การตลาด
ปี 2025 การตลาดต้องเปลี่ยน! ปัญหาเงินฝืด คนใช้ AI มากขึ้น อนาคตอาจเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้เหมือนอินเทอร์เน็ต ในปีที่ผ่านมาถือเป็นปีที่หนักหน่วงสำหรับเศรษฐกิจทั่วโลก ไม่ใช่แค่ในประเทศไทย แต่กระทบไปทุกประเทศ แม้แต่ประเทศที่มีเสถียรภาพสูงอย่างญี่ปุ่นก็ต้องเผชิญกับค่าครองชีพที่พุ่งสูงขึ้นเช่นกัน วันนี้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ได้มีโอกาสพูดคุยกับ คุณหนุ่ย-ณัฐพล ม่วงทำ เจ้าของเพจการตลาดวันละตอน ที่ปรึกษาด้านการตลาดและดาต้า เกี่ยวกับเทรนด์การตลาดในปี 2025 นี้ ว่าสิ่งไหนที่ควรทำเพื่อเป็นไอเดียให้ผู้ประกอบการต่อยอดในธุรกิจ เศรษฐกิจปีที่ผ่านมา เมื่อเงินฝืดรุนแรงกว่าที่เคย “คนไม่มั่นใจเรื่องของการใช้เงิน เศรษฐกิจก็เลยมีความฝืดเคืองมากขึ้น” ทุกอย่างแพงขึ้น ส่งผลให้แม้แต่คนที่มีเงินก็ยังลดการใช้จ่าย ส่วนคนที่รายได้น้อยอยู่แล้ว ก็ยิ่งเดือดร้อนหนัก ปีที่ผ่านมาจะเห็นว่าอัตราเงินฝืดสูงขึ้น แทนที่จะเป็นเงินเฟ้อ เพราะปกติแล้วเงินเฟ้อหมายถึงราคาสินค้าสูงขึ้นจากการที่คนจับจ่ายใช้สอย แต่ปีที่ผ่านมาคนกลับไม่ใช้เงิน ทำให้เศรษฐกิจชะลอตัวมากขึ้น ปัจจัยถัดมาเป็นเรื่องของการเมือง “ทั่วโลกการเมืองไม่เสถียร” เห็นได้จากแนว
นายกสมาคมการตลาดฯ เปิดภาพรวมเศรษฐกิจปี 67 ก่อนเข้าสู่ยุคสงครามการค้าปี 68 นายบุรณิน รัตนสมบัติ นายกสมาคมการตลาดแห่งประเทศไทย กล่าวถึงภาพรวมปี 2567 ว่า หากถามผู้ประกอบการเรียกว่าเป็นปีที่ยากลำบาก ทั้งเรื่องเศรษฐกิจโลก หรืองบประมาณที่ล่าช้า ขณะเดียวกัน ประเด็นด้านภูมิรัฐศาสตร์ ก็เห็นได้ชัดเจนระหว่างอเมริกากับจีน รวมถึงหลายๆ ประเทศมีการเลือกตั้ง ช่วงครึ่งปีแรกจึงเหนื่อย แต่ครึ่งปีหลังเริ่มดีขึ้น จากนักท่องเที่ยวที่กลับมา 30 กว่าล้านคน ประกอบกับรัฐบาลเริ่มอัดฉีดงบเข้ามาในระบบ ดอกเบี้ยเริ่มลดลง ปลายปีจึงดีกว่าต้นปี อีกสิ่งที่เห็นชัดคือพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป จากเมื่อก่อนซื้อสินค้าจำนวนมาก ปัจจุบันซื้อเท่าที่จำเป็น ทยอยซื้อ และมีโอกาสใช้ถึงซื้อ ที่สำคัญ ความเป็น Brand Loyalty ลดลง เพราะดูเรื่องคุณภาพตรงความต้องการ และราคาที่สามารถจ่ายได้ อีกทั้ง ไม่ได้ซื้อสินค้าเพื่อเป็นเจ้าของสินทรัพย์ แต่ซื้อตามที่อยากใช้ และซื้อสินค้าที่ใช้แล้วเกิดความสบายใจ เช่น สายมู บัตรคอนเสิร์ต สุขภาพ และเสริมความงาม ส่วนผู้ประกอบการหรือเจ้าของแบรนด์ก็เริ่มเปลี่ยน จากเดิมผลิตเองทั้งหมด เปลี่ยนมาเป็นให้คนอื่น
ทำธุรกิจไม่ควรมองข้าม “พลังคำพูด” แต่ถ้า “พูดผิด ชีวิตเปลี่ยน” อาจเสียลูกค้าไปตลอดกาล “พลังคำพูด” สามารถดึงดูดลูกค้าได้เป็นอย่างดี แต่บางที ก็พร้อมเป็นด้านตรงข้าม ถ้าหากคำพูดที่สื่อสารออกมา ผิดจังหวะ ผิดความหมาย เพราะจะทำให้ “ผิดใจ” ลูกค้า เผอิญเห็นโพสต์หนึ่งที่ถูกแชร์โดยสมาคมล่าม พูดถึงโรงแรมที่ไล่พนักงานออก ด้วยเหตุพนักงานพูดกับลูกค้าด้วยภาษาอังกฤษ Let me educate you a little bit. ซึ่งคงแปลความได้ว่า “ขอให้ฉันได้ให้ความรู้กับคุณเล็กน้อย” ไม่มีรายละเอียดอะไรมากไปกว่านี้ ว่าเรื่องราวเป็นอย่างไร เกิดที่ไหน เกิดกับใคร…แต่นั่นไม่ใช่ประเด็นครับ เพราะประเด็นที่น่าสนใจสำหรับผม อยู่ตรงที่ “การสื่อสารผิด ชีวิตเปลี่ยน” เวลาเราพูดถึงเรื่องราวทางธุรกิจ การค้าการขาย เรามักมุ่งเน้นไปที่ “การตลาด” และในส่วนหนึ่งที่สำคัญของการตลาดคือ “การสื่อสารการตลาด” ซึ่งเราหมายถึง การโฆษณา การประชาสัมพันธ์ การทำโปรโมชัน (ลด แลก แจก แถม) การขายโดยพนักงาน การตลาดทางตรง การตลาดแบบโต้ตอบ การจัดงานและนิทรรศการ หรือกระทั่งการตลาดแบบปากต่อปาก โดยเนื้อหาสาระหลัก เรามักมุ่งเน้นไปที่ การสื่อสารบอกกล่าวคุ
กลุ่มลูกค้ายุคใหม่ เมินแบรนด์หรู ขอราคาดี คุณภาพโดน ดีกว่าสวยแต่รูปแล้วไม่ตอบสนองการใช้งาน ชาว “ฟิจิทัล (Phygital)” เป็นชื่อเรียกกลุ่มลูกค้า ที่จะกลายมาเป็นกำลังซื้อสำคัญของโลก ซึ่งปรากฏอยู่ในหนังสือ Marketing 6.0 ของปรมาจารย์การตลาดระดับโลก ฟิลิป คอตเลอร์ ลูกค้ากลุ่มนี้กำลังเติบโตขึ้นมา เข้าสู่วัยทำงาน เมื่อทำงาน มีเงินใช้ ย่อมกลายมาเป็นบุคคลสำคัญในทางการตลาดทันที แต่คนกลุ่มนี้ อาจไม่ใช่คนที่จะค้าขายกับพวกเขาแบบเดิมได้อีกต่อไปแล้ว เพราะพวกเขามีความรู้สึกนึกคิดที่แตกต่างไปจากลูกค้ากลุ่มใหญ่ในปัจจุบันอย่างมาก ฟิลิป คอตเลอร์ พูดถึงคน Generation Z และคน Generation Alpha ที่หลอมรวมกันเป็นชาว “ฟิจิทัล” เพราะคน 2 Gen นี้เขาไม่เห็นเส้นแบ่งทางกายภาพ (Physical) และดิจิทัล (Digital) และเป็นพวกที่กำลังดำดิ่งเข้าไปสู่โลกแห่งการหลอมรวมระหว่างโลกจริงกับโลกเสมือน ที่เรียกว่า “เมตาเวิร์ส” ย้อนกลับไปที่คนแต่ละ Gen กันก่อน ปัจจุบันคน Gen Baby Boomer อายุผ่านวัยเกษียณไปหมดแล้ว น่าจะเรียกได้ว่าเข้าสู่วัยผ้าอ้อม อาหารเสริม กันหมดแล้ว ขณะที่คน Gen X จะเริ่มเข้าสู่วัยรับเบี้ยคนชรารุ่นแรกในปีหน้า ดังนั้น คนที
ร้านเล็กก็รวยได้! คอร์สเรียนฟรี อัปสกิลร้านอาหาร เคล็ดลับเพิ่มยอดขายปังตลอดปี ในยุคที่เศรษฐกิจชะลอตัว หลายธุรกิจต้องเผชิญกับปัญหายอดขายที่น้อยลง แต่สำหรับ ธุรกิจร้านอาหาร ที่เป็นภาคธุรกิจสำคัญในด้านธุรกิจการบริการ ภาคการบริโภคของคนในประเทศ และเป็นธุรกิจที่มีคู่แข่งที่เยอะพอสมควร ซึ่งการทำ การตลาดร้านอาหาร นั้น ไม่ได้ยากอย่างที่ใครหลายๆ คนคิด เพียงแค่ต้องทำความเข้าใจพื้นฐาน เข้าใจหลักการ และตามทันโลกอยู่เสมอ ไม่ว่าร้านเล็กหรือร้านใหญ่ก็สามารถสร้างยอดขายแบบปังๆ ได้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ มีคอร์สอัปสกิล เรียนฟรีจากแม็คโคร มาแนะนำ เป็นหลักสูตร “หมัดเด็ดร้านอาหารขายดี กลยุทธ์เพิ่มยอดปังตลอดปี” ที่ทำขึ้นมาเพื่อช่วยให้เจ้าของร้านอาหารสามารถพัฒนาทักษะ เพิ่มยอดขาย และสร้างกำไรได้แบบปังๆ โดยเรียนรู้ตั้งแต่พื้นฐาน, จุดแข็งพัฒนาจุดอ่อน, กลยุทธ์เพิ่มยอดขาย, เคล็ดลับเมนูเด่น, การตั้งราคา, วิธีการเลือกทำเลที่ถูกต้อง และการทำให้ลูกค้ากลับมาหาเราซ้ำๆ มีทั้งหมด 9 บทเรียน บทที่ 1 : 3 เหตุผลที่จะทำให้คุณขายดีขึ้น บทที่ 2 : 4 ปัจจัยที่ลูกค้ายอมจ่ายไม่เท่ากัน บทที่ 3 : กลยุทธ์เพิ่มจุดขายให้ร้านคุณ บทที่ 4 :
“อ่าวขนอมซีฟู้ด” พลิกธุรกิจรับเทรนด์ จากโรงแรมสู่ร้านอาหารทะเลสด เน้นของสด คุณภาพดี ราคาหลักร้อย! “การทำธุรกิจ เราจะฟิกซ์ตายตัวไม่ได้ ต้องดูว่าตอนนี้แนวโน้มตลาดมันเป็นยังไง อย่างที่พี่บอกว่าตอนนี้ซีฟู้ดเป็นแนวนี้ แต่อีก 10 ปีข้างหน้า อาจจะเปลี่ยนแนวไปแล้วก็ได้ ดังนั้น เราต้องเปลี่ยนไปตามเทรนด์” คุณลี-สุมาลี พยุหนาวีชัย เจ้าของร้านอาหาร “อ่าวขนอมซีฟู้ด” ที่ก่อนหน้านี้เคยทำธุรกิจมามากมาย อีกทั้งยังมีการปรับตัวให้เข้ากับเทรนด์อยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็น การทำธุรกิจโรงแรมมากว่า 18 ปี และต่อยอดทำร้านกาแฟ มีของทานเล่น มุมถ่ายรูป ซึ่งช่วงแรกๆ ที่เปิด มีลูกค้ามากว่า 4,000 คน แต่เมื่อกระแสคาเฟ่เบาบางลง จึงแตกไลน์ธุรกิจเพิ่ม เป็นร้านอาหารทะเล ที่เน้นของสด อาหารอร่อย ราคาจับต้องได้ และมีบรรยากาศที่สวยงาม ชวนให้อยากมาถ่ายรูปเช็กอิน จากโรงแรมสู่ร้านอาหาร ก่อนที่จะมาเปิดร้านอาหารทะเล คุณลี เล่าว่า ก่อนหน้านี้ทำธุรกิจโรงแรมมาก่อน จนปัจจุบันเปิดมาประมาณ 17-18 ปี ชื่อว่า “ราชาคีรี” ซึ่งขนอมเป็นแหล่งท่องเที่ยวแนวธรรมชาติ ลูกค้าที่มาพักที่โรงแรม ส่วนใหญ่จะพักแค่ 2 วัน 1 คืน แล้วก็กลับ เพราะที่ขนอมไม่มีกิจกรรม
ไทยพุ่งสู่ครึ่งปีหลัง! สมาคมการตลาดแห่งประเทศไทย เผย 5 กลยุทธ์เร่งเครื่องธุรกิจ พา SMEs ไทย ลุยต่อ ฝ่าวิกฤตสู่โอกาส สมาคมการตลาดแห่งประเทศไทย ประกาศ “5 โฟกัสหลัก” เพื่อเป็นแนวทางให้นักธุรกิจไทยรับมือกับความท้าทาย การเปลี่ยนแปลงและการแข่งขันที่รุนแรงในทุกรูปแบบของการตลาดในปัจจุบันและอนาคต พร้อมเผยวิสัยทัศน์ใหม่ในการเป็น “Accelerator” หรือ “ผู้ผลักดัน” เพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้กับวงการการตลาดไทย นำโดย ดร.บุรณิน รัตนสมบัติ นายกสมาคมการตลาดแห่งประเทศไทย Marketing Association of Thailand (MAT) แถลงข่าวแนวทางขับเคลื่อนธุรกิจไทยในครึ่งปีหลัง พร้อมกล่าวถึงแนวทางการทำงานของสมาคมฯ และแนะนำทีมคณะกรรมการอำนวยการชุดใหม่ 36 ท่าน ผู้อำนวยการบริหารท่านใหม่ ที่มาร่วมดำเนินงานตามวิสัยทัศน์และพันธกิจของสมาคมฯ ร่วมกัน ดร.บุรณิน กล่าวว่า “ท่ามกลางความท้าทายทั้งด้านเศรษฐกิจ ภูมิรัฐศาสตร์ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และการพัฒนาอย่างก้าวกระโดดของเทคโนโลยี นักการตลาดต้องปรับตัวตาม Megatrend ตลอดมาตั้งแต่ยุคเก่าที่เน้นภาคการผลิต จนมายังยุคปัจจุบันที่ดิจิทัลและ New Media เข้ามามีบทบาท แ
Real Time Marketing (เรียลไทม์มาร์เก็ตติ้ง) การตลาดเกาะกระแสสังคม ควรระวัง “ไม่โดน” ก็พร้อม “ดับ” Real Time Marketing อาจเรียกได้ว่าเป็น “การตลาดแบบฉับพลัน” ที่อาศัยเรื่อง “สื่อสารการตลาด” แบบทันควัน ทันกระแส ทันสถานการณ์ เพื่อสร้างกระแสบวกให้กับแบรนด์ ซึ่งต้องย้ำก่อนว่า เรียลไทม์มาร์เก็ตติ้ง มุ่งเน้นที่ “การสื่อสารการตลาด” เป็นเรื่องของ “การสื่อสาร” ที่อาศัยความไว กับความคิดสร้างสรรค์ ผสมผสานกัน เมื่อเกิดสถานการณ์ เกิดกระแสสังคมที่โด่งดัง แบรนด์ก็หยิบฉวยเอาสถานการณ์นั้น มาสร้างกระแสให้ตัวเองด้วย จะเรียกว่าเกาะไปกับกระแส ก็คงไม่ผิดนัก แต่สำคัญตรงที่ “ต้องเร็ว” แบบทันทีทันใด ไม่ปล่อยจังหวะเวลาผ่านไป จนคนลืมไปแล้ว ตัวอย่างเช่น เมื่อต้นเดือนมีนาคม 2567 ที่ผ่านมา กระแสวันกะเทยแห่งชาติ จากเหตุการณ์กะเทยไทยยกพวกถล่มกะเทยฟิลิปปินส์ที่สุขุมวิท ซอย 11 ถูกกล่าวถึงเป็นกระแสสังคมที่ดังทั่วไทย และยังลามไประดับโลก รองเท้าแบรนด์ดังเจ้าหนึ่ง ใช้เรียลไทม์มาร์เก็ตติ้ง เกาะกระแสทันที ด้วยการโพสต์ภาพรองเท้าแบรนด์ตัวเอง พร้อมข้อความในทำนองว่า สามารถเป็นตัวแม่ได้ทุกที่ ถ้ามีรองเท้าแบรนด์นี้ ซึ่งให้สอดรับกับ
เปิดแนวคิดการตลาด ‘จอลลี่แบร์’ ขนมเยลลี่แบรนด์แรกในไทย ทำยังไงให้อยู่คู่คนไทยมานาน 40 กว่าปี! หากพูดถึง ขนมเยลลี่ ในประเทศไทยที่ถือเป็นแบรนด์ดังและครองใจผู้บริโภคมาอย่างยาวนานแล้วล่ะก็ จอลลี่แบร์ คงเป็นชื่อที่ผุดขึ้นมาเป็นลำดับแรกๆ ที่เราต้องเอ่ยถึง เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ได้พูดคุยกับ คุณนิกกี้-พลากร เชาว์ประดิษฐ์ Director ห้างหุ้นส่วนจำกัด อยู่แสงฟ้า โปรดักส์ หนึ่งในผู้บริหารรุ่นที่ 3 ของแบรนด์ จอลลี่แบร์ ที่มาเล่าที่มาที่ไปของแบรนด์และเทคนิคการทำการตลาดที่ทำให้แบรนด์อยู่คู่คนไทยมาได้นาน 40 กว่าปี! คุณนิกกี้ เล่าว่า จอลลี่แบร์ เป็นแบรนด์ขนมเยลลี่เจลาติน ที่ดำเนินกิจการมาได้ 40 กว่าปี ที่ผลิตโดย บริษัท พงษ์จิตต์ จำกัด และจัดจำหน่ายโดย ห้างหุ้นส่วนจำกัด อยู่แสงฟ้า โปรดักส์ ซึ่งเป็นบริษัทในเครือเดียวกัน นอกจากนั้น จอลลี่แบร์ ยังได้วางในร้านเซเว่น อีเลฟเว่น มานานกว่า 30 ปี “เราถือเป็นหนึ่งในเจ้าแรกๆ ที่ทำธุรกิจเยลลี่ออกมาในลักษณะ Mass Scale ซึ่งผู้บริโภค ณ เวลานั้น ยังไม่มีความรู้ด้วยซ้ำว่าเยลลี่ประเภทนี้ที่เป็นขนมอยู่ด้วย สมัยนั้นอาจจะคุ้นเคยกับ Hard Candy พวกขนมเม็ดแข็ง
Grow Engagement กระตุกจิต กระชากใจ เพิ่มการมีส่วนร่วม บนโลกโซเชียล หลายคนอาจเคยทำหรือกำลังทำอยู่ นั่นก็คือ การตลาดบนโลกโซเชียล ซึ่งต้องบอกว่ามันมีข้อดีที่หลากหลายเรื่องเลย ไม่ว่าจะเป็น การเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้ตรงจุด การสร้างการรับรู้ของแบรนด์ การสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้า หรือแม้แต่เป็นการลดต้นทุน โดยผู้ประกอบการอาจจะมีวิธีการทำที่เหมือนหรือแตกต่างกันออกไป แต่จะรู้ได้อย่างไรว่า มีคนเห็นหรือสนใจในเนื้อหาที่เราต้องการจะสื่อออกไปมากน้อยแค่ไหน ซึ่งวันนี้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ จะมาบอกถึงตัวชี้วัดที่จะช่วยให้เรารับรู้เรื่องนี้ได้และจะเห็นว่าธุรกิจของเราเติบโตขึ้นหรือไม่ วันนี้จะมาพูดถึง Grow Engagement คือ การเพิ่มการมีส่วนร่วม ซึ่งหมายถึงการกระตุ้นให้ผู้คนโต้ตอบกับเนื้อหาหรือกิจกรรมต่างๆ บนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย โดยเราสามารถดูถึงผู้คนมีส่วนร่วมบนโซเชียลได้จาก 4 กลุ่มหลักๆ ดังนี้ 1. การโต้ตอบโดยตรง การโต้ตอบโดยตรง จะเป็นตัวชี้ให้เห็นว่า มีคนสนใจในเนื้อหาของเรา โดยดูถึงจำนวนแล้วนำมาดูว่ามีพัฒนาการที่เพิ่มมากขึ้นหรือไม่ โดยจะดูได้จากสิ่งเหล่านี้ Comments ดูจำนวนครั้งที่ผู้คนแสดงความคิดเห็นใ
