ขนมไทย
ถึงเวลาคนไทยส่งออกขนม! ด้วย ‘แพ็กเกจจิ้งถนอมอาหาร’ นวัตกรรมสุดล้ำที่อินเดียยังใช้ ถึงเวลาแล้วหรือยังที่เราจะได้เห็นทองหยิบ ทองหยอด ฝอยทอง และสารพัดขนมหวานของไทย มีโอกาสส่งไปขายต่างประเทศได้เหมือน “อินเดีย” ดินแดนภารตะที่หลายคนมองข้าม แต่วันนี้สามารถส่งออกขนมหวานขึ้นชื่อข้ามน้ำข้ามทะเลไปหลายประเทศทั่วโลกได้สำเร็จ โดยที่ยังคงความอร่อยไม่เน่าเสีย สามารถวางขายอยู่ในอุณหภูมิปกติได้ไม่น้อยกว่า 3 เดือน ถึง 2 ปี ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นจากการพัฒนาแพ็กเกจจิ้งที่เรียกว่า Longevity Packaging หรือบรรจุภัณฑ์พลาสติกแบบคงรูป ใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีเข้ามาพัฒนาจนสามารถรักษาคุณภาพของอาหารได้ยาวนาน โดยไม่ต้องอยู่ในตู้แช่ และคนสำคัญที่จะมาช่วยให้เราเข้าใจโลกของแพ็กเกจจิ้งมากขึ้นคือ คุณชัยวัฒน์ นันทิรุจ ประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท เอกา โกลบอล จำกัด โปรไฟล์ไม่ธรรมดา เรียนจบปริญญาตรี คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เคยทำงานอยู่ฝ่ายธนบดีธนกิจ ธนาคารไทยทนุ ก่อนหันมาช่วยธุรกิจครอบครัว บริษัทแป้งมันสำปะหลังชั้นนำของประเทศไทย จากนั้นได้ร่วมทุนกับนักลงทุนจากออสเตรเลีย
สาวน้อยวัย 19 เปิดธุรกิจ “ของว่างไทยโบราณ ดีลิเวอรี่” ตอบโจทย์ตลาดขนมไทยราคาย่อมเยา “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” มีโอกาสได้ทำความรู้จักและพูดคุยกับ น้องมิ้น-นางสาวธนธรณ์ เอียการนา เยาวชนเจ้าของโมเดลร้าน “เทียนหยด” ธุรกิจของว่างไทยโบราณ ดีลิเวอรี่ ผู้ชนะเลิศการประกวดแผนธุรกิจ SMEs ปีที่ 3 เธอเล่าว่า ปัจจุบันกำลังศึกษาอยู่ที่ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ คณะสังคมศาสตร์ ชั้นปีที่ 2 โดยโมเดลร้านเทียนหยด เกิดขึ้นมาจากความต้องการอนุรักษ์เอกลักษณ์แบบไทยโบราณให้ยังอยู่ในสังคม และข้อจำกัดในการหาบริโภคขนมไทยโบราณ ซึ่งมักต้องเดินทางไปร้านอาหารไทยที่ค่อนข้างหรูหรา บวกกับความสนใจของตนเองที่ชื่นชอบการทำอาหาร จึงเป็นที่มาของโมเดลธุรกิจของว่างไทยโบราณแบบดีลิเวอรี่นี้ขึ้น โดยมีเมนูนำร่อง ได้แก่ “ช่อม่วง” ขนมไทยโบราณตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 2 ซึ่งเป็นขนมที่ต้องใช้ความประณีตในการจับจีบตัวแป้งหลังการห่อหุ้มไส้แล้ว ให้มีลักษณะเป็นรูปดอกไม้ ทำให้มีลักษณะขนมที่ดูนุ่มนวล อ่อนหวาน แฝงความมีศิลปะของขนมไทยชาววัง น้องมิ้น เล่าต่อว่า เธอได้เริ่มลองทำตลาดโดยอาศัยคุณพ่อที่ประกอบอาชีพเป็นแมสเซนเจอร์อาหารดีลิเวอรี่อยู่แล้ว โดยทุก
ร้านดังเชลล์ชวนชิม ยก “ม.ร.ว.ถนัดศรี” เป็นผู้ให้โอกาส มีทุกวันนี้ได้เพราะท่าน หลังทราบข่าวการจากไปของ ม.ร.ว.ถนัดศรี สวัสดิวัตน์ ศิลปินแห่งชาติ นักแสดง นักร้อง นักเขียน นักจัดรายการวิทยุโทรทัศน์ และบทบาทคุณชายยอดนักชิม จัดระดับความอร่อยร้านอาหารทั่วประเทศผ่านป้าย “เชลล์ชวนชิม” เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ต่อสายตรงไปยังเจ้าของร้านอาหารที่เคยได้รับป้าย เชลล์ชวนชิม คุณริน-ภาวริน น้อยใจบุญ เจ้าของร้านขนมหวาน “รินขนมไทย” กล่าวว่า รู้สึกเสียใจกับการจากไปของม.ร.ว.ถนัดศรี สวัสดิวัตน์ ก่อนหน้านี้ที่ท่านป่วย อยากไปเยี่ยมดูอาการ แต่ก็ไม่มีข้อมูลชัดเจนว่าท่านรักษาตัวอยู่ที่ไหน อาการเป็นอย่างไร จึงทำให้พลาดโอกาสไป “ตอนนี้อยากไปกราบขอบคุณ ม.ร.ว.ถนัดศรี เพื่อรำลึกถึงบุญคุณท่านเป็นครั้งสุดท้าย เพราะท่านเคยหยิบยื่นโอกาสให้เรา โดยไม่เคยเรียกร้องอะไรเลยแม้แต่น้อย ท่านคือคนที่ทำให้ธุรกิจของเราเติบโต รินขนมไทยเริ่มกิจการเมื่อปี 2517 ได้รับเชลล์ชวนชิมเมื่อปี 2521 เป็นจุดพลิกผันทำให้คนรู้จักกระยาสารทของร้านรินขนมไทย” คุณริน กล่าวต่อว่า แม้ประเทศไทยจะมีนักชิมชื่อดังหลายคน ความสามารถเท่ากันกับ ม.ร.ว.ถนัดศร
เปิดนานกว่า 4 ทศวรรษ ร้านขนมไทยโบราณเมืองแปดริ้ว อร่อยระดับเชลล์ชวนชิม หากเอ่ยถึงร้านขนมไทยสักร้าน ที่ยังคงมนต์เสน่ห์และรสชาติของขนมไทยโบราณไว้จนถึงปัจจุบัน คงต้องยกให้ “รินขนมไทย” ร้านนี้อยู่สร้างความอร่อยมายาวนานกว่า 4 ทศวรรษ เป็นร้านของฝากจากเมืองแปดริ้วที่คัดสรรวัตถุดิบคุณภาพอย่างดีมาเพื่อผู้บริโภคโดยแท้จริง คุณริน-ภาวริน น้อยใจบุญ ทายาทรุ่นสอง ในวัย 49 ปี เธอเข้ามารับช่วงต่อ ดูแลกิจการร้านรินขนมไทยตั้งแต่ปี 2544 เพียงแต่ตอนนั้นเข้ามาดูแลกิจการในส่วนบัญชี จนปี 2559 เธอได้เข้ามาบริหารเต็มตัว ก่อนเล่าย้อนที่มาที่ไปของร้านให้ฟังว่า ร้านรินขนมไทยเปิดให้บริการตั้งแต่ปี 2517 จากความตั้งใจของรุ่นพ่อรุ่นแม่ ที่อยากทำขนมสูตรโบราณซึ่งได้รับการตกทอดจากรุ่นสู่รุ่นให้เป็นที่รู้จัก เป็นโอกาสดีช่วงนั้นใกล้วันสารทไทย ขนมชนิดแรกของร้านจึงเป็น กระยาสารท ใช้น้ำอ้อยแท้เข้มข้นไม่เหมือนร้านไหน ณ ตอนนั้น รินขนมไทย ยังเป็นกิจการเล็กๆ ภายในครัวเรือน ตั้งอยู่บริเวณถนนทางหลวงหมายเลข 314 ใช้พื้นที่หลังบ้านเป็นที่รังสรรค์ความอร่อย ด้วยคนงานเพียง 2-3 คน ส่วนหน้าร้านใช้พื้นที่หน้าบ้านวางขาย และทำตล
เรียกว่าเป็นมิติใหม่ของวงการขนมไทยเลยก็ว่าได้ สำหรับ “เค้กหน้าขนมไทย” จากร้าน “ติดลิ้น” โดย คุณเอี่ยว-เสน่หา ชูสันติ อายุ 37 ปี และ คุณปุ๋ย-จุฑารัตน์ แสงศิลา แอร์โฮสเตสสาววัย 31 ปี คุณเอี่ยว หนึ่งในเจ้าของร้านและผู้คิดสูตร เล่าให้ฟังถึงที่มาว่า ก่อนหน้านี้เคยทำงานประจำ เป็นแมเนเจอร์ด้านงานประกันโทรศัพท์ มากว่า 10 ปี ระหว่างนั้นได้พยายามหาช่องทางทำธุรกิจอยู่ตลอด เพราะมีแนวคิดอยากมีธุรกิจส่วนตัว สุดท้ายตกผลึกที่ธุรกิจเบเกอรี่ เค้กมะพร้าวไส้แตก “Bakery Mind by Aeiw” ซึ่งเคยถ่ายทอดเรื่องราวผ่าน “เส้นทางเศรษฐี” ไปแล้วเมื่อ 2 ปีก่อน อ่านข่าว ทำเก๋ ไม่ซ้ำใคร! เค้กมะพร้าวไส้แตก แหวกตลาด ทำรายได้หกหลักต่อเดือน ล่าสุดในปี 2019 นี้ จากแบรนด์ Bakery Mind by Aeiw ที่ประสบความสำเร็จ ด้วยความคิดก้าวไกล คุณเอี่ยวได้ต่อยอดเปิดแบรนด์ใหม่ ซึ่งยังคงไม่ทิ้งไลน์ธุรกิจเบเกอรี่ไปไหน เธอร่วมกันเปิดร้านกับหุ้นส่วนสาวสวยดีกรีแอร์โฮสเตส คุณปุ๋ย ผลิตและจำหน่าย “เค้กขนมไทย” ที่กำลังเป็นกระแสอยู่ขณะนี้ “อาชีพเราเดินทางบ่อย ไปประเทศโน้น ประเทศนี้ ได้เห็นขนมหลากหลายชนิด เราเห็นว่าขนมไทยมีเอกลักษณ์ไม่แพ้ไปก
อร่อยนุ่ม ละมุนลิ้น ข้าวเหนียวมูนสูตรโบราณกว่า 50 ปี เจ้าเก่าตลาดบางซื่อ “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” มีโอกาสได้ไปเดินเล่นที่งานตลาดน้ำ ตำนานอร่อย จัดขึ้นที่ ฮอลล์ 9-11 อิมแพ็ค เมืองทองธานี ภายในงานมีบู๊ธอาหารต่างๆ มากมาย ทั้งข้าว น้ำ ขนม ผลไม้ เดินไปสักพัก บังเกิดความรู้สึกอยากหาอะไรทานเพราะเริ่มหิว สายตาไปเห็นร้านขนมไทยร้านหนึ่ง มีหญิงสูงอายุท่านหนึ่งนั่งอยู่ คุณยายตุ๊ก วัย 65 ปี เจ้าของร้าน ข้าวเหนียวมูนเต็มพร้อม ร้านข้าวเหนียวมูนเจ้าเก่าเจ้าแก่ย่านตลาดบางซื่อ คุณยาย เล่าให้ฟังว่า ก่อนมาทำข้าวเหนียวมูนขาย ที่บ้านของคุณยายทำอาชีพขายข้าวสารและของชำต่างๆ รวมถึงทำขนมครกและย่างกล้วยขายไปเรื่อย จนย้ายไปอาศัยอยู่กับป้าที่ต่างจังหวัด ด้วยความที่ป้าของคุณยายไม่มีลูก อีกทั้งยังชอบทำขนมไทย ซึ่งท่านทำได้หลากหลายอย่างและรสชาติอร่อย จึงได้ถ่ายทอดสูตรขนมมาให้คุณยายตุ๊กเรื่อยมา จนคุณยายเรียนจบ ป.4 และเป็นลูกมือช่วยป้าทำขนมขายเรื่อยมา จนคุณยายตุ๊กย้ายกลับมาที่กรุงเทพฯ ตอนอายุประมาณ 20 ปี ด้วยความที่ชอบขนม โดยเฉพาะข้าวเหนียวมูน คุณยายจึงยึดอาชีพทำข้าวเหนียวมูนขายมาจนถึงปัจจุบัน เป็นเวลากว่า 50
อดีตนางงาม จับมือ ม.ราม เปิดตัว ขนมไทยผสมกัญชา โกอินเตอร์ อวดทำน้ำตาล ความดันลด! เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 24 เม.ย. ที่คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง ดร.แก้มหอม ณ ลานช้าง หรือ แม่มดกัญชา พร้อมด้วย นายบัณฑูร นิยมาภา หรือ ลุงตู้ ผู้บุกเบิกให้สารกัญชารักษามะเร็ง , น.ส.ชนากานต์ ชัยศรี หรือ ส้ม อดีตมิสไทยแลนด์เวิลด์ปี 1990, รศ.ดร.วรรณา มุสิก คณบดี คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง และ อ.ชาตรี นิลน้ำเพ็ชร ผอ.สถาบันคอมพิวเตอร์ ม.รามคำแหง ได้จัดแถลงข่าวเปิดตัว การนำขนมไทย ที่ผสมผสานกัญชา ไปเปิดขายในต่างประเทศ ซึ่งถือว่าเป็นเจ้าแรกของประเทศไทย ดร.แก้มหอม กล่าวว่า โครงการที่เราจะไปเปิดตัวนั้น จะเป็นขนมไทย ที่มีส่วนผสมของกัญชา ไปขายในต่างประเทศ เนื่องจากประเทศเรายังไม่เปิดโอกาสให้มีความเสรีในเรื่องกัญชา ประกอบกับตนเห็นว่า ขนมเมืองนอก ที่มีส่วนผสมของกัญชาทั้งช็อกโกแลต บราวนี่ ทุกอย่าง ขายดีหมด เราจึงอยากจะนำขนมไทย ที่เป็นขนมอย่างหนึ่งของไทย ไปทำให้คนทั่วโลกได้รู้จัก เราจึงนึกถึง คุณส้ม ทันที จึงได้มีการติดต่อประสานงานเพื่อติดต่อให้มาคิดค้นสูตรขนมไทยขึ้นมา โดยเมนูแรก ที่เราจะเริ่มวางขาย คือ ทอ
ยายวัย 86 ขายขนมเลี้ยงลูก 4 คน ตั้งแต่ยังสาว บอก “ฉันยังไหว ไม่อยากเป็นภาระลูกๆ” เมื่อสัปดาห์ก่อนเส้นทางเศรษฐีออนไลน์มีโอกาสผ่านไปแถวถนนสุขุมวิท ได้พบกับร้านขนมไทยในตำนานที่ทุกคนในละแวกนั้นรู้จักกันเป็นอย่างดี “ยายกิมฮวย – อนงค์ บุญยา” วัย 86 ปี พื้นเพชาวไทยเชื้อสายจีน เจ้าของรถเข็นขายขนมไทยโบราณเล็ก ๆ ที่สุขภาพยังแข็งแรงเกินอายุ สามารถหยิบจับอะไรได้อย่างคล่องแคล่วถนัดมือ ใบหน้าเปื้อนรอยยิ้มคอยต้อนรับลูกค้าที่เข้ามาซื้อขนมอย่างไม่ขาดสาย “รับอะไรคะ ?” คุณยายพูดทักทายอย่างเป็นกันเอง ก่อนพูดคุยถึงเรื่องราวชีวิตอันน่าทึ่งของยาย กิมฮวยวัยใกล้เข้าเลข 9 ท่านนี้ ย้อนความหลังไปเมื่อ 50 กว่าปีก่อนว่า เริ่มขายขนมมาตั้งแต่อายุ 28 เพราะสามีเสียชีวิต ครอบครัวไร้เสาหลักขาดรายได้ บวกกับมีภาระเลี้ยงดูลูกทั้งหมด 4 คน ไม่รู้จะไปทำอาชีพอะไรให้มีเงินพอใช้จ่าย แต่โชคยังเข้าข้างที่มีคนยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือให้รับเอาขนมไปขายพอมีรายได้อยู่บ้าง หลังจากรับขนมมาขายได้ไม่นาน เกิดความคิดที่อยากจะทำขนมเอง จึงได้ขอร้องให้ทางร้านช่วยสอนให้ แต่กลับไม่เป็นดั่งหวัง เพราะการสอนทำขนมครั้งนี้ต้องจ่ายสตางค์ให้กับทางผู้
‘หวานพอดี’ สูตรลับขนมไทย เสิร์ฟความอร่อย ‘คนกรุง’ จากเชียงใหม่ เมื่อพูดถึงขนมหวาน คุณคิดถึงอะไร หวาน น้ำตาล เลี่ยน และ ความอ้วน อาจเป็นคำแรกๆ ที่ผุดขึ้นมาอย่างทันทีทันควัน จนทำให้เซย์กู๊ดบายกับขนมหวานไปง่ายๆ แต่ถ้าขนมหวาน ที่กินแล้วไม่เลี่ยน และไม่อ้วนล่ะ หลายคนก็คงอยากสัมผัสอยู่บ้างใช่หรือไม่ “หวานพอดี” ร้านขนมไทยชื่อดังจากเชียงใหม่ เกิดขึ้นด้วยความเห็นพ้องต้องกันของเหล่าเพื่อนทั้ง 3 คน ที่อยากจะเสิร์ฟขนมไทย ที่หวานพอดี ดีต่อสุขภาพ และบ่งบอกถึงความพิถีพิถัน ให้กับคนทั่วไปได้รู้จัก ผ่านสูตรลับที่ตกทอดกันมาในครอบครัว ด้วยอยากล้างภาพความหวานจนเลี่ยน และทำให้อ้วน นั้นเสีย ได้รับความนิยมอย่างมากในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา จน 3 สาว ขอนำเมนูเด็ด ยกมาให้คนกรุงได้ลิ้มลองครั้งแรก ณ ชั้น 4 ไอคอนสยาม ที่ ตุ๊กตา-นัททินี วงศ์เฉลิมทานต์ 1 ในผู้ก่อตั้งร้าน ได้เปิดพื้นที่ให้เราพูดคุยถึงเรื่องราวของขนมหวานอย่างลงลึก ตุ๊กตา-นัททินี วงศ์เฉลิมทานต์ จุดเริ่มต้นของการเปิดร้านขนมไทยนี้ นัททินีเผยว่า เกิดขึ้นด้วย 1 ในหุ้นส่วน รู้สึกอิ่มตัวกับร้านอาหารที่ทำอยู่ และเขาก็มีความเชี่ยวชาญเรื่องขนม บวกกับ เราทุกคนมีความหล
เป็นขนมที่คนไทยคุ้นเคย และรู้จักกันอย่างแพร่หลายสำหรับ “วุ้น” ซึ่งปัจจุบันถูกชายหนุ่มครีเอตแปลงโฉมขนมไทยชนิดนี้ให้มีความแปลกตาและรสชาติที่ไม่ซ้ำใครด้วยการสอดไส้ผลไม้ลงไป นับเป็นขนมที่ไม่ร้ายกาจต่อร่างกาย แถมโกยรายได้หลักแสนบาทต่อเดือน คุณภัค เรืองกิจรัตนกุล หรือ คุณฮั้ว เจ้าของธุรกิจวุ้นสอดไส้ เล่าว่า ชอบทานขนม ทั้งขนมไทย และเบเกอรี่ มาตั้งแต่เด็ก กระทั่งวันหนึ่งอยากเปิดร้านขายขนมในสไตล์ของตัวเอง ประกอบกับได้ลองทานวุ้นที่มีไส้ข้างในฝีมือคุณน้า จึงเกิดไอเดียของธุรกิจ “วุ้นสอดไส้” “ผมไม่เคยเห็นวุ้นสอดไส้ที่ไหนมาก่อน ซึ่งเท่าที่เห็นวุ้นส่วนใหญ่จะเป็น วุ้นกะทิ วุ้นเป็ด วุ้นใบเตย ซึ่งมั่นใจว่าถ้าทำวุ้นสอดไส้ออกมาขาย ลูกค้าจะต้องชอบแน่ๆ ฉะนั้นจึงสร้างเอกลักษณ์ให้ชัดเจน ด้วยการทำวุ้นสอดไส้ผลไม้” สำหรับจุดเด่นของวุ้นสอดไส้ผลไม้ หน้าตาวุ้นจะเป็นดอกไม้ ด้านในเป็นไส้ผลไม้ และเพื่อให้ลูกค้าจำได้ว่าเป็นวุ้นร้านพฤกษ์ คุณฮั้ว บอกว่า กลิ่นขนมจะหอมกะทิใบเตย ชนิดว่าหอมฟุ้งอยู่ภายในปาก หวานน้อย รสชาติกลมกล่อม ไม่ใส่สารกันเสีย ในช่วงแรกของการเปิดร้าน เจ้าของร้าน บอกว่า ขายออนไลน์ผ่านช่องทาง Instagram และ
