การตลาด
เคยสงสัยไหมครับ เราจะรู้ได้อย่างไรว่า “ลูกค้าคนไหนจะซื้อ” สินค้าบางอย่าง มีคนสนใจแวะเวียนมาดู มาชม มาถามไถ่ แบบถล่มทลาย แต่กลับไม่มีคนไหนเลย ที่เป็นคนซื้อตัวจริง เป็นอีกหนึ่งปัญหาโลกแตกทางการตลาดครับ มีหลักการมากมายแนะนำเอาไว้ หนึ่งในหลักการคลาสสิคที่ตำราการตลาดสอนเอาไว้ คือ เราต้อง “ขจัดข้อโต้แย้ง” จากลูกค้าให้ได้ แล้วเราถึงจะปิดการขายได้ ข้อโต้แย้ง คืออะไร ? คือทุกสรรพสิ่งที่ลูกค้าหยิบยกมาเป็น “ปัญหา” แล้วแสดงออกมาในรูปของ “คำถาม” กับ “คำปฏิเสธ” บางคนถามสารพัด ถ้าคนขายตอบได้เคลียร์ทุกคำถาม ก็สามารถปิดจบ ซื้อขายกันได้ บางคนมาแนวปฏิเสธ ไม่ชอบออกตัวแรง ท่าทีสนใจนั่นแหละ แต่ยังมีความกังวลลึกๆ แบ่งรับแบ่งสู้ แบบนี้ถ้าเจอคนขายเก่งๆ ก็สามารถตะล่อมได้อยู่หมัดเช่นกัน ฟังดูแล้ว “การปิดการขาย” หรือพูดง่ายๆ ว่าเป็นการสรุปจบให้เกิดการจ่ายเงิน แล้วส่งมอบสินค้า มีความเป็นทักษะเฉพาะตัว เป็นศิลปะผสมจิตวิทยา ผสมความช่างสังเกต ผสมปฏิภาณไหวพริบ ฯลฯ ก็คงไม่ผิด ไม่เกินจริง แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า จะเรียนรู้กันไม่ได้เอาเสียเลย ผมได้ลองร
“ทุกวิกฤตมันมีโอกาส เพียงแค่เราหาให้เจอว่า วิกฤตครั้งนี้โอกาสมันคืออะไร แล้วเราก็รีบทำทันที” ในวันที่ตลาดจีนไม่เหมือนเดิม “ดร.ปณิชา ประทีปะวณิช” คือหนึ่งในนักการตลาดหญิงไทยที่ใช้เวลามากกว่า 10 ปีในประเทศจีน จนเข้าใจพฤติกรรมผู้บริโภคและความเปลี่ยนแปลงของตลาดเอเชียอย่างลึกซึ้ง ผ่านมุมมองจาก Mango Group บริษัทที่ให้คำปรึกษาและวางกลยุทธ์ให้แบรนด์ไทยในการขยายตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะจีนและเวียดนาม โดยมีประสบการณ์ที่ประเทศจีนมามากกว่า 10 ปี ได้เปิดมุมมองเรื่องยุทธวิธีทำการค้ากับจีนผ่านการสัมภาษณ์จาก ประชาชาติธุรกิจ โดยมีเนื้อหาดังต่อไปนี้ “Mango Group” ผู้ช่วยเชื่อมสินค้าไทยสู่สากล สิ่งที่ Mango Group ทำคือการให้คำปรึกษาแก่แบรนด์ไทยใน 2 แนวทางหลัก คือ 1. สำหรับสินค้าที่มีขายในจีนแล้ว โดยจะช่วยให้คนจีนรับรู้และเกิดการซื้อสินค้าที่นั่นโดยตรง 2. สำหรับสินค้าที่ขายในไทย (ซึ่งมีเป็นส่วนใหญ่) จะช่วยการสร้างการรับรู้ให้นักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยเฉพาะชาวจีน ต้องซื้อสินค้านั้นๆ กลับประเทศเมื่อมาเยือนไทย จุดแข็งที่ไทยมี คนจีนยังรัก “Made in Thailand” ดร.ปณิชา ชี้ว่า สิ่งที่ไทยได้เปรียบอย่างมา
ขายไม่ได้ ขายไม่ดี ทางแก้ไม่ใช่เรื่องยาก แค่เปิดฉาก “ลดราคา” … แต่การทำเช่นนี้ คือ จุดเริ่มของวิบัติ ที่นำไปสู่หายนะทางการตลาด การลดราคา แปลว่า เรากำลังยอมลด “กำไร” ที่นำมาใช้จุนเจือธุรกิจ ทั้งค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการ ทุนสำรอง หรือทุนการขยายตลาดในอนาคต เพราะไม่ว่าใครที่เป็นคนเปิดก่อน ไม่ได้บังเกิดคำว่าได้เปรียบคู่แข่ง แต่ทุกผู้ทุกนามในตลาดเดียวกัน กำลังกอดคอกัน “ตายหมู่” หรือถ้ารอด ก็ยังต้องเผชิญอาการ “อยู่ลำบาก” ไปอีกพอสมควร การใช้สงครามราคาเกิดขึ้นเนืองๆ ในธุรกิจประเภทเดียวกัน ขายแข่งกัน พอใครขายไม่ได้ ก็หันมาเปิดฉากลดราคาก่อน อีกฝ่ายก็ต้องเอาบ้าง ทำตาม หรือทำเหนือกว่า ต่างฝ่าย ต่างเอากำไรมาสาดทิ้งกัน ห้างโมเดิร์นเทรด ที่แข่งกันขายถูก ห้างสรรพสินค้าแข่งกันลดราคา แพลตฟอร์มมาร์เก็ตเพลสแข่งกันออกโปรพิเศษทุกเดือน 1.1 2.2 3.3 … ว่ากันไปตั้งแต่มกราคม ยันธันวาคม ล่าสุดที่กระเพื่อมสังคม คงต้องยกให้ศึกสุกี้ที่มีเจ้าใหญ่ กับเจ้ารองในตลาด มาประลองกำลังกันเล่นๆ ทำไมจึงเกิดสงครามราคา มีสาเหตุตั้งแต่…เพิ่งเอาสินค้าเข้าตลาด เลยต้องการแนะนำให้คนอยากลอง กล้าซื้อด้วยราคาพิเศษก่อน
ยืนหนึ่งซอสคู่ใจ อยู่คู่ครัวไทยมาตลาด 72 ปี ล่าสุด บริษัท ไทยเทพรส จำกัด (มหาชน) ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายซอสปรุงรสชั้นนำภายใต้แบรนด์ภูเขาทองและซอสพริกศรีราชาพานิช ร่วมกับ มติชนอคาเดมี ผู้บุกเบิกด้านการฝึกอบรมอาชีพมานานกว่า 30 ปี จัดโครงการ “ครัวทำเงิน กับซอสคู่ใจ By ไทยเทพรส” ภายใต้แนวคิด “ปั้นเมนูสตรีตฟู้ด สร้างรายได้สู่สังคม” เปิดเวิร์กช็อปครบสูตร ทั้งการปรุงอาหาร 4 เมนูสร้างสรรค์ พร้อมมอบความรู้การตลาดดิจิทัล เพื่อเสริมศักยภาพให้แก่ผู้ที่สนใจในอาชีพด้านอาหาร รวมถึงผู้ประกอบการรายย่อย ให้นำองค์ความรู้ไปต่อยอดเป็นโอกาสทางธุรกิจในอนาคตได้จริง ภายในงานคึกคักไปด้วยเหล่าผู้ประกอบการร้านอาหารมืออาชีพและมือใหม่ กว่า 40 ราย มาร่วมเสริมทักษะใหม่ๆ กับเชฟโอ๊ต–คุณสุพรรษพงษ์ กุลชนะรมย์ เจ้าของร้าน “คั่วไก่ ไอ้เครา” ที่มาสาธิต 4 เมนูสตรีตฟู้ดทำเงิน ที่ใช้ผลิตภัณฑ์ของไทยเทพรสในการสร้างสรรค์ ได้แก่ หมูทอดหมักซอสลุงหนวด, ผัดหมี่งานวัด ด้วยซอสปรุงรสอาหาร (ซอสลุงหนวด) ตราภูเขาทอง และ บาร์บีคิว, ไก่ทอดซอสบาร์บีคิว ด้วยซอสบาร์บีคิว ตราอีซี่ พร้อมเสริมทักษะด้านการตลาดดิจิทัล จาก คุณอาร์ม–กานต์ชนิต สุรินทร์สภา
ในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา ‘Marketing Funnel’ หรือ แนวคิดทางการตลาดแบบเดิม ที่เคยใช้ดูเส้นทางของลูกค้า ตั้งแต่การเริ่มรู้จักแบรนด์ ไปจนถึงการตัดสินใจซื้อ เริ่มเปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก เพราะการเข้ามาของเทคโนโลยีดิจิทัลที่รวดเร็ว การเติบโตของโซเชียลมีเดีย และความคาดหวังของผู้บริโภคที่อยากได้ประสบการณ์เฉพาะตัวมากขึ้น ทำให้พฤติกรรมการซื้อของคนยุคนี้ไม่เป็นเส้นตรงแบบเดิมอีกต่อไป กรอบการตลาดแบบเดิม เลยเปลี่ยนจาก ‘กรวย’ มาเป็น ‘วงจร’ ที่หมุนไปเรื่อยๆ หรือที่เรียกว่า Infinity Loop เพราะลูกค้าอาจกลับมาเจอแบรนด์ในจุดใหม่ๆ อยู่ตลอดเวลา ด้วยผู้บริโภคในปัจจุบันไม่ได้แค่รับสารจากแบรนด์เฉยๆ อีกต่อไป แต่พวกเขามีส่วนร่วมกับแบรนด์มากขึ้น ผ่านหลายช่องทาง ไม่ว่าจะเป็น การดูคอนเทนต์ การพูดคุย หรือแชร์ประสบการณ์ของตัวเองบนโซเชียลมีเดีย เช่น ลูกค้าอาจเจอสินค้าจากคลิปใน TikTok ดูรีวิวใน Google หรือถามความคิดเห็นจากเพื่อนในกลุ่ม Facebook ก่อนตัดสินใจซื้อ ทุกวันนี้ ขั้นตอนแรกอย่าง การสร้างการรับรู้ (Awareness) ไม่ได้เกิดขึ้นแค่ครั้งเดียว แต่เป็นกระบวนการที่เกิดขึ้นตลอดเวลา เพราะผู้บริโภคเจอกับแบรนด์ผ่านหลายช่องทาง ทั้ง
เมื่อวันที่ 29 เมษายน 2568 – สมาคมการตลาดแห่งประเทศไทย (MAT) นำโดย ดร.บุรณิน รัตนสมบัติ นายกสมาคมการตลาดแห่งประเทศไทย Marketing Association of Thailand (MAT) สรุปภารกิจในรอบปีที่ผ่านมา พร้อมย้ำยังคงเดินหน้าบทบาทของสมาคมฯ เป็น “Marketing Accelerator” ที่จะผลักดันให้การตลาดเป็นยุทธศาสตร์สำคัญในการขับเคลื่อนประเทศ พร้อมแนะนักการตลาด มองให้ไกลกว่าการขาย คิดให้ลึกกว่ากลยุทธ์ ทำให้จริงจังกว่าคำโฆษณา และกล้ายืนหยัดในจุดยืนของแบรนด์อย่างจริงใจ ดร.บุรณิน กล่าวว่า “ในปีนี้นับเป็นจุดเริ่มต้นของช่วงเวลาสำคัญ เพราะในปี 2569 สมาคมการตลาดฯ จะก้าวสู่ปีที่ 60 ของการก่อตั้ง จากจุดเริ่มต้นของกลุ่มคนที่เชื่อมั่นในพลังของการตลาดในฐานะกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคม สมาคมฯ ได้ยืนหยัดตามปณิธานนั้นมาตลอด 6 ทศวรรษ กับบทบาทการเป็น ศูนย์กลางองค์ความรู้ด้านการตลาดที่เชื่อมโยงทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็น ภาคธุรกิจ รัฐ นักวิชาการ หรือคนรุ่นใหม่ ให้เข้ามาร่วมเรียนรู้ แลกเปลี่ยน และร่วมกันขับเคลื่อนวงการการตลาดของไทยอย่างต่อเนื่อง และพร้อมเป็น Marketing Accelerator ที่ผลักดันการตลาดเป็นยุทธศาสตร์สำคัญใน
เมื่อเจ้าของแบรนด์ หันมาทำคอนเทนต์เอง ‘CEO Branding’ กลยุทธ์ที่เปลี่ยนแฟนคลับให้เป็นลูกค้าประจำ ปั้นแบรนด์ปังในพริบตา หากพูดถึงการปั้นแบรนด์ให้เป็นที่รู้จักหรือแมสในกลุ่มลูกค้าในปัจจุบัน ไม่ใช่แค่การจ้างดาราดัง อินฟลูเอนเซอร์ หรือ KOL ช่วยโปรโมตเท่านั้น แต่สามารถทำได้ด้วย ‘CEO Branding’ หรือการที่เจ้าของธุรกิจหันมาทำคอนเทนต์ สร้างตัวตน บอกเล่าเรื่องราวของแบรนด์ นำเสนอภาพลักษณ์ แนวคิดการทำธุรกิจ หรือไอเดียการผลิตสินค้าผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ อย่าง TikTok, IG หรือ Facebook กันมากขึ้น จนผู้บริโภคอย่างเรากลายเป็นแฟนคลับของซีอีโออย่างไม่รู้ตัว เกิดเป็นความเชื่อมั่นและมั่นใจในตัวแบรนด์ เพราะซีอีโอถือเป็นผู้ที่รู้ลึกรู้จริงเกี่ยวกับอินไซต์ทั้งหมดของแบรนด์ ส่งผลต่อการตัดสินใจซื้ออย่างไม่ลังเล อีกทั้งยังสร้างความเป็น “Brand Loyalty” เพิ่มเข้ามา จึงเรียกได้ว่าการทำ CEO Branding ช่วยเชื่อมโยง ‘แบรนด์’ กับ ‘ผู้บริโภค’ ให้เข้าถึงกันได้ง่ายมากขึ้น จากเมื่อก่อน การที่เราจะได้เห็นโฉมหน้าเจ้าของแบรนด์นั้นยากจะเข้าถึง โดย ‘เส้นทางเศรษฐีออนไลน์’ ได้รวบรวมซีอีโอ ที่ทำ CEO Branding ได้จนเป็นที่รู้จัก เด็กสม
ปี 2025 การตลาดต้องเปลี่ยน! ปัญหาเงินฝืด คนใช้ AI มากขึ้น อนาคตอาจเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้เหมือนอินเทอร์เน็ต ในปีที่ผ่านมาถือเป็นปีที่หนักหน่วงสำหรับเศรษฐกิจทั่วโลก ไม่ใช่แค่ในประเทศไทย แต่กระทบไปทุกประเทศ แม้แต่ประเทศที่มีเสถียรภาพสูงอย่างญี่ปุ่นก็ต้องเผชิญกับค่าครองชีพที่พุ่งสูงขึ้นเช่นกัน วันนี้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ได้มีโอกาสพูดคุยกับ คุณหนุ่ย-ณัฐพล ม่วงทำ เจ้าของเพจการตลาดวันละตอน ที่ปรึกษาด้านการตลาดและดาต้า เกี่ยวกับเทรนด์การตลาดในปี 2025 นี้ ว่าสิ่งไหนที่ควรทำเพื่อเป็นไอเดียให้ผู้ประกอบการต่อยอดในธุรกิจ เศรษฐกิจปีที่ผ่านมา เมื่อเงินฝืดรุนแรงกว่าที่เคย “คนไม่มั่นใจเรื่องของการใช้เงิน เศรษฐกิจก็เลยมีความฝืดเคืองมากขึ้น” ทุกอย่างแพงขึ้น ส่งผลให้แม้แต่คนที่มีเงินก็ยังลดการใช้จ่าย ส่วนคนที่รายได้น้อยอยู่แล้ว ก็ยิ่งเดือดร้อนหนัก ปีที่ผ่านมาจะเห็นว่าอัตราเงินฝืดสูงขึ้น แทนที่จะเป็นเงินเฟ้อ เพราะปกติแล้วเงินเฟ้อหมายถึงราคาสินค้าสูงขึ้นจากการที่คนจับจ่ายใช้สอย แต่ปีที่ผ่านมาคนกลับไม่ใช้เงิน ทำให้เศรษฐกิจชะลอตัวมากขึ้น ปัจจัยถัดมาเป็นเรื่องของการเมือง “ทั่วโลกการเมืองไม่เสถียร” เห็นได้จากแนว
นายกสมาคมการตลาดฯ เปิดภาพรวมเศรษฐกิจปี 67 ก่อนเข้าสู่ยุคสงครามการค้าปี 68 นายบุรณิน รัตนสมบัติ นายกสมาคมการตลาดแห่งประเทศไทย กล่าวถึงภาพรวมปี 2567 ว่า หากถามผู้ประกอบการเรียกว่าเป็นปีที่ยากลำบาก ทั้งเรื่องเศรษฐกิจโลก หรืองบประมาณที่ล่าช้า ขณะเดียวกัน ประเด็นด้านภูมิรัฐศาสตร์ ก็เห็นได้ชัดเจนระหว่างอเมริกากับจีน รวมถึงหลายๆ ประเทศมีการเลือกตั้ง ช่วงครึ่งปีแรกจึงเหนื่อย แต่ครึ่งปีหลังเริ่มดีขึ้น จากนักท่องเที่ยวที่กลับมา 30 กว่าล้านคน ประกอบกับรัฐบาลเริ่มอัดฉีดงบเข้ามาในระบบ ดอกเบี้ยเริ่มลดลง ปลายปีจึงดีกว่าต้นปี อีกสิ่งที่เห็นชัดคือพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป จากเมื่อก่อนซื้อสินค้าจำนวนมาก ปัจจุบันซื้อเท่าที่จำเป็น ทยอยซื้อ และมีโอกาสใช้ถึงซื้อ ที่สำคัญ ความเป็น Brand Loyalty ลดลง เพราะดูเรื่องคุณภาพตรงความต้องการ และราคาที่สามารถจ่ายได้ อีกทั้ง ไม่ได้ซื้อสินค้าเพื่อเป็นเจ้าของสินทรัพย์ แต่ซื้อตามที่อยากใช้ และซื้อสินค้าที่ใช้แล้วเกิดความสบายใจ เช่น สายมู บัตรคอนเสิร์ต สุขภาพ และเสริมความงาม ส่วนผู้ประกอบการหรือเจ้าของแบรนด์ก็เริ่มเปลี่ยน จากเดิมผลิตเองทั้งหมด เปลี่ยนมาเป็นให้คนอื่น
ทำธุรกิจไม่ควรมองข้าม “พลังคำพูด” แต่ถ้า “พูดผิด ชีวิตเปลี่ยน” อาจเสียลูกค้าไปตลอดกาล “พลังคำพูด” สามารถดึงดูดลูกค้าได้เป็นอย่างดี แต่บางที ก็พร้อมเป็นด้านตรงข้าม ถ้าหากคำพูดที่สื่อสารออกมา ผิดจังหวะ ผิดความหมาย เพราะจะทำให้ “ผิดใจ” ลูกค้า เผอิญเห็นโพสต์หนึ่งที่ถูกแชร์โดยสมาคมล่าม พูดถึงโรงแรมที่ไล่พนักงานออก ด้วยเหตุพนักงานพูดกับลูกค้าด้วยภาษาอังกฤษ Let me educate you a little bit. ซึ่งคงแปลความได้ว่า “ขอให้ฉันได้ให้ความรู้กับคุณเล็กน้อย” ไม่มีรายละเอียดอะไรมากไปกว่านี้ ว่าเรื่องราวเป็นอย่างไร เกิดที่ไหน เกิดกับใคร…แต่นั่นไม่ใช่ประเด็นครับ เพราะประเด็นที่น่าสนใจสำหรับผม อยู่ตรงที่ “การสื่อสารผิด ชีวิตเปลี่ยน” เวลาเราพูดถึงเรื่องราวทางธุรกิจ การค้าการขาย เรามักมุ่งเน้นไปที่ “การตลาด” และในส่วนหนึ่งที่สำคัญของการตลาดคือ “การสื่อสารการตลาด” ซึ่งเราหมายถึง การโฆษณา การประชาสัมพันธ์ การทำโปรโมชัน (ลด แลก แจก แถม) การขายโดยพนักงาน การตลาดทางตรง การตลาดแบบโต้ตอบ การจัดงานและนิทรรศการ หรือกระทั่งการตลาดแบบปากต่อปาก โดยเนื้อหาสาระหลัก เรามักมุ่งเน้นไปที่ การสื่อสารบอกกล่าวคุ
