SMEs
วันแห่งความโศกเศร้าที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น การสูญเสียคนรักไปอย่างที่ไม่มีวันกลับนั้น เป็นเรื่องที่ทำใจได้ยาก แต่เมื่อไม่มีใครหนีพ้น คนเป็นเจ้าภาพคงต้องนึกถึงการจัดงานศพ ส่วนผู้มาร่วมงาน สิ่งทำได้ดีที่สุด คือ แสดงความอาลัยต่อผู้ล่วงลับด้วย “พวงหรีด” ซึ่งโดยทั่วไปแล้ว มักเป็นโครงทรงกลม ประดับด้วยดอกไม้หลากสี เขียนคำไว้อาลัยต่อท้ายด้วยชื่อผู้ให้ วางไว้จนกว่างานจะเส็จสิ้น แต่ด้วยยุคสมัยที่เปลี่ยนไป ทุกวันนี้มีการปรับเปลี่ยนรูปแบบการจัดงานศพตามแต่รสนิยมของเจ้าภาพซึ่งรวมถึง…พวงหรีด ด้วย คุณเต้าหู้ กับ ผลงานพวงหรีด “ห่วงยาง ห่วงใย” “พอพูดถึงพวงหรีด คนส่วนใหญ่จะนึกถึงอะไรที่เป็นทรงกลมๆ มีดอกไม้ประดับ แต่ด้วยความคนที่ชอบทำงาน DIY นำสิ่งของต่างๆมาผสมผสานให้เป็นของใหม่ขึ้นมา เลยอยากทำพวงหรีด จากตุ๊กตาตัวหนึ่งที่แทนความหมายของคำว่าห่วงใย และไม่อยากให้เศร้าเลยทำรูปแบบสีสันสดใส สนุกสนาน ทำให้หายเศร้า สะท้อนว่าอย่าเศร้าเลย มีชีวิตต่อไปเถอะ คนที่อยู่ก็ยังดำเนินชีวิตต่อ” คุณเต้าหู้ – ณฤต เลิศอุตสาหกูล นักออกแบบอิสระในนาม HOO DIY ชายหนุ่มผู้หลงรักงาน DIY เป็นชีวิตจิตใจ ดีกรี
พิษณุโลก หัวเมืองใหญ่ภาคเหนือตอนล่าง เป็นศูนย์กลางด้านการค้าและการศึกษาแหล่งใหญ่ระดับประเทศ จังหวัดนี้จึงมักมีบรรยากาศค้าขาย “ของดี-ของเด็ด”มาอวดกันอยู่เป็นประจำ อย่างรายนี้เป็นโรตีสารพัดไส้ เรียกขานตัวเองว่า “โรตีเลิศรส” ที่ว่ากันว่าขายดิบขายดี คิวยาวตลอดๆ ลูกค้าบางรายมาสั่งไว้ตั้งแต่ร้านเปิดพอร้านปิดค่อยมารับ หลายรายนั่งเล่นโทรศัพท์คอยอยู่หน้าร้าน บางครั้งนานเกือบสองชั่วโมงก็ไม่หนี โรตีร้านนี้มีรถเข็นขายอยู่ 2 สาขา ที่ตลาดบ้านคลอง เป็นของสามี และที่ชุมชนประชาอุทิศ เขตอำเภอเมือง เป็นของภรรยาและลูกชาย มีเจ้าของกิจการอารมณ์ดี ชื่อว่า คุณบุญลือ ใจสอน อายุห้าสิบปี สละเวลาหลังปิดร้าน มาให้ข้อมูล แบบกันเอง เริ่มต้นแนะนำตัว พื้นเพเป็นคนอำเภอสากเหล็ก จังหวัดพิจิตร แต่ย้ายไปอยู่ที่อำเภอหล่มสัก จังหวัดเพชรบูรณ์ ตั้งแต่เด็ก ก่อนหน้านี้เคยประกอบอาชีพทำไร่ข้าวโพด ช่วงแรกพอไปได้ แต่มาระยะหลังฟ้าฝนแล้งแถมหน้าดินเสื่อมโทรม ผลผลิตจึงได้มาไม่คุ้มกับที่ลงทุนไป จึงเริ่มมองหาอาชีพอื่น กระทั่งพี่ชาย ชวนให้ไปขายโรตีที่จังหวัดพิษณุโลก เนื่องจากเขาเปิดร้านขายอยู่ก่อนและมีวิชาที่ได้เรียนรู้มาจากพี่เขยซึ่งเป็น
ยุคที่การจราจรสุดเมืองใหญ่สุดแสนจะวิกฤติ ส่งผลให้การออกไปจับจ่ายใช้สอยลำบากมากขึ้น แต่นั่นคงไม่เป็นอุปสรรคอีกแล้ว พราะยามนี้ มีอาชีพ “รับหิ้วสินค้า Sale”โดยเฉพาะ มาคอยบริการรับกระแสสินค้าลดราคาที่กำลังล่อตาล่อใจ “ขาช็อปฯ”น้อยใหญ่ทั้งหลาย สนใจสินค้าตัวไหน แค่ อินบ็อกซ์ เจรจา โอนเงิน รอรับของอยู่บ้านแบบสบายๆ ได้เลย คุณแอร์-พัชรา สุภาวัฒน์เจริญกุล อายุ 29 ปี เป็นอีกคนที่หันมา “รับหิ้วของ Sale” เป็นอาชีพเสริมจากงานประจำที่ทำอยู่ เธอเล่าว่า ทำมาได้ประมาณ 1 เดือนแล้ว เพราะอยู่ใกล้แหล่งที่มีสินค้าลดราคาเยอะ สามารถหิ้วได้ จึงลองทำดู โดยใช้เวลาว่างหลังเลิกงาน ช่วงวันหยุด และพักกลางวัน ออกไปหิ้ว แต่ต้องวางแผนก่อนออกไปหิ้ว เช่น ถ้าเวลาน้อยจะหิ้วบริเวณใกล้เคียงเพื่อกลับมาทำงานให้ทัน เน้นที่ใกล้ๆ สามารถเดินไปได้ จะไม่รับรายการหิ้วไกลและเดินทางไปยาก สรุปเน้นความสะดวกของตัวเองเป็นหลัก แต่ถ้าเป็นนักหิ้วมืออาชีพ ต้องมีเวลา มีรถถึง จะคล่องตัวกว่าที่เธอทำ “ส่วนใหญ่เวลาไปหิ้วของ จะอาศัยการเดินเพื่อประหยัดต้นทุน เพราะบางครั้งไปหิ้วแล้วสินค้าไม่มีก็เยอะ ความเสี่ยงที่จะไม่ได้ก็มีค่ะ” คุณแอร์ บอกร
ช่วงหลายปีมานี้ผู้คนจำนวนไม่น้อยมักไปศึกษาหาความรู้เรื่องการทำเกษตรตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ที่บ้านของ”คุณสงวน มงคลศรีพันเลิศ” วัย 50 กว่า ซึ่งได้จัดตั้งเป็นศูนย์บริการและถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตรประจำตำบลหนองทะเล, ศูนย์เครือข่ายปราชญ์ชาวบ้าน และศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงชุมชนบ้านเขากลม ต.หนองทะเล อ.เมือง จ.กระบี่ ทำไมต้องไปดูงานที่นี่ก็เพราะ เขาผู้นี้ได้รับรางวัลมากมาย ทั้งระดับจังหวัดและประเทศ อาทิ เป็นเกษตรกรดีเด่น ปี 2548 สาขาปศุสัตว์, รางวัล 76 คนดีแทนคุณแผ่นดินปี 2552, รางวัลการประกวดผลงานตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงด้านประชาชนทั่วไป ปี 2550 และได้รับรางวัลศูนย์บริการและถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตรชนะเลิศอันดับ 1 ระดับจังหวัดปี 2550 ฯลฯ คุณสงวนเล่าความเป็นมาให้ฟังว่า เริ่มต้นเมื่อปี 2540 ตัวเองเป็นมนุษย์เงินเดือนทำงานอยู่ในบริษัทแห่งหนึ่งใน จ.ปราจีนบุรี มีรายได้ถึงเดือนละ 28,000 บาท แต่ไม่เคยมีเงินเหลือเก็บ คิดถึงในหลวง ร.9 สอนให้คิดเรื่องกินก่อนคิดเรื่องเงิน จึงตัดสินใจกลับบ้านที่ จ.กระบี่ เริ่มต้น ศึกษาและเรียนรู้เองจนตกผลึกทางความคิดว่า เมื่อจะทำเกษตรแบบพอเพียง ต้
ปัจจุบัน กระแสนิยมท่องเที่ยวแบบใกล้ชิดธรรมชาติ วิถีชีวิตสโลว์ไลฟ์ หรือความชอบแบบวิถีฮิปสเตอร์ แล้วแต่จะเรียกขานกันในตอนนี้กำลังมาแรงมากๆ มาแรงทั้งในแง่ของเจ้าของกิจการที่ต้องสร้างจุดขายของสถานที่พัก ที่กิน แหล่งท่องเที่ยว หรือสถานที่บรรยากาศรอบๆ ทั้งยังมาแรงในกลุ่มนักท่องเที่ยวเองด้วยไม่ว่าจะเป็นคนไทยหรือต่างชาติ ด้วยความต้องการของคนยุคปัจจุบันที่ต้องการชีวิตสงบ หลีกหนีความวุ่นวาย หลีกหนีจากชุมชนเมืองเป็นระยะๆ เพื่อไปพักผ่อน พักใจ ทำให้เกิดแนวคิดและไอเดียในการสร้างที่พักรูปแบบต่างๆ มากมายขึ้น หรือสถานที่ท่องเที่ยวเปิดใหม่มีเพิ่มให้เห็นมากขึ้น เพื่อตอบสนองความต้องการนี้ โฮมสเตย์ “แม่กลางหลวงฮิลล์” สร้างจากน้ำพัก น้ำแรง จุดเริ่มต้นของการสร้างกิจการของแต่ละคน แตกต่างกันไปตามสถานการณ์ที่พบเจอและไอเดียที่มีในขณะนั้น เช่นเดียวกับ คุณนิทัศน์ ภูผาอาวรณ์ เจ้าของโฮมสเตย์ แม่กลางหลวงฮิลล์ วัย 29 ปีคนนี้ก็เช่นกัน เขาเล่าว่า “เริ่มคิดจะสร้างที่นี่เมื่อตอนนั้นอายุเพียง 18 ปี ตอนนั้นยังเรียนไม่จบอะไรเลยด้วยซ้ำ ด้วยพื้นเพเป็นคนในหมู่บ้านแม่กลางหลวง ดอยอินทนนท์ จังหวัดเชียงใหม่ อยู่ก่อนแล้ว และมี
เรื่องโดย : ไมตรี ลิมปิชาติ จากตัวเมืองสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี เราเดินทางตรงไปยังชายแดนไทย-พม่า ระยะทางประมาณ 20 กิโลเมตร ก็ถึงหมู่บ้านที่มีชื่อเป็นภาษากะเหรี่ยงว่า เวียคะดี้ เราใช้เวลาไม่นานก็ถึงหมู่บ้านเพราะเป็นถนนลาดยางอย่างดี รถก็ไม่ติดด้วย สองข้างทางส่วนใหญ่ยังเป็นป่ามีบ้านให้เห็นน้อยมาก จากหมู่บ้านเวียคะดี้ แยกเข้าถนนเล็กๆ ซึ่งมีสภาพไม่ค่อยดีนัก ก็ถึงจุดหมายที่เราเดินทางไปวันนี้คือ มูลนิธิพัฒนรักษ์ ที่ว่าถึงจุดหมายก็เพราะเราจะมาพักค้างคืนกันที่นี่ เนื่องจากถึงที่พักเป็นเวลาที่ดวงอาทิตย์ตกหายไปหลังเทือกเขาฝั่งพม่าเรียบร้อยหลายนาทีแล้ว จึงทำให้มืด ไม่สามารถมองบริเวณทั่วไปได้ เห็นแต่ศาลาอเนกประสงค์ ซึ่งเป็นทั้งที่ประชุม ที่กินอาหาร และทำกิจกรรม ศาลาจุคนได้ประมาณ 30 คน แต่เราไปกันแค่ 4 คน จึงไม่มีปัญหา สามารถกินอาหารและพูดคุยกันได้สบาย ท่ามกลางแสงไฟที่ผลิตมาจากพลังงานแสงอาทิตย์ หลังจากกินอาหารกันเรียบร้อยแล้ว เราก็แยกกันเข้าห้องพัก ตื่นเช้าขึ้นมา นอกจากได้ยินเสียงไก่ขัน ยังได้เห็นว่าบริเวณทั่วไปเกือบทั้งหมดทำเกษตร มีทั้งปลูกพืชผักสวนครัว บ่อเลี้ยงปลาดุก เล้าไก่ และคอกเลี้ยงเป็ด พ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เกษตรกรชาวตำบลบ้านป่า อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก ซื้อพันธุ์สับปะรดฉีกตาจากภาคใต้มาปลูกให้ผลผลิตดี เมื่อเปิดขายผ่านโซเชียลได้รับความสนใจ มีผู้สั่งจองซื้อจนผลิตให้ลูกค้าไม่ทัน เกษตรกรผู้นี้คือ นายเยี่ยม ตาเห็น อายุ 70 ปี บ้านเลขที่ 42 หมู่ที่ 4 บ้านแหลมดู่ ตำบลบ้านป่า อำเภอเมืองพิษณุโลก เปิดเผยว่า ทดลองซื้อกล้าสับปะรดพันธุ์ฉีกตามาจากภาคใต้ นำมาปลูกในไร่นาสวนผสม เหตุที่ทดลองปลูกเพราะเพื่อนแนะนำมา เนื่องจากสับปะรดพันธุ์นี้มีความหวาน ไม่กัดลิ้น ที่สำคัญเพียงผ่าผลครึ่งลูกก็สามารถฉีกตารับประทานได้ไม่ต้องปอกเปลือกให้ยุ่งยากเหมือนสับปะรดทั่วไป หลังจากสับปะรดออกผล ลูกสาวก็นำไปให้เพื่อนๆ ลองรับประทาน หลายคนชื่นชอบและสั่งซื้อ ประกอบกับลองนำไปขายในโซเชียล ปรากฏว่ามีคนสั่งซื้อและจองกันจำนวนมาก จนถึงขณะนี้ไม่สามารถผลิตสับปะรดได้ทันต่อผู้สั่งจองทีเดียว โดยตนขายในราคากิโลกรัมละ 60-90 บาท เท่านั้น
คุณจำนงค์ จังอินทร์ หัวหน้ากลุ่มส่งเสริมและพัฒนาการปศุสัตว์ สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดศรีสะเกษ ให้ข้อมูลว่า จังหวัดศรีสะเกษมีเกษตรกรผู้เลี้ยงโคมากกว่า 45,000 ราย มีจำนวนโคทั้งสิ้น ประมาณ 190,000 ตัว จึงถือเป็นแหล่งที่เลี้ยงโคมากเป็น อันดับ 2 ของประเทศ โดยส่วนใหญ่จะเลี้ยงแบบผลิตลูกที่ปล่อยตามหัวไร่ปลายนา และอีกบางส่วนเลี้ยงแบบยืนโรงหาอาหารให้กินตลอดจนเสริมด้วยอาหารข้น เพื่อสร้างเป็นโคขุนส่งขายเนื้อ “โคที่เลี้ยงส่วนใหญ่เป็นลูกผสมชาร์โรเล่ส์กับบราห์มัน โดยปรับให้มีเลือดของชาร์โรเล่ส์สูงกว่าเป็นโครงสร้างของโคขุนที่ให้เนื้อมาก หรือเกษตรกรบางรายก็ชอบที่จะให้มีสายเลือดของบราห์มันมากกว่า ซึ่งแล้วแต่ว่าจะนำมาใช้ประโยชน์ด้านใด ซึ่งโดยทั่วไปเกษตรกรที่เน้นเลี้ยงขุนส่งขายเนื้อก็จะให้มีสายเลือดของชาร์โรเล่ส์มากกว่า แต่ต้องไม่เกิน 75 เปอร์เซ็นต์ ส่วนที่เหลืออีก 25 เปอร์เซ็นต์ จะเป็นบราห์มันหรือพื้นเมืองก็ได้ จึงนับว่าเป็นโอกาสทำรายได้ให้กับเกษตรกรผู้เลี้ยงโคเนื้อได้เป็นอย่างดี” คุณจำนงค์ กล่าว คุณทองเตียง บริบาล อยู่บ้านเลขที่ 33 หมู่ที่ 5 ตำบลส้มป่อย อำเภอราษีไศล จังหวัดศรีสะเกษ เป็นเกษตรกรผู้เลี้ยงโคอ
พาคนไปเดินตลาดต่างแดน ถ้าเว้นตลาดนี้ไว้นี่อายเขาแย่เลย ตลาดนัดมือสองเมือง Lille หรือ Lille Flea Market ชื่อเมืองออกเสียงแบบฝรั่งเศสว่า “ลีเลอะ” ออกไปเลยชัดๆ แบบนี้แหละ ไม่มีทางผิด ฉันรับรอง ถ้าจะปล่อยเสียง “เลอะ” ให้มันแผ่วลงนิดหนึ่ง ก็จะสวยงามยิ่ง เมืองลีลอยู่ตอนเหนือของฝรั่งเศส ติดพรมแดนเบลเยียม มีพลเมืองในเมืองแค่ 200,000 กว่า แต่ถ้ารวมเมืองพื้นที่โดยรอบเข้าไปด้วยก็มีล้านกว่า ใหญ่เป็นอันดับ 4 รองจากปาครี หรือปารีส (Paris) ลีอง หรือลียง (Lyon) และมักเซย หรือมาร์แซย์ (Marseille) ทั้งหมดนี่ออกเสียงแบบฝรั่งเศส ซัดเข้าไปเต็มหน่วงอย่างมั่นใจเลยคุณ ไม่ต้องกลัวผิด ฉันรับรอง มาเมืองเขาต้องหัดออกเสียงแบบเขา เขาจะเอ็นดู ไปไหนมาไหนเขารัก ซื้อของเขาลดให้ ยืนยัน ลีลเป็นเมืองที่ขึ้นชื่อเรื่องศิลปวัฒนธรรม มีบ้านเรือนสมัยศตวรรษที่ 17 มีถนนปูด้วยหินที่เก่าแก่พอกันที่ยังยืนสวยงามอยู่แน่นเมืองจนทุกวันนี้ เขารักษาไว้ในสภาพเดิมและยังใช้อยู่อาศัยสัญจรเป็นปกติ น่าชื่นชมมากนะคุณ ลีลยังเป็นเมืองมหาวิทยาลัยด้วย ใครมีลูกมีหลานส่งไปเรียนจะดียิ่ง เพราะค่าครองชีพไม่แพงนัก และเมืองสวยงามมาก เสาร์อาทิตย์ข้ามไปเที่ย
ประโยคที่ว่า “สินค้ายุคนี้ ต้องสู้กันด้วยไอเดียใหม่ๆ” คงไม่เกินเลยจากความจริงในทุกวันนี้…เท่าใดนัก เพราะช่วงเวลาของการแข่งขันกันอย่าง “เข้มข้น”นั้น เกิดขึ้นแล้วแทบทุกธุรกิจ หากผู้ผลิรายใดยังหยุดนิ่ง หรือ ก้มหน้าก้มตาขายของแบบเดิม-เดิม อยู่ต่อไป รายรับคงไม่น่าจะพอกับต้นทุน เนื่องจากถูกคู่แข่งหัวคิด “ล้ำกว่า”แย่งชิงฐานลูกค้าไปเสียหมด ………… “อิมินา – ที่กรวดน้ำสำเร็จรูป” สวยงาม น้ำหนักเบา ใช้ง่าย ไหลสะดวก เหมาะกับไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ คือ ข้อความประชาสัมพันธ์ผลิตภัณฑ์เพื่อการทำบุญแนวใหม่ เจ้าแรกและเจ้าเดียวของไทย นำไปสู่การสนทนากับ คุณอุ๋ย – ณัฎฐวี จัดแจง เจ้าของสินค้าไอเดียสร้างสรรค์ เริ่มต้นให้ฟัง พื้นเพเป็นชาวจังหวัดพระนครศรีอยุธยา แต่ย้ายตามคุณพ่อ-คุณแม่ มาตั้งรกรากอยู่ที่จังหวัดเชียงรายได้เกือบสามสิบปีแล้ว จบการศึกษาปริญญาตรีด้านการท่องเที่ยว ปริญญาโทบริหารธุรกิจ ปัจจุบันมีงานหลัก คือ เป็นผู้บริหารรีสอร์ท “ณัฎฐิพล” ธุรกิจของครอบครัวตั้ง อยู่ที่อำเภอแม่จัน ส่วนความเป็นมาของผลิตภัณฑ์ “อิมินา” นั้น เริ่มต้นจากความคิดของคุณพ่อของเธอ ที่อยากช่วยลดปัญหาขยะและส
