SMEs
จังหวัดปทุมธานีนอกจากจะเป็นพื้นที่ปลูกกล้วยหอมแล้ว ยังเป็นแหล่งปลูกหญ้า ปัจจุบันในจังหวัดนี้ มีพื้นที่ปลูกหญ้าประมาณ 7,000 – 10,000 ไร่ สร้างรายได้ให้แต่ละปีไม่ต่ำกว่า 100 ล้านบาท ซึ่งสายพันธุ์ของหญ้าที่นิยมปลูกจำหน่ายในประเทศไทย มี 5 สายพันธุ์ คือ หญ้านวลน้อย หญ้ามาเลเซีย หญ้าญี่ปุ่น หญ้าพาสพาลั่ม และหญ้าเบอร์มิวด้า หรือหญ้าแพรก คุณดารุด พูลเต่า หรือผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 10 ต.หนองสามวัง อ.หนองเสือ จ.ปทุมธานี ยึดอาชีพปลูกหญ้าขายนาน 30 ปี ปัจจุบันพื้นที่ปลูกหญ้า 100 ไร่ ต้นทุนตารางเมตรละ 9 บาท ปลูก 30 – 45 วัน ก็ตัดขายได้แล้ว กำไรเมตรละ 3 บาท รายได้แต่ละวัน 1,000 – 2,000บาท ฤดูฝนหญ้าขายดี ตลาดรับซื้อไม่อั้น นิยมนำไปปูสนาม จัดสวน อนาคตเล็งขยายพื้นที่ปลูกหญ้าเพิ่ม ผู้ใหญ่ดารุดในวัย 48 ปี เล่าว่า สมัยตอน ป.6 เคยรับจ้างปลูกหญ้าอยู่แถวมีนบุรีและลาดกระบัง พอได้ความรู้การปลูกหญ้ามาบ้าง กระทั่งไปเกณฑ์ทหาร 2 ปี ออกมาก็ปลูกข้าว แต่ทว่าได้ไม่คุ้มเสีย เลิกปลูกข้าว หันมาปลูกผักสวนครัวไปแร่ขายแถวคลอง 12 ขายตามริมถนนได้ 2 ปี หันมาปลูกหญ้าจริงจัง ที่คลอง 12 ต.หนองสามวัง อ.หนองเสือ จ.ปทุมธานี และ
เรื่องโดย : กรรณิกา เพชรแก้ว คนฟิลิปปินส์กับคนไทยนี่ถ้านั่งใกล้กันแล้วไม่ต้องพูด ไม่มีใครรู้ว่าใครเป็นใคร ฉันยืนยัน หน้าตาผิวพรรณคล้ายกัน ถ้าจะว่าคนไทยมีคนเชื้อสายจีนที่ผิวพรรณขาวจัด คนฟิลิปปินส์เขาก็มีคนเชื้อสายจีนผิวขาวจัดเหมือนกัน หรือคนไทยทางตอนเหนือผิวออกเหลือง ฟิลิปปินส์ก็มีคนพื้นเมืองผิวออกเหลืองเหมือนกัน คือไปทางไหนก็เหมือนกันไปหมด แต่คนไทยรู้อะไรเกี่ยวกับฟิลิปปินส์บ้าง นอกจากที่เรียกเขาว่าตากาล็อก ฉันว่าไม่รู้หรอก หรือไม่ก็รู้น้อยมาก ฟิลิปปินส์ใช่จะมีแต่ตากาล็อกนะคุณ เขามีภาษาท้องถิ่นอีกนับร้อยภาษา และที่ว่าตากาล็อกมีคนใช้มากที่สุดก็ไม่ใช่อีก เพียงแต่มันเป็นภาษาที่มีคนในกรุงมะนิลาใช้ และมันเป็นภาษาที่ผสมกันแล้วระหว่างภาษาท้องถิ่นกับภาษาสเปน รัฐบาลฟิลิปปินส์ยุคหลังอาณานิคมจึงพยายามให้ภาษานี้เป็นภาษาทางการ ปัจจุบันก็มีคนใช้เยอะอยู่ แต่ไม่ใช่ทั้งหมด คนฟิลิปปินส์พูดภาษาตากาล็อกไม่ได้มีเยอะแยะนะคุณ อันว่าสเปนนั่นก็อย่างที่เคยคุยไปแล้ว เขาปกครองฟิลิปปินส์อยู่หลายร้อยปี วัฒนธรรม ศาสนา อาคารบ้านเรือน ตลอดจนนิสัยใจคอ ยังอบอวลอยู่ในประเทศฟิลิปปินส์ และคนฟิลิปปินส์ คนฟิลิปปินส์ส่วนหนึ่ง
คุณจันทร์ เรืองเรรา อยู่บ้านเลขที่74/1 หมู่ที่ 5 ตำบลหนองพันจันทร์ อำเภอบ้านคา จังหวัดราชบุรี 70180 โทรศัพท์ (089) 910-1254 เดิมเขาทำการเกษตรเชิงเดี่ยว ปลูกมันสำปะหลัง ข้าวโพด และสับปะรด ลงทุนสูง เมื่อเก็บเกี่ยวผลผลิตต้องพึ่งพิงราคาจากตลาด บางช่วงสินค้าทางการเกษตรที่ปลูกมีราคาตกต่ำ ทำให้ขาดทุนต้องกู้เงินจาก ธ.ก.ส. มาลงทุนมีหนี้สินกว่า 800,000 บาท จึงทบทวนการทำการเกษตรเชิงเดี่ยวที่ผ่านมา และได้ศึกษาเรียนรู้จากผู้รู้และแหล่งเรียนรู้ต่างๆ และน้อมนำปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาปรับใช้ เริ่มทำการเกษตรแบบผสมผสาน ปลูกข้าว ทำไร่อ้อย ไร่สับปะรด ปลูกผักปลอดสารพิษ เลี้ยงปลา และเลี้ยงกบ ปัจจุบัน คุณจันทร์มีพื้นที่เกษตรกรรมของตนเอง 10 ไร่ และของภรรยา 34 ไร่ รูปแบบกิจกรรมทางการเกษตร คุณจันทร์ ทำเกษตรผสมผสาน ทั้งปลูกผักปลอดสารพิษ เลี้ยงและผลิตอาหารปลา ทำปุ๋ยหมักชีวภาพและสารไล่แมลงใช้เอง และร่วมฟื้นฟูป่าชุมชน คุณจันทร์มีความโดดเด่นเรื่องการปลูกสับปะรด และแปรรูปสับปะรด โดยมีรูปแบบการปลูกดังนี้ วางระบบน้ำในพื้นที่ปลูก วางแผนปลูกสับปะรดทุกเดือน โดยปลูกครั้งละ 1 ไร่ เพื่อให้ได้ผลผลิตทั้งปี มีการเตรียมดินก่อน
ไผ่ดำ เป็นไม้ประดับขนาดเล็ก แตกกอเป็นพุ่มแน่น สูง 1-2 เมตร ลำผอมเล็ก แต่ละปล้องยาว 20-30 เซนติเมตร ผิวเกลี้ยงสีเขียวอมม่วง ใบเรียบเขียว ใบเล็กออกสองข้าง ก้านรูปคล้ายใบเฟิร์น ลำไผ่ขณะที่อ่อนเป็นสีเขียว เมื่อแก่จะเปลี่ยนเป็นสีดำ ปัจจุบันไผ่ดำ ปลูกกระจายอยู่ทั่วไป โดยส่วนใหญ่ปลูกเป็นไม้ประดับตกแต่งตามอาคารบ้านเรือน สำนักงาน เสริมโชคลาภมากกว่าปลูกไว้กินหน่อ เนื่องจากราคาจำหน่าย สูงถึงลำละ 300-500 บาท ดังนั้นจึงมีเกษตรกรผู้ปลูกไผ่กินหน่อ หันมาปลูกไผ่ดำ ไผ่ประดับกันมากขึ้น คุณอาณัติ ศรีชุม เจ้าของสวนไผ่ดำ 10 ไร่ ที่ต.ดงขี้เหล็ด อ.เมือง จ.ปราจีนบุรี เป็นเกษตรกรอีกคนหนึ่งที่ เคยปลูกไผ่ตงศรีปราจีน ตัดหน่อขาย แต่รายได้สู้ไผ่ดำไม่ได้ จึงหันมาปลูกไผดำเต็มพื้นที่อย่างที่เห็น คุณอาณัติ บอกว่า ปลูกไผ่กินหน่อ รายได้น้อยกว่าพวกนี้ คือพวกนี้ จะเป็นไม้ประดับ จะแพงกว่า ได้ราคาดีกว่า สำหรับ ตลาดขายส่งอยู่ที่ตลาดนัดจตุจักร กรุงเทพ / ตลาดต้นไม้ บางบัวทอง จ.นนทบุรี และที่ตลาดดงบัง ในจังหวัดปราจีนบุรี โดยมีแม่ค้ามารับซื้อถึงสวน และสั่งได้ว่าต้องการความสูงของต้นเท่าไหร่ โดยเริ่มตั้งแต่ 1 เมตร จนถึ
“สงัด พรมเมศ” หรือคนในพื้นที่มักจะเรียกว่า “ป้าสงัด” เธอคือหญิงแกร่ง แห่งอำเภอโพธิ์ทอง จังหวัดอ่างทอง วัย 62 ปี จบการศึกษา ป.4 ทำมาแล้วหลายอาชีพ ทั้งรับจ้างทำนา ปลูกผัก เป็นชาวสวน เป็นแม่ค้าขายกล้วยทอด ขายโอเลี้ยง แต่สุดท้ายตั้งตัวได้ด้วยการเป็นเกษตรกรปลูกสมุนไพรไทยใกล้ตัว อาทิ ข่า ตะไคร้ ใบเตย ว่านน้ำ ไพล ทองพันชั่ง ปีกนางฟ้า นอกจากนั้นผนึกกำลังกับกลุ่มกับแม่บ้าน แปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ใช้ในครัวเรือนนำออกจำหน่าย มีรายได้เข้ากลุ่มเดือนละล้านกว่า ช่วยสร้างงาน สร้างเงินให้แก่คนในชุมชนกว่า 300 ชีวิต ป้าสงัด เท้าความว่า เรียนจบเพียง ป.4 ทำงานหนักเอา เบาสู้มาตลอด สมัยเด็กช่วยแม่ขายกล้วยทอด ขายโอเลี้ยงตามงานวัด นอกจากนั้นยังรับจ้างเลี้ยงหมู ปลูกข้าว ปลูกถั่วดำ หาบข้าว ในปี 2511 ได้ค่าแรงเพียงวันละ 12 – 20 บาท พอโตเป็นสาว ช่วยพ่อแม่ทำของกินขายตามงานวัด กระทั่งป้าสงัดแต่งงาน เธอ บอกว่า ได้มรดกเป็นที่ดิน ด้วยความมุ่งมั่น ขยันสร้างฐานะทำงานเก็บเงิน เเละปลูกผักสวนครัว อาทิ ถั่วฝักยาว มะเขือเทศ แตงกวา แต่ก็เกิดปัญหาตลอดขาดทุนเยอะมาก สาเหตุมาจากการใช้สารเคมี ฉะนั้นเลยตั้งปฏิญาณไว้ว่าจะเลิกปลูกพืชผักที
พิษณุโลก เมืองใหญ่ที่มีนักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างชาติ เดินทางไปเยือนกันจำนวนไม่น้อย โดยแหล่งสำคัญซึ่งเป็นไฮไลต์ของจังหวัดนี้ เห็นจะเป็นวัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาววิหาร หรือที่เรียกกันติดปากทั่วไปกันว่า “วัดใหญ่” มี พระพุทธชินราช เป็นพระประธาน ประดิษฐานอยู่ในวิหารแสนงดงาม เมื่อเป็นโซนที่มีนักท่องเที่ยวจำนวนมาก ละแวกใกล้เคียงวัดสำคัญแห่งนี้ จึงมีอาหารการกินเป็นตัวเลือกละลานตา แต่ถ้าจะเลือกว่าร้านไหนผู้คนให้ความสนใจมากที่สุด เห็นจะเป็น ร้านก๋วยเตี๋ยว “ห้อยขา”แถวริมน้ำใกล้วัดใหญ่ เรียกว่าถ้าคนต่างถิ่นแวะมาไหว้หลวงพ่อพุทธชินชราช ต้องไม่พลาดที่จะมาทานก๋วยเตี๋ยวห้อยขา พร้อมกับเก็บภาพเก๋ๆอัพโซเชียลกันแทบทุกราย แต่เมื่อไม่นานมานี้ มีกระแสดังในโลกออนไลน์ มีการกดไลค์ กดแชร์ กันจนกลายเป็นข่าวออกมาว่า พิษณุโลก ไม่ได้มีแต่ก๋วยเตี๋ยวห้อยขานะ มีร้าน “ก๋วยเตี๋ยวห้อยไข่”แล้วด้วย “ร้านก๋วยเตี๋ยวห้อยขาหน้าวัดใหญ่ซึ่งโด่งดังมากอยู่แล้ว ไม่น่าจะค้อนผมนะครับ เพราะเป็นคนละแบบกัน ของผมติดถนน หน้าร้านมีสระน้ำเล็กๆ เลยต่อที่นั่งแบบห้อยขาไว้ให้ลูกค้าชมวิวได้บ้าง ขณะที่ก๋วยเตี๋ยวของร้านผมเน้นรสชาติต้มยำและใส่ไข่
คุณเอ้-ณิชชฎา ทัศนัย วัย 34 ปี เจ้าของร้านพวงมาลัย “ภาณุมาศ” เปิดขายออนไลน์ ปัจจุบันมีดารา-เซเลบมาอุดหนุนกันไท่น้อย เธอเล่าถึงจุดเริ่มต้นว่า ในอดีตตั้งแต่เรียนมหาวิยาลัยสมัยอยู่ปี 4 เคยฝึกงานในบริษัทแห่งหนึ่ง แต่รู้สึกว่าไม่เหมาะกับงานตรงนั้น หลังเรียนจบมา จึงเลือกทำงานที่ร้านขายพวงมาลัยของครอบครัว ซึ่งแต่ก่อนเคยขายวัตถุดิบร้อยมาลัยทำมา 20 ปีซึ่งพวงมาลัยที่ขายนั้นเหมือนกับร้านทั่วไป มีตั้งแต่ราคา ห้าบาทสิบบาทที่ใช้ไหว้พระ กระทั่งเกิดความคิด อยากมีพวงมาลัยสวยๆ มาขายในร้าน จึงเริ่มฝึกฝีมือโดยอาศัยดูขั้นตอนจากหนังสือต่างๆ ควบคู่ไปกับพื้นฐานที่มีติดตัวมาตั้งแต่เด็กอยู่แล้วจึงสามารถเรียนรู้ได้รวดเร็ว พวงมาลัยในแบบของคุณเอ้ เกิดในยุคที่โซเชียลเริ่มบูม จึงโพสต์รูปขายผ่าน HI5 จนได้ออเดอร์แต่ตลาดยังไม่กว้างเท่าที่ควร ต่อมาจึงเปลี่ยนมาขายในเฟซบุ๊ก พวงมาลัยเริ่มมีมูลค่าเป็นที่รู้จักของลูกค้ามากขึ้น เป็นจุดเปลี่ยนของธุรกิจอย่างมาก มีลูกค้าเพิ่มขึ้น แม้กระทั่งดารา-เซเลบ อย่าง หนูแหม่ม สุริวิภา ใหม่ ดาวิกา แอฟ ทักษอร หรือบางทีก็มีคุณแม่ดารามาช่วยอุดหนุนอีกด้วย ช่วงแรกคุณเอ้ เป็นคนทำพวงมาลัยเองทั้ง
ที่จริงเป็นบึงที่มีดอกบัวมานานหลายสิบปีแล้ว แต่ความสวยงามของดอกบัวยังหลบซ่อนอยู่เงียบๆ มีชาวบ้านที่เอาเรือมาหาปลา และถอนสายบัวไปกินเท่านั้นที่เห็นความงามของทะเลบัว สมัยนี้ ถ้าผู้ใดไปเที่ยวที่จังหวัดอุดรธานี รับรองว่าเกือบทุกคนต้องไปชมดอกบัวเป็นแสนๆ ดอก หรืออาจจะถึงล้านดอกก็ได้ ก็เพราะมีดอกบัวแดงพากันบานพร้อมๆกันเป็นจำนวนมากนี้เอง จึงถูกเรียกว่าทะเลบัวแดง ผมเองเคยไปชมทะเลบัวแดงมาแล้วสองครั้ง ครั้งแรกที่ไปเห็น พบดอกบัวโผล่หน้าขึ้นมาไม่มากนัก เพราะไปก่อนเวลาที่ดอกบัวจะนัดเวลาออกดอก ถ้าจะให้เห็นดอกบัวมากๆจะต้องไประหว่างเดือนพฤศจิกายนถึงเมษายน ดอกบัวแดงมีมากที่สุดอยู่ในเดือน มกราคมถึงเดือนกุมภาพันธ์ของทุกปี ขอให้ผู้อ่านและไม่ได้อ่านที่จะไปชมทะเลบัวแดงให้ได้เต็มตาจดจำไว้เลยว่าต้องไปในเดือนที่ว่านี้ เมื่อมีนักท่องเที่ยวไปชมทะเลบัวแดงกันมาก ก็ทำให้ชาวบ้านมีอาชีพเพิ่มขึ้น เช่น ร้านอาหาร ที่พัก และที่เห็นได้ชัดก็คือ เรือพานักท่องเที่ยวชมทะเลบัวแดง ถูกแล้วอุตส่าห์ไปถึงทะเลบัวแดงทั้งที แค่ยืนชมอยู่บนฝั่งมันไม่สะใจ ทุกคนจึงต้องลงเรือกันทั้งนั้นเพื่อให้คนขับเรือหรือนายท้ายเรือพาไปในบึงกว้างจะได้เห
กลุ่มทอผ้าเทศบาลตำบลบ้านเชียง จ.อุดรธานี หรือที่ผู้คนรู้จักกันในชื่อ กลุ่มทอผ้าบ้านเชียง เริ่มต้นมาจากชาวบ้านที่ทอผ้า ย้อมคราม เพื่อสวมใส่กันเองภายในหมู่บ้าน ก่อนจะได้รับความนิยมมากขึ้น เพราะเป็นเอกลักษณ์ของชาวบ้านเชียง จนได้กลายมาเป็นสินค้าโอท็อปของหมู่บ้าน และมีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักกันอย่างแพร่หลายมากขึ้นในปัจจุบัน คุณสมบัติ มัญญะหงษ์ ที่ปรึกษากลุ่มทอผ้าบ้านเชียง วัย 65 ปี เล่าให้ฟังถึงความเป็นมาของผ้าทอบ้านเชียงว่า “เดิมชาวบ้านทอผ้าฝ้ายย้อมครามสีพื้น และต่อมาก็มัดหมี่เป็นลายต่างๆ ตามที่จินตนาการได้ หรือดูลายจากหนังสือ ภายหลังได้ลอกลายเขียนสีจากหม้อดินเผาบ้านเชียง ซึ่งเป็นเครื่องใช้ของมนุษย์ในสมัยก่อน ประวัติศาสตร์ที่ขุดค้นได้ในแหล่งโบราณคดีก่อนประวัติศาสตร์บ้านเชียงมาประยุกต์เป็นลายผ้า ปรากฏว่าความสวยงามและเอกลักษณ์ของลายนี้ ทำให้ผ้าฝ้ายย้อมครามลายบ้านเชียงเป็นที่นิยมขึ้นอย่างกว้างขวาง” ผ้าทอบ้านเชียง เป็นผ้าทอพื้นเมืองที่เป็นมรดกตกทอดกันมา ทางด้านวัฒนธรรม โดยเฉพาะเรื่องของเสื้อผ้าและเครื่องแต่งตัวตามอารยะธรรม ชุมชนไทพวนที่ถักทอเองและตัดเย็บสวมใส่เอง สิ่งสำคัญที่เด่นอยู่จนถึงปัจจุ
คุณเพาพะงา สิทธิคู นิสิต MBA 2015 สถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจ ศศินทร์ แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (Sasin ) เจ้าของธุรกิจอี-คอมเมิร์ส www.fitcrazeth.com เปิดเผยถึงการเปิดเว็บไซต์ดังกล่าว ว่า เน้นไปที่แฟชั่นเสื้อผ้าออกกำลังกายทั้งแบรนด์ไทยและแบรนด์นอก สำหรับความสนใจนั้น เริ่มจาก ตัวเองเป็นคนชอบออกกำลังกายและแฟชั่นอยู่แล้ว นอกจากนี้ปัจจุบันคนจำนมาก ให้ความสำคัญกับการออกกำลังกายเพิ่มมากขึ้น เป้าหมายในการเปิดเว็บไซต์ จึงจะเป็นศูนย์รวมแฟชั่นเสื้อผ้าออกกำลังกายหลากหลายทุกประเภทให้มากที่สุด และครอบคลุมลูกค้าได้ทุกวัย รวมทั้งเพื่อสนับสนุนส่งเสริมให้คนที่รักการออกกำลังกาย มีความสุขสนุกกับการออกกำลังกายเพิ่มขึ้น และเพื่อให้คนทั่วไปหันมาสนใจการออกกำลังกายเพิ่มขึ้น ด้วยแรงบันดาลใจจากการอยากมีสุขภาพดีและยังมีชุดออกกำลังกายที่ถูกใจอีกด้วย คุณเพาพะงา สิทธิคู เจ้าของกิจการ สำหรับการทำธุรกิจอี-คอมเมิร์ส ในครั้งนี้ เธอ ได้นำประสบการณ์ จากการฝึกงานกับบริษัทในเครือของ Rocket Internet ซึ่งเป็นบริษัทอี คอมเมิร์ส ของประเทศเยอรมนี ที่รวบรวมเครื่องสำอางหลากหลายแบรนด์ของทั่วโลก เป็นการฝึกงานที่คุ้มค่ามากๆ
