SMEs
สำหรับมนุษย์เงินเดือนแล้ว การทำงานที่รับแต่เงินเดือนอย่างเดียว อาจจะเสี่ยงเกินไปในการสร้างความมั่นคงให้กับชีวิต ดังนั้น การหาอาชีพเสริมควบคู่ไปด้วยโดยไม่กระทบกับ หน้าที่การงานที่รับผิดชอบอยู่ จึงเป็นทางเลือกที่ดี เช่นเดียวกับ คุณซิน สุมนา แจวเจริญวงศ์ วัย 44 ปี ที่หลายคนอาจจะคุ้นเคยกับบทบาทนักข่าวภาคสนาม ช่อง 3 ของเธอ ด้วยว่า เห็นจากหน้าจอทีวีบ่อยๆ นอกจากการทำงานในอาชีพนักข่าวแล้ว วันนี้ คุณซิน สวมบทบาท คุณแม่ ของน้องชะเอม วัย 2 ขวบ ซึ่ง ชื่อแบรนด์ปลาทูต้มหวานที่เธอทำอยู่ ก็มาจากชื่อลูกสาวตัวน้อยของเธอนั่นเอง คุณซิน เล่าว่า ปลาทูต้มหวาน เดิมทีเป็นธุรกิจของครอบครัว ตั้งแต่สมัยคุณย่า เมื่อสักราว 50 ปีมาแล้ว ด้วยพื้นเพเป็นชาว อ.หลังสวน จ.ชุมพร คุณย่าทำปลาทูต้มหวาน และนำไป หาบเร่ขายยังเมืองคอน (จ.นครศรีธรรมราช) สืบต่อจากคุณย่า ก็เป็นคุณป้า ที่ปัจจุบันยังยึดอาชีพนี้ โดย มีญาติที่เป็นคุณอา มีเรือประมง ออกหาปลาทู ได้ปลาทูคุณภาพ สามารถคัดตัวสวยๆ มาทำได้เอง สำหรับปลาทูต้มหวาน สูตรคุณย่านี้ ต้องเคี่ยวถึง 7 วัน 7 คืน จนก้างนิ่ม กินได้ทั้งตัว โดยก่อนนำไปเคี่ยว ก็ใช้ไม้ไผ่ หรือชานอ้อย วางปูพื้น เอา
เว็บไซต์ ดิ อินดีเพนเดนต์ ของอังกฤษรายงานว่า ฟานมูฟ บริษัทผู้ผลิตรถจักรยานสัญชาติเนเธอร์แลนด์ที่ ประสบปัญหาจักรยานได้รับความเสียหายจำนวนมากระหว่างการขนส่ง ดูเหมือนว่าจะสามารถแก้ไขปัญหาดังกล่าวได้แล้วด้วยวิธีการง่ายๆ นั่นคือพิมพ์ภาพโทรทัศน์จอแบนไว้ข้างกล่อง และด้วยวิธีการที่ทำให้ดูเหมือนว่า กล่องใส่จักรยานเหมือนเป็นกล่องใส่ทีวี ทำให้ฟานมูฟ ที่ส่งออกจักรยานให้กับลูกค้าในต่างประเทศ ลดความเสียหายลงได้มากถึงราว 70-80 เปอร์เซ็นต์ ทาโก คาร์เลียร์ ผู้ร่วมก่อตั้งฟานมูฟเปิดเผยกับดิ อินดีเพนเดนท์ว่า “เราได้แนวคิดนี้หลังจากที่สินค้าของเราเสียหายเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ส่วนที่ถูกขนส่งในสหรัฐ” “ท้ายที่สุดแล้วร้านของเราในบรู๊กลินเต็มไปด้วยจักรยานมือ 1 มีตำหนิที่เรานำมาซ่อมแซมใหม่และนำมาขายลดราคา” คาร์เลียร์กล่าว และว่า “ทีมงานของเราปรึกษากันและเห็นว่าผู้ส่งสินค้าจะระมัดระวังกับบรรจุภัณฑ์มากกว่าหากพวกเขารู้ว่ามีสินค้าราคาสูงอยู่ภายใน และจากการที่กล่องของเรามีขนาดเท่าๆ กับทีวีจอแบนขนาดใหญ่ เราจึงตัดสินใจที่จะพิมพ์ภาพทีวีลงไปบนกล่อง ซึ่งมันได้ผลดีมาก ในสหรัฐความเสียหายของสินค้าลดลงราว 70-80 เปอร์
เรียกเสียงฮือฮาไปเมื่อไม่นาน สำหรับการเปิดตัว “แหลมเกต อินฟินิท” ร้านอาหารซีฟู้ดบุฟเฟต์ ย่านจตุจักร ที่สุดเลิศหรูอลังการไม่เหมือนงานเปิดร้านขายอาหารทั่วไป ลองสำรวจบรรยากาศร้านโดยรอบบนพื้นที่ 666 ตารางเมตร บริเวณชั้น 2 ของเอสเจ อินฟินิท ทาวเวอร์ พบว่ามีความแตกต่างจากร้านอาหารทั่วไป ดูหรูหราราวกับเวทีละครโรงใหญ่ ที่พร้อมจะเปิดม่านต้อนรับการมาเยือนของแขกนับพันคน เมื่อถึงเวลาทำการแสดง เมื่อไล่เรียงไปที่เมนูประจำร้าน ยังพบความแปลกตาน่าสนใจอีกหนึ่งประเด็น เห็นจะเป็นเรื่องของเมนูอาหาร เพราะโดยทั่วไป เมนูอาหาร มักมีแค่ตัวหนังสือหรือไม่ก็ภาพถ่ายประกอบ แต่เมนูอาหารของ “แหลมเกต อินฟินิท”แห่งนี้ มีภาพวาดสีน้ำมันแนวเสมือนจริงจัดเรียงรายอยู่บนเมนูสองหน้ากระดาษ เรียกว่าโดนใจ “สายอาร์ต”ไม่น้อยเลยทีเดียว สำหรับความเป็นมาของเมนู ที่เป็นงานศิลป์รังสรรค์ความอร่อยได้เสมือนจริง นี้ ผศ.สำราญ มณีรัตน์ อาจารย์ประจำสาขาจิตรกรรม วิทยาลัยเพาะช่าง มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์ บอกว่า เมื่อไม่นานมานี้ ทางแหลมเกต ได้ร่วมมือกับนักศึกษาชั้นปีที่ 2 สาขาจิตรกรรม วิทยาลัยเพาะช่างฯ ให้ช่วยกันปรุงแต่งภาพสีน้ำม
จังหวัดลำปาง มีพื้นที่ปลูกมะม่วง ประมาณ 11,510 ไร่ (2558) พื้นที่ปลูกมะม่วงแปลงใหญ่สุดของจังหวัดลําปางอยู่ที่ตำบลพิชัย อำเภอเมือง ประมาณ 200 ไร่ เป็นมะม่วงมหาชนก ส่วน คุณสายัณห์ ปานพินิจ เคยปลูกมะม่วงพันธุ์โชคอนันต์และน้ำดอกไม้สีทอง ประมาณ 150 ไร่ อยู่ที่ตำบลพิชัย อำเภอเมือง ก่อนเลิกมาปลูกยางพารา รองลงมาประมาณ 50 ไร่ ปลูกมะม่วงมหาชนกเช่นกัน อยู่ที่ตําบลสบป้าด อําเภอแม่เมาะ จังหวัดลําปาง นอกนั้นมีพื้นที่ถือครองปลูกมะม่วงกันไม่ถึง 100 ไร่ สวนมะม่วงอีกหนึ่งแห่งถึงแม้มีพื้นที่ปลูกมะม่วงน้ำดอกไม้สีทองเพียง 20 ไร่ ไม่ใช่รายใหญ่ลำดับต้นๆ ของจังหวัดลำปาง แต่หนุ่มใหญ่ผู้นี้ก็ประสบความสำเร็จเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ภายใน 3 ปี ในปีนี้ (2559) จึงเป็นเรื่องที่น่าสนใจน่าติดตามความสำเร็จของหนุ่มใหญ่คนหนึ่งผู้ที่ไม่เคยปลูกมะม่วงมาก่อน จากคนหนุ่มที่ทำงานธุรกิจรับเหมาก่อสร้างมาตลอดเกือบ 30 ปี ได้หันหลังให้กับธุรกิจที่ทำรายได้สูงมาปลูกมะม่วงน้ำดอกไม้สีทองอย่างมุ่งมั่น หนุ่มนักธุรกิจรับเหมาก่อสร้างผู้นี้ก็คือ คุณเอกภพ วิญญาภาพ ในวัยเข้าสู่ 50 ปีต้นๆ ทิ้งธุรกิจรับเหมาก่อสร้างที่ทำกับพ่อ เพื่อมาสร้างฝันที่ตนเองเค
‘หนังสือ’ นอกจากบรรจุตัวอักษรที่เต็มไปด้วยเรื่องราวมากมายแล้ว สำหรับหลายคน ‘หนังสือ’ ยังเต็มไปด้วยความทรงจำที่ควรค่าแก่การเก็บรักษา แต่ด้วยข้อจำกัดเรื่องความคงทนของกระดาษ ทำให้หนังสือส่วนมากมักเสียหายและชำรุดไปตามกาลเวลา และเมื่อหนังสือเสียหาย การหาซื้อหนังสือเล่มใหม่ก็ไม่อาจทดแทนความทรงจำและเรื่องราวที่มีต่อหนังสือเล่มเก่าได้ จนเมื่อมีการเกิดขึ้นของร้านซ่อมหนังสือ ที่มีอยู่ไม่กี่แห่งในประเทศไทย ทำให้หนังสือที่เสียหาย สามารถกลับคืนมาสู่สภาพเดิมได้ ผู้คนที่รักหนังสืออาจรู้จักและเรียกเขาว่า “หมอรักษาหนังสือ” แต่จากการได้พูดคุยกับ พี่กุ๊ก ภัทรพล ฉัตรชลาวิไล เจ้าของร้านซ่อมหนังสือ Book Clinic การนิยามให้เขาเป็น “นักรักษาความทรงจำ” ก็คงไม่เกินเลยจากความจริงเท่าใดนัก หลังเสร็จสิ้น การปรับปรุงบ้านขนานใหญ่ พี่กุ๊ก ยินดีเปิดโฮมออฟฟิศ ให้ข่าวสดออนไลน์ ได้พูดคุยบางแง่มุมของคนซ่อมหนังสือ พี่กุ๊ก เริ่มเล่าว่า จุดเริ่มต้นของการทำร้านซ่อมหนังสือ มาจากได้ทำงานร้านถ่ายเอกสาร เข้าเล่มหนังสือ ตอนหลังมีลูกค้าเอาหนังสือมาให้ซ่อม เพราะชอบที่ตนเย็บหนังสือได้ดี เมื่อทำแล้วผลงานออกมาดี เป็นเหมือนจุดเริ่มต้นให
สภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลงบ่อย ปัญหาภัยแล้ง ปัญหาน้ำท่วม และภัยธรรมชาติต่างๆ มักเป็นปัจจัยที่ส่งผลต่อจำนวนผลผลิตทางการเกษตรไม่เป็นไปตามความต้องการของผู้ปลูก ลำพังเกษตรกรไทยคนเดียวคงไม่สามารถแก้ปัญหาเหล่านี้ได้ Evergrow คือ แปลงปลูกผักออร์แกนิคในตู้คอนเทนเนอร์ โดยจำลองแสงแดดจากดวงอาทิตย์ในรูปแบบของหลอดไฟ LED ควบคุมอากาศและน้ำด้วยระบบคลาวด์ สั่งงานผ่านแอพลิเคชั่น ช่วยให้การปลูกผักขนาดเล็กเป็นเรื่องง่าย สามารถปลูกผักได้สูงสุดครั้งละ 50 ต้น โดยไม่ต้องดูแล รดน้ำ พรวนดิน ทุกอย่างทำงานอัตโนมัติ ข้อมูลจะถูกส่งไปปรากฏยังสมาร์ทโฟน คนที่ปลูกผักไม่เป็นก็สามารถปลูกได้ จำลองธรรมชาติ อยู่ในตู้ฯ ใช้ซอฟแวร์สั่งงาน คุณภุชงค์ วงษ์ทองดี หรือ “อาร์ม” เด็กหนุ่มวัย 26 ปี เจ้าของบริษัท Unixconจำกัด และเจ้าของนวัตกรรม EverGrow เครื่องปลูกผักในตู้คอนเทนเนอร์ โดยอาศัยโปรแกรมอัตโนมัติ ผักที่ปลูกได้เป็นผักออร์เเกนิค ประวัติคุณอาร์ม เจ้าตัวเล่าว่า ก่อนหน้านี้เป็นพนักงานบริษัทซอฟแวร์แห่งหนึ่งราว 10 ปี กระทั่งเมื่อ 3 ปีที่แล้ว ลาออกมารวมตัวกับเพื่อนเปิดบริษัทเป็นของตัวเอง ซึ่งกลุ่มเพื่อนล้วนอยู่ในแวดวงคนทำเกษตร ฉะนั
พูดถึงหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เชื่อว่าเราๆ ท่านๆ คงจะทราบกันดีอยู่แล้ว แต่อาจจะมีผู้คนบางส่วนยังไม่เข้าใจอย่างกระจ่างแจ้ง ในเว็บไซต์ www.chaipat.or.th ของมูลนิธิชัยพัฒนา อธิบายไว้ว่า “เศรษฐกิจพอเพียง” เป็นปรัชญาที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช พระราชทานพระราชดำริชี้แนะแนวทาง การดำเนินชีวิตแก่พสกนิกรชาวไทยมาโดยตลอดนานกว่า 25 ปี ตั้งแต่ก่อนเกิดวิกฤตการณ์ทางเศรษฐกิจ และเมื่อภายหลังได้ทรงเน้นย้ำแนวทางการแก้ไขเพื่อให้รอดพ้น และสามารถดำรงอยู่ได้อย่างมั่นคงและยั่งยืนภายใต้กระแสโลกาภิวัตน์และความเปลี่ยนแปลงต่างๆ “เศรษฐกิจพอเพียง เป็นปรัชญาชี้ถึงแนวการดำรงอยู่และปฏิบัติตนของประชาชนในทุกระดับ ตั้งแต่ระดับครอบครัว ระดับชุมชน จนถึงระดับรัฐ ทั้งในการพัฒนาและบริหารประเทศให้ดำเนินไปในทางสายกลาง โดยเฉพาะการพัฒนาเศรษฐกิจ เพื่อให้ก้าวทันต่อโลกยุคโลกาภิวัตน์ ความพอเพียง หมายถึง ความพอประมาณ ความมีเหตุผล รวมถึงความจำเป็นที่จะต้องมีระบบภูมิคุ้มกันในตัวที่ดีพอสมควร ต่อการกระทบใดๆ อันเกิดจากการเปลี่ยนแปลงทั้งภายในภายนอก” ปลูกพืชแซมในสวนยาง เกษตรกรรายหนึ่ง
แม่บ้านพลทหารในสังกัดค่ายสุรธรรมพิทักษ์ จ.นครราชสีมา ซึ่งลาออกจากงานประจำมาดูแลลูกที่ป่วยหนัก ใช้เวลาว่างจากการดูแลลูกมาปลูกเมล่อนขายผ่านโซเชียลเน็ตเวิร์ก สร้างรายได้เสริมให้กับครอบครัวเป็นอย่างดี จากการลงพื้นที่ไปที่แปลงเกษตร เศรษฐกิจพอเพียง ภายในกองพลทหารช่าง 202 ค่ายสุรธรรมพิทักษ์ อ.เมือง จ.นครราชสีมา พบนางเบญจมาศ สังฆมณี อายุ 42 ปี ซึ่งเป็นภรรยาของ จ.ส.อ.นิกรกิจ สังฆมณี ข้าราชการทหารในสังกัดกองพลทหารช่าง 202 พบว่าบริเวณดังกล่าวได้มีการทำเป็นโรงเรือนปิด 1 โรง ภายในมีการปลูกเมล่อนในระบบน้ำหยดซึมนับร้อยต้น ซึ่งกำลังออกลูกใกล้ถึงเวลาเก็บผลผลิตอยู่เป็นจำนวนมาก จากการสอบถามนางเบญจมาศ สังฆมณี เจ้าของโรงปลูกเมล่อนแห่งนี้ ได้รับการเปิดเผยว่าก่อนหน้านั้นตนได้ลาออกจากงานประจำในโรงงาน เพื่อมาดูแลลูกสาวที่ป่วย ซึ่งทำให้ครอบครัวต้องขาดรายได้ เพราะลำพังเงินเดือนของสามีก็ไม่เพียงพอต่อค่าใช้จ่ายในครอบครัว จึงใช้เวลาว่างจากการดูแลบุตรไปสมัครเข้าเรียนหนังสือที่ กศน.อำเภอเมืองนครราชสีมา ในระดับชั้นมัธยมปลาย ซึ่งทางศูนย์ กศน.ก็ได้พาไปศึกษาดูงานที่ฟาร์มของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี หรือ มทส. และเกิดมีค
หมอนรองกระดูกทับเส้น เป็นที่มาของอาชีพนวด ขณะกำลังก้มหน้าก้มตาทำสวน ป้าปุ้ม หรือ คุณอาภา ปรีชากูลย์ หารู้ไม่ว่า งูพิษกำลังมุ่งตรงเข้ามาทำร้าย และจังหวะที่ป้าปุ้มเหลือบเห็นงูตัวนั้น อารามตกใจจึงผลุนผลันลุกขึ้น ทำให้เซล้มลง และนั่นจึงเป็นสาเหตุให้ป้าปุ้ม แม่ค้าขายส้มตำ ต้องเข้ารับการรักษาตัว แต่ทว่าไม่ใช่เพราะถูกพิษงู แต่เพราะอาการหมอนรองกระดูกทับเส้น หลังจากเข้ารับการผ่าตัด อาการก็ยังไม่ดีขึ้นนัก และระหว่างอยู่ในช่วงหัดเดิน ป้าปุ้มมองหาทางเลือกเสริมในการสร้างสุขภาพตนเองให้กลับมาแข็งแรง โดยผันตัวเองสู่การเป็นนักเรียนแพทย์แผนไทย โดยศึกษาเรียนรู้หลากหลายหลักสูตร กับกระทรวงสาธารณสุข และยังได้เรียนรู้การนวดแบบแก้อาการ จัดกระดูก กับหมอชาวจีน รวมถึงหลักสูตรนวดแบบผ่อนคลายกล้ามเนื้อ ที่มหาวิทยาลัยรามคำแหง “ก่อนหน้านี้ ป้าเปิดร้านขายส้มตำ พอมาประสบอุบัติเหตุก็ทำให้อาชีพนั้นสะดุดไปด้วย เพราะมุ่งรักษาตัว จนกระทั่งไปผ่าตัด และก็มาคิดว่าจะทำอย่างไรให้อาการดีขึ้น จึงไปเรียนนวดแผนไทย และเมื่อเราได้รับการดูแลโดยการนวดด้วย อาการก็ดีขึ้น จึงเริ่มศึกษาเพิ่มเติม เห็นว่าเป็นหนทางที่ดีแล้ว กระทั่งไปเรียนนวดแก
คุณเจือ พุ่มทับทิม อยู่บ้านเลขที่ 48/4 หมู่ที่ 1 ตำบลน้ำขุม อำเภอศรีนคร จังหวัดสุโขทัย เกษตรกรผู้ปลูกมะม่วงโชคอนันต์เป็นอาชีพ แม้พื้นที่ปลูกต้องรอน้ำในช่วงฤดูฝนเพียงอย่างเดียว แต่เกษตรกรท่านนี้ก็ยังสามารถปลูกและสร้างเงินให้กับเขาได้เป็นอย่างดี คุณเจือ เล่าให้ฟังว่า ก่อนที่มาทำสวนมะม่วงเหมือนเช่นทุกวันนี้ ได้เน้นการปลูกพืชจำพวก ถั่วเหลือง ฝ้าย และทำนาข้าว ด้วยผลตอบแทนที่ได้รับของการเกษตรในรูปแบบนั้น ยังไม่เป็นที่น่าพอใจมากนัก จึงมีการคิดเปลี่ยนการปลูกพืชชนิดอื่นขึ้นภายในใจ “พืชล้มลุกพวกนั้น ปีหนึ่งปลูก 2 ครั้งเอง ได้เงินมาก็ยังไม่ถึง 5,000 ต่อไร่เลย นี่ยังไม่ได้หักต้นทุนด้วยนะ ก็เริ่มคิดแล้วว่าแบบนี้ไม่ดีแน่ ต้องหาอะไรที่มันได้รายได้มากขึ้น โดยที่เราไม่ต้องมีพื้นที่มากกว่าเดิม แต่รายได้ต้องมีมากกว่าเดิมที่เราทำ ก็ลองปลูกมาหลายอย่าง ช่วงนั้นโชคดีที่ได้อ่านหนังสือเกี่ยวกับมะม่วงโชคอนันต์ ก็เลยเกิดแรงบันดาลใจที่จะทำขึ้นมาในตอนนั้นเลย” คุณเจือ เล่าถึงความเป็นมาในสมัยก่อน ซึ่งสวนมะม่วงของเขาเป็นมะม่วงแบบระยะชิด เพื่อไม่ให้เปลืองเนื้อที่มากนัก ปลูกประมาณ 150-200 ต้น ต่อไร่ และเน้นต
