SMEs
ปัญหาเดียวที่แก้ไม่ตกของเกษตรกรไทย คือ ภัยจากธรรมชาติ อาทิ ภัยแล้งและน้ำท่วม ซึ่งเกษตรกรที่ทำนาในหลายพื้นที่ ได้เลิกทำนาปรัง แล้วหันมาปลูกพืชน้ำน้อยทดแทน บางรายมีรายได้มากกว่าปลูกข้าวเสียอีก เช่นเดียวกับคุณนงลักษณ์ สิงห์แอ้ซ์ เกษตรกรจังหวัดพิจิตร วัย 65 ปี หันมาปลูกมันญี่ปุ่น และมันเทศอีกหลายๆ สายพันธุ์ สลับกับทำนาปรัง ซึ่งมันญี่ปุ่นใช้น้ำน้อย สู้ภัยแล้งได้ดี ทำเงินได้ทั้งปี คุณนงลักษณ์ เผยว่า เป็นเกษตรกรปลูกข้าวมาตลอดทั้งชีวิต เดิมทำนาปี ปลูกข้าวหอมมะลิ พื้นที่ 36 ไร่ กระทั่งประสบปัญหาภัยแล้งน้ำน้อย เคยแก้ปัญหาด้วยวิธีไปซื้อน้ำบาดาล ระยะหลังสู้ราคาไม่ไหว เลยปรับมาเป็นนาปรัง และปลูกมันญี่ปุ่นเมื่อ 3 ปีที่แล้ว ลักษณะเป็นการปลูกสลับกับการทำนาข้าว สำหรับจุดเริ่มต้นที่คุณนงลักษณ์คิดอยากปลูกมันญี่ปุ่น เธอบอกว่า น้องสาวกลับจากประเทศญี่ปุ่น โดยซื้อมันญี่ปุ่นมาด้วย 5 กิโลกรัม ในราคา 600 บาท จึงทดลองปลูก เพราะขายได้ราคาดี ใช้ระยะเวลาปลูกไม่นานมากเพียง 95 วันเท่านั้น หนที่สุด เลยทดลองปลูก “ช่วงเดือนพฤศจิกายนเป็นช่วงที่เก็บเกี่ยวข้าวหอมมะลิ เมื่อเก็บเกี่ยวข้าวแล้ว จะเตรียมแปลง เพื่อลงมันญี่ปุ่น
ยังสมาร์ทฟาร์มเมอร์ จังหวัดกาฬสินธุ์ หัวก้าวหน้านำชุมชนเลี้ยงจิ้งหรีด ผลิตแหล่งอาหารโปรตีน ปลอดสารพิษสู่ผู้บริโภค เพิ่มความมั่นคงทางอาชีพการเกษตร สร้างรายได้เดือนละล้านสู่ชุมชน โดยยึดหลักการดำรงชีวิตภายใต้ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง คุณอรวรรณ วอทอง ยังสมาร์ทฟาร์มเมอร์ อยู่บ้านเลขที่ 42 หมู่ที่ 2 ตำบลยางตลาด อำเภอยางตลาด จังหวัดกาฬสินธุ์ เปิดเผยถึงความเป็นมาว่า ก่อนที่จะมายึดอาชีพด้านการเกษตรนั้น ทำงานโรงงานที่กรุงเทพฯ ตั้งแต่ปี 2550 ต่อมาโรงงานได้ลดพนักงานโดยได้จ้างตนออกจากงาน จึงได้กลับบ้านที่กาฬสินธุ์มายึดอาชีพการเกษตร เริ่มจากการปลูกผักขายในปี 2551 คุณอรวรรณ วอทอง จากนั้น หันมาทดลองเลี้ยงจิ้งหรีดเป็นอาชีพเสริม เนื่องจากการเลี้ยงจิ้งหรีดนั้นเป็นแมลงที่เลี้ยงง่าย โตไว เป็นแหล่งโปรตีนชั้นดี มีไฟเบอร์สูง แปรรูปได้หลากหลาย ใช้แรงงานน้อย ใครๆ ก็เลี้ยงจิ้งหรีดได้ ในพื้นที่สภาพแห้งแล้งก็เลี้ยงได้เพราะใช้น้ำน้อย ระยะเวลาการเลี้ยงประมาณ 40 วัน ก็จับขายได้เงิน ต้นทุนการเลี้ยงต่ำ “เริ่มต้นเลี้ยงด้วยเงินทุน 5,000 บาท โดยทำกล่องเลี้ยงจิ้งหรีดขนาด 2×4 เมตร จำนวน 2 กล่อง เลี้ยงจิ้งหรีดได้ 60 กิโลกรัม ขาย
สุ่ยมี่ (水蜜:ShuiMi) ฝรั่งสายพันธุ์ใหม่จากไต้หวันที่เกษตรกรไทยหัวก้าวหน้าชอบการเปลี่ยนแปลง และร้านจำหน่ายพันธุ์ไม้ผลกำลังให้ความสนใจกันอยู่ เริ่มมีการแสวงหากิ่งพันธุ์เพื่อขยายพื้นที่ปลูกกันอย่างต่อเนื่องด้วยคุณสมบัติหลายอย่างที่มีดีกว่าฝรั่งพันธุ์ที่นิยมปลูกกันในปัจจุบัน อย่างเช่น ฝรั่งกิมจู หรือเจินจู กลมสาลี่ แป้นสีทอง หรือแม้กระทั่ง หวานพิรุณ ผู้เขียนได้กิ่งพันธุ์ฝรั่งสุ่ยมี่มาเมื่อเดือนเมษายน พ.ศ. 2556 ในราคาหลักพัน จาก ลุงเล็ก (นายเสน่ห์ ลมสถิตย์) ลุงเล็กนำกิ่งพันธุ์เข้ามาเมื่อต้นปี พ.ศ. 2556 จำนวนไม่ถึง 20 ต้น และได้กระจายไปตามคนที่ลุงเล็กสนิทไม่กี่คน คนละกิ่งสองกิ่ง ดังนั้น กิ่งพันธุ์ฝรั่งสุ่ยมี่ที่สวนลุงเล็กจึงเหลืออยู่ไม่กี่กิ่ง ซึ่งตอนนั้นแกยังไม่ได้ให้ความสำคัญเอาใจใส่มันมากนัก เพราะมีมะม่วงพันธุ์ใหม่ๆ ต้องคอยประคบประหงมอีกหลายพันธุ์ ได้ละเลยพวกมัน ไม่นานกิ่งพันธุ์สุ่ยมี่ในกระถางที่ขาดการดูแลจึงตายหมด พอลุงเล็กเริ่มรู้จุดเด่นข้อดีของมันจึงต้องซื้อกิ่งพันธุ์กลับจากคนที่เคยขายให้ไปคืนมา ถึงวันนี้ฝรั่งสุ่ยมี่เริ่มปลูกเป็นแปลงใหญ่เพื่อจำหน่ายผลที่อำเภอบ้านแพ้ว จัง
กล้วยน้ำว้าในประเทศไทย พบว่ามีอยู่ประมาณ 3 กลุ่มใหญ่ คือ กลุ่มกล้วยน้ำว้าไส้ขาว, กลุ่มกล้วยน้ำว้าไส้เหลือง และกลุ่มกล้วยน้ำว้าไส้แดง โดยกล้วยน้ำว้าในแต่ละกลุ่มก็มีลักษณะการใช้งานที่เหมาะสมที่แตกต่างกันขึ้นอยู่กับการนำไปใช้ประโยชน์ เช่น กล้วยน้ำว้าไส้ขาว ที่รู้จักกันดีคือ “กล้วยน้ำว้ามะลิอ่อง” เป็นกล้วยน้ำว้าไส้ขาว เมื่อนำไปทำ “กล้วยตาก” จะได้กล้วยตากที่สีเหลืองสวย ไม่ดำคล้ำ หรือ เอาไปทำกล้วยแผ่นอบ ก็จะมีสีเหลืองสวยพอดี ไม่เหลืองมาก เหมือนกลุ่มกล้วยน้ำว้าเหลือง ส่วนกล้วยน้ำว้ากลุ่มไส้เหลือง เหมาะสำหรับการกินผลสด ทำกล้วยเชื่อม กล้วยทอด กล้วยบวชชี เป็นกล้วยที่เหมาะสำหรับการแปรรูป ทำขนม ใช้งานได้หลากหลายที่สุด สุดท้ายคือ กล้วยน้ำว้ากลุ่มไส้แดง เป็นกล้วยที่ติดผลค่อนข้างดก ไส้กลางค่อนข้างแข็ง มีความฝาด จะเหมาะนำไปทำกล้วยเชื่อม หรือทำไส้ข้าวต้มมัด เพราะไส้กล้วยมีความแข็งไม่เละ กล้วยน้ำว้ากลุ่มไส้แดงนั้น ไม่เหมาะที่จะนำไปทำกล้วยตาก เพราะกล้วยตากที่มีสีคล้ำดำ สีไม่สวย ดูเหมือนกล้วยตากเก่า ในกรณีดังกล่าวก็เคยเกิดขึ้นกับผู้ปลูกหลายรายที่ส่งกล้วยน้ำว้าไส้แดงขายกับผู้ผลิตกล้วยตาก พบว่ากล้วยตากที่ได
เพราะมีความชอบด้านอาหารอยู่เป็นทุนเดิม และได้ทำงานเกี่ยวกับด้านอาหารมาตลอด จึงได้เห็นการพัฒนาอาหาร ขนม เครื่องดื่มมาตลอดหลายปี ประกอบกับความสนใจอาหารคลีนฟู้ดด้วย เพราะเป็นอาหารที่ดีต่อสุขภาพ ทั้งเคยเป็นหนึ่งในบรรดาลูกค้าของร้านอาหารคลีนฟู้ดมาตลอด ทำให้มองเห็นปัญหาในการสั่งอาหารของร้านแต่ละร้าน จึงเกิดไอเดียอยากรวบรวมร้านอาหารคลีน อาหารสุขภาพ เข้ามาอยู่รวมกัน เพื่อเป็นทางเลือกของผู้บริโภค คุณณัฐนรี ชุมมานนท์ หรือ คุณเอม Co-founder, CMO ของ Indie Dish เกริ่นเรื่องราวให้ฟังว่า มีประสบการณ์ด้านการตลาดและการบริหารผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับอาหารมากว่า 10 ปี โดยมีตำแหน่งเป็น Global Brand Manager ของ Starbucks Coffee Company (USA), Regional Brand Manager ของ Unilever Asia และยังเป็น Managing Director ของแบรนด์เครื่องครัว OXO Good Grips ในประเทศไทยซึ่งเน้นในเรื่องของการพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่ม ที่ให้ความสำคัญกับสุขภาพเป็นหลัก “อยู่อเมริกามานาน เมื่อกลับมาเมืองไทย พบว่า แม้อาหารไทยจะมีให้เลือกหลากหลาย แต่อาหารที่ดีต่อสุขภาพกลับเป็นอะไรที่หายาก จึงได้ลองพยายามหาร้านอาหารที่เป็นอาหารสุขภาพ ก็ได้พ
มีโอกาสได้ฟังเรื่องราว การประกอบธุรกิจของเจ้าของกิจการผู้ผลิตเสื้อผ้าสำเร็จรูปท่านหนึ่ง จากการลงพื้นที่ เยี่ยมผู้ประกอบการภาคเหนือตอนล่าง จังหวัดตาก ซึ่งเป็นจังหวัดจุดเชื่อมโยงเศรษฐกิจพิเศษเมียวดี กับกระทรวงอุตสาหกรรมร่วมกับ กระทรวงมหาดไทย, สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม, ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย และหน่วยงานเครือข่ายการพัฒนาเอสเอ็มอี ซึ่งเป็นการเดินหน้าสานต่อ กองทุนพัฒนาเอสเอ็มอีตามแนวประชารัฐ จัด คลินิกเอสเอ็มอีสัญจรแนวประชารัฐ ครั้งที่ 7 ซึ่งมีความน่าสนใจตรงที่แนวคิด และวิธีการคิด เนื่องจากเป็นแนวคิดมาจากคนที่เคยล้มเหลวมาก่อน แถมมีหนีสิ้นตั้งแต่เดือนแรกที่เข้ามาบริหารงาน และพนักงานที่เคยทำงานด้วยกัน กว่า 300 คน ทิ้งงานและไม่กลับมาทำงานเกินกว่าครึ่ง เหลือคนที่ทำงานเพียง 50 คนเท่านั้น จึงทำให้คิดได้อย่างหนึ่งว่า การทำงานทุกอย่าง ไม่ได้ง่ายเลย กว่าจะประสบความสำเร็จ ความรู้สึกท้อถอย อาจเป็นเพื่อนเดินเล่นที่ดีที่สุดในยามที่ล้มเหลวกับหนทางที่อยากจะก้าวไปสู่ความสำเร็จ และการลุกขึ้นใหม่ มาต่อสู้กับสิ่งที่คิดฝัน ก็คงเหมือนกับการได้พบเจอทางแยกใหม่ๆ ให้ไ
เป็นที่โด่งดังเพียงชั่วข้ามคืน และทำให้เหล่าบรรดานักชิม และคนรักชีสต่างให้ความสนใจ อยากลอง และอยากเห็นกันอย่างท่วมท้น สำหรับเมนูชีสสุดปัง อย่าง Rainbow Cheese Toast คุณอุนันทา จันทร์บาง หรือ คุณเล็ก เจ้าของแบรนด์ขนมปังปิ้งที่ฮิตมากในโลกออนไลน์ตอนนี้ Happy Cheese Toast และเธอยังเป็นผู้คิดค้นสูตรชีสเรนโบว์ เมนูยอดฮิตของคนรักชีสที่ต้องไปลอง และได้รับการตอบรับในตลาด และโลกออนไลน์มาอย่างต่อเนื่องตลอดหลายสัปดาห์ที่ผ่านมานี้ด้วย เริ่มต้นเรื่องราวด้วยอาชีพของเธอว่า “มีอาชีพเป็นครูสอนทำอาหารมาตลอด 9 ปี สอนคนอื่นทำอาหารเพื่อนำไปประกอบอาชีพมาก็มาก ก็มีความคิดว่าก็อยากมีแบรนด์เป็นของตัวเองบ้าง การคิดค้นและพัฒนาสูตรชีสในครั้งนี้ เกิดมาจากความรักและชอบทานชีสมากๆ ของตัวคุณเล็กเอง ทำให้ครูสอนทำอาหารอย่างเธอ จึงเริ่มพัฒนารสชาติของชีสที่ตัวเธอชอบขึ้นมา ซึ่งใช้เวลาในการพัฒนามาตั้งแต่ปลายปี 2559 เป็นรสชาติเป็นชีสออริจินอล ก่อนจะได้มาปรับปรุงพัฒนาสูตรให้มีสีสันมากขึ้น “จุดประกายไอเดียมาจากการต้องการต่อยอดจากสิ่งที่ชอบ โดยได้ไอเดียต้นแบบมาจากชีสของประเทศฟินแลนด์ที่เขามีชีส 3 สี เราก็มาพัฒนาเป็นสูตรของเราเอง
เมื่อคิด ก็ให้ลงมือทำ จึงจะสำเร็จ แต่ถ้าเราแค่คิดเฉยๆ และไม่ลงมือทำ มันก็จะไม่สำเร็จ เป็นคำสอนของแม่ที่ใช้สอนลูกเสมอ และการทำงานมาตลอด จึงเป็นต้นแบบให้เขาเห็น คุณรุ่งรพี มหพันธุ์ทิพย์ เกริ่นก่อนจะเริ่มต้นเล่าเรื่องราวทางธุรกิจต่างๆ ให้ฟัง จากการเลี้ยงไก่ 600 ตัว สู่ฟาร์มไก่ครบวงจร คุณรุ่งรพี มหพันธุ์ทิพย์ วัย 57 ปี เจ้าของกิจการหลากหลายในจังหวัดระนอง อาทิ เจ้าของฟาร์มไก่พันธุ์ทิพย์ฟาร์ม, ฟาร์มเลี้ยงหมู, โรงแรมฟาร์มเฮ้าส์, ร้านอาหาร ก.ไก่, ร้านบีบิวชาบู และร้านอาหารเคียงเล เริ่มต้นเล่าให้ฟัง ถึงจุดเริ่มต้นกว่าจะมีธุรกิจหลากหลายที่ต่อยอดมาจนปัจจุบันมีทรัพย์สินรวมกว่าร้อยล้านบาท “สมัยก่อน พ่อแม่มีอาชีพเป็นคนเอาเรือแร่มาขายที่ จ.ระนอง เราเลยได้ตามมาเรียนหนังสือที่นี่ด้วย เรียนอยู่ได้ 2 ปี จนเรียนจบม.ปลาย จึงได้มีโอกาสรู้จัก คุณสานิตย์ มหพันธุ์ทิพย์ ผู้เป็นสามี ธุรกิจทุกอย่างเริ่มต้นจากตรงนี้ คือตอนนั้นคุณสานิตย์ เริ่มเลี้ยงไก่อยู่ก่อนแล้ว มีไก่อยู่ 600 ตัว พร้อมกับมีที่ดินดั้งเดิมประมาณ 30 ไร่ เขาก็ชวนเราแต่งงาน ช่วยกันทำมาหากินอยู่ จ.ระนอง จวบจนปัจจุบันที่ได้มาอยู่ที่นี่ ทำมาหากินและขยายธ
ไก่ดำภูพาน เป็นไก่ที่มีการพัฒนาสายพันธุ์ขึ้น เพื่อให้เป็นไก่ที่ตอบโจทย์กับความต้องการของตลาด คือมีขนดำ เนื้อดำ หนังดำ มีหน้าแข้งดำ และกระดูกดำ ซึ่งความดำที่มีทั้งหมดในตัวไก่ดำได้ไปสอดคล้องกับความเชื่อที่มีกันมาว่า การได้กินไก่ดำเปรียบเสมือนได้กินยาอายุวัฒณะ ซึ่งมีงานวิจัยถึงสารสีดำที่อยู่ในตัวไก่นี้ว่า มีประโยชน์อย่างไร จึงได้ผลปรากฏว่าเป็นสารเมลานิน ที่สามารถช่วยต้านอนุมูลอิสระ ทำให้ชะลอความแก่ได้ และที่สำคัญเปรียบเสมือนเป็นอาหารที่ช่วยบำรุงร่างกาย จึงเป็นที่สนใจของผู้ที่รักสุขภาพกันเลยทีเดียว คุณอรุณ ขันโคกสูง อยู่บ้านเลขที่ 39 หมู่ที่ 4 ตำบลหมื่นไว อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา เป็นอีกหนึ่งเกษตรกรที่ได้เลี้ยงไก่ดำ จากมีแนวคิดเพื่อเลี้ยงไว้บริเวณบ้านเพื่อเก็บมูลสำหรับใส่ต้นมะนาว แต่กลับเป็นสิ่งที่ทำเป็นอาชีพเสริมสร้างรายได้แบบสบายๆ “ไก่ดำภูพาน ได้มาจากฝากคนรู้จักซื้อมาจากภูพาน เราก็เลยนำมาทดลองเลี้ยง ซึ่งอาหารที่ใช้เลี้ยง เป็นอาหารที่ซื้อได้ง่ายๆ จะเป็นพวกอาหารหมู เพราะพื้นที่แถวนี้มีโรงงานค่อนข้างมาก เวลาที่มีอาหารที่ผลิตมาตกเกรด ผมก็จะซื้อได้ในราคาที่ถูก เราก็ประหยัดต้นทุน พอเอามาให
หอมแป้น เป็นผักชนิดหนึ่งที่คนทางภาคเหนือใช้เรียกผักที่คล้ายต้นหอม มีใบเรียวยาว แต่ใบแบน บาง เป็นการเรียกตามลักษณะของมันที่แบน บาง เช่น ไม้แป้น หมายถึง ไม้กระดานเป็นแผ่นบาง หอมแป้น จึงหมายถึง กุยช่าย ที่คนเมืองเหนือเคยชินกับการเรียก หอมแป้น มากกว่าเรียก กุยช่าย ถึงแม้จะไม่เป็นที่นิยมบริโภคกันมากนักก็ตาม ส่วน ขนมกุยช่าย จะไม่เรียกว่า ขนมหอมแป้น การปลูกกุยช่ายมักปลูกร่วมกับผักชนิดอื่น แหล่งปลูกกุยช่ายอยู่ที่ราชบุรี นครปฐม ในบางพื้นที่ปลูกแต่กุยช่ายเพียงชนิดเดียวเป็นแปลงใหญ่ การปลูกกุยช่ายเป็นการลงทุนลงแรงเพียงครั้งแรกอยู่ได้นานหลายปี เป็นพืชผักอายุยืน ต่างจากผักชนิดอื่นอยู่ได้เพียงฤดูเดียว หลังจากปลูกกุยช่ายแล้วการดูแลรักษามีให้ทำน้อย ให้ผลผลิตได้เร็ว เก็บเกี่ยวได้ตลอดปี การเก็บเกี่ยวใช้เวลาน้อยไม่เปลืองแรงงาน โรคแมลงศัตรูมีน้อย สามารถทำงานอยู่กับกุยช่ายได้อย่างสบายๆ และเบาแรง จึงเป็นงานเบาที่เหมาะสำหรับผู้สูงอายุ ดังเช่นกับ โกแป๊ะ หรือ ลุงแป๊ะ ชื่อจริง คุณบุญผ่อง ฉิมพุก เกษตรกร วัย 65 ปี หันมาปลูกกุยช่ายเลี้ยงตัวมา 10 กว่าปี คุณบุญผ่อง ทำแปลงกุยช่ายบนพื้นที่ 2 ไร่ อยู่ หมู่ที่ 6 บ้านห้วย
