จีน
พูดถึงการบุกตลาดจีน หนึ่งในสิ่งที่ธุรกิจไทยต้องรู้คือ “การเข้าใจผู้บริโภคจีน” ให้มากขึ้น เพื่อสร้างโอกาสทางธุรกิจให้กับผู้ประกอบการไทยที่อยากพาแบรนด์ไปเติบโต “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” จะมาสรุปความน่าสนใจของ Session Talk : Brand Go China : บุกจีนให้ปัง ธุรกิจไทยต้องรู้ โดย คุณโทมัส-พิชเยนทร์ หงษ์ภักดี และคุณโบว์-ณชา จึงกานต์กุล ดำเนินรายการโดย คุณอธิกร ศรียาสวิน (ก้า อรินธรณ์) ที่งาน #ThaiChineseGoldenFest2025 จุดเริ่มต้น มองจีนให้มากขึ้น “คุณโบว์-ณชา จึงกานต์กุล” เจ้าของแบรนด์ Kunna เริ่มต้นจากความหลงใหลในเสน่ห์ของภาษาจีน เธอเริ่มเรียนรู้ทุกอย่างเกี่ยวกับประเทศจีน ทั้งภาษา วัฒนธรรม รวมถึงผู้คน และได้พาตัวเองเข้าไปอยู่ในสังคมนั้น ด้วยการไปเรียนและฝึกงานที่สถานทูตไทยในปักกิ่ง จนมองเห็นว่า “คนจีนเป็นมนุษย์พันธุ์พิเศษ เป็นยอดนักสู้ และเป็นแหล่งหาไอเดียธุรกิจ” จากการสังเกตสินค้าที่คนจีนเลือกซื้อในซูเปอร์มาร์เก็ต หนึ่งในนั้นคือ “สินค้าไทย” แต่เป็นสินค้าที่ผลิตในขั้นปฐมภูมิ ไม่มีการเพิ่มมูลค่าอะไรเข้าไป จึงได้เกิดความคิด อยากพัฒนาสินค้าเกษตรจากไทย ที่ไม่ใช่สินค้า 3 ถุง 10
ประเทศจีน ถือเป็นแหล่งผลิตสินค้าขนาดใหญ่ ไม่ว่าจะเป็น ของใช้ในชีวิตประจำวัน เสื้อผ้า อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ไปจนถึงสินค้าทำกำไรในตลาดอีคอมเมิร์ซมากมาย ล้วนมีต้นทางมาจากจีนแทบทั้งนั้น ด้วยกำลังการผลิตมหาศาล และราคาที่แข่งขันได้ จึงทำให้จีนกลายเป็นจุดหมายสำคัญของผู้ประกอบการในการต่อยอดธุรกิจ แต่การเข้าไป ‘ดีลโรงงานจีน’ เพื่อสั่งผลิต สั่งซื้อสินค้าหรือค้นหาวัตถุดิบต่างๆ ไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ถ้ามีกูรูแนะนำทางที่ใช่ บอกขั้นตอนที่ชัด ก็มีโอกาสไปถึงเป้าหมายได้ไม่ยาก วันนี้ ‘เส้นทางเศรษฐีออนไลน์’ จะพาไปพูดคุยกับ ดร.ไอซ์-ธีรศานต์ สหัสสพาศน์ ผู้อำนวยการหลักสูตร DNA by SPU เกี่ยวกับการดีลโรงงานจีน จากประสบการณ์จริงที่เคยลองผิดลองถูกมาก่อน พาไปรู้จัก ดร.ไอซ์ ในอีกบทบาทของ ดร.ไอซ์ คือเจ้าของธุรกิจ ‘SOdA OEM.’ ที่ทำร่วมกับ คุณครีม-ธวัชชัย สหัสสพาศน์ (น้องชาย) รับผลิตและจำหน่ายสินค้าประเภทของขวัญ ด้วยจุดขาย มีชิ้นเดียวในโลก ไม่มีขั้นต่ำ ทั้งภาพพิมพ์แคนวาส ภาพตกแต่งบ้าน สินค้าแฟชั่น อย่าง เสื้อยืด กระเป๋าผ้า และแมสก์ผ้า เป็นต้น สินค้าของ SOdA OEM. เรียกว่าได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก อย่างในช
อำเภอเฉิงม่าย มณฑลไห่หนาน (ไหหลำ) ทางตอนใต้ของจีน มีชื่อเสียงในฐานะ “แหล่งกำเนิดไม้กฤษณาของจีน” โดยโซนเวิร์กช็อปแปรรูปของบริษัทท้องถิ่นแห่งหนึ่งนั้นมีไม้กฤษณาสารพัดขนาดจัดเรียงอย่างประณีต ซึ่งชิ้นส่วนไม้เกือบทั้งหมดถูกนำมาแกะสลักเป็นเครื่องประดับ เศษไม้ถูกนำไปทำเป็นธูปหอม ผงไม้กฤษณาแปรรูปกลายเป็นน้ำมันหอมระเหย และแม้แต่กากไม้ยังถูกนำไปทำปุ๋ยอินทรีย์คุณภาพสูง เจ้าหน้าที่จากบริษัท ไห่หนาน ฉางซู่ ซีดลิงส์ เดเวลอปเมนต์ จำกัด กล่าวว่า วัสดุจากไม้กฤษณาล้วนมีมูลค่า บริษัทฯ พัฒนารูปแบบธุรกิจครอบคลุมตั้งแต่ขั้นตอนการปลูกต้นกล้า การเพาะปลูก การแปรรูป และการขาย ซึ่งสามารถผลิตต้นกล้าไม้กฤษณา 5 แสนต้นต่อปี สร้างงานโดยตรง 60 อัตรา ในอดีตนั้น ไม้กฤษณาป่าต้องใช้เวลาหลายสิบหรือหลายร้อยปีจึงจะโตเต็มที่ แต่ปัจจุบันอุตสาหกรรมนี้ขยายตัวได้ด้วยการเพาะพันธุ์แบบเทียม โดยพื้นที่ปลูกไม้กฤษณาของเฉิงม่ายขยายเป็น 30,000 หมู่ (ราว 12,500 ไร่) มีฐานการแปรรูป 42 แห่ง สร้างมูลค่าผลผลิตกว่า 100 ล้านหยวน (ราว 453 ล้านบาท) ต่อปี และมีแผนเพิ่มพื้นที่ปลูกอีก 5,000 หมู่ (ราว 2,000 ไร่) ในปีนี้ จางไท่จี ผู้อำนวยก
สินค้า “ทุเรียนกรอบ” (ฟรีซดราย) สีเหลืองนวลตาดึงดูดผู้คนแวะเวียนพาวิลเลียนไทยภายในงานแสดงสินค้าจีน-เอเชียใต้ ครั้งที่ 9 ในเมืองคุนหมิง มณฑลอวิ๋นหนาน (ยูนนาน) ทางตะวันตกเฉียงใต้ของจีน ซึ่งสิ้นสุดลงเมื่อวันอังคาร กัญจน์ ศรีวรรณวัฒน์ ผู้จัดแสดงสินค้าของไทย กล่าวว่า เขาเข้าร่วมงานนี้เป็นครั้งแรกและนำผลิตภัณฑ์ทุเรียนกรอบหรือทุเรียนฟรีซดราย รวมถึงมังคุดฟรีซดราย มาจำหน่ายมากกว่าสิบกล่อง ซึ่งได้กระแสตอบรับที่ดีจากเหล่าผู้บริโภคชาวจีน เบื้องหลังรสหวานหอมนี้คือ “ทางรถไฟจีน-ลาว” ที่ขนส่งทุเรียนอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น โดยทางรถไฟฯ ได้ขนส่งสินค้ามากกว่า 60 ล้านตัน เมื่อนับตั้งแต่เปิดบริการจนถึงเดือนพฤษภาคม 2025 ซึ่งเป็นสินค้าข้ามพรมแดนมากกว่า 13 ล้านตัน ระบบขนส่งสินค้าแบบควบคุมอุณหภูมิครบวงจร เส้นทางจีน-ลาว-ไทย ช่วยให้การขนส่งผลไม้จากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้สู่จีนใช้เวลาไม่เกิน 40 ชั่วโมง ขณะรถไฟสินค้าระหว่างประเทศ เส้นทางล้านช้าง-แม่โขง ใช้เวลา 26 ชั่วโมง และลดต้นทุนโลจิสติกส์ร้อยละ 30-50 หน่วยงานการรถไฟท้องถิ่น ระบุว่า มีการขนส่งผลไม้เขตร้อนอย่างทุเรียนและมังคุดผ
การเข้าใจ พฤติกรรมของผู้บริโภค เปรียบเสมือนหัวใจสำคัญในการทำธุรกิจ เพราะเมื่อรู้ความต้องการและพฤติกรรมเชิงลึกของลูกค้า ผู้ประกอบการจะสามารถตัดสินใจดำเนินธุรกิจได้อย่างแม่นยำและถูกทิศทาง โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ประกอบการไทย การทำความเข้าใจ พฤติกรรมของผู้บริโภคจีน ถือเป็นสิ่งจำเป็นยิ่งกว่าทางเลือก เพราะตลาดจีนมีขนาดใหญ่และกำลังซื้อมหาศาล การลงทุนเวลาศึกษาและเจาะลึกพฤติกรรมของชาวจีนจึงเป็นกุญแจสู่ความสำเร็จในตลาดแดนมังกร คุณเฟิร์น-ดร.ปณิชา ประทีปะวณิช Co-founder Mango Group และผู้เชี่ยวชาญด้านกลยุทธ์ Social Media China เล่าถึงจุดเริ่มต้นที่เป็น “สัญญาณ” ให้ตัดสินใจไปค้าขายที่จีนไว้อย่างน่าสนใจ บนเวที สัมมนาพิเศษ “PRACHACHAT EXCLUSIVE FORUM 2025 คน…พลิกวิกฤต” ภายใต้หัวข้อ Think Reiginal การเปิดตัวไปสู่โลกกว้างเมื่อวันที่ 25 มิถุนายน 2568 ว่า “ตอนนี้จีนกลายมาเป็นประเทศที่มีอิทธิพล เราจึงอยากไปก่อนที่มี ‘วิกฤต’ ในตอนที่เรามีความสุขอยู่ โดยเริ่มต้นทำสินค้าที่คนจีนคิดอยู่แล้วว่า เรา(ไทย)เก่งอะไร ลองไปทำโฆษณาและลองทำสินค้าด้วยเงินตัวเองแล้วขายเลย กลายมาเป็น ‘รังนก’” ค
วงการไลฟ์สดไทยว่าคึกคักแล้ว ลองมาดูพี่จีนที่ล้ำหน้าไปอีกขั้น เมื่อมีการนำ AI Avatar หรือร่างเสมือนจริงมาไลฟ์ขายของแทนคนจริงๆ และสามารถสร้างยอดขายได้อย่างถล่มทลาย ในเวลากว่า 6 ชั่วโมง การใช้ AI Avatar เริ่มต้นมาจาก Luo Yonghao (ลั่ว หยงเฮ่า) ผู้ก่อตั้งบริษัทสมาร์ทโฟน Smartisan ที่หันมาเป็นนักไลฟ์ขายของบนแพลตฟอร์ม Douyin หรือ TikTok เวอร์ชันจีน เมื่อปี 2020 หลังจากบริษัทประสบปัญหาด้านการเงิน จึงต้องหาทางสร้างรายได้เพื่อหาเงินมาใช้หนี้ และนั่นทำให้เขากลายเป็นนักไลฟ์ที่โด่งดังในประเทศจีน จากการมีผู้ติดตามบัญชี Be Friends บน Douyin เกือบ 24.7 ล้านคน โดยเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ลั่ว หยงเฮ่า ได้ไลฟ์สดร่วมกับคู่หู Xiao Mu (เสี่ยว มู่) ซึ่งแตกต่างจากทุกครั้ง เพราะมีการนำ AI Avatar หรือ จำลองร่างเสมือนจริงของตัวเอง มาไลฟ์ขายของบนแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ Youxuan ของ Baidu ซึ่งร่างเสมือนจริงนี้ สามารถพูดคุยกับผู้ชมได้แบบเรียลไทม์ เป็นเวลานานกว่า 6 ชั่วโมง และสามารถสร้างยอดขายได้ถึง 55 ล้านหยวน หรือคิดเป็นเงินไทยประมาณ 250 ล้านบาท โดย Wu Jialu หัวหน้าฝ่ายวิจัยของบริษัท Be Friends Holding ของ ลั่ว หยง
“ชาไทย” กลับมาสร้างกระแสในตลาดเครื่องดื่มจีนอีกครั้งในช่วงฤดูร้อนปีนี้ โดยมีแบรนด์ทั้งในและต่างประเทศนำเสนอผลิตภัณฑ์ชาไทยรูปแบบใหม่ๆ เช่น ชาไทยชีส ที่ทำยอดขายสูงถึง 200,000 แก้วภายใน 3 สัปดาห์ในจีน และเมนูนี้ยังได้รับความนิยมบนแอปพลิเคชัน RedNote โดยมียอดวิวเนื้อหาเกี่ยวกับชาไทยมากกว่า 260 ล้านครั้ง และมียอดคลิปวิดีโอสั้นผ่านแอปพลิเคชัน TikTok สูงถึง 750 ล้านครั้ง ด้วยเป็นเครื่องดื่มที่ถูกปากผู้บริโภคเป็นอย่างมาก เนื่องจากรสชาติที่หอมหวาน และสามารถทำเมนูได้หลากหลาย เมื่อวิเคราะห์สถานการณ์ที่ชาไทยกลับมาเป็นกระแสในจีนอีกครั้ง พบว่า ชาไทย มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ทั้งรสชาติหอมหวาน เข้มข้น สีสันสวยสะดุดตา ทำให้กลายเป็นเครื่องดื่มยอดนิยมในหมู่ผู้บริโภคจีน ที่สำคัญ ยังสามารถปรับสูตรให้เข้ากับความนิยมและพฤติกรรมผู้บริโภคแต่ละพื้นที่ได้ง่าย ไม่ว่าจะเป็น การผสมกับวัตถุดิบท้องถิ่นอย่างกาแฟ น้ำมะพร้าว หรือน้ำผลไม้ เลยไม่แปลกที่ชาไทยจะกลายเป็นกระแสใหม่ที่ร้านเครื่องดื่มต่างๆ ให้ความสนใจ และสามารถนำไปต่อยอดสร้างเมนูใหม่ๆ ออกมาอย่างต่อเนื่อง เช่น เต้าฮวยนมสดชาไทย ชาไทยไอศกรีมโฟลท และชาไทยชีสห
เมื่อพูดถึง “ธุรกิจอีคอมเมิร์ซ” หรือที่หลายคนเรียกว่า “การค้าขายออนไลน์” นอกจากตลาดในประเทศไทยที่เติบโตอย่างรวดเร็วแล้ว “ตลาดจีน” ก็ขยายตัวและเติบโตไม่แพ้กัน รวมถึงยังเต็มไปด้วยโอกาสมากมายสำหรับผู้ประกอบการไทยที่อยากเริ่มต้นคว้าเงินหยวน แต่การจะพาสินค้าไทยไปสู่มือผู้บริโภคชาวจีน ไม่ใช่แค่เรื่องการส่งออก หรือการเลือกใช้แพลตฟอร์มให้ถูกทางเท่านั้น สิ่งสำคัญอีกอย่างคือ การเข้าใจ “เทรนด์สินค้า” ที่กำลังได้รับความนิยมในกลุ่มลูกค้าชาวจีน เพราะรู้ก่อน ปรับก่อน ก็มีโอกาสขายได้ก่อน เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ จะพาไปอัปเดตเทรนด์สินค้า กับ คุณเปรมวดี อมราภรณ์พิสุทธิ์ หรือ บีบี เจ้าของช่อง Chinbebe และผู้ประกอบการที่สามารถเจาะตลาดจีนได้ด้วย ‘ไลฟ์สด’ คุณบีบี เผยว่า จากประสบการณ์ขายสินค้าไทยที่เริ่มต้นตั้งแต่สมัยยังเป็นนักศึกษา เทรนด์สินค้าในช่วงนั้น เริ่มต้นจาก สกินแคร์ เครื่องสำอาง หรือ สินค้ากลุ่มสมุนไพรไทย ส่วนเทรนด์สินค้าในปัจจุบัน แทบจะไม่เปลี่ยนจากหลายปีก่อน ยังเป็นสินค้า กลุ่มสุขภาพ ความงาม อาหาร ผลไม้ ขนม และเพิ่มเติม กลุ่มสินค้าแฟชั่นไทย เช่น ผ้าฝ้าย ผ้าไหม รวมถึง สินค้าสายมู ที
การบุกตลาดจีน เป็นหนึ่งในทางเลือกที่ผู้ประกอบการหลายๆ คนคาดหวังอยากที่จะไปให้ได้ ด้วยโอกาสที่มากมาย ทั้งเรื่องของขนาดประชากรและมีกำลังซื้อที่มหาศาล โอกาสในการสร้างผลกำไรและการเติบโตของธุรกิจ แต่หนทางหรือวิธีการอะไรที่จะทำให้ผู้ประกอบการไทยก้าวข้ามไปยังเป้าหมายที่ตั้งเอาไว้ได้ วันนี้ ผู้เขียนจะพาทุกท่านได้รู้จักกับ ดร.ปณิชา ประทีปะวณิช หนึ่งในผู้เชี่ยวชาญด้านกลยุทธ์การตลาดและโซเชียลมีเดียในจีนที่มีชื่อเสียงและเป็นที่ยอมรับในวงการธุรกิจระหว่างประเทศ เรียกได้ว่าเป็นกูรูตัวจริงในสายการตลาดจีนอีกท่านหนึ่งที่มีทั้งความรู้และประสบการณ์มากมาย ดร.ปณิชา หรือ คุณเฟิร์น เป็นผู้ร่วมก่อตั้ง Mango China Group ซึ่งปัจจุบันดำรงตำแหน่ง Chief Marketing Officer หรือ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาด เป็นบริษัทที่ปรึกษาด้านกลยุทธ์การตลาดในจีน ที่จะช่วยเหลือผู้ประกอบการไทยในการบุกตลาดจีนผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัล เธอยังเป็นที่ปรึกษาด้านกลยุทธ์โซเชียลมีเดียที่มีความเชี่ยวชาญในเรื่องของพฤติกรรมผู้บริโภคของจีน ทั้งความหลากหลายด้านวัฒนธรรมและความชอบ โดยจะให้คำปรึกษาไปยังผู้ประกอบการและบริษัทขนาดใหญ่ในการเลือกใช้แพลต
เมื่อไม่นานนี้ จารุวรรณ อุดมทรัพย์ หรือ เฉินมู่อวิ๋น บล็อกเกอร์ชาวไทย ได้เยี่ยมเยือนโลกแห่งดอกไม้หลากสีสันหลายชนิดพันธุ์ที่ตลาดดอกไม้โต่วหนานในเมืองคุนหมิง มณฑลอวิ๋นหนาน (ยูนนาน) ทางตะวันตกเฉียงใต้ของจีน ที่ซึ่งเป็นตลาดค้าขายดอกไม้ตัดสดขนาดใหญ่ที่สุดอันดับ 2 ของโลกและอันดับ 1 ของเอเชีย ตลาดดอกไม้โต่วหนานมีกุหลาบดอกละไม่ถึง 1 หยวน (ราว 4.5 บาท) หรือดอกเดซี่ 3 กำ 10 หยวน (ราว 45 บาท) ซึ่งทำให้เธอตื่นตาตื่นใจไม่น้อยเพราะราคาถูกกว่าที่ไทย 2-3 เท่า รวมถึงสารพันไม้อวบน้ำที่ชวนให้ยกกล้องขึ้นมาบันทึกภาพ โดยจารุวรรณ เปรยว่า แฟนพันธุ์แท้ไม้อวบน้ำในไทยคงกวาดซื้อกันอย่างคึกคักถ้าได้มาเห็น จารุวรรณ ยังเยือนศูนย์ประมูลไม้ดอกนานาชาติคุนหมิง ซึ่งมีการประมูลดอกไม้สดมากกว่า 7 ล้านดอกต่อวัน ที่นี่มีห้องประมูลพร้อมหน้าจออิเล็กทรอนิกส์ขนาดใหญ่ยักษ์ที่แสดงราคากุหลาบ ลิลลี่ ไลเซนทัส และดอกไม้อีกกว่า 40 ประเภท 1,500 สายพันธุ์แบบเรียลไทม์ โดยผู้ประมูลนับร้อยทำการประมูลผ่านจอสัมผัสตรงหน้ากันอย่างเร้าใจ วังหยาง รองผู้จัดการศูนย์ประมูลฯ กล่าวว่า การประมูลแต่ละครั้งใช้เวลาเฉลี่ยไม่ถึง 4 วินาที ซึ่งกลไกการประมูลแบบ
