ขายของ
‘วีรศักดิ์’ ลุยลงพื้นที่จับเข่าคุยผู้ประกอบการ ยกระดับร้านขายของชำ ตั้งเป้า 3 หมื่นราย เป็นสมาร์ตโชห่วย ลุยปั้นสมาร์ตโชห่วย 3 หมื่นร้าน – นายวีรศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล รมช.พาณิชย์ เปิดเผยภายหลังการพบปะผู้ประกอบการค้าส่ง-ค้าปลีก และลงพื้นที่ดูความพร้อมร้านค้าเพื่อพัฒนาเป็น “สมาร์ตโชห่วย” ใน จ.นครสวรรค์ ว่า ธุรกิจโชห่วยเป็นธุรกิจพื้นฐานที่ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากของประเทศให้เกิดการหมุนเวียน เกิดการจ้างงานในชุมชน ดังนั้น การพบปะเพื่อรับฟังปัญหา-อุปสรรค-ข้อเสนอแนะ จากผู้ประกอบการในพื้นที่จริงๆ จะก่อให้เกิดประโยชน์ต่อการพัฒนาและผลักดันให้โชห่วยไทยเติบโตไปในทิศทางที่ถูกต้อง ส่วนตัวมั่นใจว่า การที่ภาครัฐให้ความสำคัญและสนใจผู้ประกอบการรายธุรกิจลึกลงไปถึงรายละเอียดปลีกย่อย-รับฟังความคิดเห็น จะทำให้เข้าใจ-เข้าถึงความต้องการของภาคธุรกิจที่แท้จริง นำมาซึ่งแนวทางการแก้ไขและต่อยอดพัฒนาธุรกิจให้ตรงตามความต้องการของแต่ละพื้นที่ สามารถหามาตรการสนับสนุนได้อย่างถูกต้อง ส่งผลดีทั้งต่อผู้ประกอบการ ประชาชน ภาครัฐ และเศรษฐกิจของประเทศ อย่างไรก็ตาม นอกจากการพบปะพูดคุยเพื่อรับฟังข้อเสนอแนะต่างๆ แล้ว การเตรีย
มองอีกมุม! สำเพ็งเหงา ไม่ใช่เพราะออนไลน์ทั้งหมด แต่เพราะคนกลุ่มใหญ่ไม่มีกำลังซื้อ เมื่อวันที่ 2 ก.ค. 2562 “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” ได้นำเสนอข่าว เจ้าของธุรกิจสาวท่านหนึ่ง ได้โพสต์แสดงความคิดเห็นเชิงวิเคราะห์ที่น่าสนใจ เกี่ยวกับสาเหตุที่ทำให้บรรยากาศการค้าขาย ในย่านตลาดขายส่งเก่าแก่ อย่าง “สำเพ็ง” เงียบเหงาที่สุดในรอบ 50 ปี (อ่านข่าว แม่ค้ายุคใหม่ ไขข้อสงสัย ทำไม “ตลาดสำเพ็ง” ถึงเงียบเหงาสุด ในรอบ 50 ปี) ล่าสุด ใต้โพสต์ข่าวนั้นเอง มีคนออกมาแย้งความเห็นของเธอ โดยคุณ Siravit Kitijamorn เจ้าของคอมเมนต์ ได้แสดงความคิดเห็นอีกแง่มุมหนึ่งว่า การที่คุณดรีมแสดงความคิดเห็นมาแบบนั้น ไม่ได้ถูกทั้งหมด อาจเป็นเพราะธุรกิจของเธอกำลังเติบโต ทำให้อาจคิดไปว่า เศรษฐกิจไม่ได้แย่ จะเอาธุรกิจของตัวเองมาเป็นตัววัดภาพรวมนั้น ทำไม่ได้ มันเป็นเรื่องลึกซึ้งกว่านั้น โดยในความคิดเห็น คุณ Siravit Kitijamorn กล่าวว่า ตนเองนั้นขายออนไลน์มาเกือบสิบปี รู้จักคู่แข่งเกือบทุกคน การที่ยอดขายหายไป ไม่ได้หายไปอยู่ที่คู่แข่ง หรือใครคนใดคนหนึ่ง ซึ่งเขาถามมาหมดทุกคนแล้ว ต่างก็บอกเป็นเสียงเดียวกันว่า ยอดตกมากกว่า 50% กัน
“ต่อราคา” ปัญหาคลาสสิก แม่ค้า เข้าใจหัวอกคนซื้อ ลดได้ก็ให้ แต่ “อย่าต่อเยอะ”นะจ๊ะ ในการค้าขาย สิ่งที่ผู้ประกอบการล้วนต้องประสบพบเจอ นอกจากเรื่องของสภาพดินฟ้าอากาศ คู่แข่งทางธุรกิจ หรือ สภาพคล่องทางเศรษฐกิจ “การต่อราคา” ก็เป็นอีกสิ่งหนึ่ง ที่เหล่าพ่อค้าแม่ค้าต่างหลีกเลี่ยงไม่ได้เช่นกัน เจ้าของกระทู้รายหนึ่งในเว็บไซต์พันทิป ได้ตั้งข้อสงสัยเกี่ยวกับการต่อราคาสินค้าว่า ทำไมคนเราชอบต่อราคากับแม่ค้าตามตลาดที่หาเช้ากินค่ำ แต่กลับไม่เคยต่อราคากับพ่อค้าที่ร่ำรวยตามห้างหรือภัตตาคาร พร้อมยกตัวอย่างเหตุการณ์ให้เห็นภาพ จนชาวพันทิปต่างก็เข้ามาแสดงความคิดเห็นกันมากมาย “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” จึงสอบถามไปยังพ่อค้าแม่ขายอาชีพต่างๆ ว่ามีความเห็นอย่างไร เกี่ยวกับการต่อราคาสินค้าของผู้บริโภค ลูกจ้างร้าน เล้งบิวตี้มาร์ท ในย่านเตาปูน ให้สัมภาษณ์ว่า ร้านแห่งนี้ขายเกี่ยวกับเครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์ย้อมผมมากว่า 20 ปี ตนทำงานที่ร้านแห่งนี้มานานพอสมควร เคยเจอลูกค้าเขามาต่อราคาสินค้าเช่นกัน แต่ตนก็ได้รับคำสั่งจากเจ้าของร้านที่เข้าใจลูกค้า ถ้าสินค้าใดที่พอจะลดราคาได้ก็ลดให้ แต่ถ้าอันไหนลดไม่ได
“พ่อค้ารถเร่” วอนเห็นใจ ไม่ได้อยากประกาศขายของเสียงดัง เพราะต้องทำมาหากิน จากกรณีข่าว เมื่อวันที่ 11 มิถุนายน 2562 เพจ บ้านเราบางนา ลาซาล แบริ่ง ได้โพสต์ขอความช่วยเหลือหลังพ่อค้ารถเร่ หรือรถพุ่มพวง โดนกลุ่มวัยรุ่นทำร้ายร่างกาย เหตุเพียงเพราะไม่พอใจเสียงรถกับข้าวที่วิ่งเข้าไปขายในหมู่บ้าน โพสต์ดังกล่าวระบุว่า พ่อค้ารถเร่อายุ 53 ได้ขับรถเร่เข้าไปประกาศขายของในซอยลาซาล 81 มีวัยรุ่นกลุ่มหนึ่งนั่งตั้งวงกินเหล้ากันอยู่ เกิดอาการไม่พอใจที่ประกาศขายของเสียงดัง จึงได้เดินมาทำลายข้าวของที่ห้อยอยู่บนรถ จากนั้นมีพวกไม่ต่ำกว่า 5 คน (อายุ 20-25 ปี) ตามมารุมทำร้าย จึงได้วิ่งหนีออกมาทางปากซอย ลาซาล 81 โชคดีที่มี รปภ. ช่วยไว้ อยากขอความช่วยเหลือผู้ที่เห็นเหตุการณ์ ใครมีคลิปวิดีโอ กล้องวงจรปิด หรือใครเห็นเหตุการณ์ รบกวนส่งข้อมูลให้ทีคะ เพราะน้าเจ็บเยอะเลย หัวแตก กระดูกตรงจมูกแตก ตาปิด ปากแตก ช้ำทั้งตัว https://www.facebook.com/jjjdddbbb/posts/1284638165048223 เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ได้สอบถามไปยัง พ่อค้ารถเร่ถึงกรณีข่าวดังกล่าว คุณบุญส่ง มะหะหมัด อายุ 57 ปี เจ้าของรถเร่ หรือรถพุ่มพวง ชาวจังหวั
ด.ช.วัย12 ยอดกตัญญู ช่วยแม่เร่ขายขนม หลังเลิกเรียน พ่อป่วยอัมพฤกษ์ วันที่ 27 พ.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ด.ช.นันทิพัฒน์ มาลาศรี อายุ 12 ปี ปัจจุบันเป็นนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนเทศบาล 5 เทศบาลนครเชียงราย อ.เมือง จ.เชียงราย ออกเร่ขายขนมดอกจอกบรรจุถุงเป็นประจำทุกเย็นหลังเลิกเรียนและวันอาทิตย์ตลอดทั้งวัน ไปตามถนนสายต่างๆ ภายในเขตเทศบาล โดยเด็กคนดังกล่าวอาศัยอยู่กับบิดา มารดา และน้องสาวที่อยู่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 รวมทั้งหมด 4 คน ที่บ้านเลขที่ 212 หมู่บ้านริมกก หมู่ 12 ต.แม่ยาว ทุกวันหลังเลิกเรียนก็จะไปหาแม่ที่ขายผักในตลาดสดบ้านใหม่ แล้วออกปั่นจักรยานที่มีขนมอยู่ในตะกร้ารถซึ่งแม่ได้จัดเตรียมเอาไว้ให้ไปตามจุดต่างๆ ดังกล่าว โดยขายถุงละ 10 บาท ด.ช.นันทิพัฒน์ กล่าวว่า เดิมตนก็ไปโรงเรียนตามปกติ ไม่ได้ออกขายขนม แต่เมื่อถึงชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 พ่อป่วยเป็นอัมพฤกษ์เดินไม่ได้ ทำให้แม่ต้องหาเลี้ยงครอบครัวด้วยการขายผักในตลาดตามลำพัง ตนจึงบอกแม่ว่าอยากจะช่วยเหลือ โดยเฉพาะค่าน้ำและค่าไฟ แม่จึงทำขนมเองที่บ้านแล้วนำบรรจุถุงก่อนจะอนุญาตให้ตนนำออกไปเร่ขายในตัวเมืองเชียงรายได้ เมื่อขายเสร็จตั้งแต
งดจัดสงกรานต์ข้าวสาร ผู้ประกอบการไม่หวั่น! มั่นใจร้านยังขายดีเหมือนเดิม ปิดถนนข้าวสาร – จากกรณีที่ผู้ว่ากทม. พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ขอความร่วมมือผู้ประกอบการและประชาชน ห้ามจัดเวทีแสดงงานรื่นเริง งดแสงสีเสียงบริเวณถนนข้าวสาร ตั้งแต่วันที่ 12 -15 เม.ย. แต่ยังเล่นน้ำได้ตามปกติ โดยต้องอยู่ในกรอบประเพณี ตามหลัก 5 ป. ได้แก่ ปลอดแป้ง ปลอดโป๊ ปลอดแอลกอฮอลล์ ปลอดปืนฉีดน้ำแรงดันสูง และประหยัดน้ำ “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” ได้สอบถามไปยังผู้ประกอบการย่านถนนข้าวสาร เกี่ยวกับความคิดเห็นและผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าว คุณศิริสุภา อุระวัฒนพันธุ์ ผู้จัดการร้านต้มยำกุ้งข้าวสาร ร่วมแสดงความคิดเห็นว่า จริงๆ แล้วถนนข้าวสารยังเปิดให้คนเล่นตามปกติ เพียงแค่ปิดเวทีกลางที่มีการแสดง และห้ามไม่ให้เล่นบริเวณรอบนอกเท่านั้น ข่าวที่ออกไปมีผลกระทบกับร้านพอสมควร เพราะลูกค้าเกิดความสับสน โทรเข้ามาถามกันจนรับสายแทบไม่ทัน แต่คาดช่วงสงกรานต์ว่าลูกค้ายังเข้าร้านเหมือนเดิม ไม่ได้ลดลงมาก ประชาชนยังแห่กันมาเล่นน้ำตามปกติ คุณหมู บาร์เทนเดอร์ร้านมูลิแกน (Mulligans Irish Bar) กล่าวว่า คิดว่าข่าวดังกล่าวไม่ส่งผลกระทบกับร้านมากนัก แต่ล
เผยเคล็ดลับความสำเร็จ 32 ปี “สีเขียวแจ่วฮ้อน” ร้านอาหารดังศรีสะเกษสุดยอดความร่อย “สีเขียวแจ่วฮ้อน” ดีกรีเป็นถึงร้านอาหารเจ้าดังของจังหวัดศรีสะเกษ มี คุณพวงแก้ว อาชวินรุจิรดา หรือ “ป้าเขียว” วัย 64 ปี เป็นเจ้าของร้านอาหารอีสานพื้นเมืองแห่งนี้ ป้าเขียว เล่าให้ฟังว่า ร้านสีเขียว เปิดมาได้ 32 ปี ชื่อร้านมาจากชื่อของป้าเขียวที่เป็นคนผิวคล้ำ เมื่อก่อนมีอาชีพเป็นครูสอนวิชาคณิตศาสตร์ให้เด็กประถมฯ แต่ทำได้หนึ่งปีลาออก เพราะรู้สึกว่าทำแล้วไม่ใช่ ออกมาเปิดร้านรับซักรีด ขายของชำ แต่เป็นอาชีพที่ทำแล้วเหงา จึงมีพี่ที่นับถือ มาชวนทำแจ่วฮ้อนเนื้อ ขายอยู่ 2 ปี จึงรู้ว่าลูกค้าไม่ได้นิยมทานเนื้อกันมากเท่าไหร่ เลยเพิ่มรายการอาหารอีสานเมนูอื่นๆเข้ามา สูตรอาหารทั้งหมดเป็นสูตรของป้าเขียว ผลตอบรับที่ได้ค่อนข้างดี นางพวงแก้ว อาชวินรุจิรดา หรือป้าเขียว วัย 64 ปี แน่นอนว่าการทำอะไรก็แล้วแต่ ย่อมมีอุปสรรค การทำร้านอาหารเช่นกัน ป้าเขียว เล่าให้ฟังว่า ตั้งแต่ทำร้านอาหารมา ไม่เคยมองว่าร้านอื่นเป็นคู่แข่งเลย คู่แข่งที่แท้จริง คือ ตัวเองกับปัญหาเล็กน้อยของลูกน้องในครัว ว่าวันนี้ลูกน้องมาครบไหม ถ้าไม่ครบต้องลงครัวเอง ม
สาวสวยวัย 26 ยึดอาชีพขายของรถเร่ เพราะไม่อยากเป็นลูกจ้างใคร เส้นทางเศรษฐีลงพื้นที่สำรวจรถพุ่มพวง หนึ่งอาชีพที่น่าสนใจ ใช้เวลาไม่นาน เห็นรถพุ่มพวงสีแดงคันใหญ่กำลังจอดขาย มีพืชผักมากมาย พ่วงขายรอบๆ คันรถ อีกทั้งแม่ค้ารถพุ่มพวงรายนี้สวยใช่เล่น แวะเข้าไปพูดคุย ทราบชื่อแม่ค้า คุณสุกัญญา ไชยหาญ หรือ คุณก้อย อายุ 26 ปี ยึดอาชีพรถเร่ได้ 5-6 ปีเท่านั้น เหตุที่เลือกทำอาชีพนี้เพราะไม่อยากเป็นลูกจ้างใคร ภายในรถเต็มไปด้วย พืชผักสำหรับปรุงอาหาร ถูกจัดเรียง แพ็กใส่ถุงไว้อย่างดีพร้อมขาย โดยของทั้งหมดที่เห็นบนรถพุ่มพวงคันนี้ คุณก้อยไปคัดสรรคุณภาพจากตลาดสี่มุมเมืองด้วยตนเอง จากนั้นตระเวนขายบริเวณหมู่บ้านประชานิเวศน์ 1 ไปจนถึงบริเวณโรงเรียนเพชรรัตน์ ถนนประชาชื่น ตั้งแต่ 6 โมงเช้า จนถึงเวลาประมาณ 1 ทุ่มของทุกวัน ชมภาพเลยค่ะ ..
ยายอยู่ตัวคนเดียว.. หาบขนมเลี้ยงชีพ ขายไม่ค่อยได้ แต่จำต้องสู้ชีวิต ฝืนยื้มทั้งน้ำตา เป็นเรื่องราวที่ชาวเน็ตต่างพากันแชร์ออกไปจำนวนมาก หลังจากสมาชิกเฟซบุ๊ก Much Nannaphatโพสต์บอกเล่าเรื่องราวของคุณยาย คนหนึ่ง ที่แม้อายุมากแล้ว แต่ยังต้องสู้ชีวิต เพราะอยู่ตัวคนเดียว ลูกและสามีเสียชีวิตไปหมดแล้ว ทำให้ต้องดูแลตัวเอง โดยสมาชิกเฟซบุ๊กรายนี้ ระบุเรื่องราวว่า “ตอนแรกที่เห็นคือคุณยายนั่งอยู่หน้าศาลพระภูมิวินรถตู้ข้างเมเจอร์รังสิต นั่งคนเดียวอย่างในรูป กวักมือเรียกคนที่เดินผ่านไปมาแต่ก็ไม่มีใครสนใจเลยสักคน เลยเดินเข้าไปหาคุณยาย คุณยายน่าสงสารมาก ยายชื่อบอน พูดไปจะร้องไห้ไป ยายบอกลูกกับสามีตายหมดแล้ว เหลือตัวคนเดียว มาจากสุรินทร์ ใช้ชีวิตคนเดียว เพราะไม่มีคนเลี้ยงดู ไม่มีญาติ ยายขายขนมแถวฟิวเจอร์-เมเจอร์รังสิต ยายบอกขายไม่ค่อยได้หรอก แต่ก็ต้องขายต้องสู้ชีวิต เพราะไม่มีจะกิน สีหน้าตอนพูดคือยายยิ้มแต่น้ำตาปริ่ม เราคนคุยด้วยเรายังจะร้องไห้ตามเลย ใครที่ผ่านมาแถวนี้ช่วยอุดหนุนยายหน่อยนะคะ ยายน่ารักมาก ขนมที่ยายขายมีหลายอย่างเลย ห่อละ 35 บาท 3 ห่อ 100”
น้องฑีฆายุ ช่วยแม่ทำน้ำพริกปลาร้า แถมหิ้วขายที่รร. หาเงิน คนแห่ช่วยแอนนี่-สั่งซื้อ แห่ช่วยแอนนี่ลูกชาย – หลังปล่อยโฮกลางรายการกับชีวิตที่ต้องเจอมรสุมถาโถมไม่หยุด แอนนี่ บรู๊ค แม่เลี้ยงเดี่ยว ต้องเลี้ยง น้องฑีฆายุ ลูกชาย เพียงลำพัง ยังต้องเลี้ยงแม่ที่ล้มป่วยหนักเดินไม่ได้ ขณะที่เงินเก็บก็หมด ชีวิตไม่ขอยืมเงินหรือรับบริจาคจากใคร ขอทำงานแลกเงิน ตอนนี้พยายามขายของออนไลน์ทุกอย่าง ทั้งพริกกรอบ , หมูฝอย , น้ำพริกปลาร้า เป็นต้น แถมน้องฑีฆายุ ลูกชาย ก็เป็นเด็กดี น่ารัก นอกจากคอยปลอบแม่เวลาทุกข์ ร้องไห้ แล้ว ยังหิ้วของไปช่วยแม่ขายที่โรงเรียนด้วย ล่าสุด สาวแอนนี่ โพสต์คลิป ลูกชายช่วยแม่อย่างตั้งอกตั้งใจ ในการหั่นหอม พร้อมแคปชั่นว่า “น้ำพริกปลาร้าแม่แอน อร่อย เพราะอย่างนี้นี่เอง” โดยมีคนเข้ามาแห่ชม น้องฑีฆายุ น่ารักมาก เก่งมาก ช่วยแม่ทำมาหากิน พร้อมเอาใจช่วย อีกทั้งมีหลายคนที่เข้ามาสอบถามทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด จะซื้อน้ำพริกปลาร้า ด้วย ก่อนหน้านี้ น้องฑีฆายุ น่ารัก แม่ป่วย ลูกชาย ก็ตำน้ำพริก เพื่อแกงเห็ด ให้แม่กินด้วย
