SMEs
หลังละครบุพเพสันนิวาสออนแอร์ไปเพียงเดือนกว่า ๆ พี่หมื่นเดช แม่หญิงการะเกดก็ฮิตติดกระแสโด่งดังไปทั่วพระนคร ซึ่งในช่วงเวลานี้เองคนทำธุรกิจหันมาเกาะกระแสละครดังกล่าวสร้างเม็ดเงินกันยกใหญ่ หยิบจับตัวละคร และเนื้อเรื่อง มาสร้างสรรค์ไอเดียยึดเป็นคอนเซ็ปต์ให้ตัวสินค้ากันสารพัด เหมือนกับร้านเค้กของ คุณแอ้-พีระนุช ดีจิตร วัย 33 ปี ร้านนี้หยิบคาแร็กเตอร์จากตัวละครดังมาทำ Cake Pop แสนน่ารัก โพสต์ขายผ่านเฟซบุ๊กไปไม่ทันข้ามคืน คอละครให้ความสนใจกันจำนวนมาก เส้นทางเศรษฐีสายตรงหาคุณแอ้ เธอเล่าว่า เปิดร้านเค้กเข้าปีที่ 5 แล้ว ซึ่งก่อนหน้านี้ทำงานเป็นพนักงานออฟฟิศอยู่ฝ่ายบัญชี ทำได้ 7 ปี พอเข้าช่วงปีสุดท้ายมีความคิดอยากหางานอดิเรกทำ คุณแอ้อาศัยช่วงเวลาปีสุดท้ายของการทำงาน ลงเรียนทำเค้ก เพราะเป็นคนชอบทานขนม ทานเค้ก ฝึกด้วยตนเองบ้างผสมกันไป ซึ่งในระหว่างฝึกมีลูกค้าเข้ามาอุดหนุนจากการโพสต์ขายผ่านเฟซบุ๊กอยู่บ้าง เมื่อความรู้แน่น ได้สูตรที่ลงตัวจึงลาออกมาเปิดร้านเค้กชื่อร้าน CakeAholics ที่จังหวัดระยอง “แอ้ฝึกทำเค้กธรรมดา พวกเค้กปอนด์ก่อน ฝึกไปเรื่อยๆ รู้สึกว่าถ้าเปิดร้านแล้วไม่มีความแตกต่าง รูปแบบไม่น่าสนใจ
เชื่อว่าท่านนักบริโภคถั่วทุกท่าน คงรู้จักถั่วของไทยชนิดนี้ “ถั่วลิสง” น่าจะเป็นถั่วที่มีมานานนับเป็นร้อยๆ ปี ถามคนเฒ่าคนแก่ขณะนี้ก็บอกว่ามีมาตั้งแต่สมัยปู่ย่าตาทวดแล้ว เรียกกันว่า “ถั่วดิน” คนสมัยก่อนเอามาต้ม คั่วกินเล่น หนุ่มสาวไปเที่ยวหากันก็ได้ถั่วดินคั่วนั้นแหละเป็นของว่างแก้เขินอาย กินเล่นกันมากๆ คอแห้งดื่มน้ำตาม คงเกิดลมแก๊สในกระเพาะส่งเสียงปี๊ดปู้ดกันเพลินดีนะ ไม่อยากบอกว่าอายนะ “ถั่วลิสง” เป็นพืชที่มีถิ่นกำเนิดในทวีปอเมริกาใต้ แถวบราซิล แถบเทือกเขาแอนดีส และประเทศโบลิเวีย แถบลุ่มแม่น้ำอะเมซอน แพร่พันธุ์เข้ามาประเทศไทยเมื่อไรไม่ทราบ แต่ก็คงนานนับร้อยๆ ปีอย่างที่ว่า ในขณะนี้ยังมีปลูกกันอยู่แถวขอนแก่น นครสวรรค์ นครนายก ลพบุรี สระบุรี ลำปาง และอุตรดิตถ์ อุตรดิตถ์มีปลูกกันเป็นแหล่งประจำที่ตำบลน้ำริด ตำบลบ้านด่านนาขาม อำเภอเมือง มีพื้นที่ปลูกตำบลละ 2,500 ไร่ ให้ผลผลิตดีในช่วงปลูกเป็นถั่วแล้ง อาศัยความชื้นจากดิน และน้ำห้วย ช่วงหลังฤดูทำนาเก็บเกี่ยวข้าวแล้วหยอดถั่วพันธุ์ไทนาน 9 เหมาะสำหรับกะเทาะเมล็ดขาย กับถั่วเมล็ดฝักลายพันธุ์พระราชทานจัมโบ้ลาย พันธุ์กาฬสินธุ์ 2 นิยมบริโภคในรูปถั่วต้ม
คุณสมพงษ์ จิระพรพงศ์ ประธานชมรมร้านอาหารจังหวัดสมุทรสาคร กล่าวถึงการจัดงานเทศกาลอาหารทะเลจังหวัดสมุทรสาคร ครั้งที่ 17 ซึ่งมีขึ้นระหว่างวันที่ 8-12 มี.ค.ที่ผ่านมา บนพื้นที่ 49 ไร่ เชิงสะพานท่าจีน ตรงข้ามตลาดทะเลไทย ติดถนนพระราม 2 ต.ท่าจีน อ.เมือง จังหวัดสมุทรสาคร ว่า เทศกาลอาหารทะเลนี้ จัดต่อเนื่องมาทุกปี มีวัตถุประสงค์ เพื่อแสดงศักยภาพการเป็น “เมืองประมง”และนครแห่งอาหารทะเล เพื่อมุ่งสู่การเป็นครัวอาหารทะเลของโลก อีกทั้งยังเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวในจังหวัดสู่การกระจายรายได้สู่ผู้ประกอบการน้อยใหญ่ คุณสมพงษ์ กล่าวอีกว่า การจัดงานนี้ใช้เงินเอกชนลงทุนเกือบร้อยเปอร์เซ็นต์ ที่ผ่านมาสามารถสร้างรายได้หมุนเวียนได้ครั้งละหลายสิบล้านบาท และเป็นงานเกิดจากกลุ่มคนที่รักบ้านนี้เมืองนี้ รักอาชีพประมงทะเล เมื่อมาเป็นพ่อค้าจึงช่วยกันนึกว่าบ้านเรามีของดีอะไร โชว์ให้คนอื่นทราบบ้าง “5 วันของการจัดงานเป็นการแค่จุดประกาย ให้เกิดผลกระทบออกไปเป็นวงกว้างมากขึ้น และตั้งใจไว้ว่าตราบใดที่ยังมีเรี่ยวแรง ก็จะช่วยกันทำงานเพื่อถิ่นฐานบ้านเกิดต่อไป” ประธานชมรมร้านอาหารจังหวัดสมุทรสาคร กล่าว
ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา เทรนด์รักสุขภาพถือได้ว่ากำลังมาแรง จะเห็นได้ว่าผู้คนส่วนใหญ่ไม่จำเป็นต้องเป็นผู้สูงอายุ หันมาใส่ใจสุขภาพกันมากขึ้น ส่งผลให้ธุรกิจฟิตเนสต่างๆ กำลังได้รับความนิยม และยังส่งผลมาถึงธุรกิจขายอาหารเพื่อสุขภาพ คนหันมาใส่ใจในการเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์มากขึ้น ผักผลไม้ ถือเป็นเมนูโปรดที่คนรักสุขภาพนึกถึงเป็นอันดับแรก ส่งผลให้ตลาดหันมานิยมและมีความต้องการผักสลัดมากขึ้น เกษตรกรที่ติดตามข่าวสารหลายท่านได้ช่วงชิงโอกาสจากกระแสต่างๆ เหล่านี้ คิดผลิตเป็นรายได้ หันมาปลูกผักสลัดส่งตลาดกันยกใหญ่ แต่เมื่อขึ้นชื่อว่าทำเกษตรแล้วไม่มีอะไรที่ได้มาง่าย ต้องคำนึงถึงพื้นที่ ดิน ฟ้า อากาศ ใครอดทน ขยัน หมั่นพัฒนา และหมั่นหาการตลาดก็รอด…ครั้งนี้ นิตยสารเทคโนโลยีชาวบ้าน จะพาท่านมารู้จักการปลูกผักปลอดสารให้ได้ผล ที่สวนผักครูสรรเสริญ ตำบลหนองย่างเสือ อำเภอมวกเหล็ก จังหวัดสระบุรี อาจารย์สงบ เพียรทำดี เลขที่ 72 หมู่ที่ 13 ตำบลหนองย่างเสือ อำเภอมวกเหล็ก จังหวัดสระบุรี จาก ผอ. ศูนย์ศิลปาชีพบางไทร ผันตัวเองมาเป็นเกษตรกร เล่าว่า ตนจบการศึกษาจากวิทยาลัยเกษตรกรรมบางพระ หลังจากนั้นได้บรรจุเป็นอาจา
อดีตครูสอนหนังสือโรงเรียนพระปริยัติธรรมแผนกสามัญ (โรงเรียนสำหรับพระและเณร) จากที่ไม่เคยคิดจะทำธุรกิจ แต่ชีวิตผกผันหลังจากที่ได้ไปช่วยพ่อตาสานกระบุง กระจาด ในวันหยุด ได้เห็นของแปลกๆ ใหม่ๆ เกิดไอเดียนำผิวไม้ไผ่มาสานโคมไฟ โชคดีได้ ท่าน ว.วชิรเมธี ศิลปินแห่งชาติ สถานีโทรทัศน์ช่อง 3 ร้านสตาร์บัค ลูกค้ากลุ่มโรงแรม รีสอร์ต มาอุดหนุนซื้อไปใช้ตกแต่งสถานที่ กลายเป็นธุรกิจเล็กๆ แต่รายได้ไม่ธรรมดา เลี้ยงครอบครัวสบายๆ คุณณัฐวุฒิ ธรรมเมืองมูล หรือ คุณหมู ชายหนุ่มวัย 39 ปี เจ้าของโคมไฟหวาย แพมณิชา เท้าความว่า กิจการโคมไฟเป็นธุรกิจของครอบครัวฝ่ายภรรยา โดยพ่อตารับหน้าที่สานกระบุง ตะกร้า ภาชนะทุกชนิดที่สานจากไม้ไผ่ ตั้งอยู่ที่บ้านป่าบงหลวง อำเภอสารภี จังหวัดเชียงใหม่ และจากการที่ได้เห็นทุกคนทำงานจักรสานรู้สึกว่าไม่ยาก เกิดความรู้สึกอยากลองทำบ้าง คุณหมู เล่าต่อว่า การที่ได้เห็นพ่อตาและสมาชิกในครอบครัวสานกระบุง ตะกร้า มีรายได้เข้ามาทุกวัน บางวันก็ทำไม่ทันตามความต้องการของลูกค้า เลยเกิดความคิดว่าอยากเข้ามาช่วย “เมื่อ 12 ปีที่แล้ว ผมเห็นสมาชิกในครอบครัวสานกระบุง ตะกร้า ทำขายได้เรื่อยๆ ทำขายแทบไม่ทัน จึง
เมื่อประเทศไทยก้าวเข้าสู่ “สังคมสูงวัย” แบบเต็มตัว เรื่องราวของ “คนทำงาน” ที่มีอายุมากกว่า 60 ปี จึงอาจเพิ่มจำนวนมากขึ้นในทุกกลุ่ม อย่างเรื่องราวของ คุณยายอารมณ์ บุญชัย ที่ปัจจุบันอายุ 81 ปีแล้ว แต่ยังมีเรี่ยวแรง “เป็นหลัก” ในการดูแลกิจการบังกะโลของตัวเองและน้องสาวนับสิบหลัง ที่ตั้งอยู่บนเกาะเต่า อำเภอเกาะพะงัน จังหวัดสุราษฎร์ธานี โดยคุณยายอารมณ์ รับผิดชอบงานหลักๆ ไว้เกือบคนเดียว นับตั้งแต่ รับลูกค้า ซึ่งกว่าร้อยละเก้าสิบเป็นคนหนุ่มสาวต่างชาติ งานบัญชี งานด้านบำรุงรักษาสถานที่ ฯลฯ ส่วนงานด้านการทำความสะอาดภายในบังกะโลนั้น คุณยาย มีลูกจ้างมาช่วย 2 คน คุณยายอารมณ์ ให้สัมภาษณ์เพจ The Islands’ Guardian-สำนักข่าวชาวเกาะ ไว้น่าสนใจว่า พื้นเพดั้งเดิมเป็นคนเกาะสมุย สมัยก่อนที่บ้านฐานะยากจน คุณพ่อ-คุณแม่ของคุณยาย เลยต้องออกทะเลตระเวนหาที่ทำกิน กระทั่งมาหักร้างถางพงที่ดินบนเกาะเต่า ก่อนปลูกมะพร้าวขายมีพ่อค้ามารับซื้อ จนในราวปี พ.ศ. 2532 หลังเหตุการณ์ “พายุเกย์” ซัดถล่ม สวนมะพร้าวกว่าหนึ่งร้อยไร่ที่ปลูกไว้เสียหายเป็นจำนวนมาก ครอบครัวเลยตัดสินใจ ตัดต้นทิ้งแล้วนำไม้มะพร้าวมาทำเป็นบังกะโลให้
ผักผลไม้ ถือเป็นเมนูโปรดที่คนรักสุขภาพนึกถึงเป็นอันดับแรก ส่งผลให้ตลาดหันมานิยมและมีความต้องการผักสลัดมากขึ้น เกษตรกรที่ติดตามข่าวสารหลายท่านได้ช่วงชิงโอกาสจากกระแสต่างๆ เหล่านี้ คิดผลิตเป็นรายได้ หันมาปลูกผักสลัดส่งตลาดกันยกใหญ่ แต่เมื่อขึ้นชื่อว่าทำเกษตรแล้วไม่มีอะไรที่ได้มาง่าย ต้องคำนึงถึงพื้นที่ ดิน ฟ้า อากาศ ใครอดทน ขยัน หมั่นพัฒนา และหมั่นหาการตลาดก็รอด…ครั้งนี้ นิตยสารเทคโนโลยีชาวบ้าน จะพาท่านมารู้จักการปลูกผักปลอดสารให้ได้ผล ที่สวนผักครูสรรเสริญ ตำบลหนองย่างเสือ อำเภอมวกเหล็ก จังหวัดสระบุรี อาจารย์สงบ เพียรทำดี เลขที่ 72 หมู่ที่ 13 ตำบลหนองย่างเสือ อำเภอมวกเหล็ก จังหวัดสระบุรี จาก ผอ. ศูนย์ศิลปาชีพบางไทร ผันตัวเองมาเป็นเกษตรกร เล่าว่า ตนจบการศึกษาจากวิทยาลัยเกษตรกรรมบางพระ หลังจากนั้นได้บรรจุเป็นอาจารย์ที่วิทยาลัยเกษตรกรรมสิงห์บุรี สอนทางด้านสัตวศาสตร์ จนกระทั่งรับตำแหน่งสุดท้ายคือ ผู้อำนวยการวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีศูนย์ศิลปาชีพบางไทร ซึ่งเป็นวิทยาลัยเกษตรเฉพาะการ หมายความว่าโครงการความร่วมมือระหว่างสำนักงานการอาชีวศึกษากับศูนย์ศิลปาชีพบางไทร และ ศปก. ดำรงตำแหน่งนาน 17 ปี ได
ในอดีต ชาวประมงในหมู่บ้านคั่นกระได จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ใช้อวนตาถี่จับสัตว์น้ำ แบบเน้นเอาปริมาณ ซึ่งอวนตาถี่ดังกล่าวนั้น นับเป็นเครื่องมือประมงแบบทำลายล้างที่กวาดจับสัตว์น้ำแทบทุกชนิด โดยเฉพาะลูกปลาเศรษฐกิจที่สำคัญ เช่น ปลาทู ปลาอินทรี จนทรัพยากรทางทะเลหน้าหมู่บ้านคั่นกระไดเสื่อมโทรมลงไปมาก ส่งผลให้ ชาวประมงหมู่บ้านคั่นกระได ต้องออกเรือไปไกลมากขึ้น เพื่อจับปลาจากหมู่บ้านอื่นๆ จนทำให้ทรัพยากรทางทะเลร่อยหรอไปทีละหมู่บ้าน กระทั่งได้รับสมญานามจากหมู่บ้านที่ไปเยือนว่า “กองปราบปลา” เนื่องจากหาปลาแบบล้างผลาญไปจนถึงเขตจังหวัดชุมพร แต่แล้วเมื่อเจ้าของพื้นที่ยื่นคำขาดให้ออกไปจากเขตแดนของพวกเขาภายใน 24 ชั่วโมง ชาวประมงจากหมู่บ้านคั่นกระได จึงต้องล่าถอยกลับคืนถิ่นของตัวที่ท้องทะเลมีแต่ความเสื่อมโทรมอย่างหนัก จนชาวประมงหลายรายต้องเปลี่ยนไปทำอาชีพรับจ้างก่อสร้าง กระทั่งปี 2551 ภายใต้การสนับสนุนของสมาคมรักษ์ทะเลไทย ชาวประมงบ้านคั่นกระได ได้รวมกลุ่มกันเพื่อฟื้นฟูความอุดมสมสมบูรณ์ของทะเลหน้าบ้านให้กลับคืนมา เริ่มจากการเลิกใช้อวนตาถี่ สร้างซั้งกอเพื่อเป็นบ้านให้เกิดกับสัตว์น้ำวัยอ่อน ทำธนาคารปู ห้ามเร
ย้อนทบทวนสภาพเศรษฐกิจ ปี 2560 ที่ผ่านมา คนทำมาค้าขายในหลายๆวงการ ต่างออกมาพูดบ้าง บ่นบ้าง เป็นเสียงเดียวกัน ปีนี้ไม่ “เซ้ง-ลี้-ฮ้อ” เอาซะเลย ไม่ว่าจะเป็นเจ้าเล็ก เจ้าใหญ่ หันไปทางไหนเห็นแต่หน้าจ๋อยๆ พวกที่ทุนหนาหน่อยอาจยังพอประคองกันไปได้ ส่วนพวก “สายป่านสั้น” ก็มีอันล้มหายตายจาก ต้อง“ม้วนเสื่อ”กลับบ้านไปตั้งหลักกันอยู่หลายราย แม้บรรยากาศในการทำธุรกิจดังว่าจะส่งผลกระทบไปยังผู้ประกอบการจำนวนไม่น้อย หากสำหรับ CARNIVAL (คาร์นิวัล) ร้านขายรองเท้าผ้าใบหรือเรียกให้ร่วมสมัยว่า รองเท้า“สนีกเกอร์”มัลติแบรนด์ แล้วหล่ะก็ บอกเลยว่า เรื่องที่จะ “ขายไม่ได้” หรือ “ขายไม่ดี”นั้น เป็นประเด็นไกลตัวสำหรับกิจการดังว่านี้เหลือเกิน เพราะข้อมูลที่ได้รับมาจากซีอีโอหนุ่มไฟแรงนั้น เขายืดอกภูมิใจ ก่อนบอกเสียงดังให้ฟังกันชัดๆ “เปิดมา 7 ปี ผลประกอบการน่าพอใจตั้งแต่ปีแรก ยิ่งเข้าปีที่ 3-4-5 ยอดขายโตแบบก้าวกระโดดเป็นเท่าตัว ส่วนปีล่าสุดนี้ตัวเลขรายรับอยู่ที่เก้าหลักหรือหลักร้อยล้านบาท ครับ” แม้จะเป็นช่วงเวลาของบ่ายวันทำงาน แต่บรรยากาศภายในร้าน CARNIVAL สาขาสยามสแควร์ ซอย 11 ก็คึกคักไปด้วยลูกค้าทั้งชายหญิงหล
จากจุดเริ่มอยากใช้วิชาความรู้ที่สั่งสม มาคิดประดิษฐ์ผลิตของใช้ในชีวิตประจำวันให้กับคนใกล้ตัว เนื่องจากของที่มีอยู่ในตลาดนั้น ไม่ตอบโจทย์ความต้องการ เมื่อทุ่มเทความพยายามทั้งแรงกาย แรงใจ และมันสมอง ความตั้งใจดังว่าก็มาถึงปลายทางความสำเร็จ ที่เรียกได้ว่า “ได้ทั้งเงิน ได้ทั้งกล่อง” กันเลยทีเดียว สำหรับ ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดที่แปรรูปจากวัตถุทางการเกษตร แบรนด์ “ณ นนท์” เจ้าของรางวัลสุดยอด Startup 2017 และสุดยอด SMEs จังหวัดนนทบุรี ประจำปี 2017 โดยทางสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) เป็นผู้มอบให้ ก่อนลงลึกในรายละเอียดของธุรกิจรายนี้ คุณแจ๊ค -ชัยมงคล จุลภาพ ในฐานะหัวเรือสำคัญ มีข้อมูลส่วนตัวมาแนะนำให้รู้จักเล็กน้อย ปัจจุบันอายุ 39 ปี การศึกษาปริญญาตรีด้านวิทยาศาสตร์เคมี และปริญญาโทด้านเทคโนโลยีวิศวกรรม ก่อนหน้านี้เคยเป็นพนักงานประจำโรงงาน ปัจจุบันลาออกมาทำธุรกิจของตัวเอง เพราะอยากทำงานที่ได้ใช้ความรู้จริงๆ “หลายโรงงานทำในจุดที่ไม่รู้ เช่น เรื่องความปลอดภัยต่างๆ เวลาแนะนำไปก็ไม่สนใจ เลยคิดว่าในเมื่อเรามีความรู้อยู่แล้วออกมาทำธุรกิจเองดีกว่า” คุณแจ๊ค บอกอย่างนั้น และว
