SMEs
เมื่อเอ่ยชื่อ ดร.ปลอดประสพ สุรัสวดี ก็แทบจะไม่ต้องบรรยาย ว่าท่านเป็นใคร ด้วยเป็นที่รู้จักกันดี ทั้งในแวดวงข้าราชการ และนักการเมือง ด้วยท่านเป็นอดีตข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ และอดีตนักการเมือง กระทั่ง เกิดการปฏิวัติ เมื่อปี 2557 ดร.ปลอดประสพ คิดว่างานนี้ยาวแน่นอน เลยอยากหาอะไรทำ “ผมเดินผ่านโกดังหลังบ้าน มีไม้อยู่มากมาย ก็คิดว่า น่าจะนำมาทำอะไร ไม้เหล่านี้ ได้มาจากการรื้อห้องแถว ทำประตูน้ำคอมเพล็กซ์ บ้านสุขุมวิท และอีกสองสามหลัง จากนั้นก็เอาไม้มากาง เรียง ถ่ายรูปไว้ เผื่อวันข้างหน้า ป.ป.ช. (คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ) ถามว่า ทำไมมีบ้านหลังใหญ่โต จะได้ มีหลักฐาน และตอบกลับไปได้ บ้านหลังนี้ เป็นบ้านที่ ดร.ปลอดประสพ ออกแบบเองทั้งหลัง โดยใช้วัสดุโบราณจากบ้านหลังเดิมๆ ตั้งแต่รุ่นบรรพบุรุษ ซึ่งบอกว่า แต่ละชิ้นอายุไม่ต่ำกว่า 50 ปี ทั้งลายฉลุ ประตู หน้าต่าง ฯลฯ “บ้านที่ผมออกแบบ สร้าง มีหลักใหญ่ๆ คือ ต้องมีลายฉลุ เพราะทุกบ้านที่ผมเคยอาศัย มีลายฉลุอยู่เป็นจำนวนมาก และเมื่ออยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา อยู่บนบ้านต้องได้เห็นแม่น้ำ อีกทั้ง มีถนนผ่าน มีคนผ่านไป –มา ต้องทำให้คนเห็นแล
เคยโดนสบประมาทจากเพื่อนบ้านว่าพ่อแม่อุตสาห์ส่งเสียให้เรียนสูงจบปริญญาตรี แต่กลับเลือกมาเป็นเกษตรกร จากคำดูถูกนั้น เป็นแรงผลักดันให้สาวนักบัญชีเจนวาย มุ่งมั่นและทุ่มเท ปลูกสตรอว์เบอรี่ ดูสักตั้ง ที่อำเภอด่านช้าง จังหวัดสุพรรณบุรี ปัจจุบันเธอเก็บผลสดขายทุกวันวันละเกือบ 40 กิโลกรัม ขายกิโลกรัมละ 350 บาท เรียกว่ามีรายได้หลักล้านบาทต่อปี มีเงินใช้สบายๆ ปัจจุบันสตรอว์เบอร์รี่ไม่ได้เป็นผลไม้เมืองหนาวอีกต่อไปแล้ว จะเห็นได้ว่าทุกภาคในประเทศไทยสามารถปลูกสตรอว์เบอรี่ได้ ดั่งเช่นที่อำเภอด่านช้าง จังหวัดสุพรรณบุรี เจ้าของไร่ คือ คุณพิมพ์วรัตน์ คำเรือง หรือคุณน็อต สาวนักบัญชี จากรั้วมหาวิทยาลัยสยาม น็อต เล่าว่า หลังเรียนจบคณะบัญชี จากมหาวิทยาลัยสยาม ก็ไม่คิดทำงานประจำ คิดแต่เพียงว่าจะกลับบ้าน ไปช่วยพ่อแม่ทำไร่ เพราะพ่อแม่เป็นเกษตรกร ปลูกมะนาว ปลูกแตงกวา แต่ทว่ามะนาวราคาไม่แนนอน เลยทดลองหาผลไม้แปลกๆ มาปลูก ในที่สุดเลือกปลูกสตรอว์เบอรี่ พ่อกับแม่ของน็อต มีอาชีพเป็นเกษตรกรมาตลอดทั้งชีวิต โดยลูกสาว บอกว่า เมื่อก่อนจะปลูกพืชล้มลุก เช่น มะนาว ถั่ว แตงกวา ปลูกแบบนี้สลับหมุนเวียนไป ส่งขายพ่อค้าคนกลาง บางปี
“การทำเกษตร ต้องดูก่อนว่าสภาพพื้นที่เราเหมาะสมทำแบบไหน เพราะบางพื้นที่ปลูกผักได้ดี บางพื้นที่เลี้ยงปลาได้ดี อย่างที่ผมทำอยู่นี่เน้นเรื่องเลี้ยงปลา เพราะบริเวณที่ผมอยู่มีน้ำชลประทานผ่าน จึงไม่มีปัญหาในเรื่องน้ำ ดังนั้น การเลี้ยงปลาจึงถือว่ามีประโยชน์กับผม ยิ่งเราเกษียณจากอายุงานด้วยแล้ว ต้องหาอะไรทำ เพื่อไม่ให้ชีวิตต้องอยู่แบบเหงาๆ ผมจึงเลือกมาเลี้ยงปลา และปลูกพืชผสมผสาน เพื่อให้ชีวิตของผมมีความสุขในทุกๆ วัน” คุณถาวร กล่าว คุณถาวร งานยางหวาย อยู่บ้านเลขที่ 105 หมู่ที่ 4 ตำบลกุดสระ อำเภอเมือง จังหวัดอุดรธานี เป็นชายวัยเกษียณผู้มากรอยยิ้ม ผู้มีความตั้งใจเลือกชีวิตเป็นเกษตรกรหลังเกษียณจากงานประจำที่ทำ เรียกง่ายๆ ว่า ไม่พียงแต่มีรายได้เพื่อเลี้ยงครอบครัวเท่านั้น เขายังมีความสุขกับสิ่งที่ได้ทำอีกด้วย คุณถาวร งานยางหวาย ไม่ขอ นั่งๆ นอนๆ ขอมีงานทำให้สุขใจ คุณถาวร เล่าให้ฟังว่า สมัยก่อนมีอาชีพรับราชการ เมื่อครบกำหนดเกษียณอายุ ปี 2550 จึงได้คิดริเริ่มใช้เวลาว่างหลังเกษียณให้เกิดประโยชน์ จึงได้ศึกษาวิธีการเลี้ยงปลา ตลอดจนการทำเกษตรแบบผสมผสานควบคู่ไปด้วย เพื่อให้มีรายได้หลากหลายช่องทางระหว่างที่รอ
เคยพาไปเดินตลาดสเปนมาแล้วเมื่อปีก่อนนะถ้าฉันจำไม่ผิด และเคยบอกไปแล้วว่าคนสเปนติดน้ำมันมะกอกมาก เขาใช้ในการทำอาหารเกือบทุกอย่าง ทั้งในการปรุง ทั้งใส่ในสลัด ในเนื้อในหมูในไก่ สารพัดอย่าง ในจานอาหารเขานี่จะมีน้ำมันมะกอกนองมาเชียว เขาเอาช้อนตักซดกันเฉิบๆ และที่มากไปกว่านั้นคือ เขาดื่มน้ำมันมะกอกด้วย ซดกันสดๆ นั่นแหละ เป็นจอกๆ ไปวันละหลายจอก เขาว่ามันจะป้องกันโรคหัวใจได้ อันนี้ไม่รู้เรื่องกับเขาด้วยหรอกนะ แต่ฉันพยายามกินได้วันสองวัน ฉันไม่ไหว ฉันจะอ้วก แค่ให้กินในสลัดอะไรต่อมิอะไรนี่ก็พอแล้วแหละ จะเป็นโรคหัวใจ ฉันยอม คนสเปนเชื่อว่า น้ำมันมะกอกตัวเองดีที่สุด เพราะผลิตใช้กันมานานในทุกครัวเรือนสืบเนื่องมาหลายร้อยปี นอกจากนั้นภูมิอากาศของสเปนเหมาะแก่การปลูกมะกอกมาก คือ แดดแรงแต่ไม่ร้อน เขาเชื่อว่าของเขาดีแหละ แม้ว่าที่อิตาลีก็จะมีมะกอก แต่เขาเชิดใส่กันมาก อิตาลีก็ว่าของตัวเองดี สเปนก็ว่าของตัวเองดี ดังนั้น เวลาคุยกับคน 2 ชาตินี้ พึงระวังเรื่องการแสดงความเห็นเรื่องน้ำมันมะกอกให้ดี เหมือนเวลาคุยกับคนฝรั่งเศสต้องบอกว่าไวน์เขาดี ไปบอกว่าไวน์อิตาลีดี นี่เขาโกรธหนักหนา ถ้าบอกว่าไวน์อเมริกันดีนี่แทบไม
จัดเป็นสินค้า “ขายดี” ที่มีวางขายในร้านสะดวกซื้อระดับชาติ มานานนับปีแล้ว สำหรับผงแป้งสมุนไพร คุณสมบัติระงับกลิ่นใต้วงแขน ชื่อแบรนด์ชวนอมยิ้ม อย่าง “เต่าเหยียบโลก” แต่ “เส้นทาง”บนธุรกิจสายนี้ ใช่จะมี “ลู่วิ่ง” เรียบเนียน ให้เดินเหินได้อย่างสบายอุรา ทว่ามีทั้งหลุมบ่อและขวากหนาม คอยเป็นเครื่องทดสอบความอุตสาหะของ “เต่าน้อย”ตัวนี้ อยู่เป็นระยะ หากอุปสรรคดังเกริ่นมานั้น ไม่สามารถหยุดยั้งความพยายาม ในการเดิน “ทีละก้าว-ทีละก้าว” จนนำพาตัวเองเข้าสู่ “เส้นชัย” แซง “กระต่าย”บางตัว ที่มัวหลับใหลได้ อย่างสง่างาม คุณสมชาย จันทิพย์วงษ์ ประธานบริษัท ไทย เฮิร์บ เอนเตอร์ไพรซ์ จำกัด วัย 61 ปี เจ้าของผลิตภัณฑ์ “เต่าเหยียบโลก” เปิดบ้านพักหลังงามย่านสุขสวัสดิ์ ตั้งอยู่บนพื้นที่ไม่ต่ำกว่า 5 ไร่ ใช้เป็นสถานที่พูดคุยกัน เริ่มต้นด้วยการย้อนความเป็นมาตั้งแต่วัยเด็ก พื้นเพเป็นคนอำเภอดอนตูม จังหวัดนครปฐม ครอบครัวทำอาชีพปลูกพืชผักสวนครัวเล็กๆน้อยๆ พวกพริก-มะเขือ-เผือก-มัน ส่วนการศึกษาในโรงเรียน จบชั้นสูงสุดแค่ประถมฯสี่ ก่อนได้ไปเรียนต่อด้านภาษาจีนกับผู้ใหญ่ในละแวกบ้าน อีกประมาณ 4 ปี อายุ 16 ปีเศษ ได้งานทำในตำแ
เป็นเวลากว่าสิบปีแล้วที่สถานการณ์ชายแดนใต้ของไทย ยังไม่เข้าสู่ภาวะปกติ สภาพบ้านเมือง ความเป็นอยู่ การประกอบธุรกิจน้อยใหญ่ ทุกวันนี้จึงแตกต่างจากในอดีตแทบจะสิ้นเชิง การเข้าถึงสินค้า-บริการ ในพื้นที่จึงเป็นเรื่องไกลตัวสำหรับคนต่างถิ่น ส่งผลให้พ่อค้า-แม่ขาย ในพื้นที่ต้องพาตัวเองออกมาพบปะกับลูกค้าแทน แม้จะกำลังง่วนอยู่กับการจัดหน้าร้าน ช่วงมาร่วมออกงานที่ห้างดังย่านปทุมฯ แต่ คุณโรส-โรสมาลีน กิตตินัย ผู้ผลิตและจำหน่าย กือโป๊ะ ตราดอกแก้ว ผู้มีบุคลิกร่าเริงแจ่มใสเป็นกันเอง ยังกรุณาสละเวลามาพูดคุยกันด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม เริ่มต้นให้ฟัง เรียนจบสายพาณิชย์ เคยทำงานอยู่บริษัทประกัน ก่อนออกมาทำธุรกิจขายผ้าม่านควบคู่กับแฟนที่ทำร้านตัดกระจก-มุ้งลวด จากนั้นไม่นานจึงเปิดกิจการขายผ้าตัดเสื้อสำหรับสตรีมุสลิม ขายดีอยู่หลายปี เพราะผู้หญิงมุสลิมภาคใต้ นิยมแต่งกายกันด้วยชุดคลุมยาวสีสันสดใส กระทั่งเมื่อราวปี 2542 ความเป็นไปในชุมชนพลิกผัน สืบเนื่องมาจากการก่อความไม่สงบ ที่ยังไม่มีวี่แววเลยว่าจะจบลงวันไหน “ทุกอย่างได้รับผลกระทบไปหมด แม้กระทั่งการแต่งกาย แต่ละคนไม่เปิดเผยว่าตัวเองทำงานอะไร และหันมาใส่เสื้อยืด-
ใช้ชีวิตอยู่ด้วยกัน ตลอด 24 ชั่วโมง พอถึงเวลาทำมาหากิน จึงต้องช่วยกันคนละไม้ละมือ กระทั่งกลายเป็น “จุดขาย”สำคัญ ทำให้เวลามีลูกค้าเดินผ่านหน้าร้าน แทบทุกรายเป็นต้องหยุดดูเป็นนานสองนาน เพราะเห็นความน่ารัก-น่าเอ็นดู ของ “ผู้ช่วยพ่อค้า” สี่ขา หน้าแหลม ขนสวย หางยาว เพศผู้สองตัว ชื่อว่า “กระเพรา” กับ “ชาเย็น” นั่นเอง คุณปู – พัลลภ กาญจนะ อายสี่สิบเศษ เจ้าของกิจการขายอาหารขนม-อุปกรณ์ สำหรับสุนัข ชื่อร้าน “กระพรา ด็อก คลับ” อยู่ที่ อำเภอเมือง จังหวัดนครสวรรค์ สละเวลามาให้ข้อมูล ถึงความเป็นมาของ “ผู้ช่วย”ทั้งสองตัวให้ฟัง ด้วยน้ำเสียงร่าเริง เริ่มต้นจาก “กระเพรา” เป็นสุนัข ที่ครอบครัวเขาเลี้ยงมาตั้งแต่อยู่ที่เชียงใหม่ ช่วงนั้นคุณปู ทำมาหาเลี้ยงชีพด้วยการเป็นนักดนตรี ตำแหน่ง “มือกลอง”ประจำวง ตระเวนเล่นตามผับ-ร้านอาหารในตัวจังหวัด กระทั่งอายุมากขึ้น จึงเลิกอาชีพนักดนตรี และย้ายถิ่นฐานมาตั้งรกรากอยู่ที่จังหวัดนครสวรรค์ ก่อนมองหาธุรกิจส่วนตัวในสิ่งที่ถนัด เริ่มจากรับขนม-ของเล่น-อุปกรณ์ น้องหมา มาตระเวนขายตามตลาดนัดในตัวอำเภอเมือง โดยมี “กระเพรา” ติดสอยห้อยตามไปด้วยตลอด “ตอนขายของ กระเพรา จะนั่งอยู่
“เก๋งคันงาม” ใครๆคงอยากมีไว้ครอบครอง ยิ่งถ้าได้ “รถคลาสสิค” มาประดับไว้ในโรงจอดซักคันสองคัน น่าจะเป็น “ฝันใหญ่”ของหลายคน แต่ถ้ายังเก็บสตางค์กันได้ไม่พอซักที ลองพิจารณาโซฟาหน้าตาเหมือน “บั้นท้ายรถ”ในตำนานสไตล์อเมริกัน รายนี้กันไปพลางก่อน คงไม่ผิดกติกา Tammy Ancient (แทมมี่ แอนเชี่ยน) คือ ยี่ห้อเฟอร์นิเจอร์ดีไซน์เก๋ ฝีมือคนไทยมีสินค้าสร้างชื่อ คือ โซฟารูปทรงบั้นท้ายรถยนต์ ยี่ห้อ “คาดิลแลค” รุ่นปี 1962 ซึ่งเป็นรถหรูสุดคลาสสิค ที่ได้รับความนิยมอย่างมากในหมู่นักสะสมทั่วโลก “จุดเริ่มต้นที่ทำออกมา เพราะผมอยากได้โซฟาที่ไม่เหมือนใครมาไว้แต่งบ้านตัวเอง” คุณพิชยา เจริญสุกใส เจ้าของเฟอร์นิเจอร์ Tammy Ancient วัยสามสิบปีเศษ ย้อนความเป็นมาก่อนบอกต่อว่า ธุรกิจนี้เกิดขึ้นจากความชอบส่วนตัวล้วนๆ ส่วนธุรกิจหลักที่ดูแลอยู่นั้นเป็นสวนกล้วยไม้หวายตัดดอกขายส่งต่างประเทศ พื้นที่ 50 ไร่ อยู่อำเภอกระทุ่มแบน จ.สมุทรสงคราม และ บริษัท เจริญสุขใส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด เจ้าของโครงการหมู่บ้านเอริก้า วิลล์ อาคารพาณิชย์และทาวน์โฮม สไตล์โมเดิร์น ย่านมหาชัย จ.สมุทรสาคร “เป็นคนชอบรถ ชอบแต่งบ้าน เคยเห็นในรายการทีวีของฝร
ปลากือเลาะห์ หรือ ปลาพลวงชมพู เป็นหนึ่งในตระกูลปลาพลวงที่จะสร้างรายได้ให้กับชาวเบตง ภายใต้นโยบาย 3 เหลี่ยมเศรษฐกิจภาคใต้ มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน แม้จะใช้เวลาในการเลี้ยงถึง 2 ปี จนได้ขนาดและราคากิโลกรัมละกว่า 3,000 บาท ต้นน้ำจากป่าฮาลาบาลา ที่เป็นต้นกำเนิด ปลากือเลาะห์ จะนำมาซึ่งรายได้อีกทาง ด้วยการสนับสนุนแพร่ขยายพันธุ์ โดยกรมประมง ส่งผลให้เกิดความร่วมมือภาครัฐกับชาวบ้าน ผ่านปลาพื้นเมืองของแหล่งแม่น้ำนี้อย่างถาวร ปลากือเลาะห์ เป็นปลาน้ำจืดประจำท้องถิ่นจังหวัดยะลาและนราธิวาส มีชื่อเรียกตามภาษาท้องถิ่นว่า อีแกกือเลาะห์ หรือปลากือเลาะห์ อยู่ในตระกูลเดียวกับปลาเวียน และปลาพลวงหิน ความโดดเด่นในสีของเกล็ดที่มีลักษณะเป็นสีชมพู ครีบหลังและครีบหางสีแดง เป็นปลาพลวงชนิดเดียวที่สามารถกินได้ทั้งเกล็ด นิยมบริโภคในประเทศแถบอินโดจีน โดยเฉพาะมาเลเซีย ที่ยังไม่สามารถวิจัยเพาะขยายพันธุ์ได้ และมีกฎหมายห้ามจับจากธรรมชาติมากิน สาเหตุที่มีราคาสูง เพราะเป็นปลาที่มีรสชาติดี หาได้ยาก อยู่ในสภาวะใกล้สูญพันธุ์ ถึงจะมีหน่วยงานราชการนำไปเพาะขยายพันธุ์ แต่การเลี้ยงก็ยังไม่กว้างขวาง เพราะเป็นปลาที่ตกใจง่าย คุณการุณ อ
ปัจจุบัน ผู้คนส่วนใหญ่หันมาให้ความสำคัญและใส่ใจสุขภาพกันมากขึ้น ด้วยเหตุนี้จึงมีผู้ที่รักสุขภาพจำนวนไม่น้อยสนใจอยากที่จะปลูกผักเพื่อสุขภาพไว้รับประทานเองที่บ้าน แต่ต้องประสบปัญหาในเรื่องของพื้นที่ ที่มีอย่างจำกัด ครั้งนี้ผู้เขียนได้มีโอกาสได้พูดคุยกับ คุณเขมจิรา กิตติสิทธิการ เกษตรกรโครงการสมาร์ทฟาร์มเมอร์ ได้แนะนำวิธีการเพาะเห็ดที่แสนง่าย มีเงินลงทุนเพียงหลักร้อย ใช้พื้นที่ข้างบ้านก็สามารถเพาะเห็ดได้ ส่วนวิธีการเพาะ การดูแล ก็ทำได้ไม่ยาก งานนี้ได้ทั้งสุขภาพและราคาที่ดีต่อใจ คุณเขมจิรา กิตติสิทธิการ หรือ คุณเขม อยู่บ้านเลขที่ 60 หมู่ที่ 10 ตำบลธวัชบุรี อำเภอธวัชบุรี จังหวัดร้อยเอ็ด รู้จักกันในนาม “บ้านสวนเห็ดคุณยาย” โดยก่อนหน้าที่จะมาเพาะเห็ด คุณเขม เล่าให้ฟังว่า ตนได้ผ่านมาหลายอาชีพ ตั้งแต่ทำงานเสริมความงามที่กรุงเทพฯ แต่มีเหตุที่ต้องกลับต่างจังหวัด เพราะแม่ไม่สบาย พอกลับมาอยู่กับแม่ก็เริ่มมองหาอาชีพเพื่อเลี้ยงตัวเอง ตอนนั้นมองว่าอาชีพขายหมูปิ้งนมสดน่าจะดี จึงลองทำดู ช่วงแรกๆ ก็ขายดี อยู่ไปสักพักเหมือนคนตกงานใครก็อยากมาขายหมูปิ้ง เราจึงหยุดการขายหมูปิ้ง หลังจากเลิกขายหมูปิ้งก็ยังไม่หย
