SMEs
คุณณรงค์ ร่างใหญ่ หมู่ที่ 10 ตำบลห้วยหอม อำเภอตาคลี จังหวัดนครสวรรค์ จบการศึกษาทางด้านกฎหมาย ที่มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ และเป็นลูกจ้างอยู่ที่กรมบัญชีกลาง อยู่ 1 ปี ก็ผันตัวออกมาธุรกิจของตัวเอง โดยเริ่มจากเข้าไปช่วยคุณแม่ ขายผลไม้ที่ตลาดเมื่อราวปี 2553 และมานั่งคิดว่า ทำไมมะนาวราคาแพงจัง จึงสนใจมะนาวนับแต่นั้นมา จากความสนใจเป็นจุดเริ่มต้น การลงมือทำเป็นขั้นต่อมา ซึ่งการลงมือทำในที่นี้ มิได้หมายความ คว้าจอบ คว้าเสียม ลงไปขุดๆๆ ซะทีเดียว หากแต่ต้องมีการวางแผน และดำเนินไปสู่จุดนั้น สิ่งที่คุณณรงค์ ขาดคือ ความรู้ เกี่ยวกับการปลูกมะนาว เพื่อให้ได้ผลผลิตในช่วงฤดูแล้ง หรือ ที่เรียกว่ามะนาวนอกฤดู เขาจึงไปเข้ารับการอบรมที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน (เอาจริงๆ มหาวิทยาลัยแห่งนี้ เป็นแหล่งศึกษา เรียนรู้ สำหรับเกษตรกรมือใหม่ ดีที่สุดเนื่องจากมีคอสอบรม ทางด้านการเกษตรอยู่มากมาย) จากนั้น คุณณรงค์ เริ่มต้น ลงมือปลูกมะนาว ในบ่อวงซีเมนต์ จำนวน 300 บ่อ ใช้เวลาปลูกราว 8-9 เดือน ก็บังคับมะนาวให้ออกนอกฤดู ตามความรู้เรียนมา (สนใจ รายละเอียดการทำมะนาวนอกฤดูตามแบบฉบับคุณณรงค์ กดอ่าน
เรื่องโดย : นันทนา ปรมานุศิษฏ์ “ragout” มาจากคำว่า “ragoûter” มีความหมายว่า กระตุ้นความอยากอาหาร อาหารชนิดนี้มีมีมาตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 16 นับเป็นอาหารฝรั่งเศสชนิดหนึ่งที่นิยมแพร่หลายไปทั่วโลก สตูว์ที่เข้มข้นนี้เหมาะที่สุดกับขนมปังเนื้อหนักอย่างบาแก็ต (Baguette) ในงานเลี้ยงสำคัญๆ เช่นงานแต่งงาน งานรับแขกบ้านแขกเมือง หรืองานปาร์ตี้ต่างๆ ของชาวเขมรมักจะเสิร์ฟอาหารที่ดูหรูหราแบบฝรั่ง หนึ่งในอาหารที่เป็นที่นิยมกันคือ รากูซัจม็วน ( រ៉ាហ្គូសាច់មាន់) คือ สตูว์ไก่ ที่มีต้นกำเนิดมาจากฝรั่งเศสผู้เป็นเจ้าอาณานิคมในอินโดจีน โดยมาจากอาหารที่ชื่อว่า “Ragoût de coq” ของฝรั่งเศส ถ้าเป็นสตูว์เนื้อวัวคือ “Ragoût de bœuf” ส่วน ขแมร์เรียกว่า รากูซัจโก (រ៉ាហ្គូសាច់គោ) ซึ่งเป็นที่นิยมในเวียดนามด้วยเช่นกัน คำว่า “ragout” มาจากคำว่า “ragoûter” อันมีความหมายว่า กระตุ้นความอยากอาหาร อาหารชนิดนี้มีประวัติอันยาวนานมาตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 16 นับเป็นอาหารฝรั่งเศสชนิดหนึ่งที่นิยมแพร่หลายไปทั่วโลก สตูว์ที่เข้มข้นนี้เหมาะที่สุดกับขนมปังเนื้อหนักอย่างบาแก็ต (Baguette) ที่ชาวเขมรเรียกว่า นมปัง (នំប៉័ង) หรือเวียด
แอพพลิเคชั่นมือถือ นิล 4.0 ช่วยแสดงสภาพอากาศ ปริมาตรน้ำ คุณภาพน้ำ และราคา การประยุกต์นำเอาเทคโนโลยีเข้ามาช่วยพัฒนาภาคการเกษตร จะเห็นได้ชัดเจนในทุกวันนี้ ไม่ว่าจะเป็นเกษตรกรรายเล็ก รายใหญ่ และผู้สนใจในด้านการเกษตร ต่างก็ศึกษาพัฒนาหานวัตกรรมต่างๆที่สามารถลดต้นทุนการผลิต เพิ่มรายได้เข้ามาปรับใช้ ซึ่งนวัตกรรมที่พูดถึงนั้น อาจจะเกิดจากภูมิปัญญาชาวบ้านที่ส่งต่อกันมา หรือ เกิดขึ้นจากการวิจัยศึกษาและทดลองของหน่ายงานภาครัฐและเอกชน ล่าสุด รศ.ดร.วราห์ เทพาหุดี อาจารย์ภาควิชาเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ คณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้เปิดตัว Application นิล 4.0 บนโทรศัพท์มือถือระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ กล่าวว่า ได้พัฒนาโปรแกรมจากการวัดขนาดประเมินน้ำหนักของปลานิล มาเป็น นิล 4.0 ซึ่งสามารถช่วยให้ผู้เลี้ยงมีข้อมูลที่ครบวงจร ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ จุดเด่นของ นิล 4.0 คือ สามารถแสดงสภาพอากาศ ปริมาตรน้ำ คุณภาพน้ำ และราคา ได้ตลอดเวลานอกจากนี้ยังสามารถใช้วัดขนาดและประเมินน้ำหนักปลานิล คำนวณหาปริมาณอาหารที่เหมาะสมที่จะให้ในแต่ละวัน คำนวณหาประสิทธิภาพการเลี้ยง คำนวณหาต้นทุนและผลตอบแทน แสดงดัชนีคุณภาพน้ำและ
มะพร้าวน้ำหอม ผลไม้ธรรมดาๆ นี่ ใครๆ ก็รู้จัก แต่ถ้าจะบอกว่ามะพร้าวน้ำหอม ที่สามารถสร้างรายได้เกือบ 2 แสนบาทต่อเดือน นี่คงไม่ธรรมดาแล้ว คุณราตรี พรชัยสิทธิ์ หรือพี่ราตรี เจ้าของสวนมะพร้าวน้ำหอม ตั้งอยู่ที่ ต.บางตลาด อ.คลองเขื่อน จ.ฉะเชิงเทรา จำนวน 80 ไร่ มีมะพร้าวราวสองพัน-สามพันต้น 2-3 ปีก่อน เคยผลิตมะพร้าวได้ถึง 10,000 ต่อสัปดาห์ แต่ตอนนี้เหลือเพียง 500 ลูกต่อสัปดาห์ เนื่องจากสภาพอากาศที่ไม่เอื้ออำนวย รวมทั้งโรคระบาด ซึ่งผลของการขาดตลาดนี้ ทำให้ราคา พุ่งขึ้นสูง จากเดิมที่เคยขายลูกละ 9-10 บาท ตอนนี้ ขยับมาเป็น 20-25 บาท มีรายได้เข้าสวนราว 2 แสนบาทต่อเดือน โดยมีกลุ่มลูกค้าหลัก ได้แก่ พ่อค้าแม่ค้าที่มารับถึงสวน รวมทั้งที่คุณราตรีนำออกขายเองในย่านมีนบุรี กรุงเทพฯ พี่ราตรี ปลูกมะพร้าวมากว่า 40 ปี และอาจย้อนหลังไปได้อีกหลายสิบปีตั้งแต่รุ่นพ่อ รุ่นแม่ “มะพร้าวปลูกไปครั้งหนึ่งก็กินได้ถาวร ไม่ต้องปลูกบ่อยๆ และในชีวิตที่ผ่านมา ก็ทำแต่สวนมะพร้าว ซึ่งเป็นไม้ผลที่เราถนัดที่สุด” พี่ราตรี ว่าอย่างนั้น มะพร้าวน้ำหอมที่สวนพี่ราตรี หวานและหอม เป็นที่ชื่นชอบของผู้ที่ได้ชิม เหตุผลประการหนึ่งที่ได้มะพ
ไม่ใช่มีแต่ผู้ซื้อเท่านั้นที่อยากได้ “ของถูก” พ่อค้า แม่ขาย ก็อยากขายของถูกเช่นกัน เพราะไม่ว่ายังไง “ของถูก” ก็ยังเป็น “ของที่ถูกใจ” ชาวประชาและชาวบ้านเสมอ ยิ่งในยุคที่เศรษฐกิจฝื้ดฝืด ไม่ได้คล่องปื๊ดปาน 4 จี ความจริงพ่อค้า แม่ขายทุกคนก็รู้ดีแหละว่า ของถูกคือสินค้าที่ลูกค้าต้องการ แต่วิธีที่จะไปควานหาของถูกมาขายเนี่ยสิ เป็นโจทย์ที่ท้าทายอยู่เหมือนกันนะว่าจะไปหาได้จากที่ไหนบ้าง? ขณะที่พ่อค้า แม่ขายส่วนใหญ่อาจจะ “มองเมิน” หรือมองข้ามสินค้าที่ใกล้หมดอายุ หรือสินค้าที่หีบห่อ บรรจุภัณฑ์มีรอย มีตำหนิ ซึ่งตามร้านค้า หรือซุปเปอร์มาร์เก็ตใหญ่ๆ มักจะ “คัดออก” ไม่นำไปวางขายในร้าน แต่นี่ล่ะคือ “สินค้าทำเงิน” ให้แก่ ชาร์ลอต แดงค์ สาวอังกฤษวัย 21 เจ้าของร้านขายสินค้าราคาประหยัดชื่อว่า Bargain Brand Food ในแคว้นคอร์นวอลล์ ประเทศอังกฤษ เลยล่ะค่า!!! แม่ค้ามือใหม่ซึ่งใช้เวลาไม่ถึงปีก็สามารถขยายร้านสาขาเป็นสาขาที่ 2 ได้แล้ว เล่าว่า ด้วยความที่เธอเองก็มี “เงินทุนจำกัด” ดังนั้น เธอจึงคิดทำร้านเล็กๆ เท่าที่เงินทุนของเธอสามารถเอาอยู่ จากนั้นก็คิดถึงคอนเซ็ปต์ร้านที่อยากให้คล้ายกับ “ธนาคารอาหาร” ซึ่งสามารถเป็นท
คุณดอกรัก สุคนที อยู่ที่่ศูนย์เรียนรู้ด้านการประมง ตำบลบึงคำพร้อย อำเภอลำลูกกา จังหวัดปทุมธานี เป็นอีกหนึ่งเกษตรกรที่เลี้ยงปลาดุกบิ๊กอุย มามากกว่า 15 ปี ไม่ว่าจะเป็นยุคที่มีน้ำเพียงพอหรือช่วงวิกฤตแล้งเกิดขึ้น กลับไม่ส่งผลกระทบต่อการเลี้ยงปลาของเขามากนัก และที่สำคัญเขาได้นำปลาที่เลี้ยงเองทั้งหมดมาแปรรูปสร้างมูลค่า เป็นอีกหนึ่งวิธีการที่ช่วยทำเงินสร้างรายได้ให้กับเขาได้เป็นอย่างดี จากเดิมเป็นพ่อค้าปลา ผันชีวิตสู่เกษตรกรเลี้ยงเอง คุณดอกรัก เล่าให้ฟังว่า ก่อนที่จะมาจับอาชีพเลี้ยงปลา ได้ประกอบอาชีพเป็นพ่อค้าจำหน่ายอาหารปลามาก่อน มีทั้งเป็นแบบอาหารสดและอาหารเม็ด เมื่อทำมาเรื่อยๆ ยอดจำหน่ายยังไม่ดีเท่าที่ควร จากนั้นประมาณ ปี 2542 จึงเริ่มลงมือทดลองเลี้ยงปลาดุกด้วยตนเอง “สมัยก่อนนี่ผมขายของตามตลาดด้วย แล้วก็มีพวกซี่โครงไก่ ไส้ไก่ เพื่อส่งจำหน่ายให้เกษตรกรเอาไปบดเป็นอาหารปลาดุก คราวนี้เราส่งให้เขาเรื่อยๆ กำลังซื้อเขารับไม่ไหว เราก็เลยคิดว่าแบบนี้ต้องหาทางออก คือต้องเลี้ยงเอง ก็เลยเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ได้เริ่มเลี้ยงปลาดุก” คุณดอกรัก เล่าถึงความเป็นมา หลังจากที่ได้เลี้ยงปลาดุกอย่างที่ตั้งใจ คุณ
นางเอกสาวสายแบ๊ว “ออม”สุชาร์ มานะยิ่ง ร่วมหุ้นกับเพื่อนพิธีกรชาวจีนทำร้านอาหารที่หางโจว ทั้งนี้ออมเผยว่า “สำหรับโปรเจ็กต์งานที่ต่างประเทศก็มีเรื่อยๆ แต่ตอนนี้ดูก่อนว่าโปรเจ็กต์ไหนน่าสนใจ แต่ตอนนี้หลักๆ ไปทำธุรกิจมากกว่า ล่าสุดเพิ่งไปเซ็นสัญญาทำร้านอาหารที่เมืองหางโจว มีคนจีนร่วมหุ้นด้วย ส่วนเรื่องลงทุนอย่าพูดถึงตัวเลขดีกว่า แต่เราทุ่มสุดตัว ธุรกิจร้านอาหารนี้เป็นธุรกิจอันที่ 2 เพราะอันแรกเป็นร้านเสื้อผ้าเปิดที่เมืองหางโจวเหมือนกัน” รู้จักหุ้นส่วนชาวจีนได้อย่างไร “เขาเป็นเหมือนพิธีกรชาวจีนที่มีชื่อเสียงที่นั่น ก็ได้รับการแนะนำจากโปรดิวเซอร์ที่สถานีโทรทัศน์ เลยมาเป็นพาร์ตเนอร์กัน”
คุณธีรวัฒน์ รังสิกรรพุม เจ้าของสายมีฟาร์ม อยู่ที่ตำบลวังชมภู อำเภอเมือง จังหวัดเพชรบูรณ์ เป็นเกษตรกรที่ปลูกพริกส่งออกยุโรปและญี่ปุ่น อาจเรียกว่าเป็นรายใหญ่ของไทยก็ว่าได้ โดยส่งออกพริกประมาณสัปดาห์ละ 2-3 ตัน หรือปีละ 100 ตัน เลยทีเดียว ในเรื่องของสายพันธุ์พริกที่ปลูก จะเป็นสายพันธุ์เรดฮอท และซุปเปอร์เรดฮอท เป็นของ บริษัท เพื่อนเกษตรกร จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทที่มีชื่อเสียงในเรื่องของการผลิตเมล็ดพันธุ์ที่มีคุณภาพอีกบริษัทหนึ่ง โดย คุณพิทักษ์ชน โตสารเดช เจ้าหน้าที่ส่งเสริมการขาย ให้ข้อมูลว่า ทางบริษัทได้มีการพัฒนาพริกให้เป็นพันธุ์ลูกผสม เพื่อให้ผลผลิตดก ได้ปริมาณผลผลิตต่อไร่สูง และที่สำคัญอายุการเก็บเกี่ยวสั้น (ซ้ายไปขวา) คุณธีรวัฒน์ รังสิกรรพุม เจ้าของสายมีฟาร์ม, คุณพิทักษ์ชน โตสารเดช, คุณอนุวัฒน์ อุปละกูล, คุณณัฐพงค์ หน่อแก้ว และ คุณวันฉัตร เกิดเกียรติสุข เจ้าหน้าที่ส่งเสริมการขาย บริษัท เพื่อนเกษตรกร จำกัด “เรดฮอท เป็นพริกที่มีการพัฒนาสายพันธุ์มาไม่ต่ำกว่า 4 ปี ลักษณะพิเศษคือ เป็นพริกที่มีผลสม่ำเสมอ ส่วนซุปเปอร์เรดฮอทเป็นพริกที่พัฒนามาได้ 1 ปีกว่าๆ ซึ่งตอนนี้กำลังทำตลาดอยู่ที่จังหวัดขอนแก่
การทำเกษตรแบบผสมผสาน หรือไร่นาสวนผสม ไม่มีคำจำกัดความ ไม่มีกติกาหรือกฎตายตัว ว่าต้องเป็นพืชชนิดใด เลี้ยงสัตว์ชนิดใด ทั้งนี้ เพราะแต่ละพื้นที่และท้องถิ่นมีสภาพทางธรรมชาติที่แตกต่างกัน เพียงแต่การผสมผสานนี้ขอให้ยึดหลัก สร้างความร่มรื่น แล้วให้พืชหลายชนิดที่ปลูกอยู่ในพื้นที่เดียวกันมีการเกื้อกูลกันทางธรรมชาติให้มากที่สุด และสำคัญที่สุดคือผู้ปลูกต้องได้ประโยชน์มากที่สุด แล้วยังสามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืนด้วยเช่นกัน คุณจินดา ฟั่นคำอ้าย อยู่บ้านเลขที่ 43 หมู่ที่ 2 ตำบลผาปัง อำเภอแม่พริก จังหวัดลำปาง อดีตศึกษานิเทศก์ จังหวัดลำปาง เป็นอีกท่านหนึ่งที่สนใจการทำเกษตรผสมผสาน แล้วตั้งใจเดินตามแนวทางนี้ในบั้นปลายชีวิต จึงวางแผนล่วงหน้าก่อนจะเกษียณอายุราชการเมื่อปี 2558 ที่ผ่านมา อดีตศึกษานิเทศก์ท่านนี้ให้เหตุผลที่เลือกแนวทางการทำเกษตรกรรมแบบผสมผสาน เนื่องจากสมัยที่รับราชการได้มีโอกาสเดินทางไปดูงาน ตลอดจนศึกษาหาความรู้ด้านการทำเกษตรหลายแห่ง หลายด้าน ล้วนพบว่าการทำเกษตรกรรมแบบปลูกพืชเชิงเดี่ยวจะเกิดความเสี่ยงต่อความเสียหายมาก เพราะรายได้ของการมีชีวิตแบบชาวไร่ ชาวนา ส่วนใหญ่เกิดจากการทำเกษตรกรรม แ
เชื่อว่าคนที่เข้ามาเรียนและมาทำงานในกรุงเทพฯ หลายๆ คนมีความคิดอยากกลับบ้านเกิดเมืองนอนของตนเองไม่มากก็น้อย หลายคนพื้นเพครอบครัวมีที่ดินทำกินอยู่ที่ต่างจังหวัด ซึ่งอาจทำให้เกิดความคิดอยากกลับไปพัฒนาพื้นที่ดั้งเดิมของตนเป็นพื้นที่ทำกินและสร้างรายได้เลี้ยงครอบครัวได้ แต่การจะกลับไปทำการเกษตรบนพื้นที่ดั้งเดิมของครอบครัว ก็ไม่ใช่เรื่องยาก แต่ก็ไม่ได้เป็นเรื่องง่าย ที่จะสามารถเริ่มต้นทำได้เลย เนื่องจากการทำการเกษตรต้องอาศัยองค์ความรู้หลายด้าน ยิ่งในยุคปัจจุบันความรู้ด้านการตลาดก็มีความสำคัญและจำเป็นไม่น้อย เพราะคือช่องทางการสร้างรายได้ และความอยู่รอดของเกษตรกรชาวไทย เกษตรกรรุ่นใหม่ที่หันมาสนใจการทำเกษตรจึงหาจุดเด่นให้กับผลผลิตของตนเอง ไม่ว่าจะด้วยการปลูกพืชผลแบบวิถีอินทรีย์ เพื่อรับกระแสผู้บริโภค หรือการมีแพ็กเกจจิ้งที่ดี และคำนึงถึงคนรับมากขึ้นด้วย เปลี่ยนวิถีคนกรุง มาเป็นชาวนา คุณพิภัทร์ ศรีคำ หรือที่รู้จักกันในนาม “บ่าวนึก” วัย 45 ปี เจ้าของนาข้าวทองดี จังหวัดสุพรรณบุรี เล่าว่า “ก่อนจะมาทำนาอยู่บ้านเกิดนี้ อยู่กรุงเทพฯ มาก่อน เพราะเข้ามาเรียน หลังจากเรียนจบก็หางานทำที่กรุงเทพฯ เลย ตอนแรกไ
