ขนมไทย
“ขนมไทย” ที่เห็นวางขายตามท้องตลาดในปัจจุบันนั้น ส่วนใหญ่รับมาจากโรงงานผลิตขนมที่มีเครื่องจักรคอยผลิต ทำให้ความพิถีพิถัน รายละเอียดต่างๆ เช่น ความหอมที่เป็นกลิ่นเฉพาะ และเสน่ห์ความเป็นขนมไทยหายไป ด้วยความที่ชอบเดินตลาดและชอบกินขนมหวาน จึงมาเดินเล่นที่ ตลาดมณีพิมาน หรือ ตลาดเตาปูน ซึ่งเป็นที่ที่มีของอร่อยทั้งคาว-หวานมากมายให้เลือกซื้อ เดินออกจากสถานีรถไฟฟ้าเตาปูน ทางออกที่ 3 เดินผ่านร้านสะดวกซื้อชื่อดังไปได้ไม่กี่ก้าว เจอเข้ากับ “ร้านลุงขาวเตาปูน” ร้านขายขนมไทย ที่มีคนแวะเวียนเข้าไปซื้อไม่ขาดสาย โดยมีหญิงสูงวัยท่าทางยังแข็งแรง ยืนตักขนมรวมมิตรใส่ถุงวางขาย ข้างๆ กันนั้น มีกะละมังใส่ขนมรวมมิตร มีขนมไทยอย่างอื่น วางเรียงรายละลานตาให้ได้เลือกซื้อกัน อาทิ ลอดช่อง ขนมชั้น ขนมกล้วย ทองหยิบ ทองหยอด ฝอยทอง และวุ้นใส่เม็ดแมงลัก มองเลยเข้าไปด้านในของร้าน เห็นชายรูปร่างสันทัด อายุราว 37 ปี กำลังเทน้ำกะทิ ใส่แม่พิมพ์ที่มีขนมสีเขียวๆอยู่ข้างใน คาดว่าชายคนนั้นน่าจะกำลังทำขนมตะโก้อยู่ ด้วยความหอมอ่อนๆที่ได้กลิ่น ผนวกกับความสงสัยว่ารสชาติจะเป็นอย่างไร เพราะเห็นคนเดินเข้าออกร้านถี่เหลือเกิน จึงได้เดินไปห
ทุกวันนี้หาขนมไทยที่อร่อยและเป็นสูตรดั้งเดิมได้ยากมาก ที่มีวางขายทั่วไปก็ทำกันยังไม่ครบเครื่อง หรือไม่ก็นำวัตถุดิบส่วนผสมแบบเทียมๆ มาใช้ คนไทยเองก็ไม่นิยมทำขนมไทยเพราะมีวิธี/ขั้นตอนที่ยุ่งยาก ละเอียด เลยแห่กันไปทำขนมเค้ก/เบเกอรี่กันอย่างเป็นเรื่องเป็นราว ความจริงขนมไทยที่อร่อยแล้วมีคุณภาพก็ยังพอหาได้ เพียงแต่ต้องลำบากเดินทางออกไปตามต่างจังหวัด เพราะชาวบ้านหลายพื้นที่ยังเก็บภูมิปัญญาการทำขนมไทยแบบดั้งเดิมเอาไว้ แถมยังโชคดีที่พวกเขานำวัตถุดิบส่วนผสมที่มีความเป็นธรรมชาติมาใช้ อย่างไรก็ตาม ขนมไทยยังคงเป็นที่ต้องการของสังคมไทยในวาระเทศกาลมงคลต่างๆ คุณวารุณี กีรติวิทยากร หรือ คุณตาล บ้านเลขที่ 39/2 หมู่ที่ 1 ตำบลท่าช้าง อำเภอวิเศษชัยชาญ จังหวัดอ่างทอง มีอาชีพทำขนมไทยขาย โดยเน้นความละเอียดประณีตบรรจงในวิธีการทำแต่ละขั้นตอน ใส่ใจพิถีพิถัน พร้อมกับปรับปรุงพัฒนาคุณภาพด้วยการคัดสรรวัตถุดิบจากธรรมชาติ ทำให้มีรสชาติอร่อย เข้มข้น ปลอดภัย เป็นที่ชื่นชอบของลูกค้าทุกกลุ่มทั้งแบบขายปลีก ขายส่ง หรือสั่งทำเพื่อใช้ตามงานสำคัญ ในชื่อแบรนด์ “น้ำตาล บ้านขนม” คุณวารุณี กีรติวิทยากร หรือคุณตาลกับสาลี่ปลาคร๊าฟ ค
ช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่ผ่านมา ห้างสรรพสินค้า เดอะ พรอมมานาด ย่านมีนบุรี จัดอีเวนต์รับวันปีใหม่ไทย โดยมีการออกบู๊ธของกิน-ของใช้ ไทยย้อนยุค เอาใจคนกรุงเทพฯที่ไม่ได้ออกไปเดินทางท่องเที่ยวต่างจังหวัด ไฮไลต์ในงานครั้งนี้ ซึ่งดูเหมือนจะมีประชาชนให้ความสนใจกันไม่น้อย เห็นจะได้แก่ มุมนิทรรศการ “ ๙ ขนมไทย ตำรับโบราณ “ท้าวทองกีบม้า” ราชินีแห่งขนมไทย“ หนึ่งในบุคคลสำคัญทางประวัติศาสตร์สมัยอยุธยา ที่มีบทบาทเด่นใน “บุพเพสันนิวาส” ละครดังแห่งยุค สำหรับขนมไทย ตำรับโบราณ ทั้ง ๙ ชนิด ฝีมือรังสรรค์ของ “ท้าวทองกีบม้า”ดังกล่าวนั้น ประกอบด้วย ทองหยิบ สัมปันนี ลูกชุบ สังขยา ทองม้วน ขนมผิง ฝอยทอง ทองหยอด และ กะหรี่ปั๊บ
สะพายกระเป๋าแบรนด์ดังกันมาเยอะ ลองมาดูแฟชั่นกระเป๋าสไตล์ไทยกันบ้าง ได้รับการแนะนำจากพี่ในออฟฟิศ ถึงกระเป๋าแบรนด์ไทยยี่ห้อหนึ่ง ด้วยรูปทรงการออกแบบไม่เหมือนใคร และไม่มีใครเหมือน ฟังดูแล้วน่าสนใจ แบรนด์นี้ชื่อ Kanita กระเป๋าที่ชูเอกลักษณ์ความเป็นไทยได้อย่างลงตัว โดยนักออกแบบสวย คุณฉัตร หรือ คุณคณิตา คนิยมเวคิน อายุ 34 ปี คุณฉัตร เล่าว่า แรกเริ่มเดิมทีเธอทำงานประจำ นั่งออฟฟิศทั่วไป เงินเดือนไม่ได้มากมายอะไร ด้วยเหตุนี้จึงหันมาทำงานเสริม ด้วยความที่เธอหลงใหลในวัสดุเครื่องหนังอยู่แล้ว งานเสริมชิ้นแรกที่ทำจึงเป็นสมุดหนังทำมือ โดยนำความรู้ด้านออกแบบที่เรียนมา จากสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง มาประยุกต์ใช้กับความชอบส่วนตัว หลังทำขาย นักออกแบบสาว บอกว่า รายได้ค่อนข้างโอเค เลยยึดเป็นงานอดิเรกมาช่วงหนึ่ง จากนั้นตัดสินใจลาออกจากงานประจำแล้วมาทำจริงจัง “รู้จักเครื่องหนังมาตั้งแต่สมัยทำงานประจำอยู่แถวเสือป่า ซึ่งเป็นแหล่งค้าขายสารพัดสิ่ง รวมทั้งเครื่องหนังด้วย ช่วงพักเที่ยงฉัตรเดินผ่านร้านเครื่องหนังอยู่เป็นประจำ เห็นแล้วน่าสนใจ เลยเริ่มจากซื้อเศษหนังเพียงชิ้นสองชิ้น มาทำพวงกุญแจแจก
ขนมไทย ถือเป็นเอกลักษณ์ด้านวัฒนธรรมประจำชาติไทยอย่างหนึ่งที่รู้จักกันดี เพราะเป็นการบ่งบอกถึงความละเอียดอ่อนประณีตในทุกกระบวนการทำ ปัจจุบัน ขนมไทยหลายชนิดมักถูกลืมไปแล้ว ด้วยเหตุผลหลายประการ ทั้งการเปลี่ยนแปลงยุคสมัย คนทำรุ่นเก๋าล้มหายตายจากไป หรือเป็นเพราะความยุ่งยากซับซ้อนในกระบวนการทำ จึงถูกปฏิเสธจากคนรุ่นใหม่ที่จะสืบสานต่อ ดังนั้น ดูเหมือนว่าจะหาขนมไทย (แท้) รับประทานยากเย็นเหลือเกิน แต่กระนั้นคงไม่หมดหวังเสียทีเดียว เพราะยังคงมีแต่ผู้ประกอบอาชีพทำขนมไทยที่เป็นข้าวต้มมัดรายหนึ่ง เป็นสูตรดั้งเดิม ขายอยู่กลางกรุง ที่ว่าสูตรดั้งเดิมเพราะคนทำเป็นคนร่วมสมัยตั้งแต่สงครามโลก ครั้งที่ 2 แล้วยังสืบทอดมาจากในวังเลยทีเดียว “บ้านขนมไทย คุณยายอัมภา” (THAI DESSERT) เป็นสถานที่ทำขนมไทยนานาชนิดสูตรโบราณ ทั้งข้าวต้มมัด ขนมกล้วย ขนมเทียน ขนมใส่ไส้ ตั้งอยู่ บ้านเลขที่ 13 โชคชัย 4 ซอย 39 ลาดพร้าว กรุงเทพฯ โทรศัพท์ (02) 539-9690/(081) 401-4438 แต่สำหรับที่นี่แล้วขนมที่ทำเป็นหลักและขายดีคือ ข้าวต้มผัด หรือข้าวต้มมัด กับขนมกล้วย ส่วนขนมเทียนและอื่นๆ อาจทำเฉพาะหน้าเทศกาลเท่านั้น คุณยายอัมภา เฉลิมนัย เล่าว
ความก้าวหน้าของยุคสมัยที่เปลี่ยนไป พร้อมกับการเข้ามามีบทบาทของวัฒนธรรมต่างประเทศ ทำให้ขนมไทยโบราณแบบเดิมที่คุ้นเคยกันในอดีต อย่าง กล้วยบวชชี ทองหยิบ ทองหยอด ฝอยทอง สาคูถั่วดำ ขนมชั้น ขนมเปียกปูน และอื่นๆ อีกหลายชนิดกำลังหายไป!! ฉะนั้น ตอนนี้หากต้องการทานขนมไทย อาจต้องเสาะหาตามแต่ละจังหวัดที่ชาวบ้านอาจยังคงทำกัน แต่ในอนาคตยังไม่ทราบแน่ว่าจะยังคงมีขนมไทยแบบโบราณหลงเหลือให้คนรุ่นหลังทานกันหรือไม่? ตลาดบางเขน ซึ่งอยู่ใกล้กับซอยเสนานิคม 1 ถนนพหลโยธิน มีร้านขนมไทยสูตรโบราณอร่อยอยู่เจ้าหนึ่ง ชื่อ “ขนมหวาน อ่างทอง” เป็นร้านที่เจ้าของและครอบครัวอพยพมาจากอำเภอวิเศษชัยชาญ จังหวัดอ่างทอง เมื่อกว่า 20 ปีที่แล้ว ร้านแห่งนี้มีขนมไทยกว่า 10 อย่างไว้ให้ลูกค้าเลือกตามความชอบ ไม่ว่าจะเป็นขนมใส่ไส้ ขนมเทียน ขนมชั้น ถั่วกวน เผือกกวน ขนมตาล ขนมต้ม ถั่วแปบ วุ้น ข้าวต้มจิ้ม หรือแม้กระทั่งไข่หงส์ โดยทุกรายการขายในราคาไม่แพงเมื่อเทียบกับความอร่อยแบบเข้มข้นอย่างที่คุณไม่เคยเจอ เริ่มทำขนมไทย คือ คุณดารา จันทร ผู้ที่มีบทบาทในฐานะคนทำขนมมือ 1 และเป็นเจ้าของร้านนี้ บอกว่า ความลำบากยากเข็ญในการทำนาจนแทบไม่มี
พ.ศ. นี้ หลายคนบอก เป็นยุคเบเกอรี่ “เบ่งบาน” ผ่านไปทางไหน มักเห็นแต่ ร้านกาแฟ–เค้ก แทรกตัวอยู่ในแทบทุกทำเล ส่วนพฤติกรรมการรับประทาน “ขนมไทย” นั้น นับวันยิ่งห่างหายไปจากชีวิตตามปกติ ถ้าจะมีคงเป็นช่วงงานบุญ อย่าง ขึ้นบ้านใหม่ แต่งงาน ฯลฯ ซึ่งยังพอมี “พื้นที่” ให้กับของหวานคู่บ้านคู่เมืองได้อวดโฉมกันอยู่บ้าง “ดี’เสริฐ” กับ สโลแกนแปลเป็นไทย “ขนมไทยรูปทรงใหม่ – New Look of Thai Dessert” คุณคิ้ม–ทิพย์ดา จันทจรูญพงษ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ดี เคเทอริ่ง จำกัด ผู้ประกอบการด้านการจัดเลี้ยงในนาม “ดี เคเทอริ่ง” และเจ้าของกิจการขนมไทยสไตล์ใหม่ “ดี’เสริฐ” เริ่มต้นให้ข้อมูล ด้วยการแนะนำตัวให้รู้จักกันมากขึ้น จบปริญญาตรี ด้านเศรษฐศาสตร์ ปริญญาโท ด้านการบริหารกิจการ ที่ผ่านมาทำงานด้านการตลาดมาตลอด ก่อนออกมาช่วยกิจการของทางบ้านสามี–คุณวิทวัส จันทจรูญพงษ์ ซึ่งเป็นร้านอาหารเก่าแก่อายุไม่ต่ำกว่า 50 ปี ชื่อ “ดีพร้อม” ปัจจุบันยังเปิดให้บริการอยู่ที่บางแสน จังหวัดชลบุรี โดยตั้งใจเข้ามาขยายงาน จากร้านอาหารมาเป็นการบริการด้านจัดเลี้ยงนอกสถานที่ เพราะทั้งสามีและตัวเธอเอง เห็นตรงกันว่า แค
