จีน
เคยไหมที่อยากขายของให้ลูกค้าชาวจีน แต่ติดปัญหาเรื่องภาษา ถึงโอกาสทางธุรกิจจะอยู่ตรงหน้า แต่กำแพงภาษาทำให้พลาดไปอย่างน่าเสียดาย แต่วันนี้ปัญหาเหล่านั้นอาจจะหมด เพราะปัจจุบันมีเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย อย่างแอปพลิเคชัน AI เสียงจีน ตัวช่วยให้ผู้ประกอบการ พ่อค้าแม่ขาย ใช้สื่อสารธุรกิจได้อย่างง่ายดาย อย่างที่ทราบกันดีว่า ตลาดจีน คือตลาดที่มีโอกาสสร้างรายได้อย่างมหาศาล ไม่ว่าจะเป็นนักท่องเที่ยวจีนที่เดินทางมาไทย หรือการค้าขายออนไลน์แบบข้ามประเทศ ศักยภาพการใช้จ่ายของคนจีนค่อนข้างสูง การเข้าถึงและเข้าใจความต้องการของลูกค้ากลุ่มนี้จึงเป็นกุญแจสำคัญสู่ความสำเร็จ AI เสียงจีน ตัวช่วยผู้ประกอบการไทย ในอดีต หากจะสื่อสารไปยังลูกค้าชาวจีน อาจจะต้องมีการจ้างล่าม ซึ่งมีค่าตอบแทนที่สูงพอสมควร ดังนั้น บางผู้ประกอบการที่มีต้นทุนจำกัด การเลือกใช้แอป AI เสียงจีน จึงตอบโจทย์ในส่วนนี้ได้อย่างดี โดยแอป AI เสียงจีน มีลักษณะพิเศษดังนี้ ในยุคที่เทคโนโลยีเข้ามาช่วยลดข้อจำกัดต่างๆ การมี แอป AI เสียงจีน เปรียบเสมือนการปลดล็อกศักยภาพทางธุรกิจ ไม่จำเป็นต้องพูดภาษาจีนได้คล่อง ก็สามารถเชื่อมโยงกับลูกค้ากลุ่มนี้ได้อย่างมี
ในงานสัมมนา Prachachat Exclusive Forum 2025 “คนพลิกวิกฤต” คุณโอห์ม-ดิศรา อุดมเดช Founder CEO Yell Advertising ได้มาแชร์ประสบการณ์การขยายธุรกิจใน SEA-จีน ว่าต้องไปอย่างชาญฉลาด และต่างจากคู่แข่ง ตลอดระยะเวลา 16 ปีที่เปิด Yell Advertising มา เห็นความเป็นไปในอุตสาหกรรมโฆษณามาโดยตลอด เขาบอกว่า จริงๆ แล้วบริษัทไทยเก่งมาก ติดอันดับท็อป ๆ ของอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ แต่คนเก่งมักจะไปทำงานกับบริษัทต่างชาติ และไม่มีบริษัทไทยไปโตในระดับภูมิภาคเลย จนเริ่มคิดว่าสักวันหนึ่งจะทำให้ได้ อีกส่วนคือประเทศไทยมีประชากรอยู่ราว 60-70 ล้านคน แล้วงบฯ โฆษณาส่วนใหญ่กระจุกอยู่ที่กรุงเทพฯ ในฐานะ CEO ก็คิดว่าถ้าอยากให้บริษัทเติบโต และทำให้คนทำงานที่อยู่กับองค์กรมานานโตขึ้น ต้องพาบริษัทออกไปต่างประเทศแล้ว โดย Yell เริ่มไปเปิดออฟฟิศที่ต่างประเทศในสิงคโปร์ และค่อย ๆ ขยายไปที่จาการ์ตา กัวลาลัมเปอร์ จนกระทั่งไปที่จีน ซึ่งเป็น “ภาพจบ” ของแผนการขยายธุรกิจในเอเชีย เพราะต้องการเชื่อมความต้องการของ 2 ภูมิภาคเข้าด้วยกัน “ธุรกิจเป็นเรื่องของ Timing เราเห็นแล้วว่าจีนพยายามให้ผู้ประกอบการไปต่างประเทศ นี่แหละเวลาที่ดีที่สุดที่เร
กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) สำรวจตลาดสัตว์เลี้ยงและธุรกิจเกี่ยวกับสัตว์เลี้ยงในจีน พบมีแนวโน้มขยายตัวสูงตามความต้องการเลี้ยงสัตว์ที่เพิ่มขึ้น เผยแม้อุตสาหกรรมการผลิตของจีนจะขยายตัว ทั้งการมีแบรนด์ของตัวเอง มุ่งสู่อัจฉริยะ รวมกลุ่มเป็นคลัสเตอร์ และเริ่มส่งออก แต่สินค้าไทยมีโอกาสเจาะเข้าสู่ตลาด เหตุได้รับการยอมรับในคุณภาพ และมาตรฐานที่จะทำให้ยังคงเจาะเข้าตลาดจีนได้ นางสาวสุนันทา กังวาลกุลกิจ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า กรมได้มอบนโยบายให้ทูตพาณิชย์ที่ประจำอยู่ในประเทศต่างๆ ทำการสำรวจลู่ทางการค้า และโอกาสการส่งออกสินค้าไทยไปยังประเทศที่ประจำอยู่ ตามนโยบายกระทรวงพาณิชย์ ล่าสุดได้รับรายงานจากนายนิติ ปทุมวงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ เมืองหนานหนิง สาธารณรัฐประชาชนจีน ถึงการสำรวจตลาดสัตว์เลี้ยง และธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับสัตว์เลี้ยงในจีน รวมถึงโอกาสในการส่งออกสินค้าสัตว์เลี้ยงของไทยเข้าสู่ตลาดจีน เพื่อป้อนความต้องการที่เพิ่มขึ้นจากการที่ชาวจีนนิยมเลี้ยงสัตว์เพิ่มมากขึ้น โดยทูตพาณิชย์ได้รายงานผลสำรวจว่า ในปี 2568 ที่ผ่านมา
“โรงงานจีน” คือเบื้องหลังสินค้านับไม่ถ้วนที่เราใช้ในชีวิตประจำวัน ตั้งแต่ของจิปาถะราคาหลักสิบ ไปจนถึงอุปกรณ์เทคโนโลยีระดับโลก ด้วยจุดแข็งด้านกำลังการผลิตมหาศาล ความรวดเร็ว และต้นทุนต่ำ จนได้รับสมญานามว่าเป็น “โรงงานของโลก” แต่ในความง่ายของการสั่งผลิต กลับซ่อนความยากของการ “เข้าไปดีล” เพราะการเดินเข้าประตูโรงงานจีน ไม่ได้หมายความว่าเราจะได้สินค้าตามที่คิด หรือดีลตามที่ฝันไว้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ขอพาไปดูเทคนิคการดีลโรงงานจีน โดย ผศ.ดร.ไอซ์-ธีรศานต์ สหัสสพาศน์ ผู้อำนวยการหลักสูตร DNA by SPU ซึ่งได้กล่าวไว้ในเวิร์กช็อป T-brand to China คลาสเรียนรุ่นที่ 1 ว่า โรงงานจีน ถือเป็นโรงงานของโลก ด้วยขนาดอุตสาหกรรขนาดใหญ่และหลากหลาย ซึ่งแต่ละเมืองมีความเชี่ยวชาญแตกต่างกันออกไป อย่าง กว่างโจว เด่นด้านสิ่งทอ อิเล็กทรอนิกส์ และเครื่องจักร, เซินเจิ้น คือศูนย์กลางเทคโนโลยี ผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิสก์ และไฮเทค, อี้อู เด่นด้านสินค้าจิปาถะ และของใช้ประจำวัน และ ซัวเถา เด่นด้านของเล่น และพลาสติก จากความหลากหลายของสินค้า อาจทำให้ผู้ประกอบการตัดสินใจได้ยาก ว่าจะนำสินค้าประเภทไหนมาจำหน่าย ผศ.ดร.ไอซ์
แน่นอนว่านอกจากการไหว้เจ้าขอพรให้ปีใหม่ที่จะมาถึง โดยฤกษ์ไหว้ตรุษจีน 2569 ตรงกับวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2569 ซึ่งอีกสิ่งหนึ่งที่ขาดไม่ได้ก็คือไอเทมที่มีสีแดง เพราะเป็นสีมงคลของชาวจีน ที่เชื่อว่าจะช่วยเสริมโชคลาภ เงินทองไหลมาเทมา ทำไมตรุษจีนต้องสีแดง? เหตุผลที่ชาวจีนนิยมใช้สีแดงในวันมงคล เพราะคนจีนมีความเชื่อว่า สีแดงเป็นสัญลักษณ์ของการเฉลิมฉลองความโชคดี สีแดง คือหยาง อันหมายถึง ดวงอาทิตย์ สัญลักษณ์ของพลังแห่งบุรุษเพศ การเคลื่อนไหว ความกระตือรือร้น การเคลื่อนขึ้นไปด้านบน การเจริญเติบโต ความเจริญรุ่งเรือง ความร้อนแรง ความโชคดี ความเคารพ การป้องกัน และการยอมรับนับถือ (ตรงข้ามกับ หยิน) และเนื่องจากสีแดงเป็นสี มงคล ในงานแต่งงาน ในวันตรุษจีน (ปีใหม่) และโอกาสพิเศษที่น่ายินดีล้วนต้องเป็นสีแดง โดยความเชื่อเรื่องสีแดงไม่ได้เป็นแค่สัญลักษณ์ของความมงคลอย่างเดียว สีแดงในความเชื่อของผู้คนนานาชาติ มีความหมายแตกต่างกันออกไป เช่น ชาวอินเดีย เชื่อว่า สีแดง คือความบริสุทธิ์ ราคะ และจิตวิญาณ นอกจากนี้ยังเป็นสีกายของพระอาทิตย์ เทพชั้นสูงตามความเชื่อของชาวฮินดู ชาวญี่ปุ่น ถือว่า สีแดงค
สำนักข่าวซินหัว รายงานว่า หลิวหลิน หญิงสาวชาวจีนจากอำเภอโจวหนิง มณฑลฝูเจี้ยน ทางตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งเคยอยู่ในแวดวงธุรกิจวัสดุก่อสร้าง ได้ซื้อไม้อวบน้ำกระถางแรกโดยบังเอิญเมื่อกว่า 10 ปีก่อน ก่อนจะค่อยๆ หลงใหลและสะสมจนมีไม้อวบน้ำมากกว่า 2,000 กระถาง และเปลี่ยนบ้านของเธอให้กลายเป็น “อาณาจักรไม้อวบน้ำ” ในปี 2020 หลิวหลินเริ่มถ่ายวิดีโอไม้อวบน้ำและเผยแพร่ลงในสื่อออนไลน์ ซึ่งได้รับกระแสตอบรับเป็นอย่างดี เธอนำไม้อวบน้ำมาทดลองวางจำหน่ายหน้าร้านวัสดุก่อสร้างของตนเอง และสามารถทำรายได้กว่า 1,000 หยวน (ราว 4,500 บาท) ตั้งแต่วันแรก จากนั้นหลิวหลินจึงได้เช่าพื้นที่มากกว่า 300 ตารางเมตร เพื่อศึกษาเกี่ยวกับไม้อวบน้ำโดยเฉพาะ ด้วยแรงสนับสนุนจากนโยบายส่งเสริมอุตสาหกรรมไม้ดอกของอำเภอโจวหนิง ภายในปี 2023 หลิวหลินได้เช่าเรือนกระจกที่ไม่ได้ใช้งานขนาดกว่า 10 หมู่ (ราว 4.2 ไร่) ในตำบลผู่หยวน เพื่อจัดตั้งบริษัทที่มุ่งเน้นด้านการวิจัยและพัฒนาเทคนิคการเพาะเลี้ยงไม้อวบน้ำ การผสมพันธุ์ การออกแบบ และจัดกิจกรรมศึกษาดูงาน โดยเฉพาะเลี้ยงไม้อวบน้ำมากกว่า 200 สายพันธุ์ อย่างไรก็ตาม ในช่วง
Trip.com Group ผู้ให้บริการด้านการท่องเที่ยวชั้นนำระดับโลก เปิดข้อมูลเชิงลึก เกี่ยวกับพฤติกรรมการท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ในงาน Trip.Best Roadshow : Southeast Asia Travel Trends Unpacked โดยข้อมูลชี้ให้เห็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของนักท่องเที่ยวไทย ที่หันมาสนใจท่องเที่ยวไปยังเมืองรองของจีนมากขึ้น พร้อมปรับสไตล์การท่องเที่ยวจากการท่องเที่ยวแบบเข้าชมสถานที่ ไปเป็นการท่องเที่ยวเชิงประสบการณ์แทน จากข้อมูลของ Trip.Best ในปี 2568 พบว่า ฉงชิ่ง กลายเป็นจุดหมายปลายทางที่เติบโตเร็วที่สุดในหมู่นักท่องเที่ยวไทย โดยยอดการเข้าชมบน Trip.Best เพิ่มขึ้นถึง 395% เมื่อเทียบกับปีก่อน และยอดจองพุ่งสูงถึง 828% เมืองบนภูเขาแห่งนี้ขึ้นชื่อเรื่องอาหารรสจัดคล้ายอาหารไทย พร้อมสถานที่ท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมที่เป็นเอกลักษณ์ จึงกลายเป็นปลายทางยอดนิยมของนักท่องเที่ยวไทยที่กำลังมองหาประสบการณ์อย่างแท้จริง นอกเหนือจากจุดหมายปลายทางแบบดั้งเดิม การพัฒนาการท่องเที่ยวของไทย นายเอ็ดมันด์ ออง ผู้อำนวยการอาวุโสประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และผู้จัดการทั่วไป Trip.com ประเทศสิงคโปร์ กล่าวว่า “นักท
จากเมื่อก่อนซีรีส์จีนมักจะมีภาพจำแนวพีเรียด-ย้อนยุค แต่ตอนนี้สิ่งที่ทำให้ซีรีส์จีนกลับมามีกระแส นั่นคือ “ละครสั้นจีน” หรือที่คนจีนเรียกกันว่า Duanju (短剧) ซึ่งเป็นมินิซีรีส์แบบคลิปสั้น ความยาวเฉลี่ยตอนละ 1-5 นาที แต่กลับสามารถดึงดูดผู้ชมให้อยู่หมัดแบบต่อเนื่องหลายสิบตอน โดยเมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมามีคนเสิร์ชคำว่า “ละครสั้นจีน” บนติ๊กต็อกเพิ่มขึ้นกว่า 300% ใน 1 ปี และแฮชแท็กจีนอย่าง #短剧 (Duanju) มีผู้ชมรวมมากกว่า 3 แสนล้านวิวในจีน และเมื่อปี 2567 ที่ผ่านมาอุตสาหกรรมละครสั้นมีรายได้พุ่งขึ้น 35% หรือคิดเป็นมูลค่ากว่า 50,440 ล้านหยวน (ประมาณ 227,730 ล้านบาท) และพบว่าผู้ใช้อินเทอร์เน็ตกว่าพันล้านคนในจีนกว่า 1 ใน 3 คน มีการดูละครสั้นทุกวัน จุดเริ่มต้น “ละครสั้น” ในปี 2018 หลังจาก TikTok เปิดตัว ละครสั้นจีนได้รับความนิยมมากในประเทศจีน บริษัทต่างๆ เช่น Kuaishou Technology และ Tencent Holdings ได้ดึงดูดผู้ชมหลายสิบล้านคน ที่มักจะเลื่อนหน้าจอเพื่อดูเรื่องราวใหม่ๆ หรือดูคลิปที่กำลังเป็นไวรัล การเติบโตของแพลตฟอร์มเหล่านี้ ทำให้ผู้เล่นรายใหญ่ที่สุดในจีน ที่เป็นกลุ่มอุตสาหกรรมสตรีมมิงภาพยนตร์และทีวี ต้อ
Xiaohongshu (เสี่ยวหงซู) หรือ RedNote แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียยอดนิยมจากจีน ได้ทำการปรับภาพลักษณ์ใหม่ โดยเปลี่ยนสโลแกนจาก “Your Life Guide” หรือคู่มือชีวิตของคุณ เป็น “Your Community of Life Interests” หรือชุมชนความน่าสนใจของชีวิต ซึ่งแต่เดิม Xiaohongshu จะโดดเด่นในเรื่องของการรีวิวอาหาร สถานที่ท่องเที่ยว หรือการช้อปปิ้ง เป็นต้น โดยในปี 2024 ได้รับความนิยมด้วยวลี “Find Great Things from Abroad” หรือ ค้นหาสิ่งดีๆ จากต่างประเทศ ก่อนจะเปลี่ยนเป็น “A Better Life Around the World” และ “Mark My Life” ปัจจุบันการหาแรงบันดาลใจจาก Xiaohongshu ได้กลายเป็นกิจวัตรประจำวันของใครหลายคนไปแล้ว ทำให้สโลแกนใหม่นี้ไม่ได้เป็นเพียงการปรับกลยุทธ์ แต่ยังเป็นการบ่งบอกถึงการเปลี่ยนแปลงจากการใช้งาน สู่ “Emotional Connection” หรือการเชื่อมโยงทางอารมณ์ เมื่อเทียบกับสโลแกนก่อนหน้า สโลแกนใหม่นี้เป็นเหมือนการเน้นย้ำถึงปฏิสัมพันธ์ระหว่างบุคคลและความรู้สึกของชุมชน นอกจากนี้ Xiaohongshu ยังได้เปิดตัวฟีเจอร์ใหม่ Interest Neighborhoods หรือชุมชนที่น่าสนใจ ซึ่งมีทั้งหมด 8 โซนที่แตกต่างกัน ครอบคลุมตั้งแต่ เกม อนิเมะ ก
ในยุคที่โซเชียลมีเดียขับเคลื่อนพฤติกรรมผู้บริโภค สินค้าบางอย่างที่เคยถูกมองข้ามอาจกลายเป็น “ดาวเด่น” ที่สร้างยอดขายถล่มทลายได้อย่างไม่น่าเชื่อ เช่นเดียวกับปรากฏการณ์ของ “คิวพี มายองเนส” ในประเทศไทย ที่กลายเป็น “ม้านอกสายตา” แต่กลับสามารถกวาดเงินจากกระเป๋านักท่องเที่ยวชาวจีนไปได้อย่างงดงาม คนไทยคุ้นเคยกับแบรนด์ คิวพี (QP) ในฐานะผู้ผลิตเครื่องปรุงรสคุณภาพดี ไม่ว่าจะเป็นน้ำส้มสายชู หรือมายองเนสรสชาติต้นตำรับที่อยู่คู่ครัวไทยมายาวนาน แต่ความจริงแล้ว คิวพีก็มีวางจำหน่ายในประเทศจีนอยู่แล้วในบางรสชาติ ทำให้คนจีนคุ้นเคยกับแบรนด์นี้มาบ้าง ไม่ได้เป็นแบรนด์ใหม่ที่ไม่เคยรู้จักเลย ทว่า สิ่งที่จุดประกายความนิยมอย่างก้าวกระโดดคือ “การเปิดรับรสชาติใหม่ๆ” โดยเฉพาะกลุ่มคนจีนสมัยใหม่ที่เปิดใจรับวัฒนธรรมการบริโภคใหม่ๆ มากขึ้น มายองเนสอาจยังไม่ใช่เครื่องปรุงหลักที่แพร่หลายในจีนนัก จนกระทั่งการมาเยือนประเทศไทย ได้พลิกโฉมความเข้าใจนี้ไปอย่างสิ้นเชิง จุดประกายจากรสชาติที่ไม่เหมือนใคร เมื่อนักท่องเที่ยวจีนได้ลองลิ้มรสมายองเนสของคิวพีในประเทศไทย พวกเขาได้พบก
