SMEs
คุณยามีละ ตาเละ สาวพิการทั้งแขน-ขา แต่มีความกตัญญู ใจสู้ไม่ถอย เจ้าของเรื่องราวดีๆครั้งนี้ อาศัยอยู่ที่บ้านยะลูตง ต.กาเยาะมาดี อ.บาเจาะ จ.นราธิวาส ให้สัมภาษณ์ “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” ว่า ปัจจุบันอายุ 28 ปี มีพี่น้องทั้งหมด 7 คน เธอเป็นลูกคนที่ 4 คุณแม่ประกอบอาชีพค้าขาย ส่วนคุณพ่อไม่ได้ทำงานมานานกว่า 15 ปีแล้ว เนื่องจากมีโรคประจำตัว เมื่อขออนุญาตถามถึงความปกติของร่างกาย เธอเล่าเสียงหม่น เป็นมาตั้งแต่กำเนิด สามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ ไม่รู้สึกลำบากอะไร แต่ไม่ได้เรียนหนังสือเหมือนเด็กทั่วไป บางครั้งก็รู้สึกท้อแท้บ้างที่เกิดมาเป็นแบบนี้ ส่วนความสามารถด้านการแต่งหน้านั้น เธอเล่าด้วยน้ำเสียงแจ่มใสขึ้นว่า เป็นตั้งแต่ตอนไหนไม่รู้ รู้แต่ว่าฝันอยากเป็น “ช่างแต่งหน้า” พออายุได้ราว 17-18 ปี เลยฝึกแต่งหน้าตัวเอง และฝึกมาเรื่อยๆ พวกญาติและเพื่อนๆ เลยจะทราบดีว่าเธอแต่งหน้าได้ จนอยู่มาวันหนึ่งที่บ้านของเธอมีงานแต่งงาน ญาติ 2-3 คน เลยมาขอให้ช่วยแต่งหน้าให้ หลังจากนั้นไม่นานละแวกบ้านมีงานเดินพาเหรด เลยมีคนมาขอให้ช่วยแต่งหน้าให้อีก เธอเลยคิดค่าแรงหน้าละ 300 บาท ส่วนเครื่องสำอาง เธอเป็นคนออกเอ
นอกจากเฝ้ารดน้ำ พรวนดิน ใส่ปุ๋ย ความสุขหนึ่งของคนปลูกต้นไม้ คือยามได้เห็นช่วงเวลาแห่งการผลิดอกออกผล และยิ่งสุขเกินบรรยาย ถ้าผลผลิตที่ได้เหล่านั้นกลายมาเป็นอาชีพไว้เลี้ยงตัว อย่างเช่น สวนผักไฮโดรโปนิกส์ “Veggies House” ของครอบครัว ปั้นจั่น-ปรมะ อิ่มอโนทัย ธุรกิจซึ่งเติบโตมาจากความชอบล้วนๆ “ประมาณปี 2553 แป้งไปฝึกสอนที่โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร (ฝ่ายมัธยม) แล้วมีอาจารย์ท่านปลูกไว้หน้าโรงเรียน คุณพ่อไปเห็นตอนเริ่มเก็บได้ มันสวยดี ที่บ้านชอบปลูกต้นไม้กันอยู่แล้วเลยขอซื้อรางต่อจากอาจารย์ อาจารย์ก็ให้ต้นอ่อนอายุ 1 สัปดาห์มา เรามาลองปลูก พอครบกำหนดที่กินได้ลองกินดูมันไม่ขมเลย หลังจากนั้นก็ปลูกกินเองมาตลอดทั้งที่แต่ก่อนเป็นคนไม่กินผักเลย” แป้งจี่-สุปวีณ์ อิ่มอโนทัย น้องสาวปั้นจั่น ผู้รับหน้าที่หลักดูแลธุรกิจนี้บอกยิ้มๆ ถึงที่มา ก่อนเล่าว่า “พอปลูกมาสักพัก เริ่มอยากให้คนอื่นกินด้วย พี่ปั้นก็แนะนำว่าเธอลองทำใหญ่ไปเลย แต่คุณแม่บอกว่าอย่าเพิ่ง ทำจากเล็กๆ ไปก่อนดีกว่า เราเลยค่อยๆ ทำ ไปซื้อรางมาตรฐานมาปลูกขาย ขายแรกๆ ไม่ได้คิดว่าจะเอาดีด้านนี้ เพราะเรียนจบมาหางานประจำทำ ไม่ไ
โรงเรียนพระดาบส เป็นโรงเรียนที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ทรงตั้งขึ้น เพื่อพระราชทาน “โอกาสครั้งที่สองของชีวิต” ให้กับพสกนิกรในพระองค์ เป็นโรงเรียนเล็กๆ ซึ่งมีหน้าที่อันยิ่งใหญ่ ในการช่วยเหลือผู้ยากไร้ ด้อยโอกาส ขาดอาชีพ ที่มุ่งมั่นจะยืนอย่างมั่นคงบนลำแข้งของตน ให้สามารถประกอบสัมมาชีพเลี้ยงตนได้อย่างมีศักดิ์ศรี มีคุณค่าแห่งความเป็นมนุษย์ โดยใช้กระบวนการศึกษานอกระบบตามแนวพระราชดำริ พระองค์ท่านทรงมีพระราชกระแสในเรื่องนี้ เมื่อปี พ.ศ. 2518 ไว้ตอนหนึ่งว่า “…ขณะนี้ ยังมีบุคคลอีกเป็นจำนวนมากที่มีความตั้งใจจริง มีศรัทธาขวนขวายหาความรู้เป็นวิชาชีพใส่ตน แต่ประสบปัญหา ไม่มีความรู้พื้นฐาน และไม่มีทุนทรัพย์เพียงพอที่จะเข้าศึกษาต่อในสถาบันการศึกษาวิชาชีพระดับต่างๆ ได้ หากมีช่องทางช่วยเหลือบุคคลเหล่านี้ ให้มีความรู้วิชาชีพที่เขาปรารถนา ย่อมจะเป็นประโยชน์ต่อสังคมและประเทศชาติได้…” จวบจนปัจจุบัน โรงเรียนพระดาบส ได้ดำเนินการมา 40 ปี มีผู้เรียนสำเร็จการศึกษาแล้วราว 2,000 คน “ศิษย์พระดาบส” ทุกคน ได้รับพระราชทานพระมหากรุณาธิคุณ เป็นทุนการศึกษาที่รวมถึงค่าเล่าเรียน อุปกรณ์การเรียน อาหาร ที่พักอ
เมื่อโลกไร้พรมแดน แคบลงมาทุกขณะ สมัยนี้ใครจะหยิบจะจับค้าขายอะไรก็เป็นไปได้หมด ยกตัวอย่าง คนขายอยู่นครปฐมติดต่อขาย “ปลากัด” ให้ลูกค้าที่สหรัฐอเมริกา ใช้เวลาเพียงชั่วข้ามคืนก็เป็นคู่ค้ากันได้แบบ ชิล-ชิล แต่กว่าจะก้าวเป็นผู้ประกอบการ “ข้ามชาติ” ดังว่ามานั้น ใช่จะเป็นเรื่องง่ายดายนัก คุณหน่อย-รมิดา ตาณธนพนธ์ เจ้าของกิจการ BettaberryThailand (เบตต้าเบอร์รี่ ไทยแลนด์) ผู้จำหน่าย “ปลากัด” สายพันธุ์ต่างๆ แต่ไม่มีหน้าร้านแม้แต่คูหาเดียว อาศัยเพียงช่องทางการขายผ่านทางออนไลน์เท่านั้น หากสามารถทำรายได้เลี้ยงตัวและครอบครัวได้เป็นอย่างดีมานานนับปีแล้ว กรุณาสละเวลามาให้ข้อมูลเกี่ยวกับความเป็นมากิจการในแบบของเธอด้วยอัธยาศัยยิ้มแย้ม เริ่มต้นด้วยความเป็นมาส่วนตัวว่า พื้นเพเป็นชาวนครปฐม จบปริญญาตรีด้านบริหาร จากมหาวิทยาลัยเอเชียอาคเนย์ ส่วน คุณจิ๋ว-ณภัทร ตาณธนพนธ์ หุ้นส่วนทั้งชีวิตและธุรกิจ เป็นคนกรุงเทพฯ จบคณะนิเทศศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา ก่อนหน้านี้ เคยเป็นลูกจ้าง ทำงานในบริษัทเกี่ยวกับโรงพิมพ์ด้วยกันทั้งคู่ ทำงานประจำอยู่กว่าสิบปี ทั้งตัวเธอและสามี รู้สึกอิ่มตัวกับการเป็น
“นิสสัน นาวารา รุ่นปี 2018” ทำหน้าที่เป็นพาหนะคู่ใจนักข่าวเกือบ 20 ชีวิต วิ่งจากโชว์รูม นิสสัน เคเคที จังหวัดขอนแก่น มุ่งหน้าไปยังจังหวัดมหาสารคาม เพื่อพบกับบุคคลต้นแบบ “ปลิว” หรือ คุณพงษ์พัฒน์ แก้วพะเนาว์ เกษตรกรตัวอย่าง ที่น้อมรับคำสอนการพึ่งพาตนเองและดำเนินการต่อยอดแนวทางการทำเกษตรอินทรีย์จนประสบความสำเร็จ กิจกรรมในครั้งนี้ จัดโดย นิสสัน มอเตอร์ (ประเทศไทย) ที่น้อมนำพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทั่วประเทศไทย ผ่านโครงการ แค่ใจก็เพียงพอ ตามพ่อที่พอเพียง คุณชัยกฤต เทภาสิต ผู้จัดการทั่วไปฝ่ายทรัพยากรบุคคล บริษัท นิสสัน มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า นิสสันต้องการพาสื่อมวลชนไปพบกับ คุณพงษ์พัฒน์ แก้วพะเนาว์ เป็นบุคคลตัวอย่าง ในการเป็นเกษตรกรรุ่นใหม่ หรือ “Young Smart Farmer” เนื่องจากเขาใส่ใจชุมชนอย่างมาก และได้ผสมผสานเทคโนโลยีมายังงานที่เขาทำเพื่อผลิตผลที่ดีที่สุด และสร้างความมั่นคงต่ออาชีพเกษตรกรรม คุณปลิว หรือ คุณพงษ์พัฒน์ แก้วพะเนาว์ “นิสสัน ใส่ใจในทุกๆ ความต้องการของลูกค้า ซึ่งถือเป็นหลักสำคัญในการดำเนินธุรกิจของเรา ดังนั้น เร
หากเอ่ยชื่อ คุณฉันท์ คำทองแท้ หรือเจ้าของฉายา อาจารย์ปอ เซียนกาแฟ บรรดาวงการ “บาริสต้า” ทั้งในประเทศและต่างประเทศคงรู้จักกันดี เพราะชายผู้นี้ คือ คนไทยคนแรกที่สามารถไปคว้าแชมป์ Barista Championship ปี 2005 จากประเทศออสเตรเลีย แถมยังเคยมีลูกศิษย์ลูกหาเป็นชาวออสเตรเลียนมากมายนับหมื่นคน ปัจจุบันเป็นวิทยากรสอนหลักสูตรการชงกาแฟให้ถูกต้องตามมาตรฐานสากล อยู่ที่ อโรม่า กรุ๊ป แต่จะว่าไปแล้ว เส้นทางสู่อาชีพนักชงกาแฟที่มีค่าตัวสูงของอาจารย์ปอ ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ ชายผู้นี้ฝ่าฟันอุปสรรคต่างๆ นานา มามากมาย อาศัยความอดทน และดิ้นรนไม่ยอมพ่ายแพ้ต่อชะตาชีวิต จึงทำให้ประสบความสำเร็จเฉกเช่นในวันนี้ ประวัติชีวิตอาจารย์ปอ เกิดที่จังหวัดลพบุรี ฐานะทางบ้านยากจน ต้องดิ้นรนเข้ามาหางานทำในกรุงเทพฯ ตั้งแต่อายุ 15 ปี ยึดอาชีพรับจ้างมาทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะกรรมกรแบกหาม ขนผักในตลาด เก็บขยะ สุดท้ายมาขับวินมอเตอร์ไซค์ แต่แล้วอุบัติเหตุก็ได้เปลี่ยนชีวิตผู้ชายคนนี้ “ตอนขับวินมอเตอร์ไซค์ เห็นเพื่อนถูกรถทับต่อหน้าต่อตา เกิดความคิดอยากเปลี่ยนอาชีพ พอดีตอนนั้นโชคดีถูกลอตเตอรี่ 500,000 บาท เพื่อนคนหนึ่งเเ
คุณสมชาย เหลี่ยมศร ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนไม้ผลวังซับเปิบ เลขที่ 32 หมู่ที่ 9 ตำบลซับเปิบ อำเภอวังโป่ง จังหวัดเพชรบูรณ์ โทร. (087) 660-1152 เกษตรกรที่ปลูกมะขามหวานมานานกว่า 25 ปี อธิบายว่า พันธุ์มะขามหวาน หากแบ่งตามอายุการเก็บเกี่ยวนั้น เบื้องต้นพอจะแบ่งได้ 3 แบบคือ มะขามหวาน พันธุ์เบา คือ เป็นพันธุ์ที่ให้ผลผลิตก่อนพันธุ์อื่นๆ มีช่วงการเก็บเกี่ยวในเดือนธันวาคม-มกราคม ได้แก่ พันธุ์น้ำผึ้ง พันธุ์สีชมพู พันธุ์ประกายทอง (ตาแป๊ะ) พันธุ์กลาง เป็นพันธุ์ที่แก่ และให้ผลผลิตช้ากว่าพันธุ์เบา ประมาณ 7-15 วัน ได้แก่ พันธุ์อินทผลัม พันธุ์ขันตี และ พันธุ์หนัก เป็นพันธุ์ที่ให้ผลผลิตช้ากว่าพันธุ์อื่นๆ เพราะมีระยะเจริญของผลนาน โดยจะเก็บผลได้ประมาณปลายเดือนมกราคม ได้แก่ พันธุ์สีทอง (นายหยัด) พันธุ์หมื่นจง พันธุ์เพชรเกษตร เป็นต้น ลักษณะของฝักมะขามหวาน คุณสมชาย อธิบายว่า แบ่งคร่าวๆ ได้ 3 แบบ ฝักดิ่งหรือฝักตรง ฝักประเภทนี้มีรูปร่างเหยียดตรง ฝักไม่โค้งงอ เช่น พันธุ์ขันตี ฝักดาบ ฝักประเภทนี้มีรูปร่างคล้ายฝักดิ่ง แต่ฝักจะเอนโค้งเล็กน้อยคล้ายรูปดาบ ฝักอาจกลมหรือแบน เช่น พันธุ์อินทผลัม และ ฝักฆ้องหรือโค้ง ฝักปร
การออกบู๊ธตามเทศกาลอาหารแต่ละครั้ง แต่ละร้านจะต้องสร้าง “จุดขาย” ให้โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ เพื่อสร้างแรงดึงดูดลูกค้าให้ทยอยเข้ามาอุดหนุน ไม่ว่าจะด้วยการตกแต่งหน้าร้านให้ดูสวยงามแปลกตา กลิ่นหอมที่โชยออกไปเตะจมูก หรือสีสันตามธรรมชาติที่นำมาจัดเรียงอย่างมีศิลปะ ต่างก็ช่วยกระตุ้นความอยากซื้อได้ทั้งสิ้น อย่างเมื่อวันก่อน ตอน “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” ไปสำรวจเทศกาลอาหารทะเลที่จังหวัดสมุทรสาครครั้งล่าสุด พบกับบู๊ธขายอาหารร้านหนึ่ง ซึ่งแค่ชื่อ “ยำไข่ชายกลาง” ก็สะดุดตาตั้งแต่แรกเห็น เลยเข้าไปเก็บข้อมูลเพิ่มเติม มาฝากไว้เผื่อใครจะนำไปปรับใช้เป็นไอเดียดีๆ “ขายอะไรคะพี่” เราเริ่มต้นถาม “ยำสารพัดไข่ อร่อยทุกไข่เลยนะครับ” พ่อค้าวัยกลางคน บอกยิ้มๆ ก่อนชวนคุย บ้านพ่อค้าอยู่ที่ระนอง ไม่มีหน้าร้านประจำ อาศัยออกงานตามอีเว้นต์ต่างๆ และที่ว่า “สารพัดไข่” นั้น มีอะไรบ้าง ได้คำตอบกลับมาจากพ่อค้าท่านเดิม มี ไข่แมงดาทะเล ไข่ปลาริวกิว ไข่ปูม้า ไข่ปลาหมึก ไข่แดงเค็ม ไข่ปลาสลิด และ ไข่เยี่ยวม้า สารพัดสี-โอท็อปของดีจังหวัดสุพรรณฯ โดยทุกไข่จะผ่านการปรุงให้สุกก่อน เมื่อลูกค้าสั่งไข่ชนิดไหน ก็จะตักมาใส่หม้อ ก่อนตวงเคร
หม่าล่า อาหารชนิดนี้ เริ่มแพร่หลายในเมืองไทย โดยเฉพาะในหมู่วัยรุ่น ที่นิยมการเดินตลาดนัดเกิดใหม่ยามค่ำคืน ย่อมรู้จักเป็นอย่างดี หม่าล่า เป็นอาหารปิ้งย่างชนิดหนึ่ง บางคนอ่านว่า หมาล่า หรือเรียกกันติดปากว่า หมาล่า แต่จริงๆ มันคือ หม่าล่า (มี ไม้เอก ด้วย) ซึ่งมาจากภาษาจีนแปลว่า เผ็ดชา ซึ่งก็คือ อาหารปิ้งย่างที่มีรสเผ็ดชา นั่นเอง คุณชัชวาลย์ นิจงาม หรือ คุณเติ้ล เล่าให้ฟังว่า มีอาชีพหลักเป็นพนักงานบริษัท ตำแหน่งช่างภาพ แต่ใช้เวลาว่างหลังเลิกงานมาขายหม่าล่า อยู่ที่ ประชานิเวศน์ 1 โดยมีแฟนสาว เป็นผู้ดำเนินกิจการหลัก และเขาเป็นผู้ช่วย แต่กระบวนการสร้างอาชีพตั้งแต่ต้นจนจบมาจากที่ตัวคุณเติ้ลเอง คุณเติ้ล เล่าว่า เขาก็เป็นมนุษย์เงินเดือนคนหนึ่ง ที่อยากมีกิจการเป็นของตัวเอง และต้องการหารายได้เสริม จึงค้าขายออนไลน์มาแล้วนับไม่ถ้วน หรือแม้กระทั่งเคยไปซื้อแฟรนไชส์กาแฟยี่ห้อหนึ่งมา แต่ก็ไปไม่รอด กระทั่งเขามาสะดุดที่ธุรกิจปิ้งย่าง ที่ชื่อว่า หม่าล่า นี้เอง ครั้งแรกที่เขาชิม ก็พอใจในรสชาติ ประกอบกับเป็นอาหารยอดนิยมของวัยรุ่น เขาจึงสนใจที่จะสร้างกิจการจากอาหารชนิดนี้ขึ้นมา นอกจากนี้ อีกเหตุผลหนึ
การกินน้ำปั่นผักผลไม้ 5 สีทุกวัน ช่วย “กู้โลก” ได้ เพราะนอกจากสุขภาพจะดีแล้ว ยังสร้างโลกสีเขียวและสังคมดีๆ ไปพร้อมกัน “ปลูกปั่น” เป็นธุรกิจที่เกิดจากคนป่วยที่หายด้วยการเปลี่ยนพฤติกรรมในชีวิต และกินผักผลไม้ 5 สีทุกวันด้วยการทำเป็นน้ำปั่นจนหาย…กลายเป็นคนสุขภาพดีอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน และคนป่วยคนนั้นดันเป็นนักออกแบบ “ปลูกปั่น” จึงไม่ได้เป็นเพียงร้านน้ำปั่นธรรมดา เหล่านี้ คือ ข้อความแนะนำตัว…ที่จะพาเราไปรู้จัก “ธุรกิจสีเขียว” ที่พร้อมจะเติบโตแบบยั่งยืนควบคู่ไปกับความสุขของทั้งคนทำ คนปั่น และ คนกิน คุณจัง-ศิริลักษณ์ มหาจันทนาภรณ์ หุ้นส่วนคนสำคัญกิจการ “เวลาเย็น” ร้านจำหน่ายจักรยานและอุปกรณ์เสริม ขวัญใจนักปั่นย่านซอยทองหล่อ และเจ้าของธุรกิจ “ปลูกปั่น” ที่เกริ่นไว้ตอนต้น กรุณาสละเวลามาให้ข้อมูลด้วยอัธยาศัยยิ้มแย้ม เป็นกันเอง เริ่มต้นให้ฟัง พื้นเพเป็นคนกรุงเทพฯ จบปริญญาตรี จากคณะนิเทศศาสตร์ เอกนิเทศศิลป์ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ ทำงานเป็นนักออกแบบฟรีแลนซ์ ตั้งแต่จบจากรั้วมหาวิทยาลัยจนถึงปัจจุบัน ด้วยความที่เป็นคนชอบทำงานหนักและมักให้ความสำคัญกับประสบการณ์มากกว่าค่าตอบแทน ผลงานที่ผ่านมา จ
