การท่องเที่ยว
สถานการณ์เศรษฐกิจไทยที่ยังคงเผชิญกับความท้าทายหลายด้าน โดยเฉพาะ ภาคการท่องเที่ยว ซึ่งเป็นเสมือนเส้นเลือดใหญ่ในการสร้างรายได้เข้าประเทศ พบว่า แม้จะมีสัญญาณการฟื้นตัวของนักท่องเที่ยวต่างชาติบ้าง แต่การแข่งขันในภูมิภาคที่สูงขึ้น ต้นทุนผู้ประกอบการที่เพิ่ม และความเปราะบางของกำลังซื้อในประเทศ ยังคงเป็นปัจจัยกดดันสำคัญ ทำให้ภาพรวมการใช้จ่ายและการเดินทางท่องเที่ยวในประเทศยังไม่คึกคักเท่าที่ควร ด้วยเหตุนี้ ในการประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2568 ที่ผ่านมา จึงมีมติเห็นชอบในหลักการ 4 มาตรการย่อยตามที่กระทรวงการคลังเสนอ เพื่อเร่งกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านการท่องเที่ยวภายในประเทศ ในช่วงฤดูท่องเที่ยวปลายปี และสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ประกอบการ มาตรการหลักคือ “เที่ยวดีมีคืน” ลดหย่อนภาษีสูงสุด 2 หมื่นบาท หัวใจสำคัญของมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจชุดนี้ คือการผลักดันให้เกิดการเดินทางและการใช้จ่ายอย่างทั่วถึง โดยเฉพาะการเน้นหนักไปที่ “จังหวัดท่องเที่ยวรอง” เพื่อกระจายรายได้ออกจากเมืองหลักอย่างแท้จริง ซึ่งประกอบด้วย มาตรการ รายละเอียดการกระตุ้น 1. มาตรการภาษีเพื่อสนับสนุนการท่องเที่ยวเมืองรอง ให้สิทธิผู้มี
ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจ ทีทีบี หรือ ttb analytics เผยข้อมูลว่า การท่องเที่ยวภายในประเทศเป็นกิจกรรมสำคัญที่สร้างเม็ดเงินทางเศรษฐกิจของไทย และยังเป็นช่องทางสำคัญของการส่งผ่านเม็ดเงินให้เกิดการหมุนเวียนในพื้นที่ต่างๆ หลายพื้นที่ โดยเฉพาะในพื้นที่ห่างไกล ที่ปกติการหมุนเวียนของเม็ดเงินทางเศรษฐกิจค่อนข้างต่ำ เป็นการเปิดโอกาสในการสร้างธุรกิจอันเป็นแหล่งงานตามแหล่งท่องเที่ยวในพื้นที่ต่างๆ เพื่อเป็นรากฐานการเติบโตอย่างยั่งยืน ตามข้อมูลของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย พบว่า เม็ดเงินรายได้จากการท่องเที่ยวในปี 2567 สูงถึง 2.9 ล้านล้านบาท โดยเฉพาะการท่องเที่ยวในประเทศที่ยังมีแนวโน้มการเติบโตต่อเนื่อง โดย ttb analytics ประเมินรายได้ท่องเที่ยวของคนไทยในปี 2568 ยังสามารถสร้างประวัติศาสตร์เป็นปีที่ 3 ติดต่อกันในมิติด้านจำนวนนักท่องเที่ยวที่คาดว่าจะสูงถึง 284 ล้านคนต่อครั้ง ซึ่งแม้ยังอยู่ภายใต้บริบท “เที่ยวใกล้ ไปกลับ กระชับเส้นทาง” ส่งผลให้รายจ่ายต่อทริปลดลง แต่ด้วยการชดเชยของมิติจำนวนนักท่องเที่ยวในประเทศสามารถสร้างมูลค่าเกินกว่า 1.20 ล้านล้านบาท การท่องเที่ยวในประเทศของนักท่องเที่ยวไทยในช่วง 2-3 ปีที่ผ่า
กลับมาเป็นปีที่ 2 สำหรับ “อัยยะ ปักษ์ใต้ 2 – FLY 2 SOUTH NOW FESTIVAL II” เทศกาลที่อยากชวนคนกรุง มาร่วมสัมผัสความมหัศจรรย์ของศิลปะและวัฒนธรรมภาคใต้ ซึ่งเต็มไปด้วยสีสันและเอกลักษณ์เฉพาะตัว พร้อมตื่นตาไปกับแฟชั่นโชว์กลางแจ้งสุดพิเศษจาก 6 แบรนด์ดีไซเนอร์แดนใต้ ได้แก่ Clothear Vestiare, D’Arcy the Designs, Keziah, Spybrand, Yabulan และ Yayee ที่จะนำแรงบันดาลใจของ “สีสัน เส้นสาย ลายเส้น” จากผ้าภาคใต้ มาสะบัดบนรันเวย์บริเวณลานจอดเครื่องบินขนาดใหญ่ที่เป็นเอกลักษณ์ของสถานที่จัดงานสุดครีเอต อย่าง “ช่างชุ่ย” โอกาสนี้ “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” มีเรื่องราวเบื้องหลัง-เบื้องหน้าน่าทึ่ง จาก “หัวเรือใหญ่” ของอีเวนต์สุดสร้างสรรค์ ที่ผ่านพ้นไปเมื่อปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา นี้เอง “เมื่อปีที่แล้ว ฟลายนาว 3 มีโอกาสทำงานกับงานศิลปวัฒนธรรมและผ้าผืน โดยเฉพาะผ้าปาเต๊ะของภาคใต้ ซึ่งเป็นความท้าทายอย่างหนึ่งแล้ว แต่ปีนี้มีความท้าทายใหม่ คือการต้องไปส่งเสริม น้องๆ รุ่นใหม่ ซึ่งผ่านการเลือกเฟ้นมาแล้ว มีแววจะเป็นกำลังที่ดีของวงการแฟชั่น”คุณลิ้ม-สมชัย ส่งวัฒนา เจ้าของ FLYNOW (ฟลายนาว) เสื้อผ้าแบรนด์ด
“การท่องเที่ยวที่มันน้อยลง ไม่ใช่เพราะเอกชนเลยนะ เอกชนทำดีที่สุดแล้ว แต่คิดว่าคนที่บอกว่าเป็นผู้นำหรือรัฐบาล เขาไม่โฟกัสกับปัญหา ทั้งที่ต้องทำอะไรที่ชัดเจนกับนโยบายการท่องเที่ยว เพื่อที่ให้ทุกคนเดินต่อไปได้” คือประโยคสนทนา เมื่อ “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” ตั้งประเด็นเกี่ยวกับภาพรวมเศรษฐกิจไทยเวลานี้ จากคุณอลิสา พันธุศักดิ์ คุนผลิน ผู้บริหารหญิงแห่งเทิฟฟานี่ โชว์ แหล่งท่องเที่ยวระดับโลก ของไทย จากนั้นเธอจึงขยายความต่อ “พวกเขาไม่โฟกัส ว่าปัญหาคืออะไร แล้วมันควรไปแก้ที่ปลายเหตุหรือต้นเหตุ แล้วต้นเหตุคืออะไร การแก้ปัญหาปลายเหตุ ด้วยการโฆษณา-ประชาสัมพันธ์ มันไม่ใช่ ต้นเหตุมันคือความไม่ปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน เพราะทุกวันนี้นักท่องเที่ยวรู้สึกว่า หนึ่ง ไทยไม่ปลอดภัย สองคือ ไทยทำไมแพง ขณะที่ประเทศคือเราควบคุมตัวเองไม่ได้ ในเรื่องของเงินเฟ้อ ประชาชนรายได้ไม่พอ” นักธุรกิจหญิงคนดัง กล่าวต่อว่า ถึงเวลานี้แล้ว ผู้นำ ควรไปโฟกัสการลดรายจ่ายของประชาชน เพราะทางแก้มีอยู่ 2 ด้าน ในเมื่อเพิ่มรายได้ไม่ได้ ก็ต้องไปลดรายจ่าย จึงคิดว่าผู้นำแก้ปัญหาไม่ถูกจุด อีกทั้งยังจะทำแต่เรื่องที่ไม่จำเป็
ยังฮอต! คนสนใจซื้อ/เช่าบ้าน ใน “กรุงเทพฯ” มากที่สุดในรอบปี 2567 ส่วนเชียงใหม่รั้งอันดับ 2 รับอานิสงส์การท่องเที่ยวฟื้น ดีดีพร็อพเพอร์ตี้ (DDproperty) แพลตฟอร์มอสังหาริมทรัพย์อันดับ 1 ของไทย เผยข้อมูลเชิงลึกจากผู้เข้าเยี่ยมชมในเว็บไซต์ www.DDproperty.com ในรอบปี 2567 (เก็บข้อมูลระหว่างเดือนมกราคม-ธันวาคม 2567) อัปเดตทำเลศักยภาพที่น่าจับตามอง “กรุงเทพฯ” ยืนหนึ่งจังหวัดยอดนิยมของคนหาบ้าน กรุงเทพมหานคร ยังคงครองความนิยมเป็นจังหวัดที่ได้รับความสนใจซื้อ/เช่าทั่วประเทศมากที่สุดในรอบปี 2567 ขณะที่หัวเมืองท่องเที่ยวอย่างเชียงใหม่ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นจนครองอันดับ 2 ตามมาด้วยอันดับ 3 นนทบุรี, อันดับ 4 ภูเก็ต, อันดับ 5 ชลบุรี, อันดับ 6 ปทุมธานี, อันดับ 7 สมุทรปราการ, อันดับ 8 ประจวบคีรีขันธ์, อันดับ 9 ระยอง และอันดับ 10 ขอนแก่น ทั้งนี้ หัวเมืองท่องเที่ยวกลับมาติดอันดับต้นๆ จังหวัดยอดนิยมที่มีการค้นหาที่อยู่อาศัยมากขึ้น หลังจากตลาดอสังหาฯ ในปี 2567 ได้รับอานิสงส์จากการฟื้นตัวของการท่องเที่ยวส่งผลให้จำนวนชาวต่างชาติที่เข้ามาในไทยเพิ่มมากขึ้น หัวเมืองท่องเที่ยวจึงได้รับความสนใจซื้อ/เช่าเพื่อใช้เป็น
ททท. จับมือ TikTok สร้างปรากฏการณ์ใหม่ให้วงการท่องเที่ยว สู่สายตาชาวโลก การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ร่วมกับ TikTok ยกระดับการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน พร้อมขับเคลื่อนเศรษฐกิจผ่านแคมเปญ “เล่าเรื่องเมืองไทยเสริมสร้างรายได้ท้องถิ่น ดึงดูดใจนักท่องเที่ยวผ่าน TikTok” คุณฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวว่า โซเชียลมีเดียทุกแพลตฟอร์มเป็นโอกาสให้นักท่องเที่ยวได้เข้าถึงแหล่งท่องเที่ยว ซึ่ง TikTok ถือเป็นแพลตฟอร์มที่ทรงอิทธิพลอันดับต้นๆ โดย ททท. ให้ความสำคัญในการสร้างการมีส่วนร่วมอย่างต่อเนื่องกับผู้บริโภคหรือนักท่องเที่ยวทั่วโลกผ่าน TikTok จึงได้ร่วมมือกันอย่างเป็นทางการตั้งแต่ปี 2563 เพื่อทำกิจกรรมร่วมกันอย่างต่อเนื่อง ที่ประสบความสำเร็จเป็นอย่างมากคือเทศกาลสงกรานต์ ปี 2567 ททท. ได้จัดกิจกรรมบน TikTok ทำให้นักท่องเที่ยวทั่วโลกได้เห็นความสวยงามของเทศกาล ซึ่งมีการแชร์ไวรัลมากมาย จนกลายเป็นหมุดหมายใหม่ให้นักท่องเที่ยวอยากเข้ามามีส่วนร่วมกับประเพณีนี้ในปีหน้า หรือกิจกรรม Amazing Thailand Passion Ambassador ตลอดระยะเวลาของแคมเปญ 1 เดือน มีผู้เ
เขย่าวงการท่องเที่ยว! เทรนด์ปี 68 เบบี้บูมเมอร์ ขอเที่ยวแบบปล่อยใจ ไม่สนอายุและสุขภาพ ไม่เข้มงวดถ้าต้องดื่มแอลกอฮอล์ ด้วยเศรษฐกิจที่ทำให้ค่าครองชีพเพิ่มสูงขึ้น รวมถึงสภาวะโลกร้อนยังเป็นความกังวลหลักของหลายๆ คนในปี 2568 ที่กำลังจะมาถึง เพื่อเข้าใจพฤติกรรมและความชอบของผู้เดินทางในปีหน้า Booking.com ได้จัดทำแบบสำรวจ “เทรนด์การเดินทางในปี 2568” รวบรวมความคิดเห็นจากผู้เดินทางทั่วโลกมากกว่า 27,000 คนจาก 33 ประเทศและดินแดน โดย 9 เทรนด์การเดินทางที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในปี 2568 มีดังนี้ 1. เปิดโลกการเดินทางใหม่ด้วย AI ในปี 2568 เทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ๆ จะมีบทบาทสำคัญต่อการเดินทาง พบว่า 83% ของผู้เดินทางชาวไทย (และ 66% ของผู้เดินทางทั่วโลก) จะใช้เทคโนโลยีค้นหาข้อมูลและสัมผัสประสบการณ์แบบท้องถิ่นแท้ๆ ผู้เดินทางชาวไทยกว่า 3 ใน 4 (75%) ใช้เทคโนโลยีค้นหาจุดหมายปลายทางใหม่ๆ ที่ยังไม่เป็นที่รู้จักมากนักและไม่ค่อยมีคนพลุกพล่าน นอกจากนี้ ผู้เดินทางชาวไทยเกินครึ่ง (54%) สนใจและพร้อมลองใช้ AI คัดสรรสิ่งต่างๆ สำหรับการวางแผนทริปของพวกเขา 2. ทริปเที่ยวแบบครอบครัวใหญ่ ในปี 2568 ผู้เดินทางชาวไทย 40% (ผู้เดินทาง
‘Mobility Data’ เปิดลายแทงสร้างนโยบายท่องเที่ยวแห่งอนาคตด้วยข้อมูลมือถือ เพิ่มโอกาสทางธุรกิจ นับตั้งแต่การเกิดขึ้นของอารยธรรมทางภาษาและการจดบันทึกในยุคอียิปต์โบราณ จนถึงภาษาดิจิทัลและเทคโนโลยีคลาวด์คอมพิวติ้งในปัจจุบัน “ข้อมูล” (Data) หรือ เนื้อหาที่ถูกเข้ารหัสทางภาษาในการสื่อสารถือเป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้สังคมมนุษย์และมวลมนุษยชาติก้าวหน้าต่อไปอย่างไม่หยุดยั้ง สะท้อนได้จาก Generative AI ที่ได้สร้างความมหัศจรรย์และนานาประโยชน์ที่มนุษย์คาดไม่ถึง อย่างไรก็ตาม การใช้ประโยชน์จากข้อมูลที่ผ่านมา ยังคงจำกัดอยู่ในแวดวงธุรกิจเป็นหลัก พร้อมยังเป็นที่ถกเถียงถึงแนวทางการใช้ประโยชน์จากข้อมูลเพื่อสาธารณะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการออกแบบนโยบายสาธารณะ ทั้งนี้ ในงาน dataCon 2024 งานสัมมนาที่เชื่อมกลุ่มคนที่ต้องการสร้างการเปลี่ยนแปลงและคนในวงการข้อมูลให้มาพบกัน เพื่อสร้างสรรค์สังคมที่ดีขึ้นด้วยดาต้า ที่จัดขึ้น ณ True Digital Park โดยการสนับสนุนของ ทรู ดิจิทัล กรุ๊ป ได้จัดเสวนาหัวข้อ “สร้างนโยบายแห่งอนาคต ด้วยพลังข้อมูล Shaping the Future with Insights” Mobility Data เพื่อการส่งเสริมนโยบายท่องเที่ยวที่แม่นยำ-ตรง
ใครเป็นนายกฯ ผู้ประกอบการก็ต้องช่วยเหลือตัวเอง วอน เหลียวแลการท่องเที่ยวจริงจัง “คนก่อนทำไม่เท่าไหร่ เปลี่ยนอีกแล้ว ผู้ประกอบการก็งง ไม่รู้ไปทางไหน แต่ไม่ว่าจะมีอะไรเกิดขึ้น เราต้องช่วยเหลือตัวเองให้ได้” คือ คำให้สัมภาษณ์จาก คุณศรีรัตน์ ศรีภิญโญ เจ้าของกิจการรีสอร์ต-ร้านอาหาร ชื่อดังบนเกาะช้าง จังหวัดตราด เมื่อถูกถามถึงการเปลี่ยนแปลงผู้นำประเทศไทยคนล่าสุด ก่อนบอก ถ้าเสียงของเธอจะไปถึงรัฐบาลชุดใหม่ อยากบอกให้หันมาเหลียวแลการท่องเที่ยว เละช่วยเหลืออย่างจริงจังกว่านี้ ที่ผ่านมา แม้จะมีการออกข่าวว่าช่วย แต่ช่วยแบบไม่จริง เช่น บอกมีโครงการ ให้เงินกู้ แต่สรุปแล้วผู้ประกอบการไม่เคยได้ตั้งแต่สถานการณ์โควิด-19 ผู้ประกอบการ ต่างเดือดร้อน ต้องการกู้เงินมาพยุงธุรกิจ มาเสริมสภาพคล่อง แต่ไม่เคยเห็นมีโครงการช่วยได้จริงๆ “ดอกเบี้ยเงินกู้ อย่าเพิ่งขึ้นได้ไหม ทุกวันนี้เศรษฐกิจแย่อยู่แล้ว ทำได้เท่าไหร่เหมือนเอาไปใช้หนี้หมด จะให้เปลี่ยนอาชีพตอนนี้คงไม่ทันแล้ว ต้องเดินหน้าธุรกิจต่อไป ปรับปรุงสินค้า-บริการ ของเราให้ลูกค้ามาอุดหนุน” คุณศรีรัตน์ บอก และขอฝากไปถึงรัฐบาล “อุ๊งอิ๊ง” ด้วยว่า “เกาะช้าง ไม่ค่อยได้
การท่องเที่ยวไต้หวัน ร่วมกับ เคทีซี เปิดตัวโลโก้รักษ์โลกและแหล่งท่องเที่ยว Unseen Taiwan 2024 การท่องเที่ยวไต้หวันเผยปี 2567 คนไทยไปไต้หวันเพิ่มขึ้นเกือบ 18% เดินหน้าจับมือเคทีซีเปิดตัวแคมเปญ ‘Unseen Taiwan 2024’ เที่ยวได้ในทุกฤดูกาล พร้อมเผยโฉมโลโก้ ‘Taiwan – Waves of Wonder’ สะท้อนกลยุทธ์การท่องเที่ยวที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม สอดรับเทรนด์คนไทยนิยมเดินทางใกล้ วางรูปแบบการท่องเที่ยวตามปัจเจกนิยม และให้คุณค่ากับบริการรักษ์โลก หวังสิ้นปีดันยอดคนไทยเยือนไต้หวันเพิ่มไม่ต่ำกว่านักท่องเที่ยวในช่วงก่อนโควิด มิสซินดี้ เฉิน ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวไต้หวัน ประจำกรุงเทพฯ เปิดเผยว่า ในปี 2566 นักท่องเที่ยวไทยเดินทางไปไต้หวันทั้งสิ้นเกือบ 4 แสนคน และตั้งแต่เดือนมกราคม-เมษายน 2567 ยอดรวมนักท่องเที่ยวคนไทยแตะ 153,638 คน เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมาถึง 17.82% เป็นผลจากการขยายระยะเวลานโยบายฟรีวีซ่าสำหรับนักท่องเที่ยวชาวไทย 14 วัน จนถึงวันที่ 31 กรกฎาคม 2568 รวมถึงจำนวนเที่ยวบินตรงจากกรุงเทพฯ-ไต้หวัน ก็มีเพิ่มมากขึ้นเช่นกัน สำหรับในปีนี้ การท่องเที่ยวไต้หวันได้เปลี่ยนโลโก้ใหม่ภายใต้ธีม ‘Tai
