแล้วจะรู้คำตอบได้ทันที” ไม่ใช่เรื่องพูดเล่นๆ นะครับ “ไข่เจียวแบบไทยๆ” ใช้เป็นดัชนีชี้วัดหรือมาตรฐานอาหารไทยได้เป็นอย่างดี เพราะไข่เจียวไทย มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ต้องเนื้อฟู กรอบนอกนุ่มใน ไข่ไม่ด้าน มีผิวเกรียมนิดๆ ไข่แดงกับไข่ขาวต้องตีเข้ากันดี ไม่เห็นเป็นชิ้นไข่ขาวหรือไข่แดง ผมเคยสั่งไข่เจียวในร้านอาหารที่เมืองจีน ได้ไข่ด้านๆ หนาๆ ไม่ประทับใจ ครั้งหนึ่งที่ฝรั่งเศส ทัวร์พาเข้าร้านอาหารไทย ให้กินน้ำพริกกะปิ กับไข่เจียว กันลูกทัวร์คิดถึงบ้าน บอกได้คำเดียวว่าไม่ผ่าน ไข่เจียวแฟ่บ เหี่ยว หนังเหนียว น้ำพริกกะปิใสจ๋องแจ๋ว เค็มทางเดียว สอบถามได้ความว่าเจ้าของเป็นชาวเวียดนาม จึงยืนยันสมมติฐาน “ไข่เจียว” ได้ชัดแจ้ง วิชาไข่เจียว จึงเป็นวิชาที่คนทำอาหารไทยทุกคนต้องทำให้เป็นถึงจะสอบผ่านเป็นกุ๊กอาหารไทยได้ โชคดีในข้อสอบมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติไม่ยักกะมีข้อสอบไข่เจียว ไม่งั้นคงตกกันระนาว ไข่เจียว เจียวยังไงให้ฟู นุ่ม กรอบ จะว่ายากก็ยาก ง่ายก็ง่าย ข้อสำคัญต้องห้ามเสียดายของท
ข้าวหลาม ขนมทานง่ายไม่ว่าช่วงไหน “วงษ์สุวรรณ์ ข้าวหลาม” ร้านข้าวหลามชื่อดังจังหวัดนครสวรรค์ มีที่มาไม่ธรรมดา เพราะร้านนี้สืบทอดกันมาตั้งแต่รุ่นทวด รุ่นยายแล้ว กระทั่งถึงรุ่นปัจจุบัน โดย คุณธนภัสสร์ ศรีสังข์ หรือ คุณแจ็ค อายุ 41 ปี คุณแจ็ค บอกกับเราว่า ตนเป็นรุ่นที่ 4 มารับช่วงต่อได้ 15 ปีแล้ว ข้าวหลามของทางร้านเป็นสูตรของนครสวรรค์โดยแท้ ซึ่งก่อนหน้านี้ทำงานเป็นเซลขายยา พอเข้าช่วงอายุหนึ่งจึงกลับมาสานต่อการทำข้าวหลามของที่บ้าน ถามคุณแจ็คต่อว่าทำไมเลือกสานต่อการทำข้าวหลาม เจ้าตัว บอกว่า เห็นว่านำมาเป็นอาชีพ ยึดเป็นรายได้หลักได้ ในรุ่นก่อนนั้น วงษ์สุวรรณ์ ข้าวหลาม มีรสชาติปกติคล้ายกับข้าวหลามทั่วไป หลังจากคุณแจ็คเข้ามาดูแล มีการเพิ่มรสชาติขึ้นให้หลากหลาย ด้วยเพราะต้องการนำข้าวหลามเป็นสินค้า OTOP จังหวัดนครสวรรค์และแข่งดาวกับข้าวหลามเจ้าอื่นๆ “การจะเข้า OTOP เราจะต้องคัดสรรสิ่งดีๆ ดัดแปลง และปรับสูตร เพื่อแข่งดาว การเข้า OTOP ยังทำให้เกิดการสร้างรายได้ให้กับคนในหมู่บ้าน เพราะมีการรวมตัวกันทำ เรียกได้ว่าหมู่บ้านเราเป็นหมู่บ้านข้าวหลามก็ได้” รสชาติที่บอกว่าทำเพิ่มขึ้น มีดังนี้ ไส้ถั่วดำ ไส
ผู้สื่อข่าวรายงาน ราคาแตงกวา พบว่า ในช่วงฝนตกราคาแตงกวาดีมาก พบเกษตรกรรายหนึ่งคือ นายยอดชาย กวินวนาลัย อายุ 32 ปี อยู่บ้านเลขที่ 27 หมู่ 10 บ้านเจดีย์โคะ ต.มหาวัน อ.แม่สอด จ.ตาก กล่าวว่า ตนปลูกแตงกวา 5 ไร่ ตอนนี้เริ่มเก็บขายได้วันละ 2 ตัน หรือวันละ 2,000-2,500 กิโล ขายได้ในราคากิโลละ 10 บาท นับว่าราคาดีมาก นายยอดชาย กล่าวเพิ่มเติมว่า ตนปลูกแตงกวามา 8 ปี ที่ชอบเพราะว่าแตงกวาเป็นพืชอายุสั้น อายุการเก็บเกี่ยวให้ผลผลิตเพียงแค่ 30 วัน ก็เก็บขายแล้ว และเก็บต่อเนื่องไปอีก 30 วัน จึงจะปลูกรุ่นใหม่ ที่หันมาปลูกพื้นที่ อ.พบพระ เพราะว่าให้ผลผลิตดี ลูกสวย เช่าที่ไร่ปลูก จำนวน 5 ไร่ ไร่ละ 1,000 บาท เป็นเวลา 2 เดือน ขั้นตอนในการปลูกโดยใช้เมล็ดหยอด ใช้ปุ๋ยสูตร 15-15-15 รองพื้นไร่ละ 1 ลูก พอแตงกวาอายุได้ 15 วัน ก็ใส่ปุ๋ยสูตร 15-15-15 และหลังจากนั้นทุกๆ 10 วัน จะใส่ปุ๋ยสูตร 15-15-15 จำนวน 1 ลูก ต่อ 1 ไร่ จนกว่าจะเก็บหมด ถือว่าสร้างงานสร้างอาชีพได้ดีอีกอาชีพหนึ่ง ที่มา ข่าวสดออนไลน์
คุณสุวรรณชัย โลหะวัฒนกุล ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) เปิดเผยว่า ปัจจุบันการส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) ให้สามารถขยายผลในวงกว้าง สร้างรากฐานที่ดีของเอสเอ็มอีในหลากหลายพื้นที่และเปลี่ยนแปลงธุรกิจให้ก้าวทันกับยุค 4.0 จำเป็นต้องอาศัยพี่เลี้ยงที่เป็นมืออาชีพ คอยให้คำแนะนำแก่เอสเอ็มอี สสว. จึงเปิดตัวกิจกรรม Train the Coach เพื่อพัฒนาโค้ชหรือที่ปรึกษาด้านธุรกิจและด้านเทคโนโลยี โดยตั้งเป้าหมายในช่วง 3 ปี จะผลิตโค้ชมากกว่า 2,200 ราย และพัฒนาผู้ประกอบการเอสเอ็มอี 10,000 ราย พร้อมสร้างระบบฐานข้อมูลโค้ชของหน่วยงานภาครัฐ เพื่อเป็นจุดศูนย์กลางทั้งให้คำปรึกษาและจับคู่ช่วยเหลือเอสเอ็มอีแต่ละพื้นที่ได้โดยตรง ทั้งนี้ กิจกรรม Train the Coach ภายใต้โครงการศูนย์ให้บริการเอสเอ็มอีครบวงจร (OSS) ของ สสว. และเป็น 1 ใน 9 มาตรการของภาครัฐ ที่ต้องการยกระดับเอสเอ็มอีไทยสู่ยุค 4.0 โดยเป็นการช่วยเหลือให้เอสเอ็มอีได้รับการแก้ไขปัญหาทางธุรกิจหรือชี้แนวทางการปรับเปลี่ยนโมเดลธุรกิจด้วยเทคโนโลยี ขณะเดียวกัน มีการลงทะเบียนโค้ชเข้าสู่ระบบผ่าน www.thesmecoach.com รวมถึงฝ
“ไข่มดแดง” ໄຂ່ມົດແດງ หรือ “ไข่มดส้ม” ໄຂ່ມົດສົ້ມ ในภาษาอีสาน–ลาว เป็นไข่ของมดแดงที่เรียกกันว่า “แม่เป้ง” ซึ่งเป็นไข่และตัวอ่อนระยะดักแด้ของมดแดง ที่ว่าเป็นของหรูนี้ก็เพราะว่าราคาของมันนั้นแพงเอาเรื่อง กิโลกรัมละหลายร้อยบาท ความนิยมของไข่มดแดงในฐานะอาหารโอชารส ที่ 1 ปีมีเพียงครั้งเดียวนี้ ทำให้เกิดการคิดค้นในการเลี้ยงมดแดงขึ้น และยังมีการบรรจุใส่กระป๋องส่งออกขายไปยังต่างแดนด้วย อาหารบ้านๆ จึงได้โกอินเตอร์ไปบริการชาวไทย-ลาวทั่วโลก เมื่อลมแล้งเริ่มฤดู มดแดงต่างขะมักเขม้นม้วนใบไม้ทำรังบนต้นไม้สูง เขาจึงว่ามันเป็นอาหารชั้นสูง ช่วงนี้ชาวบ้านจะออกชะเง้อมองหารังแล้วแหย่รังสอยลงมา ไข่มดแดงนี้ ว่ากันว่าเป็นอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูงทั้งโปรตีน แคลเซียม ฟอสฟอรัส และธาตุเหล็ก ขนาดองค์การอนามัยโลก รณรงค์ให้กินเป็นอาหารเช่นเดียวกับการบริโภคแมลงที่ชาวตะวันตกเคยเห็นเป็นของประหลาด ชาวลาวนิยมเอาไปต้มใส่ปลาค้อ (ปลาช่อน) ใส่ในแกงเห็ด แกงผักหวาน เช่นเดียวกับชาวไทยอีสานและเหนือ จะใส่ปลาแห้งหรือเนื้อปลาด้วยก็แล้วแต่ สิ่งที่ขาดไม่ได้คือปลาร้า ที่จะทำให้แกงถ้วยนี้นัวยิ่งขึ้น เครื่องแกงหลักๆ ประกอบด้วย พริก ห
เมื่อวันที่ 10 พ.ค. คุณสุวรรณชัย โลหะวัฒนกุล ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) และ คุณสุวรรณ เหรียญเสาวภาคย์ รองผู้อำนวยการสถาบันเพิ่มผลผลิตแห่งชาติ พร้อมด้วยผู้บริหารจาก 16 หน่วยงานภาครัฐและเอกชน และผู้ประกอบการ SME จัดงานแถลงข่าว การประกวดรางวัลสุดยอด SME แห่งชาติ ครั้งที่ 10 และการประกวดรางวัล SME Startup ครั้งที่ 2 ณ ห้องออดิทอเรียม หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร ถนนพระราม 1 เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ คุณสุวรรณชัย เปิดเผยว่า ภารกิจหลักของสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม หรือ สสว. คือการส่งเสริมและสนับสนุน การเพิ่มศักยภาพให้แก่ผู้ประกอบการ SME ในการสร้างเสริมขีดความสามารถในการแข่งขันทั้งในระดับประเทศและต่างประเทศ เพื่อขับเคลื่อนงานต่างๆ ตามนโยบายซึ่งรัฐบาลที่ให้ความสำคัญและยกระดับการส่งเสริม SME ให้เป็นวาระแห่งชาติ โดยการประกวดรางวัลสุดยอด SME แห่งชาติ หรือ SME National Awards นับเป็นหนึ่งกิจกรรมที่สำคัญอย่างยิ่งในการส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพ SME ของไทยสู่ระดับสากล โดย สสว. เริ่มจัดขึ้นเป็นครั้งแรกเมื่อปี 2549 และดำเนินการต่อเนื่องมาแล้ว 9 ครั้ง มีผ
