ขนมไทย
รายได้เท่าทุน! คาเฟ่ดัง โอด ทุกวันนี้ต้องให้กำลังใจตัวเอง หาวิธีเอาตัวรอดวันต่อวันให้อยู่ได้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ มีโอกาสได้คุยกับ คุณบีม-ทองย้อย แผ่สุวรรณ์ เจ้าของร้าน ทองย้อย คาเฟ่ อีกครั้ง เธออัพเดตให้ฟังว่า กิจการตอนนี้กำลังก้าวเข้าสู่ปีที่ 4 แล้ว อีกทั้งช่วงที่ผ่านมา ทองย้อย คาเฟ่ ได้ขยายสาขาเข้าไปในห้างดังอีก 2 แห่ง ได้แก่ เซ็นทรัล ลาดพร้าว และ สยามพารากอน “ทองย้อยคาเฟ่” ขนมไทยสุดหรู ประดับด้วยทองคำเปลว ดารา เซเลบ แห่ปักหมุด ทุกอย่างกำลังไปได้สวย จนกระทั่งเกิดเหตุการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้เธอได้รับผลกระทบเหมือนธุรกิจอื่นๆ โดยในการระบาดรอบแรก มีการสั่งปิดล็อกดาวน์ เธอจึงหันมาเน้นขายออนไลน์มากขึ้น โดยขายเมนูง่ายๆ สามารถซื้อเก็บไว้ทานที่บ้านได้หลายวัน และราคาไม่แพงมาก พร้อมจัดโปรโมชั่นต่างๆ เพื่อดึงดูดลูกค้าให้เข้ามาซื้อ “พอโควิดรอบแรกก็หันมาขายออนไลน์เหมือนกันกับที่หลายๆ เจ้าทำกันนั่นแหละค่ะ ผลตอบรับก็ดีเลยค่ะ เราไม่ได้ขายแพง เรียกว่าขายราคาต้นทุนเลยก็ว่าได้ เพราะเป้าหมายของบีมคือ ขอให้มีเงินมาเลี้ยงพนักงานได้ก็พอแล้ว เพราะบีมมีพนักงานรวมกันทั้งหมด 20 คน พอมีโควิดก็ไม
ถ้าไม่มีความชัดเจน…คงต้องปิดร้าน เพราะวิกฤตรอบนี้ มันแย่กว่าที่ผ่านมาจริงๆ หลังจากที่ได้สัมภาษณ์กันไปตั้งแต่มีการระบาดใหม่ๆ วันนี้มีโอกาสได้กลับมาคุยกับ คุณใหญ่ – ธรณ์เทพ รัตนากร ออร์แกไนเซอร์ผู้ผันตัวมาทำขนมไทยขายในช่วงโควิด-19 อีกครั้ง เขาอัพเดตกิจการให้ฟังว่า ในช่วงหนึ่งปีที่เกิดการระบาดของโควิด-19 ด้วยสายอาชีพที่ทำเกี่ยวกับอีเว้นต์งาน ทำให้ได้รับผลกระทบและปรับตัวโดยการมาทำขนมไทยโบราณขาย “ขนมไทย” ทางรอดอดตายจากโควิด-19 ของ ออร์แกไนเซอร์หนุ่ม หลังสถานการณ์ต่างๆ เริ่มดีขึ้น ก็กลับมารับงานจัดอีเว้นต์ได้เหมือนเดิม เพียงแต่มีการเพิ่มมาตรการการป้องกันโควิด-19 เข้ามา ทำให้มีเวลาให้ธุรกิจขนมไทยน้อยลง จึงอาศัยก็ออกบู๊ธขายเสียเป็นส่วนใหญ่ “ขนมไทยกระแสดีนะครับ แต่ด้วยความที่สถานการณ์มันเริ่มกลับมาปกติ เราก็กลับไปทำงานหลักของเราเป็นหลัก แต่ขนมก็ยังไม่ได้ทิ้ง ยังทำเหมือนเดิมแต่เน้นออกบู๊ธขายมากกว่า ลูกค้าก็มีมาบอกว่า เขาอยากกินแต่ตามไปทุกงานที่เราไปไม่ได้ เลยแพลนกันกับทีมว่าจะทำเป็นร้าน แต่ก็มาจังหวะโควิดรอบ 2 ก็เลยต้องหยุดไว้กัน แต่ก็ดูๆ สถานที่เตรียมไว้” “พอรอบ 2 มันซาแ
ร้านมาดามชุบ เปลี่ยนมาทำ อาลัวคุณไสย ไอเดียนี้ พระมหาไพรวัลย์ แนะนำเอง หลังจากร้าน มาดามชุบ ได้ทำขนมอาลัวเป็นรูปพระเครื่องหลายรูปแบบและสีสัน จนเกิดเป็นกระแสบนโลกโซเชียล ต่อมา สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ได้ระบุว่า เป็นสิ่งไม่เหมาะสม รวมถึงอาจเข้าข่าย ถูกดำเนินคดี ซึ่งภายหลังทางร้านได้หยุดทำอาลัวพระเครื่องไป ล่าสุด ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มาดามชุบ ได้ทำอาลัวแบบใหม่ เป็นอาลัวคุณไสย ซึ่งทางร้านแจ้งว่า “ผลงานตรงนี้เป็นไอเดียนำเสนอของพระมหาไพรวัลย์นะเจ้าคะ ได้โจทย์มาปุ๊บก็ลองปั้นเลย คือไม่ใช้พิมพ์ เปิดดูของจริงจากในเน็ตแล้วปั้น ส่วนยันต์อิชั้นก็ไม่ได้เขียนมั่วซั่วไก่กา ดูที่มาที่ไปนะเจ้าคะ” ด้าน พระมหาไพรวัลย์ วรวณฺโณ ได้เข้ามาแสดงความคิดเห็น ระบุว่า “อาตมาเป็นคนแนะนำให้เจ้าของร้านเขาทำเอง คนทำมาหากินสุจริต เราต้องสนับสนุน” สำหรับอาลัวคุณไสย มีทั้งว่านดอกทอง ควายธนู แมลงไสยเวท ตะกรุด ยันต์คะนึงหา เทียนมหาเสน่ห์ เทียนเศรษฐี หุ่นคู่ สีผึ้งมหามงคล และหม้อข้าวสาร ที่มา เพจ มาดามชุบ, พระมหาไพรวัลย์ วรวณฺโณ
ทนายความ เผย อาลัวพระเครื่อง เข้าข่ายมีความผิด เสี่ยงถูกดำเนินคดี จากกรณี แม่ค้าหัวใส ผุดไอเดียทำอาลัวพระเครื่อง ที่นอกจากจะทำออกมาขายหลากหลายรูปทรงแล้ว ยังมีการเล่นสีสันให้ขนมอีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นสีพาสเทล แปะทองคำเปลว หรือแปะตะกรุด ที่ทำมาจากวัตถุดิบทานได้ หลังจากโพสต์ดังกล่าวเผยแพร่ออกมา ก็มีคนกดไลก์กดแชร์และคอมเมนต์กันเป็นจำนวนมาก อ่านเพิ่มเติม แม่ค้าหัวใส ผุด อาลัวพระเครื่อง ฝังตะกรุด-ลงทอง บริกรรมคาถามากกว่า 12 ชม. ล่าสุด วันที่ 28 เม.ย. 2564 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายอานนท์ เชื้อสัตตบงกช ทนายความ แสดงความคิดเห็น กรณีขนมอาลัว ร้าน มาดามชุบ ที่ทำเป็นรูปทรงพระเครื่องหลากสีสัน โดยทางร้านโพสต์ผ่านเฟซบุ๊ก พร้อมระบุว่า “อาลัวพระเครื่องนั้นเป็นของทางร้าน โดยขายกล่องละ 100 บาท จำนวน 20 ชิ้น เป็นรสออริจินอลควันเทียน เป็นการผลิตตามออร์เดอร์ อาจทำให้ล่าช้า และอาจต้องรอขนมนานถึง 2 สัปดาห์ เพราะมีคนสนใจสั่งเข้ามาเป็นจำนวนมาก” โดย นายอานนท์ ระบุว่า กรณีนี้หากจะมองในแง่กฎหมาย ก็อาจถือได้ว่า การทำขนมแบบนี้เข้าข่ายที่จะมีความผิด ฐานดูหมิ่นเหยียดหยามวัตถุ หรือสถานที่เคารพ ตาม ปอ. ม.206 ได้ เพราะคำว่าว
พลิกโฉมวงการขนม! แม่ค้าหัวใส ผุด อาลัวพระเครื่อง ฝังตะกรุด ลงทอง บริกรรมคาถา (อบ) มากกว่า 12 ชม. อาลัว ขนมกลิ่นหอมหวาน มีต้นกำเนิดมาจากประเทศโปรตุเกส ลักษณะผิวด้านนอกจะเป็นน้ำตาลแข็ง ด้านในเป็นแป้งหนืดๆ มีหลากหลายสี มีการแบ่งเป็นสองชนิด คือ อาลัวชาววัง และ อาลัวจิ๋ว นอกจากนั้น อาลัว ยังมีความหมายว่า เสน่ห์ดึงดูดใจ อีกด้วย แต่วันนี้ภาพของขนมอาลัวต้องเปลี่ยนไป เมื่อชาวเน็ตต่างแห่แชร์ภาพขนมอาลัวแบบใหม่ ที่ทำออกมาในรูปแบบของ พระเครื่อง! จากร้าน มาดามชุบ ที่นอกจากจะทำออกมาขายหลากหลายรูปทรงแล้ว ยังมีการเล่นสีสันให้ขนมอีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นสีพาสเทล แปะทองคำเปลว หรือแปะตะกรุด ที่ทำมาจากวัตถุดิบทานได้ หลังจากโพสต์ดังกล่าวเผยแพร่ออกมา ก็มีคนกดไลก์กดแชร์และคอมเมนต์กันเป็นจำนวนมาก ขนมอาลัวพระเครื่อง จำหน่ายกล่องละ 100 บาท มี 20 ชิ้น เป็นรสออริจินัลควันเทียน ที่ผลิตตามออร์เดอร์โดยลูกค้าที่สนใจอาจต้องรอขนมนานถึง 2 สัปดาห์ เพราะมีคนสนใจสั่งเข้ามาเป็นจำนวนมาก และมีคนผลิตเพียง 2 คน คือเจ้าของร้านและลูกสาวตัวน้อยของเธอ สนใจสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ เฟซบุ๊ก มาดามชุบ
เปิดแค่ปีละ 3 รอบ! บุฟเฟ่ต์ขนมไทยโบราณสูตรลับจากคุณยาย อิ่มละ 79 บาท ขึ้นชื่อเรื่องความอร่อย หอมหวาน ต้องยกให้ขนมไทย ไม่ว่าจะชนิดไหนรสชาติก็ดีเยี่ยม แต่ถ้าอยากกินขนมไทยโบราณขนานแท้ต้องนึกถึงชื่อนี้ ร้านขนมไทย บ้านดารา เสิร์ฟขนมไทยโบราณสูตรลับจากคุณยาย 30 เมนู ในราคาบุฟเฟ่ต์ 79 บาท เปิดเมื่อไหร่คนเต็มเมื่อนั้น คุณนุ่น-ธัญพร คุณะดิเรก วัย 35 ปี เจ้าของร้านขนมไทย บ้านดารา เล่าให้ฟังว่า คุณยายทำขนมไทยขายมาตั้งแต่สมัยสาวๆ เมื่อก่อนยังไม่มีสื่อออนไลน์ หรือเฟซบุ๊กไว้ขายของอย่างปัจจุบัน แต่คุณยายก็สามารถขายขนมได้ ด้วยการเคาะประตูบ้านถามคนนู้นคนนี้ว่าอยากกินอะไร แล้วจะทำมาขายให้ หรือว่าใครมีงานบุญก็มาสั่งขนมกับคุณยาย เปรียบได้กับการพรีออร์เดอร์สินค้าสมัยนี้ “พอมาถึงรุ่นเรามีร้านขายอาหารอยู่แล้วจึงให้คุณยายทำขนมมาวางขายในร้าน และเริ่มใช้สื่อออนไลน์มาช่วยขายได้ประมาณ 5 ปี ด้วยรสชาติที่อร่อยทำให้ลูกค้าเรียกร้องอยากให้เปิดหน้าร้าน เลยตัดสินใจเปิดหน้าร้านจริงจังมาได้ราวๆ 2 ปี” คุณนุ่น เล่า ปัจจุบันคุณยายเจ้าของสูตรขนมไทย บ้านดารา มีอายุ 74 ปี คุณนุ่น บอกว่า เธอโชคดีมาก เพราะได้ความรู้เรื
อดีตสาวออฟฟิศ ลาออกมาเปิดร้านขนมไทย ต่อยอดสูตรใหม่ ตีตลาด นศ.-วัยทำงาน ขนมไทย มีเอกลักษณ์ด้านวัฒนธรรมประจำชาติไทย เนื่องด้วยมีความละเอียดอ่อนในการเลือกสรรวัตถุดิบ พิถีพิถันในการทำ อีกทั้งมีสีสันสวยงาม รสชาติอร่อย รูปลักษณ์ชวนรับประทาน ในสมัยโบราณ คนไทยจะทำขนมเฉพาะวาระสำคัญ เช่น งานทำบุญ งานแต่ง เทศกาลสำคัญต่างๆ หรือทำไว้ต้อนรับแขกสำคัญ เนื่องจากขนมบางชนิด จำเป็นต้องใช้กำลังคน และอาศัยเวลาในการทำอย่างประณีตบรรจงพอสมควร ต่อมาเมื่อการค้าเจริญขึ้น ในตลาดจึงมีขนมนานาชนิดมาขาย นับว่าเป็นยุคของขนมไทยและยังคงความนิยมมาได้จนถึงปัจจุบัน คุณเฟิน – ปนิตา บุญประคอง วัย 27 ปี เจ้าของร้าน “หยอดคำหวาน” ก็เป็นอีกหนึ่งคนที่หันมายึดอาชีพทำขนมไทยขาย โดยเธอเล่าให้ “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” ฟัง ถึงที่มาที่ไปนี้ว่า เธอเรียนจบจากคณะอุตสาหกรรมเกษตร จากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน ก็เข้าทำงานเป็นพนักงานที่บริษัทเอกชนแห่งหนึ่งตามขั้นตอนของเด็กจบใหม่ แต่ก็มีร้าน เปิดร้านหยอดคำหวาน ควบคู่กันไปด้วย “ตอนนั้นทำงานบริษัทแล้วก็เปิดร้านขนมเป็นอาชีพเสริมควบคู่กันไป แต่ทางบ้านเฟินเอง ชอบท
เมื่อไม่กี่วันก่อน “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” มีโอกาสได้ไปเดินเล่นในงานแฟร์แห่งหนึ่ง ภายในงานมีร้านอาหารต่างๆ มาออกบู๊ธหลากหลาย ทั้งร้านข้าว ร้านก๋วยเตี๋ยว ร้านขนมหวานต่างๆ เดินซื้อกินไปเรื่อย ก็ไปเจอกับร้านขนมหวานร้านหนึ่ง ลักษณะเหมือนร้านขายน้ำแข็งไส ขนมหวานเย็นทั่วๆ ไป เพราะมีทั้งเครื่องสำหรับใส่ในน้ำแข็งไส ซ่าหริ่ม ลอดช่อง ทับทิมกรอบ และเฉาก๊วย แต่เมื่อสังเกตดีๆ กลับไม่เจอน้ำแดงหรือน้ำเขียว และนมข้น อุปกรณ์เบสิกที่ร้านน้ำแข็งไสทุกร้านจะต้องมี จึงถือโอกาสพูดคุยกับแม่ค้าพ่อค้าคู่หนึ่ง ที่ยืนมองด้วยรอยยิ้ม โดยมี คุณยุ้ย – ทัศนภรณ์ ไข่เกตุ แม่ค้าวัย 41 ปี ยืนตอบคำถามด้วยน้ำเสียงชัดถ้อยชัดคำอยู่ตลอด เธอเล่าให้ฟังว่า ร้านนี้ชื่อร้าน บ้านขนมพิชามญชุ์ เป็นสถานีนมที่ขาย นมสดทรงเครื่อง จริงๆ แล้ว เธอเพียงมาช่วยขายของเท่านั้น เพราะร้านนี้เป็นร้านของลูกสาว ซึ่งก็คือ น้องเมย์ – พิชามญชุ์ ไข่เกตุ วัย 22 ปี ที่เพิ่งเรียนจบจากมหาวิทยาลัยศรีปทุม มาหมาดๆ ยังไม่ได้สมัครงานหรือทำงานประจำที่ไหนได้มาช่วยงานธุรกิจทำขนมหวานส่งโต๊ะจีนของเธอมาตลอดอยู่แล้ว บวกกับน้องเมย์ไม่อยากเป็นลูกจ้างใคร จึงคิดต่อยอดธุ
แจกสูตร ขนมวงทอง ขนมไทยหาทานยาก ราดน้ำตาลมะพร้าว ทำง่ายมากๆ ขนมวงทอง เป็นอีกหนึ่งขนมไทยที่หาทานยาก ลักษณะเป็นวงกลมคล้ายโดนัท ราดด้วยน้ำตาลมะพร้าว อร่อยมากหยุดกินแทบไม่ได้ หากจะทำกินเองวิธีทำก็แสนง่าย ไม่ต้องมีอุปกรณ์ทำครัวอะไรให้ยุ่งยาก โดยสูตรที่นำมาฝากนี้ เป็นสูตรจาก โครงการอัมพวา-ชัยพัฒนานุรักษ์ (มูลนิธิชัยพัฒนา) ส่วนผสม แป้งข้าวเหนียว 1 กก. มะพร้าวทึนทึก 3 ขีด กล้วยหอมงอม 4 ใบใหญ่ น้ำมะพร้าว 1 ถ้วยตวง เกลือ 1 ช้อนชา น้ำมันสำหรับทอด 2 ขวด น้ำตาลมะพร้าว 1 กก. วิธีทำ นำแป้งข้าวเหนียว มะพร้าวทึนทึก กล้วยหอม น้ำมะพร้าว และเกลือเล็กน้อย ผสมกัน ใช้มือนวดให้ส่วนผสมทั้งหมดเข้ากัน นวดจนแป้งไม่ติดมือ เหนียวนุ่ม จากนั้นให้นำมาปั้นเป็นรูปวงกลม มีรูตรงกลาง คล้ายโดนัท (ไม่ควรปั้นใหญ่มากเพื่อสะดวกในการทอด) ตั้งน้ำมันให้ร้อน นำขนมลงทอดในกระทะ ใช้ไฟอ่อน ทอดจนเหลือง ต่อมานำน้ำตาลมะพร้าวขึ้นตั้งไฟให้ละลายและเหนียว เสร็จแล้วนำขนมที่ทอดไว้ลงชุบหน้าเดียว เป็นอันเสร็จ เผยแพร่ครั้งแรกเมื่อวันเสาร์ที่ 14 ธันวาคม พ.ศ.2562
“ขนมไทย” ทางรอดอดตายจากโควิด-19 ของ ออร์แกไนเซอร์หนุ่ม ออร์แกไนซ์หนุ่มขายขนมไทย – “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” บังเอิญไปเจอเข้ากับร้านขนมไทยร้านหนึ่ง ที่เป็นขนมไทยหาทานยาก นอกจากนั้นแล้วหน้าตาของขนมนั้นสวยงามจนแทบไม่กล้าทาน โดยขนมไทยรูปลักษณ์สวยงามนี้ เป็นไอเดียของ คุณใหญ่ – ธรณ์เทพ รัตนากร วัย 29 ปี ชายหนุ่มผู้ผันตัวมาทำขนมไทยขายในช่วงโควิด-19 แพร่ระบาด โดยเขาเปิดใจเล่าให้ เส้นทางเศรษฐี ฟังว่า เขายึดอาชีพเป็นออร์แกไนเซอร์มาได้หลายปีแล้ว โดยทำในตำแหน่งอาร์ต ไดเร็กเตอร์ (Art Director) ควบคุมกำกับดูแลงานอีเว้นต์ต่างๆ ทุกอย่างดำเนินไปตามปกติ จนกระทั่งการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 มาเยือน “งานทุกอย่างถูกเลื่อน เลื่อนแบบเลื่อนไปเรื่อยๆ มันเลื่อนจนเราว่าง พอว่างมันก็เกิดความเครียด ว่าจะทำยังไงต่อกับชีวิต แล้วทีนี้คนที่ออฟฟิศก็เริ่มเอาเตาปิกนิกมาทำอาหารกินกันแก้เครียดในออฟฟิศ เพราะหลายๆ คนก็ทำอาหารทำขนมเป็นกันอยู่แล้ว รวมถึงผมที่มีสกิลทำอาหารมาจากตอนไปเรียนต่างประเทศ ก็ทำเล่นแล้วโพสต์ลงโซเชียล จนมีคนสนใจเข้ามาถามกันเยอะ เลยตกลงกันว่า โอเค เรามาลองทำขายก
