คนละครึ่ง
คลัง ย้ำ ถ้าเข้าร่วม ‘คนละครึ่ง-ยิ่งใช้ยิ่งได้’ ต้องยกเลิกและคืนบัตรคนจน ภายใน 7 มิ.ย. เมื่อวันที่ 4 มิ.ย.2564 คุณกุลยา ตันติเตมิท ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ตามที่คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบผลการพิจารณาของคณะกรรมการกลั่นกรองการใช้จ่าย เสนอ โดยมอบหมายให้กระทรวงการคลังดำเนินมาตรการลดภาระค่าครองชีพและฟื้นฟูเศรษฐกิจจากผลกระทบของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ประกอบด้วย 4 โครงการ ได้แก่ -โครงการเพิ่มกำลังซื้อให้แก่ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ระยะที่ 3 -โครงการเพิ่มกำลังซื้อให้แก่ผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษ -โครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 3 -โครงการยิ่งใช้ยิ่งได้ ครอบคลุมประชาชนประมาณ 51 ล้านคน โดยประชาชนแต่ละคนสามารถเข้าร่วมได้ 1 โครงการเท่านั้น คุณกุลยา กล่าวว่า สำหรับโครงการเพิ่มกำลังซื้อให้แก่ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ระยะที่ 3 สำหรับผู้ถือบัตรประมาณ 13.65 ล้านคน จะช่วยเหลือค่าซื้อสินค้าจากร้านธงฟ้าและค่าซื้อสินค้าหรือค่าบริการจากร้านค้า หรือผู้ให้บริการที่เข้าร่วมโครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 3 จำนวน 200 บาทต่อคนต่อเดือน เป็นระยะเวลา 6 เดือน ท
เปิดเงื่อนไข คนละครึ่ง เฟส 3 ลงทะเบียน 14 มิ.ย.64 วันที่ 2 ม.ย. 2564 คุณกุลยา ตันติเตมิท ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า โครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 3 กำหนดให้ประชาชนที่เข้าร่วมโครงการไม่เกิน 31 ล้านคน จะได้รับสิทธิภาครัฐร่วมจ่ายร้อยละ 50 สำหรับ ค่าอาหาร เครื่องดื่ม สินค้าทั่วไป และค่าบริการ (นวด สปา ทำผม ทำเล็บ ค่าเดินทางโดยบริการขนส่งสาธารณะหรือขนส่งมวลชนสาธารณะ) ยกเว้นสลากกินแบ่ง เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ยาสูบ ทั้งนี้ ไม่เกิน 150 บาทต่อคนต่อวัน หรือไม่เกิน 1,500 บาทต่อคน ในแต่ละรอบ รอบละ 3 เดือน หรือไม่เกิน 3,000 บาทต่อคน ตลอดระยะเวลาโครงการ เป็นวงเงินรวม 93,000 ล้านบาท ซึ่งการร่วมจ่ายคนละครึ่งนี้จะช่วยเติมกำลังซื้อของประชาชน โดยคาดว่าจะมีเม็ดเงินลงสู่ระบบเศรษฐกิจเป็นเงิน 186,000 ล้านบาท สำหรับการลงทะเบียนและการใช้จ่ายของโครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 3 มีรายละเอียดและระยะเวลาดำเนินโครงการในเบื้องต้น ดังนี้ ประชาชนผู้สนใจที่มีสัญชาติไทย มีอายุ 18 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป และมีบัตรประจำตัวประชาชน โดยเริ่มลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 3 ได้ตั้งแต่ วันที่
พรุ่งนี้! คลัง โอน ‘เราชนะ’ งวดเพิ่มพิเศษ รวม 2,000 บาท หลังจากที่ประชุม ครม. มีมติเห็นชอบมาตรการบรรเทาผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ระลอกเดือน เม.ย. เมื่อวันที่ 11 พ.ค.ที่ผ่านมา โดยเพิ่มวงเงินให้ประชาชนผู้มีสิทธิในโครงการ “เราชนะ” และ “ม.33 เรารักกัน” อีกคนละ 2,000 บาท แบ่งจ่าย 2 งวด งวดละ 1,000 บาท ดังนี้ โดยไทม์ไลน์การโอนเงินของทั้ง 2 โครงการ มีดังนี้ โครงการเราชนะ : โอนเงินเข้าแอพพลิเคชั่น “เป๋าตัง” วันที่ 20 พ.ค.64 : จำนวน 1,000 บาท และวันที่ 27 พ.ค.64 : จำนวน 1,000 บาท โครงการเราชนะ : โอนเงินบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ วันที่ 21 พ.ค.64 : จำนวน 1,000 บาท และวันที่ 28 พ.ค.64 : จำนวน 1,000 บาท โครงการเราชนะ : โอนเงินเข้าบัตรประชาชน (กลุ่มเปราะบาง) วันที่ 21 พ.ค.64 : จำนวน 1,000 บาท และวันที่ 28 พ.ค.64 : จำนวน 1,000 บาท โครงการ ม.33 เรารักกัน : โอนเงินเข้าแอพพลิเคชั่น “เป๋าตัง” วันที่ 24 พ.ค.64 : จำนวน 1,000 บาท และวันที่ 31 พ.ค.64 : จำนวน 1,000 บาท โดยทุกโครงการสามารถสะสมยอดใช้จ่ายได้ถึง วันที่ 30 มิ.ย.64 นอกจากนี้ กระทรวงการคลังยังเตรียมดำเนินการอีก 4 มาตรการ หลังสถานการณ์
ครม. เคาะ เพิ่มเงิน เราชนะ-ม.33 เรารักกัน-แจก E-Voucher สูงสุดไม่เกิน 7 พัน เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม แหล่งข่าวจากที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) แจ้งว่า ที่ประชุม ครม. เห็นชอบมาตรการช่วยเหลือประชาชนในระยะเร่งด่วน โครงการ “เราชนะ” จำนวนกลุ่มเป้าหมาย 32.9 ล้านคน เพิ่มอีกสัปดาห์ละ 1,000 บาท ระยะเวลา 2 สัปดาห์ วงเงิน 6.7 หมื่นล้านบาท โดยให้การใช้จ่ายสิ้นสุดในวันที่ 30 มิถุนายนนี้ นอกจากนี้ โครงการ “ม.33 เรารักกัน” จำนวนกลุ่มเป้าหมาย 9.27 ล้านคน เพิ่มวงเงินช่วยเหลือผู้ประกันตนมาตรา 33 อีกสัปดาห์ละ 1,000 บาท ระยะเวลา 2 สัปดาห์ วงเงินรวม 18,500 ล้านบาท ให้ใช้จ่ายสิ้นสุดในวันที่ 30 มิถุนายนนี้ แหล่งข่าวกล่าวอีกว่า สำหรับมาตรการในระยะต่อไป เมื่อสถานการณ์โควิด-19 คลี่คลายลง กรอบวงเงินเบื้องต้น 1.4 แสนล้านบาท โดยใช้เงินจาก พ.ร.ก.เงินกู้ฯ ที่เหลืออยู่ ได้แก่ 1. มาตรการลดภาระค่าครองชีพให้แก่ประชาชน ในกลุ่มที่ต้องการความช่วยเหลือจากภาครัฐอย่างต่อเนื่อง ได้แก่ โครงการเพิ่มกำลังซื้อให้กับผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ระยะที่ 3 จำนวน 13.65 ล้านคน โดยให้เงินค่าครองชีพแก่ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเพิ่มเติมเดือนละ 20
เฮ! ครม. เคาะ คนละครึ่งเฟส 3 แจกเงิน คนละ 3,000 บาท เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม 2564 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบในหลักการมาตรการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากคำสั่งเพื่อระงับยับยั้งและป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 อาทิ มาตรการ “คนละครึ่งเฟส 3” คนละ 3,000 บาท จำนวน 31 ล้านคน คิดเป็นวงเงินงบประมาณ 93,000 ล้านบาท ระยะเวลา เดือนกรกฎาคม-ธันวาคม 2564 ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ก่อนหน้านี้ นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า มาตรการกระตุ้นการลงทุนจะออกมาเป็นแพ็กเกจประมาณเดือนพฤษภาคม โดยจะเป็นมาตรการเดิมเป็นส่วนใหญ่ รวมถึงยังมีพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) กู้เงินสินเชื่อฟื้นฟูและพักทรัพย์พักหนี้ วงเงิน 3.5 แสนล้านบาท นอกจากนี้ยังจะมีมาตรการใหม่เพื่อสนับสนุนให้คนที่มีเงินออมอยู่ ให้ออกมาใช้จ่าย ซึ่งอยู่ระหว่างกระทรวงการคลังคิดมาตรการ “มาตรการที่ออกมาไม่ต้องแข่ง ให้คนที่เคยรับสิทธิ์มาตรการของรัฐบาลอยู่แล้ว กดรับสิทธิ์ยืนยัน คนมีเงินก็จะได้ใช้เงินให้เต็มที่ด้วย จะได้ไม่ต้องไปแย่งโครงการคนละครึ่ง” นายสุพัฒนพงษ์ กล่าว ที่มา ประ
ได้เวลาเชือด! ศาล ตัดสินคดีฉ้อโกงเงิน โครงการคนละครึ่ง ทั้งโทษจำคุก-โทษปรับ นางสาวกุลยา ตันติเตมิท ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยความคืบหน้าในการดำเนินการกับร้านค้าและผู้เกี่ยวข้องที่กระทำผิดเงื่อนไขโครงการคนละครึ่งว่า ที่ผ่านมา กระทรวงการคลัง ได้จัดส่งข้อมูลร้านค้าและบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการกระทำผิดดังกล่าวให้แก่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) และกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (ปอศ.) เพื่อใช้ในการสืบสวนสอบสวนและดำเนินคดีแล้วทั้งสิ้น 1,024 ราย โดยมีการร้องทุกข์กล่าวโทษร้านค้าและประชาชนที่เกี่ยวข้องแล้ว 85 ราย ส่วนที่เหลืออยู่ระหว่างการตรวจสอบของ สตช. และ ปอศ. และจะมีการร้องทุกข์กล่าวโทษเพิ่มเติมต่อไป ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2564 ศาลแขวงบางบอน มีคำพิพากษากรณีพนักงานอัยการพิเศษ ฝ่ายคดีศาลแขวง 10 ฟ้องนางกัญจน์ญาภัท เส็งดอนไพร เจ้าของร้านขายของชำในกรุงเทพมหานครที่เข้าร่วมโครงการคนละครึ่งและผู้ร่วมกระทำความผิดอีก 6 ราย ข้อหาร่วมกันฉ้อโกงเงินโครงการคนละครึ่ง โดยศาลพิพากษาลงโทษจำคุกกระทงละ 1 เดือน และปรับกระทงละ 5,000 บ
31 มี.ค. ใช้จ่าย คนละครึ่ง วันสุดท้าย ก่อนคลังนำเงินออกจากแอพ วันที่ 31 มี.ค. 64 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า โครงการคนละครึ่ง จะสิ้นสุดในวันที่ 31 มีนาคม 2564 ตั้งแต่เวลา 06.00-23.00 น. จึงขอเชิญชวนให้ประชาชนที่ยังมีวงเงินเหลือ เร่งใช้จ่ายให้ครบ 3,500 บาท หากพ้นกำหนดดังกล่าว จะไม่สามารถใช้สิทธิวงเงินที่เหลือได้ ซึ่งนอกจากจะเป็นการรักษาสิทธิของท่านแล้ว ยังเป็นการช่วยสนับสนุนการฟื้นฟูเศรษฐกิจฐานรากผ่านการบริโภคภายในประเทศอีกด้วย อย่างไรก็ตาม ทางกระทรวงการคลังได้แจ้งเกี่ยวกับ โครงการคนละครึ่ง เฟส 3 ว่า อยู่ระหว่างการออกแบบโครงการ ซึ่งจะออกมาได้หลังจากที่โครงการเราชนะ และ ม.33เรารักกัน สิ้นสุดในช่วงเดือนพฤษภาคม 2564
กระทรวงการคลัง เตือน ผู้ประกอบการร้านค้า-ประชาชน ที่เข้าร่วมโครงการเราชนะ และโครงการคนละครึ่ง หากพบการทุจริต จะถูกดำเนินการตามกฎหมาย เมื่อวันที่ 24 มี.ค. 64 นางสาวกุลยา ตันติเตมิท ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ที่ผ่านมากระทรวงการคลังได้รับเบาะแสเกี่ยวกับการทุจริตของผู้ประกอบการร้านค้าผู้ให้บริการที่เข้าร่วมโครงการเราชนะ และโครงการคนละครึ่ง รวมถึงประชาชนโดยพบพฤติกรรมการใช้จ่ายวงเงินสิทธิไม่เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของโครงการ เช่น การแลกวงเงินสิทธิเป็นเงินสด การขึ้นราคาสินค้าอย่างไม่เป็นธรรม เป็นต้น ซึ่งกระทรวงการคลังได้เร่งรัดดำเนินการติดตามและตรวจสอบการกระทำทุจริตในโครงการต่างๆ รวมถึงประสานขอความร่วมมือกระทรวงพาณิชย์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการดำเนินการดังกล่าว โดยหากตรวจสอบพบว่ามีการกระทำผิดเงื่อนไขจริง จะระงับการใช้เครื่องรูดบัตรอิเล็กทรอนิกส์ (เครื่อง EDC) หรือแอพพลิเคชั่น “ถุงเงิน” ของร้านค้า และดำเนินการตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องต่อไป ดังนั้น กระทรวงการคลังขอความร่วมมือประชาชนในการรักษาสิทธิของตนเอง และขอให้ผู้ประกอบการร้าน
คลัง เตือน ประชาชนเร่งใช้สิทธิ คนละครึ่ง ก่อนสิ้นสุดโครงการ 31 มี.ค. 64 วันที่ 22 มี.ค. 64 นางสาวกุลยา ตันติเตมิท ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า โครงการคนละครึ่ง ประสบความสำเร็จเป็นอย่างสูงในการส่งเสริมการบริโภคภายในประเทศ และฟื้นฟูเศรษฐกิจจนถึงระดับฐานรากทั่วประเทศ โดยความคืบหน้าล่าสุดของโครงการคนละครึ่ง ณ วันที่ 21 มีนาคม 2564 มีร้านค้าลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการกว่า 1.5 ล้านร้านค้า และมีผู้ใช้สิทธิจำนวน 14,793,502 คน โดยเป็นการใช้จ่าย 3,000 บาทขึ้นไป จำนวน 12,530,056 คน และใช้จ่ายครบ 3,500 บาท จำนวน 6,315,918 คน ยอดการใช้จ่ายสะสม 98,860 ล้านบาท แบ่งเป็นเงินที่ประชาชนจ่าย 50,610.3 ล้านบาท และภาครัฐร่วมจ่ายอีก 48,249.7 ล้านบาท โดยจังหวัดที่มีการใช้จ่ายสะสมมากที่สุด 5 อันดับแรก ได้แก่ กรุงเทพมหานคร ชลบุรี สมุทรปราการ สงขลา และเชียงใหม่ ทั้งนี้ โครงการคนละครึ่ง จะสิ้นสุดในวันที่ 31 มีนาคม 2564 จึงขอเชิญชวนให้ประชาชนที่ยังมีวงเงินเหลือเร่งใช้จ่ายให้ครบ 3,500 บาท หากพ้นกำหนดดังกล่าวจะไม่สามารถใช้สิทธิวงเงินที่เหลือได้ ซึ่งนอกจากจะเป็นการรักษาสิทธิของท่
สรุปไทม์ไลน์ ม.33 เรารักกัน ขยายเวลายืนยันตัวตนรับสิทธิ-ปรับเวลาโอนเงิน รับ 4,000 บาท จากเดิม โครงการ ม.33 เรารักกัน เปิดให้ใช้สิทธิ และยืนยันตัวตน ระหว่างวันที่ 15-21 มีนาคม 2564 แต่ล่าสุด ได้มีการ แก้ไขช่วงเวลาการกดรับสิทธิ รวมถึงการเข้าไปยืนยันตัวตนใน แอพพลิเคชั่นเป๋าตัง เช่นกัน เป็นระหว่างวันที่ 15 มีนาคม – 31 พฤษภาคม 2564 เท่ากับว่าสามารถเข้าไปรับสิทธิและยืนยันตัวตนได้ถึง 31 พฤษภาคม 2564 โดยแบ่งรอบการโอนเงินเยียวยาผ่าน แอพพลิเคชั่นเป๋าตัง ดังนี้ – ผู้ที่กดใช้งานและยืนยันตัวตน ระหว่างวันที่ 15-21 มี.ค. 64 จะได้รับเงินสัปดาห์ละ 1,000 บาท ทุกวันจันทร์ ต่อเนื่องกันเป็นระยะเวลา 4 สัปดาห์ โดยเริ่มโอนเงินครั้งแรกในวันที่ 22 มี.ค. 64 และจะได้รับเงินในงวดถัดไป คือ 29 มี.ค. 64, 5 เม.ย. 64, 12 เม.ย. 64 – ผู้ที่กดใช้งานและยืนยันตัวตน ระหว่างวันที่ 22 มี.ค. – 11 เม.ย. 64 จะได้รับเงินครั้งแรกในวันที่ 22 มี.ค. 64 โดยจะได้รับเงินสัปดาห์ละ 1,000 บาท ทุกวันจันทร์ต่อเนื่องจนครบ 4,000 บาท – ผู้ที่กดใช้งานและยืนยันตัวตน ระหว่างวันที่ 12 เม.ย. – 31 พ.ค. 64 จะได้รับวง
