SMEs
จากปัญหาด้านสุขภาพ ทำให้ คุณสอาด คำทราย จำต้องเกษียณตัวเองออกราชการก่อนกำหนด ทั้งๆ ที่ใจยังรักอยากจะทำงานต่อ แต่เพราะกลัวความเครียดจากการทำงานที่เพิ่มขึ้นตามภาระงานที่ได้รับซึ่งเป็นสาเหตุเร่งเร้าทำให้สุขภาพทรุดโทรม จึงตัดสินใจเกษียณตัวเองจากอดีตเจ้าพนักงานการเกษตร อำลาหน้าที่ส่งเสริมการเกษตรให้แก่เกษตรกรมา 31 ปี คุณสอาด คำทราย อยู่บ้านเลขที่ 35 หมู่ 6 บ้านปงวัง ตำบลพิชัย อำเภอเมือง จังหวัดลำปาง สัมผัสชีวิตเกษตรมาโดยตลอด เมื่อเรียนที่วิทยาลัยเกษตรกรรมลำปาง (ปัจจุบันเป็นมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา จังหวัดลำปาง) ปี พ.ศ.2520 ในระดับ ปวช.และ ปวส.จบปี พ.ศ.2524 (ต่อมาจบปริญญาตรี วท.บ.เทคโนโลยีการเกษตร จากมหาวิทยาลัยราชภัฏลำปาง ปี พ.ศ.2535) ในปี พ.ศ.2524 ได้บรรจุเป็นเจ้าพนักงานการเกษตรที่อำเภอลอง จังหวัดแพร่ และย้ายมาอยู่จังหวัดลำปางเมื่อปี พ.ศ.2531 ระหว่างรับราชการอยู่ที่จังหวัดลำปาง ได้ใช้พื้นที่หลังบ้านตนเองประมาณ 400 ตารางเมตร ยกแปลงปลูกผักเป็นแปลงๆ เริ่มปลูกได้ก็แจกจ่ายให้เพื่อนบ้าน เมื่อมีมากขึ้นจึงมีแม่ค้าใกล้เคียงมาซื้อกัน ส่วนใหญ่เป็นผักตามฤดูกาล ในเวลานั้นไม่ได้ปลูกมากเพราะมีเว
ขึ้นชื่อว่าปลูกง่าย ตายยาก ไม่ต้องรดน้ำ ไม่ต้องมือเย็นก็ปลูกได้ สำหรับ “กระบองเพชร” พรรณไม้ขนาดเล็กถึงปานกลาง ลักษณะต้นเตี้ยๆ ดูน่ารัก รูปทรงหลากหลายแตกต่างกันออกไปแล้วแต่สายพันธุ์ แต่ลักษณะเด่น หรือ เอกลัษณ์เฉพาะของกระบองเพชร คือ หนามแหลมคมที่ปกคลุมอยู่รอบต้น ปัจจุบันมีคนหลงใหลพรรณไม้ชนิดนี้เพิ่มขึ้น แต่น้อยคนนักจะรู้ว่าบางพันธุ์ก็สามารถกินผลได้ด้วย คุณปิยะ วงศ์จันทร์ เจ้าของ Safety Farm ฟาร์มผลไม้ปลอดภัย ที่จังหวัดลำปาง คือผู้ที่ปลูกกระบองเพชรกินผลพันธุ์จากเกาะแกนคานาเรีย ประเทศสเปน คุณปิยะ เผยกับเส้นทางเศรษฐีออนไลน์ว่า เมื่อก่อนเคยเป็นตัวแทนจำหน่ายไม้แปรรูป กระทั่งเมื่อ 4 ปีที่แล้ว ผันตัวมาเป็นเกษตรกรที่จังหวัดลำปาง ครั้งแรกเริ่มต้นปลูกเมล่อนสายพันธุ์คิโมจิ เป็นสายพันธุ์จากญี่ปุ่น ปลูกในโรงเรือน จุดเด่นปราศจากสารเคมี 100 เปอร์เซ็นต ขายในเฟสบุ๊ค ราคากิโลกรัมละ 300 บาท ใช้วิธีเปิดให้คนจอง เพียง 1 ชั่วโมงสามารถจำหน่ายได้มากกว่า 1,000 ลูก ดูเหมือนว่าเมล่อนจะทำเงินให้เจ้าของ Safety Farm ไม่ใช่น้อย แต่ผ่านไป 3 เดือน คุณปิยะ เผยกับเส้นทางเศรษฐีออนไลน์ว่า เมล่อนเป็นพืชล้มลุก หลังจากออกลูก ก
เรื่อง/ รูป โดย ทะนุพงศ์ กุสุมา ณ อยุธยา อาชีพน่าสนใจอีกอย่างที่ชาวบ้านเหล่าโพนค้อ อำเภอโคกศรีสุพรรณ จังหวัดสกลนคร นิยมกันคือการทำสวนเพาะกล้าไม้ขาย โดยมีการทำกันเป็นจำนวนหลายครอบครัวทั่วทั้งหมู่บ้าน ส่งขายทั้งพื้นที่บริเวณจังหวัดใกล้เคียงและทั่วประเทศ ซึ่งว่ากันว่าที่นี่นับเป็นแหล่งเพาะ-ขายกล้าไม้ขนาดใหญ่อีกแห่งของประเทศ คุณวีระชัย แสนธิจักร เป็นเจ้าของร้านเพาะ-ขายกล้าไม้ชื่อ “สวนแม่แตงพันธุ์ไม้” อยู่บ้านเลขที่ 26 หมู่ที่ 6 ตำบลเหล่าโพนค้อ อำเภอโคกศรีสุพรรณ จังหวัดสกลนคร โดยสวนของเขาเพาะ-ขายกล้าไม้หลายชนิด ไม่ว่าจะเป็นผักหวาน ลิ้นฟ้า ไม้ป่า มะกรูด มะนาว พืชผักสวนครัวต่างๆ รวมถึงไม้ประดับบางชนิด คุณวีระชัย แสนธิจักร การออกหางานรับจ้างทั่วไปในหลายพื้นที่ของประเทศ ทำให้คุณวีระชัยรู้สึกว่าไม่มั่นคง ยิ่งสถานการณ์เศรษฐกิจที่เปราะบางเช่นนี้ดูเป็นเรื่องเสี่ยงต่อการหารายได้เลี้ยงปากท้องและครอบครัวเป็นอย่างมาก การเพาะต้นกล้าไม้เป็นอาชีพที่ชาวบ้านตำบลเหล่าโพนค้อ หลายครอบครัวทำกันจนมีรายได้ดี อีกทั้งตลาดกล้าไม้กำลังได้รับความสนใจมากขึ้น แล้วอาชีพนี้ยังไม่ต้องออกไปตระเวนขาย เพราะมีคนมารับซื
พื้นที่หมู่ที่ 10 ตำบลห้วยหอม อำเภอตาคลี จังหวัดนครสวรรค์ ส่วนใหญ่เกษตรกรใช้พื้นที่ทำการเกษตรในรูปแบบของไร่มะขามเทศ ไร่อ้อย และท้องนา อีกจำนวนหนึ่งปล่อยเป็นที่รกร้างว่างเปล่า เนื่องจากพื้นที่บริเวณนี้ ขาดแคลนน้ำที่ใช้ในการทำการเกษตร เนื่องจากระบบชลประทานเข้าไม่ถึง จำนวนมากต้องขุดบ่อกักเก็บน้ำไว้ใช้ สำหรับพืชไร่และพืชสวน ส่วนที่นา อาศัยความอุดมสมบูรณ์ตามธรรมชาติ หากมีเกษตรกรคนใด ปลูกพืชที่นอกเหนือจากที่กล่าวข้างต้น ในบางโอกาสจะถูกมองว่า มีความคิดที่แปลกแตกต่าง แต่ความคิดที่แปลกแตกต่างของเกษตรกรที่จะกล่าวถึงต่อไปนี้ จัดว่าเป็นความคิดที่แปลกแตกต่าง เพื่อก้าวสู่การพัฒนา ในแบบฉบับของเกษตรกรตัวจริง ช่วงสายในปลายฤดูหนาว “เทคโนโลยีชาวบ้าน” เดินทางไปยัง หมู่ที่ 10 ตำบลห้วยหอม อำเภอตาคลี จังหวัดนครสวรรค์ เพื่อพบกับเกษตรกรหนุ่ม คุณณรงค์ ร่างใหญ่ ผู้ซึ่งผันพื้นที่ปลูกอ้อยเกือบ 3 ไร่ มาปลูกมะนาวแทน “ใครๆ ก็คิดว่าผมบ้า หรือไม่ก็คิดแปลกแยกจากคนอื่น เพราะไม่มีใครคิดทำสวนมะนาวเลย” คุณณรงค์ มีความรู้ทางด้านกฎหมาย จบการศึกษาระดับเนติบัณฑิต ชีวิตการทำงานก้าวเข้าสู่ระบบลูกจ้างได้เพียง 1 ปี ก็ลาออก ก่อนลงทุ
การก้าวเดินบนเส้นทางของชีวิตในทุกวัน เราจำเป็นต้องปรับแต่งชีวิตเราเพื่อให้ตอบรับกับความเปลี่ยนแปลงที่มีเกิดขึ้นเสมอในทุกวันเวลาเช่นกัน เพราะสิ่งเหล่านี้ล้วนคือความจริงที่ธรรมชาติได้กำหนดไว้บนเส้นทางชีวิตของเราตลอดเวลา ดังนั้น อย่าพยายามเอาความเคยชินของชีวิตมาตอบรับกับสิ่งเหล่านี้ เพราะจะทำให้ชีวิตไปได้ไม่ถึงไหน ในที่สุดจะเกิดอาการหยุดนิ่งของชีวิต หรือทำให้เราสามารถก้าวเดินต่อไปยากมากยิ่งขึ้น ขอให้ออกก้าวเดินต่อไป เนื่องจากเรายังมีเวลาสำหรับชีวิตที่เหลืออยู่ พยายามเลือกเส้นทางการเปลี่ยนแปลงที่เราสามารถเดินไปได้ตามที่เราต้องการ อย่ายอมแพ้ ถ้าหากยังไม่ได้สู้จนถึงที่สุด เพราะสุดท้ายจะทำให้เราพบกับเส้นทางที่สามารถ เดินห่าง…จากความจน อย่างสมบูรณ์แบบได้จริง ขอเพียงห้ามลืมนำความขยันและอดทนไปด้วย เนื่องจากสามารถทำให้เราก้าวเดินได้อย่างมีความหมายและความสุขตลอดเส้นทางนะครับ สวัสดีครับแฟนๆ ทุกครั้งขอต้อนรับด้วยคำว่า สวัสดี และ ขอบพระคุณอย่างมากจากนิตยสารเทคโนโลยีชาวบ้านและผู้เขียนเป็นเบื้องต้น คอลัมน์นี้ถือว่าได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากแฟนๆ เรียกได้ว่าเป็นแฟนประจำตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา โดยเฉพาะอย
กุ้งก้ามกราม โดยธรรมชาติจะอยู่ในแม่น้ำลำคลอง แทบทุกจังหวัดในภาคกลางและภาคใต้ของประเทศไทย สมัยก่อนนั้นพบกุ้งชนิดนี้ชุกชุม ทำให้จับได้ง่ายโดยเฉพาะในฤดูหนาว แต่ด้วยสภาพแวดล้อมที่มีความเปลี่ยนแปลงไปในปัจจุบัน ทำให้กุ้งก้ามกรามที่อยู่ตามแหล่งน้ำธรรมชาติมีจำนวนที่น้อยลง เมื่อความต้องการของผู้บริโภคยังไม่สิ้นสุด ในการที่จะนำกุ้งก้ามกรามมาประกอบอาหาร เพราะมีเนื้อแน่น รสชาติอร่อย สามารถนำมาปรุงได้หลากหลายเมนู เช่น ต้มยำ กุ้งเผา หรือแม้แต่ทอด จากความต้องการที่มีมาก แต่ปริมาณกุ้งชนิดนี้กลับมีน้อยลงในธรรมชาติ ทำให้กุ้งมีราคาแพง จึงทำให้ปัจจุบันนี้มีการเพาะเลี้ยงกุ้งก้ามกรามกันอย่างแพร่หลายในหลายจังหวัด เช่น นครปฐม ฉะเชิงเทรา สุพรรณบุรี ฯลฯ คุณธนู หอมชุนภิรมย์ (ขวา) คุณธนู หอมชุนภิรมณ์ อยู่บ้านเลขที่ 15/3 หมู่ที่ 6 ตำบลดอนยายหอม อำเภอเมือง จังหวัดนครปฐม เป็นเกษตรกรที่เลี้ยงกุ้งก้ามกรามเป็นอาชีพ เรียกง่ายๆ ว่าเป็นผู้ที่มีความรู้ความสามารถด้านนี้แบบตัวยงกันเลยเดียว จากผู้รับเหมาก่อสร้าง สู่ชีวิตเกษตรกร คุณธนู เล่าให้ฟังว่า เริ่มแรกเดิมทีนั้นมีอาชีพเป็นผู้รับเหมาก่อสร้าง เมื่อผ่านมาถึงปี 2540 เกิดปัญห
วันที่ 20 ธันวาคม หญิงสาว อ.จุน จ.พะเยา ตัดสินใจลาออกจากงานออฟฟิศในกรุงเทพมหานคร กลับบ้านมาอยู่ที่ อ.จุน จ.พะเยา บ้านเกิดเมื่อปี 2558 เพื่อดูแลพ่อแม่และทำเกษตรอินทรีย์ในครัวเรือนเพื่อสุขภาพ ทำชาเก็กฮวยและแปลงสาธิตสตรอเบอรี่อินทรีย์ในครัวเรือนให้ประชาชนได้ศึกษา เป็นที่สนใจของประชาชนอย่างมาก เนื่องจากปลูกง่ายไม่มีขั้นตอนที่ยุ่งยาก ที่สำคัญไม่ต้องใช้สารเคมีให้มีผลกระทบต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อม น.ส.ชนม์นิภา ไข่ทา หรือจ๋า อายุ 33 ปี เปิดเผยว่า ตนจบการศึกษาสาขาการบัญชี มหาวิทยาลัยเอเชียอาคเนย์ กรุงเทพมหานคร และเริ่มทำงานออฟฟิศเมื่อปี 2549 รับเงินเดือนๆ ละ 25,000 บาท จนกระทั่งปี 2558 ตัดสินใจลาออกจากงานเพราะรู้ว่างานไม่เหมาะสมกับตนเอง แม้ว่าจะมีเงินเดือนสูง แต่ไม่ใช่ตัวตนของเรา ประกอบกับแม่ต้องการให้กลับมาอยู่ที่บ้าน อ.จุน เพราะอยากให้กลับบ้าน จึงไม่ลังเล ตัดสินใจลาออกจากงานสำนักงานแล้วกลับมาอยู่บ้าน ขณะเดียวกันก็สนใจเรื่องการทำเกษตรอินทรีย์ เนื่องจากที่บ้านมีพื้นที่ว่างเหมาะที่จะปลูกผักสวนครัวไว้ทานในครอบครัวได้ด้วย น.ส.ชนม์นิภากล่าวต่อว่า ปัจจุบันทุกคนใส่ใจเรื่องสุขภาพกันอย่างมาก ประกอบกับตนส
เป็นอีกหนึ่งเซเลบที่หันมาเอาดีด้านการทำเกษตร สำหรับ “ไกรภูมิ โตทับเที่ยง” หนึ่งในทายาทตระกูลดังเมืองตรัง เจ้าของธุรกิจอาหารกระป๋อง “ปุ้มปุ้ย-ปลายิ้ม” ด้วยการก่อสร้างโรงเรือนปลูกผักไร้ดินปลอดสารพิษบนเนื้อที่ 6 ไร่ มีทั้งขายปลีก – ขายส่ง หวังตอบสนองกลุ่มผู้คนรักสุขภาพที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว แถมยังปลูกเมลอนญี่ปุ่น ผุดไอเดียบรรเจิดจับผลมาแกะสลักลวดลายเพิ่มมูลค่า ใช้วิธีขายแบบประมูลในเฟสบุ๊ก ทำเอาเมลอนธรรมด๊า ธรรมดา กลายเป็นผลไม้ที่มีค่าตัวสูงลิบเลยทีเดียว ทายาทดังหันมาทำเกษตร เริ่มจากผักสวนครัว สู่ผักไฮโดรฯ คุณไกรภูมิ บอกว่า หันหลังให้ธุรกิจครอบครัว เบนเข็มตัวเองมาเป็นเกษตรกร เมื่อปี 2553 ด้วยเหตุผลที่ว่า อยากมีธุรกิจเป็นของตัวเอง ประกอบกับสนใจการทำเกษตร เลยลงทุน 50,000 บาท เพื่อลองผิดลองถูกปลูกผักสวนครัวทานเองบนเนื้อที่ กว้าง 2 เมตร ยาว 7 เมตร อาทิ ผักคะน้า กวางตุ้ง ผักกาดขาว ใช้ชื่อสวนผักแห่งนี้ว่า “สวนผักสวัสดี” เมื่อเริ่มมีผลผลิตนำไปแจกจ่ายเพื่อนบ้าน และเริ่มจำหน่าย เมื่อกระแสการตอบรับดี ทายาทธุรกิจดัง ขยายพื้นที่ปลูกเป็น 6 ไร่ ตั้งอยู่เลขที่ 5 ถนนเพชรเกษม ตำบลนาท่ามเหนือ อำเภอเมือง จ
มีโอกาสพูดคุยกับ คุณร่มไม้ นวลตา เกษตรจังหวัดสกลนคร เกี่ยวกับพื้นที่ปลูกข้าว และการทำเกษตรของจังหวัดสกลนคร โดยข้าวมักมีปัญหาเรื่องราคาทุกปี ผลผลิตก็ไม่มาก อยู่ที่ 400-450 กิโลกรัม ต่อไร่ และบางรายก็ปลูกไว้แต่พอกิน และหันไปปลูกพืชอื่นแทนก็มี เกษตรกรที่ไม่ทำนาแต่หันมาทำเกษตรแบบผสมผสาน เน้นไปที่ กล้วย บางช่วงสามารถสร้างรายได้วันละกว่าหมื่นบาท เกษตรกรที่ว่าอยู่บ้านภูเพ็ก ตำบลนาหัวบ่อ อำเภอพรรณานิคม จังหวัดสกลนคร โดยเกษตรกรรายนี้ หันมาทำเกษตรผสมผสาน เมื่อ 10 ปีที่ผ่านมา แต่ประสบผลสำเร็จจริงจังเมื่อ 4 ปีนี้ ขับรถออกจากจังหวัดสกลนคร มุ่งหน้าไปตามถนนสาย สกลนคร-อุดรธานี ประมาณ 24 กิโลเมตร ระหว่างบ้านดงมะไฟ และบ้านหนองเม็ก จะพบป้ายบอกทาง เข้าวัดถ้ำขาม เลี้ยวซ้ายเข้าไป ผ่านบ้านกลาง บ้านหนองดินดำ ราว 7 กิโลเมตร ก็จะพบกับบ้านภูเพ็ก ตำบลนาหัวบ่อ อำเภอพรรณานิคม จังหวัดสกลนคร ซึ่งริมทางส่วนใหญ่จะเป็นสวนของเกษตรกรที่ปลูกพืชมากมาย และซ้ายมือจะพบกับ “ไร่สุขพอเพียง” มีผลผลิตทางการเกษตรวางขาย ทั้ง กล้วยหอมทอง หน่อกล้วย อีกมากมายไว้จำหน่าย หลังจากทักทายแล้ว คุณทรงศักดิ์ ปัญญาประชุม อายุ 70 ปี เจ้าของไร่ เล่
ในพม่านั้นมีเมืองใหญ่ๆ อยู่ 3 เมือง อันดับแรกคือ นครย่างกุ้ง ตามด้วยมัณฑะเลย์ และมะละแหม่ง คนที่นั่นเรียกกันว่า เมาะลำไย (Mawlamyine) หรือที่คนไทยรู้จักกันในชื่อ เมาะลำเลิง อันเป็นเมืองเอกของรัฐมอญ มีประชากรกว่า 2 ล้านคน ซึ่งผสมผสานกันทั้งมอญ ยะไข่ กะเหรี่ยง ปะโอ ชาน แขก และจีน โดยใช้ภาษาพม่าเป็นภาษากลาง ที่นี่อยู่ใกล้กับอำเภอแม่สอด จังหวัดตาก นั่งเครื่องบินจากสนามบินแม่สอดไปแค่ 25 นาทีเท่านั้น ซึ่งเมื่อปีก่อนทางนกแอร์เคยเปิดเส้นทางบินระหว่างแม่สอด-มะละแหม่ง แต่ปีนี้ได้ข่าวว่ายกเลิกเส้นทางดังกล่าวแล้ว หลายคนเสียดายเพราะเป็นการอำนวยความสะดวกให้นักธุรกิจทั้งไทยและพม่า ร้านอาหารทะเลของหนุ่มพม่า ด้วยความที่อยู่ใกล้กันนี้ จึงไม่น่าแปลกใจที่ผู้คนจากมะละแหม่งจะเข้ามาทำงานในเมืองไทยจำนวนมาก และเมื่อพม่าเปิดประเทศพวกเขาก็เดินทางกลับ โดยนำวิชาความรู้และประสบการณ์การทำงานจากเมืองไทยไปทำมาค้าขายกันจนร่ำรวย ขยายกิจการใหญ่โต เชื่อว่าอีกไม่กี่ปีพวกเขาจะเป็นเถ้าแก่กันอย่างแน่นอน หลายวันก่อนได้มีโอกาสร่วมเดินทางไปกับบริษัท เอเชีย วัน แทรเวล แอนด์ ทัวร์ (โทรศัพท์ (087) 842-8031 และ (093) 137-8600) ของ
