การตลาด
3 เทคนิค ทำการตลาด มัดใจคนต่างจังหวัดโดยเฉพาะ การเข้าถึงตลาดบนโลกออนไลน์ไม่ได้มีแต่ชาวเมือง เพราะปัจจุบันคนต่างจังหวัดสามารถเข้าถึงโลกออนไลน์ เสพสื่อ หรือเลือกซื้อของจากการเห็นโฆษณาบนโลกออนไลน์มากขึ้น หรือเทียบเท่ากับคนเมืองแล้ว แต่การตลาดที่หลายๆ ธุรกิจใช้ กลับยังไม่ตอบโจทย์ชาวต่างจังหวัดเท่าไหร่นัก เว็บไซต์ ธนาคารกรุงเทพ ได้เผย วิธีการทำการตลาด มัดใจคนต่างจังหวัด ไว้ 3 ข้อ ดังนี้ ศึกษาพฤติกรรมของคนในพื้นที่นั้น ดังคำกล่าวที่ว่า รู้เขา รู้เรา รบร้อยครั้งชนะร้อยครั้ง เพราะในแต่ละพื้นที่คุณอาจจะยังไม่เข้าใจถึงวิถีชีวิต พฤติกรรมต่างๆ เท่าไหร่นัก สิ่งแรกที่ควรทำจึงเป็นการศึกษาพฤติกรรมของคนในพื้นที่นั้นว่า มีช่องทางใดบ้างที่คนในพื้นที่นั้นพบเจอหรือใช้งานบ่อย เช่น สื่อโทรทัศน์ หนังสือพิมพ์ วิทยุสถานีท้องถิ่น ป้ายแบบออฟไลน์ หรือสื่อโซเชียลมีเดียต่างๆ ฯลฯ โดยส่วนใหญ่แล้วคนรุ่นเก่ามักจะคุ้นชินกับสื่อเก่า เช่น โทรทัศน์ วิทยุ ออฟไลน์ ฯลฯ มากกว่า แต่ก็ไม่ใช่ว่าไม่ยุ่งกับออนไลน์เลย เพราะทั้งคนรุ่นเก่าบางส่วน และคนรุ่นใหม่ส่วนใหญ่นิยมใช้สื่อโซเชียลมีเดียเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะ Facebook และ Youtube คอ
ปีหน้ามาแน่ เทรนด์สายกรีน สินค้า-การตลาดแบบไหน โดนใจคนรักษ์โลก เทรนด์รณรงค์เรื่องสิ่งแวดล้อมได้กลับมาเป็นที่สนใจเพิ่มขึ้นอีกครั้ง นับตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2563 จากนโยบายของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม งดแจกถุงพลาสติกในร้านสะดวกซื้อ และห้างสรรพสินค้าทั่วประเทศ จึงเป็นโอกาสสำคัญ ที่นักการตลาดจะเร่งดึงกลยุทธ์การทำการตลาดโลกสวยที่น่าสนใจออกมา ให้สอดรับกับนโยบายและพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปของผู้บริโภค เว็บไซต์ ธนาคารกรุงเทพ ได้เผยกลุ่มสินค้าที่มาแรงในปี 2563 ลากยาวไปถึงปี 2564 ได้แก่ 1. สินค้าที่ใช้วัตถุดิบย่อยสลายง่ายและกลับมาใช้ซ้ำ 2. สินค้าหรือบริการที่ใช้พลังงานสะอาด 3. สินค้าหรือบริการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม 4. สินค้าอีโค่มีดีไซน์ตอบสนองคนรุ่นใหม่ ซึ่ง 4 กลยุทธ์การตลาดโลกสวย 4 เอ็นไว (ENVI Strategy) ให้ผู้ประกอบการนำไปปรับใช้กับธุรกิจ ให้เข้ากับพฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ ดังนี้ ปลูกฝังจิตสำนึกให้คนรุ่นใหม่ (E : Early) สำหรับผู้บริโภคในกลุ่ม Gen Y และ Gen Z ที่ยังไม่ค่อยปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อสิ่งแวดล้อม ภาครัฐและองค์กรธุรกิจจึงควรให้ความสำคัญกับการปลูกฝังเรื่องสิ่งแวดล้อมให้ผู้บร
4 ข้อพึงระวัง ถ้าไม่อยากให้ภาพลักษณ์แบรนด์เสียหาย ควรหลีกเลี่ยงไว้ การทำให้คอนเทนต์คุณภาพบนข้อเท็จจริงด้วยความสร้างสรรค์ จึงกลายเป็นโจทย์ทางการตลาดทำให้เข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคได้มากขึ้น นอกจากนั้น ยังมีสิ่งที่ผู้ประกอบการหรือนักการตลาดต้องคำนึงถึง คือสิ่งที่ควรหลีกเลี่ยงในการทำคอนเทนต์ นอกจากจะไม่ทำให้เกิดประโยชน์ต่อแบรนด์แล้ว ยังจะทำให้ภาพลักษณ์ของแบรนด์เสียหาย โดยเว็บไซต์ ธนาคารกรุงเทพ ได้รวบรวมไว้ 4 ข้อ ดังนี้ เนื้อหาซ้ำซ้อน การสร้างเนื้อหาที่มีการนำเสนอแบบซ้ำซ้อน ทั้งในส่วนของแบรนด์เองและซ้ำกับผู้อื่น จนดูเหมือน Copy Past จะทำให้ลูกค้าเกิดความรู้สึกด้านลบต่อแบรนด์ได้ ดังนั้นควรเลี่ยงปรับเปลี่ยน แยก แตกย่อยคอนเทนต์ให้เหมาะสมต่อแต่ละแพลตฟอร์มที่ใช้นำเสนอข้อมูลข่าวสาร หรือปรับเปลี่ยนสำนวนรูปแบบการเล่าเรื่องให้ต่างออกไป ในหัวข้อหรือประเด็นที่เป็นกระแส ก็จะทำให้เกิดความสร้างสรรค์ได้ แม้จะเป็นชุดคอนเทนต์เดียวกัน โฟกัสผิดจุด หลุดประเด็น แน่นอนว่าการสร้าง Engagemant หรือการเอาตัวเองไปอยู่ในกระแส เป็นส่วนหนึ่งที่สำคัญต่อการทำคอนเทนต์ แต่ถ้าโฟกัสแต่เรื่องดังกล่าวจนหลุด Funnel, loop, framework
เปิด 5 เทคนิค ทำการตลาดอย่างไรให้แข็งแกร่ง ในยุคค้าขายอีคอมเมิร์ซ ด้วยพฤติกรรมของผู้บริโภคเปลี่ยนไปตามยุคสมัย การพัฒนาของเครื่องมือสื่อสาร ความเชื่อมั่นในเทคโนโลยี ระบบ e – Payment มีความสะดวกสบายมากขึ้น ราคาสินค้าที่ถูกลง และการขนส่งที่รวดเร็ว ทำให้ผู้บริโภคหันมาให้ความนิยมซื้อของออนไลน์อย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ตลาดอีคอมเมิร์ซในประเทศไทย มีการเติบโตทั้งจำนวนผู้ซื้อและผู้ขายทางออนไลน์ สอดรับกับจำนวนแพลตฟอร์มการสั่งซื้อ-ขายต่างๆ โดยเฉพาะการสั่งซื้อผ่าน LINE ที่มีความง่าย สะดวกสบาย ได้รับความนิยมจากทั้งผู้ซื้อและผู้ขายเป็นจำนวนมาก แน่นอนว่าเมื่อ ไลน์ กลายเป็นช่องทางซื้อขายที่ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้น เทคนิคในการสร้างแบรนด์และวิธีการทำการตลาดให้เป็นที่จดจำของลูกค้าแบบเดิมๆ อาจใช้ไม่ได้ผลอีกต่อไป ดร.ธีรศานต์ สหัสสพาศน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท โซดา พริ้นติ้ง จำกัด ผู้คร่ำหวอดในวงการธุรกิจพริ้นติ้งกว่า 12 ปี อย่าง SOdAPrintinG ได้มาให้เทคนิคง่ายๆ 5 ข้อ ในการเรียกลูกค้าและการปิดการขายผ่านการสั่งซื้อทางไลน์อย่างไร ให้แข็งแกร่งในยุคการค้าขายแบบอีคอมเมิร์ซ สิ่งที่ผู้ประกอบการออนไลน์ต้องยึดถือเ
จ๊อบไทย (JobThai) ผู้ให้บริการหางาน สมัครงาน ออนไลน์ อันดับ 1 ของประเทศไทย เผยข้อมูลรายงานผลการสำรวจพฤติกรรมและมุมมองของมนุษย์เงินเดือนทั้ง 3 เจนเนอเรชันเกี่ยวกับสถานการณ์การทำงานในปัจจุบันจากกลุ่มตัวอย่างคนทำงานประจำทั่วประเทศกว่า 1,800 คน พบว่าเป็นกลุ่มคนที่อยากเปลี่ยนงาน คิดเป็น 59.26% และกลุ่มคนที่ยังไม่มีแผนจะเปลี่ยนงาน คิดเป็น 40.74% นางสาวแสงเดือน ตั้งธรรมสถิตย์ ผู้ร่วมก่อตั้งและหัวหน้าผู้บริหารด้านปฏิบัติการของจ๊อบไทย (JobThai) เปิดเผยว่า กลุ่มคนที่อยากเปลี่ยนงานพบว่ามี 3 อาชีพที่มีสัดส่วนคนมีแผนจะเปลี่ยนงานสูงที่สุด ได้แก่ 1.การตลาด คิดเป็น 31.67% ตามมาด้วย 2.คลังสินค้า คิดเป็น 28.26% และ 3.ประสานงานทั่วไป คิดเป็น 27.27% ในขณะที่ระดับตำแหน่งงานของคนที่ต้องการเปลี่ยนงานมากที่สุด คือ ระดับปฏิบัติการ ระดับอาวุโส และระดับผู้จัดการ นอกจากนี้ลักษณะงานที่คนมีแผนจะเปลี่ยนงานคาดหวังหลังย้ายงานยังคงต้องการทำงานประจำอยู่ ตามมาด้วยการเป็นเจ้าของธุรกิจ และฟรีแลนซ์ สำหรับลักษณะองค์กรที่ต้องการทำงานด้วยมากที่สุด คือองค์กรเอกชนต่างชาติ องค์กรเอกชนไทย และรัฐวิสาหกิจ ตามลำดับ ในขณะที่ผลสำรวจข
จากร้านค้าคูหาเดียวย่านปากคลองตลาด พัฒนาขึ้นมาเป็นโรงงานเจ้าใหญ่ในการขาย พริกสดกระเทียมสด ส่งลูกค้าร้านอาหารวันละ 5,000 กิโลกรัม! ต่อยอดจนเป็นแบรนด์พริกป่น-กระเทียมเจียว กระเทียมเจียวชั้นนำ
เทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ามามีบทบาทในสังคมปัจจุบันมากขึ้น สื่อออนไลน์มีอิทธิพลต่อการดำเนินชีวิตของคนในสังคมไม่น้อยไปกว่าปัจจัยพื้นฐาน 4 ที่จำเป็นของมนุษย์ทุกคน เนื่องจากการพัฒนาของเทคโนโลยีสมาร์ตโฟน และการพัฒนาเครือข่ายอินเตอร์เน็ตของระบบอินเตอร์เน็ตของประเทศไทยก็เข้าถึงได้ง่าย รวดเร็ว และสะดวกมากขึ้น ทำให้คนในสังคมเข้าถึงสังคมออนไลน์ได้ง่ายมากขึ้น จะเห็นว่าธุรกิจสมัยใหม่ มีการทำธุรกิจผ่านรูปแบบการค้าขายออนไลน์มากขึ้น เนื่องจากต้องการให้แบรนด์ของตนเองเป็นที่รับรู้ของผู้คนในสังคม ที่หันความสนใจไปสู่สังคมรูปแบบออนไลน์ เจ๊งธุรกิจ หันเปิดเพจเฟซบุ๊ก ขายแกงปูใบยี่หร่า คุณยายแมว คุณอณัฐภิชา หงษ์สิงห์ทอง หรือ คุณบีม เจ้าของเพจ แกงปูใบยี่หร่า คุณยายแมว ซึ่งเป็นธุรกิจออนไลน์จากการเจ๊งธุรกิจออร์แกไนซ์ เธอเล่าให้ฟังว่า “ก่อนหน้าที่จะมาทำธุรกิจ เคยทำงานเป็น AE ขายสื่อโฆษณาทาง หนังสือพิมพ์ และรายการทีวีมาก่อน จนกระทั่งลาออกจากงานและมาเปิดบริษัทส่วนตัว ซึ่งเป็นบริษัทออร์แกไนซ์ แต่ไม่ประสบความสำเร็จ เพราะช่วงปี 2554 เป็นปีน้ำท่วมใหญ่ ทำให้การทำธุรกิจลำบากไม่น้อย บริษัทจึงต้องปิดตัวลง พร้อมทั้งมีหนี้สินด้วย
ตำรา ธุรกิจสมัยใหม่ เน้นเรื่องทำเลเป็นสำคัญ กูรูการตลาดหลายคน บอกว่าคาถาแห่งความสำเร็จคือ Location…Location…Location แต่ร้านกาแฟ “อาข่า อาม่า” ของหนุ่มลี-อายุ จือปา หนุ่มอาข่านักสู้วัย 35 ซุกตัวในซอยเล็กๆ แถมคลุมด้วยต้นไม้เสียแทบสนิท ขนาดเดินจนจะหลุดเข้าไปในร้านแล้วยังหาไม่เจอ แต่เขาเปิดร้านโดยใช้ชื่อบ่งถึงชาติพันธุ์และความรักที่มีต่อแม่นี้มาได้ 7 ปี และคนเดินบุกบั่นตามเข้าไปจิบกาแฟเขาต้อยๆ ไม่เคยขาด ตำราโลเกชั่นถึงกับพังทลายเลยทีเดียว บัดนี้ เขาและกาแฟของเขา ไม่เพียงเป็นที่รู้จักของคนเชียงใหม่ หรือคนไทย หรือนักท่องเที่ยวที่เข้ามาเที่ยวเชียงใหม่ แต่มันเป็นที่รู้จักไปทั่วโลก เทศกาลกาแฟในยุโรปเอากาแฟของเขาไปเป็นตัวแทนกาแฟพิเศษจากไทย และในอีกไม่นาน กาแฟของเขากำลังจะเสิร์ฟในร้านใกล้ๆ ซิลิคอน วัลเลย์ ในอเมริกา ลีเปิดร้านกาแฟที่ซอกหลังอพาร์ตเมนต์เล็กๆ แห่งหนึ่ง ในซอยลึกกลางเมืองเชียงใหม่ ด้วยเหตุผลว่า “มีเงินจ่ายค่าเช่าเท่านี้” ร้านกาแฟสวยงามโด่งดังของเชียงใหม่จะยึดทำเล ถนนนิมมานเหมินทร์ ถนนห้วยแก้ว ถนนช้างคลาน ย่านไนท์บาซาร์ หรือในย่านคูเมือง ซึ่งเขาก็ไปดูมาหมด แต่เมื่อรู้ราคาค่าเช่าก
