SMEs
เมื่อไม่นานมานี้มีข้อมูลจาก ธนาคารกสิกรไทย ระบุถึงตัวเลขเกี่ยวกับการค้าขายออนไลน์ ไว้อย่างน่าสนใจ ว่า ช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมา ธุรกิจอีคอมเมิร์ซ ในประเทศไทยมีการเติบโตอย่างน้อยร้อยละ 20 ต่อปี ปัจจุบันมีผู้ประกอบธุรกิจอีคอมเมิร์ซผ่านช่องทางต่างๆ กว่า 5 แสนราย และมีคนไทยซื้อสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์ ถึง 14.87 ล้านคน ทั้งนี้มีการประเมินด้วยว่า ปีที่ผ่านมา มูลค่าตลาดอีคอมเมิร์ซ ในส่วนของการซื้อขาย ตรง ไปยังผู้บริโภคนั้นสูงถึง 2.2 แสนล้านบาท ซึ่งปัจจัยที่ส่งต่อการเติบโตของอีคอมเมิร์ซ เป็นผลมาจากความก้าวหน้าของเทคโนโลยี การเข้าถึงอินเตอร์เน็ต จำนวนการใช้สมาร์ตโฟนที่เพิ่มขึ้น รวมถึงระบบชำระเงินออนไลน์ที่พัฒนาขึ้นไปอย่างมาก เมื่อบรรยากาศโดยรวมแสนจะคึกคักอย่างที่เกริ่น ยามนี้ จึงมีธุรกิจหลายรูปแบบ กระโดดเข้ามาเป็น “ผู้เล่น” ในตลาดออนไลน์ กันมากหน้าหลายตา Shipyours –ชิปยัวร์ส คือ หนึ่งในผู้เล่นในตลาดค้าขายออนไลน์ เป็นธุรกิจบริการรับจัดเก็บสินค้า ที่มาพร้อมกับการรับบรรจุ และจัดส่ง สำหรับผู้ประกอบการอีคอมเมิร์ซขนาดย่อม ที่ต้องการพื้นที่ในการจัดเก็บสินค้าขนาดเล็ก พร้อมทีมงานบรรจุและจัดส่ง โดยการรับคำสั่
ชอบกิน สนใจขาย ปูดองไทย สไตล์เกาหลี คุณพชิราภาฐิย์ ยุวสกุลไกร หรือ คุณเนย หญิงสาวอายุ 29 ปี หนึ่งในเจ้าของเพจ “ปูดองอันยอง” จับมือกับน้องสาว คุณพิมพ์นารา พงษ์พยอม หรือ คุณเนียร์ สร้างธุรกิจนี้ขึ้นมา โดยอาศัยความชอบของตนเองเป็นสิ่งนำทาง ประกอบกับต้องการสร้างความแตกต่างให้กับตลาดออนไลน์ คุณเนยและน้องสาว เติบโตมากับครอบครัวธุรกิจร้านอาหารทะเล ในชื่อร้าน “เพ็ญ” ตั้งอยู่แถวถนนจันทร์ แต่ทว่ากับการทำร้านอาหารในความคิดของทั้งสองพี่น้องคือความ “เหนื่อย” จึงไม่ขอทำ กระทั่งเมื่อไม่กี่เดือนที่ผ่านมา ได้พูดคุยกับน้องสาวถึงการสร้างธุรกิจร่วมกัน ประจวบกับในเวลาอันใกล้นั้น แฟนของน้องสาวซึ่งประกอบอาชีพร้านอาหารอยู่ในสหรัฐอเมริกา เดินทางกลับประเทศไทย จึงจับมือร่วมกันเพื่อนำประสบการณ์และความรู้มาสานสู่อาชีพ ปูดองสไตล์เกาหลี คือเมนูที่คุณเนยชื่นชอบ และได้มีโอกาสลิ้มรสจากต้นตำรับในประเทศเกาหลีมาแล้วหลายเจ้า จนเกิดเป็นความคิด น่าจะทำเองได้ จึงใช้เวลาทดลองสูตรประมาณ 1 เดือน “ตอนแรกยังไม่กล้าขายนะ แต่ว่าเพื่อนคนหนึ่งซึ่งเขาเดินทางไปเกาหลีบ่อย และได้กินปูดองของที่นั่นน่าจะทุกร้านแล้ว เขาก็บอกว่ารสชาติที่เราทำด
หนอนหัวดำมะพร้าว เป็นแมลงศัตรูมะพร้าวต่างถิ่นที่ระบาดเข้ามาในไทย พบการระบาดครั้งแรกที่ประจวบคีรีขันธ์ หนอนหัวดำมะพร้าวเข้าทำลายใบเฉพาะระยะตัวหนอนเท่านั้น โดยจะแทะกินผิวใบบริเวณใต้ทางใบ โดยเฉพาะใบแก่ หากการทำลายรุนแรงจะทำลายก้านทางใบ จั่น และผลมะพร้าว ต้นมะพร้าวที่ถูกหนอนหัวดำมะพร้าวลงทำลายจะมีใบแห้ง และมีสีน้ำตาล ผลผลิตลดลง หากการทำลายรุนแรงอาจทำให้ต้นมะพร้าวตายได้ หนอนหัวดำมะพร้าวสามารถแพร่กระจายตัวโดยติดไปกับต้นกล้ามะพร้าว หรือปาล์มประดับ ผลมะพร้าว หรือส่วนใบมะพร้าวที่มาจากแหล่งที่มีการระบาดแล้วนำเข้าไปในพื้นที่ใหม่ ดังนั้นหนอนหัวดำจึงจัดเป็นแมลงศัตรูสำคัญของต้นมะพร้าวที่กำลังแพร่ขยายไปในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ จังหวัดศรีสะเกษ แม้จะมีพื้นที่ปลูกมะพร้าวไม่มาก แต่ชาวบ้านก็ใช้ประโยชน์จากมะพร้าวในการบริโภค อีกทั้งในบางพื้นที่มีความสมบูรณ์ทางทรัพยากรธรรมชาติ ชาวบ้านเริ่มมองมะพร้าวเป็นพืชเศรษฐกิจ เพราะสามารถส่งขายให้แก่นักท่องเที่ยว และส่งขายประเทศเพื่อนบ้านที่มีราคาสูงกว่าด้วย ฉะนั้น หากหนอนหัวดำเกิดระบาดขึ้นในพื้นที่อาจส่งผลเสียหายต่อรายได้เกษตรกรทันที นายอำเภอกันทรารมย์(เสื้อขาว)พร้อมหัวห
คุณอำไพ สุขไกรรัตน์ หรือน้าไพ ทำสวนเกษตรแบบผสมผสาน เนื้อที่ 32 ไร่ อยู่บ้านเลขที่ 22/12 หมู่ 3 ตำบลหินดาด อำเภอทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี พื้นที่ส่วนใหญ่ปลูกไม้ผล เช่น ปลูกทุเรียน เงาะ มังคุด ลิ้นจี่ อินผาลัม ส้มโอ ส้มเขียวหวาน เนื่องจากไม้ผลให้ผลผลิตเพียงปีละครั้ง น้าไพจึงตัดสินใจปลูกมะกรูด เป็นพืชเสริมรายได้เพราะต้นมะกรูด จะมีผลผลิตออกมาสม่ำเสมอ เป็นสินค้าที่ตลาดต้องการสูง ไม่ต้องเหนื่อย วิ่งหาคนซื้อเหมือนพืชอื่นๆ น้าไพ ตัดสินใจปลูก มะกรูดพวง เพราะเป็นมะกรูดพันธุ์ผลใหญ่และติดเป็นพวง ผลมีลักษณะขรุขระมาก และมีจุกที่หัว ใบมีขนาดใหญ่ เกษตรกรจำนวนมาก นิยมปลูกมะกรูดพวง เพื่อผลิตใบและผลขายส่งให้แก่โรงงานน้ำมันหอมระเหย และอุตสาหกรรมอื่นๆ ที่ใช้ส่วนผสมของน้ำมันหอมระเหยจากใบและผลมะกรูด เช่น สบู่ ยาสีฟัน น้ำยาล้างจาน เครื่องสำอาง โรงงานน้ำพริก อุตสาหกรรมยาฯลฯ การปลูกมะกรูด ควรเลือกสภาพพื้นที่ ที่เป็นแหล่งดินร่วนปนทรายที่มีการระบายน้ำที่ดี ให้ขุดหลุมลึก ขนาด 50 เซนติเมตร กว้าง 50 เซนติเมตร ระยะห่างระหว่างหลุมและแถวก็ประมาณ 4-5 เมตร หลังจากนั้นปล่อยดินตากแดดอยู่สัก 1-2 เดือน ก่อนปลูก
ความสนใจในสีเขียวของต้นไม้ ใบหญ้าของคนยุคนี้ ยังไม่หมดไป มีแต่แนวโน้มที่จะเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะคนในเมืองกรุง ที่มีชีวิตและวิถีการดำเนินชีวิตอยู่กับท้องถนนและตึกสูงใหญ่ จะหาพื้นที่สีเขียว หรือพื้นที่ที่มีต้นไม้ให้ได้พอเย็นตา คลายร้อน ชื่นใจ ได้นั้น เห็นทีจะต้องไปดูกันถึงที่สวนสาธารณะ ซึ่งเป็นสถานที่ที่ต้นไม้หนาตากว่าที่อื่นๆ เชื่อว่าไม่มีใครที่จะไม่ชอบการได้เห็นต้นไม้ แต่หากจะมองหาต้นไม้ที่จะสามารถดูแล และปลูกเองได้ที่บ้าน ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีค่อนข้างจำกัด การมองหาต้นไม้ที่จะสามารถไปตั้งวาง หรือปลูกเลี้ยงไว้ภายในบ้าน คอนโด หรือหอพัก แบบนี้ก็คงจะหนีไปพ้นการมองหาไม้ประดับขนาดเล็ก ที่ไม่ต้องการพื้นที่ในการเพาะเลี้ยง หรือเจริญเติบโตมากนัก และมีความสามารถเติบโตในพื้นที่ขนาดเล็ก มีความอึดพอสมควร ก็หนีไม่พ้นการนึกถึง กระบองเพชร หรือ แคสตัส ตามภาษาสมัยนิยมที่เรียกกันในขณะนี้ ตามลักษณะโดยทั่วไปของกระบองเพชร มีหลากหลาย มากมายสายพันธุ์ โดยลักษณะพิเศษของต้นไม้ขนาดเล็กชนิดนี้อยู่ที่ลักษณะของต้นที่เป็นไม้พุ่ม อวบน้ำ ลำต้นและกิ่งกลม ตั้งตรง หยักลึกเป็นร่อง แตกหน่อที่โคน ส่วนใบคือส่วนของลำต้นที่
ทีมงานจากสำนักงานเกษตรจังหวัดอุบลราชธานี และสำนักงานเกษตรอำเภอน้ำยืน พาแวะไปชมแปลงปลูกพืชของเกษตรกรในอำเภอน้ำยืนหลายแปลงด้วยกัน ที่ขาดไม่ได้คือ คุณหนูจร พุดผา อยู่บ้านเลขที่ 26 หมู่ที่ 7 ตำบลบุเปือย อำเภอน้ำยืน จังหวัดอุบลราชธานี โทรศัพท์ (091) 019-7163 คุณหนูจร เป็นอดีตกำนันดีเด่นแหนบทองคำ ปี 2552 จากซ้ายไปขวา คุณณรงค์ ทูลสูงเนิน เกษตรอำเภอน้ำยืน นำทีมงานทำข่าวทั้งวัน คุณวิไล อุตส่าห์ คุณหนูจร พุดผา ทายาทเกษตรรุ่นที่ 3 คุณอำนาจ พุดผา ลูกชายคุณหนูจร และ ว่าที่ร้อยตรี รณยศ โมฆรัตน์ คุณหนูจร บอกว่า เกษียณจากกำนันไม่นานนัก ทุกวันนี้เป็นเกษตรกรเต็มตัว ไม่ต้องห่วงหน้าพะวงหลัง หรือหวาดระแวงว่าคดีต่างๆ จะเข้าถึงตัว เพราะขณะที่ทำงานรับใช้ประชาชน ตนเองมีความตั้งใจจริง มีความซื่อสัตย์ พื้นฐานเดิมของอดีตกำนันแหนบทองคำเป็นเกษตรกร มีที่ดินเป็นมรดกตกทอดอยู่บ้าง ก่อนเกษียณ 10 ปี ได้เตรียมตัวอย่างเป็นระบบ โดยเสาะหาที่ดินเพิ่ม ซึ่งซื้อหาในราคาไม่แพง แต่ที่สำคัญมากนั้น เขาได้ปลูกไม้ยืนต้น โดยทะยอยปลูก จากน้อยไปหามาก จึงไม่ได้ลงทุนสูง ขณะเดียวกัน ก็มีรายได้ตั้งแต่ปีแรกๆ เพราะปลูกพืชอายุสั้น ส่วนพืชที่ให้
คุณโสภา สุขแสนโชติ จากข้าราชการเปลี่ยนอาชีพเป็นเกษตรกร ผลิตผักเชียงดาส่งตลาด รายได้อย่างต่ำเดือนละหมื่น คุณโสภา สุขแสนโชติ หรือ พี่ต้อย ของน้องๆ ลาออกจากราชการ หันมาประกอบอาชีพเกษตรกรรม ทำหลายอย่าง และหนึ่งในนั้นคือ ผักเชียงดา พี่ต้อยเล่าให้เราฟังว่า จบการศึกษาทางด้านการเกษตรจากเกษตรน่าน รุ่นที่ 36 ก็เข้ารับราชการจนเมื่อ ปี 2556 ก็ตัดสินใจอำลาชีวิตราชการ มาทำการเกษตรร่วมกับครอบครัวทั้งสามีและลูกชาย โดยพี่ต้อยช่วยงานทุกคนมาตลอด จนเมื่อไม่นานมานี้จึงเริ่มผลิตผักเชียงดาอย่างจริงจัง เมื่อช่วงต้นปี 2554 ได้นำผักเชียงดามาปลูกไว้ 2 ต้น ตายไป 1 ต้น โดยซื้อมาจากตลาดคำเที่ยง จังหวัดเชียงใหม่ เหตุที่นำผักเชียงดามาปลูกหลังบ้านก็เพราะชอบกินแกงผักเชียงดามาตั้งแต่เล็กๆ ถูกปลูกฝังให้กินผักพื้นบ้านทุกชนิด ที่บ้านเกิดบ้านป่าซาง อำเภอแม่จัน จังหวัดเชียงราย คุณพ่อ คุณแม่ ได้ปลูกไว้ 4-5 ต้น ตอนเด็กๆ คุณแม่ใช้ให้ไปเก็บผักเชียงดามาประกอบอาหารอยู่เป็นประจำ เช่น แกงใส่ปลาแห้ง ใส่แกงแค เอามาผัดไข่ ลวกกินกับน้ำพริก และตำมะม่วง ทุกคนในครอบครัวจะชื่นชอบมากๆ ผักเชียงดายิ่งเด็ดยอดก็จะยิ่งแตกยอดอย่างรวดเร็ว ญาติๆ และ
หน่อไม้ฝรั่งเป็นพืชต่างถิ่นอยู่เขตติดต่อระหว่างทวีปเอเชียและยุโรป ชาวกรีกและชาวโรมันนำมาบริโภคมากว่า 2,000 ปีแล้ว โดยชาวตะวันตกถือกันว่าเป็นอาหารสุขภาพ กินแล้วมีกำลัง โดยเฉพาะผู้ชายเชื่อว่าเป็นอาหารบำรุงกำหนัดเนื่องจากลักษณะของหน่อไม้ฝรั่งคล้ายเครื่องเพศชาย ประเทศไทยรู้จักหน่อไม้ฝรั่งเมื่อประมาณ 60 กว่าปี โดยได้นำพันธุ์จากประเทศออสเตรเลีย ทดลองปลูกครั้งแรกที่ สถานีกสิกรรม อำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่ ต่อมาได้กระจายปลูกในจังหวัดนครปฐมและจังหวัดใกล้เคียงในปี พ.ศ. 2530 หน่อไม้ฝรั่งจึงเป็นที่รู้จักทั่วไปและราคาไม่แพงมากนัก จากเกษตรเชิงเดี่ยวการทำไร่ข้าวโพดและไร่มันสำปะหลังหมุนเวียนกันไป ปีไหนข้าวโพดดี ปีต่อไปก็จะปลูกข้าวโพด ปีไหนมันสำปะหลังดี ปีต่อไปก็จะแห่กันปลูกมันสำปะหลัง ทำให้ต้องขาดทุนเป็นหนี้เป็นสินมากมาย คุณปฐม ชูเชื้อ เกษตรกรชาวไร่จากบ้านคลองกุ่ม ตำบลห้วยขุนราม อำเภอพัฒนานิคม จังหวัดลพบุรี เบอร์โทรศัพท์ (086) 805-4393 บอกว่า ขืนทำต่อไปต้องถึงกับขายที่แน่ เพราะตลอด 20 ปีที่ผ่านมา ฐานะไม่ได้ดีขึ้นกว่าเดิมเลย เกษตรเคมีที่ต้องพึ่งปุ๋ยพึ่งยาทำให้เกษตรกรต้องเป็นหนี้เป็นสินมาตลอด “หลายปีที่ผ
อดีตลูกชาวสวนที่มุ่งหน้าเข้ามาหาอนาคตในเมืองกรุง เลือกที่จะอยู่วัดเพื่อควบคุมความประพฤติ เลือกเรียนวิศวกร สาขาเครื่องยนต์ จบมาทำงานบริษัทแถวหน้ารับเงินเดือนเป็นแสน แต่แล้วด้วยความฝันอยากมีธุรกิจเป็นของตัวเอง หนที่สุดปฏิเสธบทบาทพนักงานออฟฟิศ แล้วมุ่งหน้าสานฝันให้เป็นจริง แต่กว่าจะเป็นนักธุรกิจแป้งฝุ่นร้อยล้านในวันนี้ ก้าวข้ามปัญหาและอุปสรรคต่างๆ มานับไม่ถ้วน ทั้งถูกโกงจนหมดตัว ลูกค้าไม่จ่ายเงิน แม้กระทั่งลูกน้องเคยฆ่าตัวตาย อดีตเคยถูกโกง ตั้งหลักทำหลายธุรกิจ คุณอนุศิษฏ์ ลิ้มสุขเจริญกุล หรือ คุณริน เล่าว่า หลังจากจบมัธยมศึกษาปีที่ 3 เลือกเรียนอาชีวะปวช. วิทยาลัยเทคนิคสมุทรสงคราม ก่อนจะไปต่อปริญญาตรี ที่มหาวิทยาลัยเอเชียอาคเนย์ สาขาวิศวะเครื่องกล จบมาทำงานที่แรกเป็นวิศวกรบริษัทอุปกรณ์ไฟฟ้า หลังจากนั้น ย้ายไปอยู่ฝ่ายวิจัยและพัฒนาชิ้นส่วนรถยนต์ ไม่นานนักมาอยู่แผนก QC และเขียนแบบตู้เซฟ งานประจำที่สุดท้ายคือ เป็นวิศวกรดูแลระบบเครื่องทำความเย็น อาทิ แอร์บ้าน แอร์สำนักงาน สรุปทำงานประจำได้ราว 3 ปี ก่อนจะลาออกไปเปิดบริษัทรับติดตั้งแอร์บ้าน “ปี 2544 ผมทำธุรกิจติดแอร์บ้าน ทำได้ 6 เดือน ต้องปิดตัวล
เรื่องและรูป โดย ธงชัย พุ่มพวง ปัจจุบัน เรื่องของสิ่งแวดล้อมได้รับความสนใจและให้ความร่วมมือกันอย่างกว้างขวาง หนึ่งในสาเหตุของปัญหาสิ่งแวดล้อมคือ การกำจัดขยะอินทรีย์ต่างๆ เช่น เศษอาหาร เศษผักและผลไม้ เป็นต้น หากกำจัดไม่ถูกวิธี อาจก่อให้เกิดปัญหาหลายประการ เช่น มลพิษทางน้ำและกลิ่น ปัญหาขยะล้นเมือง แหล่งเพาะเชื้อโรค แมลง ที่ส่งผลต่อมวลมนุษย์ วิธีการหนึ่งในการกำจัดขยะอินทรีย์คือ การใช้ไส้เดือนดินเพื่อกำจัดขยะ ในทางตรงแล้ว ยังทำให้เกิดประโยชน์ด้านการเกษตรหลายชนิด ได้เป็นปุ๋ยไส้เดือนดิน และปุ๋ยน้ำหมักไส้เดือนดิน ครูพิศมัย ลิ้มสมวงศ์ อดีตข้าราชการครู โรงเรียนบ้านแม่โจ้ ตำบลหนองหาร อำเภอสันทราย จังหวัดเชียงใหม่ เล่าให้ฟังว่า หลังจากจบการศึกษาด้านการเกษตรที่โรงเรียนเกษตรกรรมพิษณุโลก หรือเกษตรบ้านกร่าง รุ่นที่ 8 ได้สอบบรรจุเป็นครูสอนในจังหวัดพิษณุโลกหลายปี ล่าสุดย้ายมาสอนที่โรงเรียนบ้านแม่โจ้ ที่เป็นถิ่นกำเนิดของตนเอง ประมาณ 2 ปีที่ผ่านมา ในฐานะที่เป็นครูเกษตรจึงได้รับการคัดเลือกให้เข้าอบรมเรื่องการเลี้ยงไส้เดือนดิน ที่ศูนย์วิจัยและพัฒนาไส้เดือนดิน มหาวิทยาลัยแม่โจ้ จากนั้นจึงสร้างเรือ
