SMEs
ในยุคนี้คนรุ่นหนุ่มสาวจำนวนไม่น้อยมีทั้งอาชีพหลักและอาชีพเสริม ซึ่งหลายคนประสบความสำเร็จเพราะมีเทคโนโลยีช่วย ทำให้ประหยัดเวลาและง่ายต่อการบริหารจัดการ “คุณไชยกร ปลื้มเจริญกิจ” นักธุรกิจหนุ่มใหญ่วัย 46 ปี ที่มีดีกรีปริญญาโทด้านการตลาดจากสหรัฐอเมริกา ก็เป็นอีกคนหนึ่งที่ทำธุรกิจมากกว่าหนึ่งอย่าง นั่นคือ การร่วมหุ้นกับเพื่อนทำผลิตภัณฑ์แปรรูปมันสีม่วงของญี่ปุ่น แบรนด์อิโมะ อิโมะ ( imo imo) ส่วนหนึ่งเพราะมองว่าในท้องตลาดมักเน้นไปที่เรื่องของชาเขียวเสียมาก จึงอยากฉีกกระแสไปที่สีอื่นๆบ้าง คุณไชยกร ปลื้มเจริญกิจ (ที่2จากซ้าย) ก่อนหน้านี้ได้หุ้นกับเพื่อนๆบริหาร สำนักพิมพ์ และ Digital Marketing Agency ซึ่งธุรกิจส่วนใหญ่เน้นดูแลเรื่องการสร้างและพัฒนาธุรกิจจากศูนย์ขึ้นมาจนสามารถดำเนินการต่อเนื่องได้ แต่ตอนนี้ไม่ได้ทำแล้ว เพราะต้องการมาเน้นธุรกิจส่วนตัวเป็นหลัก เริ่มต้นจากการชอบทาน คุณไชยกรเล่าถึงแรงบันดาลใจที่เข้ามาทำธุรกิจแปรรูปมันสีม่วงในหลากหลายรูปแบบ ซึ่งถือเป็นเจ้าแรกเจ้าเดียวในประเทศไทยว่า ปกติเป็นคนชอบเรื่องการหาของรับประทาน โดยเฉพาะของที่แปลก ใหม่ หรืออะไรที่เป็นนวัตกรรมด้านอาหาร ตั้งแต่
แจ้งเกิดในทำเลตลาดนัด เจาะลูกค้ากลุ่มวัยรุ่น จนสามารถปลดหนี้ก้อนโต 5 ล้านบาทได้ภายในเวลาเพียง 2 ปี แถมขยายสาขาได้มากถึง 22 สาขา สำหรับร้านเล้งนายป้อม เมนูสุดแซ่บ “ซุปเปอร์เล้ง” ที่ลือลั่นเรื่องความอร่อย ซึ่งผู้ที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จ เป็นลูกชายคนโตวัย 30 ปี ทายาทโรงกลึงที่ประสบปัญหาขาดทุน ชีวิตพกผันจากวิศวกรมาเป็นพ่อค้าขายอาหาร อาชีพสุจริตสุดภาคภูมิใจ แถมกลายเป็นเสาหลักของครอบครัว ชีวิตในช่วงหลังเรียนจบของคุณปกรณ์ ปรีชาวิทย์ หรือคุณปอ เจ้าของร้านเล้งนายป้อม เขาจบคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต ทำงานเป็นช่างกึ่งวิศวกรที่จังหวัดระยองได้ 2 ปี หลังจากนั้นลาออกกลับมาช่วยกิจการโรงกลึงที่บ้าน ที่กำลังประสบปัญหาขาดทุน ขณะนั้นเพื่อพยุงธุรกิจ ชายหนุ่มไปกู้เงินธนาคารมา 6 ล้านบาท แต่ทว่าทุกอย่างไม่เป็นไปตามที่คาดหมาย รายได้ไม่พอรายจ่าย ในที่สุดต้องหาหนทางใช้หนี้ “ผมเข้ามาช่วยงานที่บ้านเมื่อ ปี พ.ศ.2555 ตอนนั้นโรงกลึงกำลังแย่ เลยไปกู้เงินธนาคารมา 6 ล้านบาท ซื้อเครื่องจักรรุ่นใหม่ แต่เนื่องจากยังขาดประสบการณ์บริหารงานและการหาคอนเน็คชั่นกับลูกค้า ทำให้ธุรกิจไม่เติบโตอย่างที่ตั้งใจไว้ ดังนั้
ปาท่องโก๋ อาหารเช้าชั้นเลิศที่คนไทยนิยมทานกันทั้งเด็กและผู้ใหญ่ แต่ส่วนใหญ่มักมีปาท่องโก๋รูปแบบเดิมให้เห็นเหมือนกันหมด ดูแล้วอาจธรรมดาไปสำหรับร้าน “โกเหน่ง” เจ้าของเรื่องราวนับจากนี้ จึงนำความคิดสุดแปลก เปลี่ยนปาท่องโก๋ทอดรูปแบบเดิมมาปั้นเป็นรูปสารพัดสัตว์ ทั้ง มังกร กบ จระเข้ ไดโนเสาร์ ช้าง โดนใจลูกค้าอย่างแรง คุณสัมฤทธิ์ มหาพราหมณ์ วัย 54 ปี เจ้าของร้านปาท่องโก๋ “โกเหน่ง” ตั้งอยู่บริเวณตลาดต้นลำใย ถนนไปรษณีย์ ข้างธนาคารธนชาต อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งยึดอาชีพขายน้ำเต้าหู้ ปาท่องโก๋มายาวนานกว่า 38 ปี โดยเรียนหนังสือไปด้วย ขายปาท่องโก๋ไปด้วย ตั้งแต่อายุ 15 ส่วนปาท่องโก๋ รูปทรงแปลกตา เป็นบรรดาตัวสัตว์ต่างๆ นั้น โกเหน่ง เล่าว่า ได้แรงบันดาลใจในการปั้นมาจากลูกชายของเขา โดยย้อนไปเมื่อประมาณ 10 กว่าปีที่แล้วว่า พาลูกชายวัย 9 ขวบไปเที่ยวสวนสัตว์เชียงใหม่ เขาอยากได้ลูกจระเข้ ตนไม่รู้จะหาจากที่ไหนมาให้ กลับมาบ้านจึงลองปั้นแป้งปาท่องโก๋เป็นรูปจระเข้ พอลูกเห็นเข้าก็ชอบใจ เด็กคนอื่นเห็นก็ชอบเหมือนกัน จึงทำขายมาถึงทุกวันนี้ หลังจากนั้น โกเหน่งได้ทำปาท่องโก๋เป็นรูปสัตว์ต่างๆ ออกมาขายอย่างต่
ไม้ด่างเป็นพืชซึ่งเกิดจากความผิดปกติทางธรรมชาติ แต่ความผิดปกติทางสายพันธุ์นี้เองกลับทำให้เกิดความแปลกแตกต่างกลายเป็นจุดเด่นจากสีเดิมๆ กลายเป็นแถบสี ลายจุดหรืออาจมีหลายสีสัน และลวดลายในใบเดียวกันที่แสดงอาการด่างตามส่วน ต่างๆ ทั้งลำต้นใบ และดอก จันผาด่าง ซึ่งเกิดจากการกลายพันธุ์ของเมล็ดจันทน์ผาที่เห็นกันทั่วไป มีขนาดต้น สี และใบที่แตกต่างกันจากต้นแม่ โดยเฉพาะใบจะมีลวดลายและสีที่แปลกกว่าจันทน์ผาที่ปลูกเป็นไม้ประดับตามสนามหญ้าและสวนหินเป็นไม้ประดับชนิดหนึ่งที่เหล่านักสะสมต้นไม้ต้องใช้เวลาแสวงหามาไว้เป็นของตนเองไม่ว่าจะด้วยราคาเท่าก็ตาม ด้วยลักษณะของใบ สี และขนาดต้นที่แปลกแตกต่างจากต้นจันทน์ผาเดิม ทำให้หลายคนหันมาให้ความสนใจหาชื้อและเพาะเก็บสะสมไว้ดูเล่น เนื่องจากการเพาะขยายพันธุ์ยังค่อนข้างยากอีกทั้งต้องใช้ระยะเวลาในการเพาะกว่าจะได้ต้นด่างที่มีลักษณะต่างจากต้นแม่ ดั้งนั้นปริมาณจึงมีไม่มากเหมือนกับจันทน์ผาที่เห็นว่างจำหน่ายอยู่ ปัจจุบันจันผาด่างมีปลูกกันเฉพาะกลุ่ม ซึ่งจะมีทั้งปลูกไว้ดูเล่นและปลูกเก็บสะสมพอมีปริมาณมากพอก็นำมาและแลกเปลี่ยน เช่น ลุงสวัสดิ์ เที่ยงตรง เกษตรกรที่เปลี่ยนจากอาชีพ ท
นับตั้งแต่ พ.ศ.2538 เป็นต้นมา “เป๊ปซี่โค” สหรัฐอเมริกา บริษัทแม่ของบริษัท เป๊ปซี่-โคล่า (ไทย) เทรดดิ้ง จำกัด ได้เข้ามาดำเนินธุรกิจขนมขบเคี้ยวในประเทศไทย โดยให้ความสำคัญกับการสนับสนุนเกษตรกรจากต้นน้ำถึงปลายน้ำ ผ่าน ‘โครงการส่งเสริมการเพาะปลูกมันฝรั่งอย่างยั่งยืนภายใต้สัญญาข้อตกลงซื้อขายผลผลิตมันฝรั่งที่กำหนดราคารับซื้อที่แน่นอน’ สำหรับโครงการส่งเสริมฯ ดังกล่าวนั้น ครอบคลุมทั้งการพัฒนาและถ่ายทอดองค์ความรู้จากต่างประเทศในด้านเทคนิคการเพาะปลูกเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำการเกษตรและช่วยเพิ่มผลิตผลต่อไร่ให้สูงขึ้น การสนับสนุนหัวพันธุ์มันฝรั่งคุณภาพและปัจจัยการผลิตต่างๆ รวมทั้งรับซื้อมันฝรั่งจากเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการฯ อย่างต่อเนื่องทุกปี เกี่ยวกับราคารับซื้อ ตามกรณีมันฝรั่งได้คุณภาพตามที่ตกลง ราคาประกันขั้นต่ำสุด อยู่ที่ กิโลกรัมละ 10.80 บาท สูงสุดอยู่ที่ 12 บาทเศษ โดยสัญญาในแต่ละปีนั้นราคาเปลี่ยนแปลงไม่มากนัก และตลอดกว่า 22 ปีที่ผ่านมา มีเกษตรกรที่ทาง “เป๊บซี่โค” เข้าไปให้การส่งเสริมในการปลูกมันฝรั่ง ราว 3,500 ราย ครอบคลุมพื้นที่การปลูกรวมกว่า 22,000 ไร่ ใน 6 จังหวัดภาคเหนือ คือ เชี
ธุรกิจที่เริ่มต้นจากเอสเอ็มอีเล็กๆ เติบโตมาได้จากการพัฒนาคนและเทคโนโลยีด้วยนวัตกรรมใหม่ๆ คุณสมชาย นิติกาญจนา กรรมการผู้จัดการบริษัท เอส พี เอ็ม อาหารสัตว์ จำกัด เล่าว่า “เมื่อ 20 ปีก่อน ตัวผมเอง ที่เริ่มก่อตั้งบริษัทมาไม่มีอะไรเลย ผมเริ่มมาจากธุรกิจเอสเอ็มอีเล็กๆ ที่เติบโตมาได้และขยายุรกิจอย่างครบวงจรได้ด้วย 2 สิ่งที่สำคัญคือ 1.จากการได้รับรางวัลการันตีมากมาย ผมส่งธุรกิจอาหารสัตว์เข้าประกวด และได้รางวัลเยอะแยะมากมาย เช่น อุตสาหกรรมดีเด่น ได้รางวัลจากการจัดการพลังงานดีเด่น รางวัลปรัชาญาเศรษฐกิจพอเพียง มันทำให้เราภูมิใจ ทำให้ทั้งลูกค้า คู่ค้า ธนาคาร ให้ความวางใจที่จะมำธุรกิจร่วมกับเรา จากรังวัลที่เราได้รับ มันคือการสร้างภาพลักาณ์ให้เกิดความมั่นใจ เป็นเทคนิคอย่างหนึ่งในการบริหารงานธุรกิจ และ 2.การดำเนินงานที่ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรม มาตั้งแต่วันที่เริ่มต้นทำธุรกิจ เราจึงเติบโตมากับมันตลอด และทำให้ธุรกิจของเราเติบโตมาได้” ปัจจุบันนี้เป็นรุ่นของลูกๆ แล้วที่เข้ามาบริหาร ซึ่งเป็นรุ่นที่สอง สิ่งหนึ่งที่เรายังอยู่รอดมาได้ถึงทุกวันนี้ เพราะ การใช้เทคโนโลยีในการเข้ามาช่วยลดต้นทุนการผลิต และนำเอาทุ
“ปากช่อง” จังหวัดนครราชสีมา เป็นแหล่งปลูกน้อยหน่าที่มากสุดของไทย และคุณภาพดีที่สุดของประเทศ ในปัจจุบันได้มีการพัฒนาคุณภาพ การผลิต สายพันธุ์ สายพันธุ์น้อยหน่าที่เกษตรกรนิยมปลูก ได้แก่ น้อยหน่าพันธุ์เพชรปากช่อง น้อยหน่าหนัง และน้อยหน่าฝ้าย ฯลฯ หน่วยงานท้องถิ่นได้จัดงาน “น้อยหน่าและของดีเมืองปากช่อง” ต่อเนื่องเป็นประจำในช่วงเดือนกรกฎาคมของทุกปี เพื่อเป็นการส่งเสริมและเผยแพร่ผลผลิตน้อยหน่า และไม้ผลอื่นๆ ของอำเภอปากช่อง โดยทั่วไป น้อยหน่าสามารถจำแนกตามลักษณะต่างๆ เช่น สีผิวของผล สีเนื้อและชนิดของเนื้อ ได้เป็น 2 ชนิดใหญ่ๆ คือ น้อยหน่าพื้นเมือง หรือ น้อยหน่าฝ้าย แบ่งออกได้ 2 สายพันธุ์ ตามลักษณะของสีผล คือน้อยหน่าฝ้ายเขียว ซึ่งมีผลสีเขียว กับน้อยหน่าฝ้ายครั่งมีผลสีม่วงเข้ม น้อยหน่าฝ้าย น้ำหนักเฉลี่ย ผลละ 2-3 ขีด รสไม่หวานมากนัก เสียหายง่าย ผลผลิตเฉลี่ย ไร่ละ 800-1,000 กิโลกรัม น้อยหน่าฝ้ายมีลักษณะเนื้อหยาบเป็นทราย เปลือกไม่ล่อน เมื่อปอกเปลือกเนื้อกับเมล็ดมักติดเปลือก เนื้อยุ่ยไม่จับตัวเป็นก้อน น้อยหน่าฝ้ายเขียวมีเนื้อในสีขาว และน้อยหน่าฝ้ายครั่ง มีเนื้อสีขาวอมชมพู มีกลิ่นหอม รสหวาน เปอร์เซ็นต
ด้วยคณะรัฐมนตรีได้มีมติตั้งแต่ปี พ.ศ.2509 ให้วันพระราชพิธีพืชมงคลเป็น “วันเกษตรกร” เพื่อให้ผู้มีอาชีพทางการเกษตรพึงระลึกถึงความสำคัญของการทำเกษตร และร่วมมือกันประกอบพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญเพื่อเป็นสิริมงคลแก่อาชีพของตน ทั้งยังก่อให้เกิดประโยชน์แก่เศรษฐกิจของประเทศชาติ จึงมีการจัดงานวันเกษตรกรควบคู่ไปกับงานพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญตลอดมา โดยในปี 2560 เกษตรกร สถาบันเกษตรกร และสหกรณ์ดีเด่นประเภทต่าง ๆ ที่ผ่านการคัดเลือกได้เข้ารับพระราชทานโล่รางวัลและประกาศเกียรติคุณพร้อมทั้งเผยแพร่ผลงานให้สาธารณชนทั่วไปได้รู้จักและยึดถือเป็นแบบอย่างในแนวทางการปฏิบัติต่อไป นายพันศักดิ์ จิตรรัตน์ ประธานสภาเกษตรกรจังหวัดกระบี่ 1 ใน 16 เกษตรกรที่ได้ผ่านการคัดเลือกได้รับรางวัลเกษตรกรดีเด่นแห่งชาติ ประจำปี พ.ศ.2560 ในสาขาอาชีพทำสวน เตรียมเข้ารับพระราชทานโล่รางวัลในงานพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ประจำปี 2560 วันศุกร์ที่ 12 พฤษภาคม 2560 ณ พลับพลาที่ประทับมณฑลพิธีท้องสนามหลวง ได้กล่าวว่า รู้สึกดีใจมาก เป็นเกียรติประวัติในชีวิตและครอบครัว ตนเป็นเกษตรกรคนหนึ่งที่ทำด้วยใจจริงๆ
ไม้ด่างเป็นพืชซึ่งเกิดจากความผิดปกติทางธรรมชาติ แต่ความผิดปกติทางสายพันธุ์นี้เองกลับทำให้เกิดความแปลกแตกต่างกลายเป็นจุดเด่นจากสีเดิมๆ กลายเป็นแถบสี ลายจุดหรืออาจมีหลายสีสัน และลวดลายในใบเดียวกันที่แสดงอาการด่างตามส่วน ต่างๆ ทั้งลำต้นใบ และดอก จันผาด่าง ซึ่งเกิดจากการกลายพันธุ์ของเมล็ดจันทน์ผาที่เห็นกันทั่วไป มีขนาดต้น สี และใบที่แตกต่างกันจากต้นแม่ โดยเฉพาะใบจะมีลวดลายและสีที่แปลกกว่าจันทน์ผาที่ปลูกเป็นไม้ประดับตามสนามหญ้าและสวนหินเป็นไม้ประดับชนิดหนึ่งที่เหล่านักสะสมต้นไม้ต้องใช้เวลาแสวงหามาไว้เป็นของตนเองไม่ว่าจะด้วยราคาเท่าก็ตาม ด้วยลักษณะของใบ สี และขนาดต้นที่แปลกแตกต่างจากต้นจันทน์ผาเดิม ทำให้หลายคนหันมาให้ความสนใจหาชื้อและเพาะเก็บสะสมไว้ดูเล่น เนื่องจากการเพาะขยายพันธุ์ยังค่อนข้างยากอีกทั้งต้องใช้ระยะเวลาในการเพาะกว่าจะได้ต้นด่างที่มีลักษณะต่างจากต้นแม่ ดั้งนั้นปริมาณจึงมีไม่มากเหมือนกับจันทน์ผาที่เห็นว่างจำหน่ายอยู่ ปัจจุบันจันผาด่างมีปลูกกันเฉพาะกลุ่ม ซึ่งจะมีทั้งปลูกไว้ดูเล่นและปลูกเก็บสะสมพอมีปริมาณมากพอก็นำมาและแลกเปลี่ยน เช่น ลุงสวัสดิ์ เที่ยงตรง เกษตรกรที่เปลี่ยนจากอาชีพ ท
เริ่มธุรกิจ “ชาไข่มุก” ตั้งแต่อายุ 18 ปัจจุบันขึ้นชั้นเจ้าของแฟรนไชส์นับร้อยสาขา คุณแพร-กวิสรา จันทร์สว่าง เจ้าของแฟรนไชส์ชานมไข่มุก “เฟรชมี-Fresh Me” วัยยี่สิบกว่า เล่าใฟ้ฟังว่า เธอฝันอยากเป็นแม่ค้ามาตั้งแต่เด็กๆ พออายุ 18 ปี ตอนเป็น “เฟรชชี่” คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี เอกการตลาด มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ตัดสินใจลงทุนทำธุรกิจ สร้างแบรนด์ชานมไข่มุกของตัวเอง เนื่องจากช่วงเวลานั้นชานมไข่มุกเป็นสินค้าที่ “บูมมาก” เหมือนธุรกิจแฟชั่น ถ้ารอเวลาตัดสินใจเรียนจบแล้วค่อยมาทำธุรกิจอาจไม่ทันการณ์ “ฝันอยากเป็นแม่ค้ามาตั้งแต่เด็ก ไม่เคยเห็นภาพในหัวเลยว่าจะไปทำงานที่บริษัท คิดแต่ว่าถ้ามีเวลาอยากขายของ อยากเจอคนนั้นคนนี้ พูดคุยกับลูกค้า พอรู้ความชอบของตัวเองคืออะไร เลยลงมือทำจากสิ่งที่ชอบ”คุณแพร บอกอย่างนั้น และว่า การเริ่มต้นทำธุรกิจในแบบของเธอตั้งแต่อยู่ในรั้วมหาวิทยาลัยชั้นปีที่ 1 นั้น เริ่มจากหาทำเล หาสูตร หาข้อมูล ออกจากบ้านทุกวันหาข้อมูลไปชิมตามร้านต่างๆ ใช้เวลาประมาณเดือนกว่าจึงลงตัว อย่างไรก็ตาม ก่อนเปิดร้านสาขาแรก ที่มหาวิทาลัยธรรมศาสตร์ รังสิต มีเวลาค่อนข้างจำกัด เมื่อเปิดแล้วก็ไม่สมบูรณ์
