จีน
“โกโก้ไอ้ต้น” แฟรนไชส์สัญชาติไทยบุกจีน เปิด 160 สาขา ตกวัยรุ่นจีนด้วยเอกลักษณ์เฉพาะตัว “โกโก้ไอ้ต้น” ร้านเครื่องดื่มโกโก้แบรนด์ไทย ที่เป็นไวรัลหลังจากเปิดตัวครั้งแรกที่ย่านตลาดพลู โดย คุณต้น-ประชานารถ โพธิสาราช อดีตนักดนตรีผู้ได้รับผลกระทบจากโควิดเมื่อหลายปีก่อน จึงต้องผันตัวมาเปิดร้านกาแฟท้ายรถบิ๊กไบก์ และต่อยอดเมนูขายดีอย่างโกโก้ สู่แบรนด์โกโก้ไอ้ต้นที่เติบโตมีหลายสาขาในไทย ล่าสุด กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า โกโก้ไอ้ต้น แฟรนไชส์สัญชาติไทย ได้บุกตลาดจีนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โกโก้ไอ้ต้น เข้าสู่ประเทศจีนเมื่อปี 2023 โดยเปิดร้านแรกเมื่อเดือนเมษายน ในเมืองสิบสองปันนา ด้วยรูปแบบการเปิดร้านประจำหรือป๊อปอัปสโตร์ ตามสถานที่หรือศูนย์การค้าที่มีผู้คนพลุกพล่าน แตกต่างจากในไทยที่เน้นการขายแบบสตรีตฟู้ด เพื่อเข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคที่กว้างขึ้น ปัจจุบันโกโก้ไอ้ต้นขยายสาขาไปแล้วหลายมณฑล ไม่ว่าจะเป็น มณฑลยูนนาน มณฑลเหอเป่ย มณฑลกว่างซี มณฑลกวางตุ้ง มหานครฉงชิ่ง มหานครเซี่ยงไฮ้ มณฑลเจียงซู มณฑลเจ้อเจียง มณฑลฝูเจี้ยน ฯลฯ รวมกว่า 160 แห่ง โดยยังใช้วัตถุดิบนำเข้าจากป
ไทยส่งออกอาหารสัตว์เป็นอันดับ 4 ของโลก และเป็นอันดับ 3 ในตลาดจีน ส่วนแบ่งในตลาดจีนมีโอกาสการค้าสูง นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ ผู้อํานวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า สนค. ได้ติดตามสถานการณ์การค้าและแนวโน้มของสินค้าอาหารสัตว์เลี้ยงซึ่งไทยเป็นประเทศผู้นำด้านการส่งออกสินค้าอาหารสัตว์เลี้ยงของโลก โดยในปี 2566 ไทยเป็นผู้ส่งออกอันดับที่ 4 ของโลก มีส่วนแบ่ง 8.39% ของมูลค่าการส่งออกอาหารสัตว์เลี้ยงโลก รองจากเยอรมนี 13.07% สหรัฐอเมริกา 9.81% และฝรั่งเศส 9.77% ทั้งนี้ อาหารสัตว์เลี้ยงในจีนเป็นตลาดศักยภาพที่ไทยน่าจะมีโอกาสขยายส่วนแบ่งตลาดเพิ่มเติม โดยในปี 2566 จีนนำเข้าสินค้าอาหารสัตว์เลี้ยงจากไทย เป็นอันดับที่ 3 ส่วนแบ่ง 8.02% รองจากสหรัฐอเมริกา ที่มีส่วนแบ่งสูงถึง 65.66% และนิวซีแลนด์ 13.34% สนค. ได้ศึกษาข้อมูลของกระทรวงเกษตรสหรัฐอเมริกา (USDA) ที่เผยแพร่รายงาน เรื่อง ตลาดอาหารสัตว์เลี้ยงในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของจีน ระบุว่า ในปี 2566 สุนัขและแมวในเขตเมืองทั่วประเทศจีน มีจำนวนมากกว่า 120 ล้านตัว เพิ่มขึ้น 4% จากปี 2565 โดยแมวมีถึง 70 ล้านตัว เพิ่มขึ้น 7% สุนัข
“ทุนจีนถล่มตลาดไทย! Mixue-Wedrink-TEMU หั่นราคา โค่น SMEs ไทย ในยุคที่หุ้นร่วง เศรษฐกิจดิ่ง การเข้ามาของทุนจีน ไม่ได้เพิ่งเกิดขึ้น เพียงแต่ใน พ.ศ. ที่หุ้นร่วง เศรษฐกิจเลว และการถาโถมเพิ่มจำนวนเข้ามาอย่างรวดเร็วของธุรกิจจีน นี่อาจเป็นจุดเปลี่ยนไปสู่ความย่อยยับของธุรกิจขนาดย่อมในประเทศไทย การเริ่มต้นเปิดตัวในไทย เมื่อ 29 ก.ค. 67 แบบเงียบๆ ของธุรกิจอีคอมเมิร์ซสัญชาติจีนอย่าง TEMU ผู้ที่เพิ่งเขย่าบัลลังก์ Amazon.com รวมถึงธุรกิจอีคอมเมิร์ซในอเมริกาให้สั่นสะเทือนมาแล้ว โดยการใช้เวลาเพียงแค่ 2 ปี ซึ่ง TEMU กำลังจะมาสร้างฝันร้ายให้เอสเอ็มอีไทยจำนวนมาก เพราะ TEMU ได้ชื่อว่า “ขายถูก” จนคนซื้อรู้สึกว่าตัวเองเป็นเศรษฐี ดังสโลแกนของธุรกิจที่บอกว่า “Shop Like a Billionaire” แม้ไทยไม่ใช่ประเทศแรกๆ ที่ TEMU เปิดให้บริการ เพราะมีการเปิดให้บริการไปแล้ว 18 ประเทศทั่วโลก แต่การเข้ามาในช่วงเวลาเช่นนี้ ย่อมสะเทือนไม่น้อย นโยบายธุรกิจที่ชัดเจนของ TEMU คือ การตัดคนกลางออก เพื่อทำให้สินค้ามีราคาต่ำจนผู้บริโภคหวั่นไหว การดีลตรงกับผู้ผลิตเพื่อนำสินค้าไปสู่ผู้ซื้อ ทำให้ส่วนต้องเสียให้คนกลาง กลายเป็นส่วนลดข
ซื้อขนมลดราคา นอนวัดแทนโรงแรม ไลฟ์สไตล์ Gen Z จีน เปลี่ยนไป ไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ในจีนกำลังเปลี่ยนไป เนื่องจากความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจและการเข้าสู่สังคมสูงอายุอย่างรวดเร็ว ซึ่งมีแนวโน้มที่จะส่งผลต่อพฤติกรรมการบริโภคในอีกหลายปีข้างหน้า “นิกเกอิ” รายงานว่า คนจีน เจเนอเรชัน Z อายุระหว่าง 15-29 ปี ที่มีจำนวน 18.4% ของประชากรทั้งประเทศ 1.4 พันล้านคน ถือเป็นกลุ่มที่มีอิทธิพลต่อการบริโภคอย่างมาก แต่ตอนนี้พวกเขาเผชิญความไม่แน่นอนด้านเศรษฐกิจและสังคม รวมถึงอัตราการว่างงานที่สูงกว่าค่าเฉลี่ยของคนในกลุ่มอายุอื่นๆ แรงกดดันดังกล่าวส่งผลให้การใช้ชีวิตของคนรุ่นใหม่ในจีนเปลี่ยนไป โดยหันมาประหยัดและใช้จ่ายแบบมีเหตุผลมากขึ้น จากเดิมที่คนกลุ่มนี้เติบโตมาในยุคเศรษฐกิจเฟื่องฟู “จาง รู่” หญิงสาววัย 24 ปี เป็นตัวอย่างของความเปลี่ยนแปลง ที่ผ่านมาเธอไม่เคยกินข้าวในโรงอาหารที่เต็มไปด้วยเมนูอาหารราคาย่อมเยาอย่างผัดผักกาดขาวกับหมูสามชั้น ซึ่งเป็นเมนูยอดนิยมของบรรดาผู้สูงวัย แต่ตอนนี้เธอกลายเป็นลูกค้าประจำของโรงอาหารไปแล้ว เพราะช่วยคุมค่าอาหารไม่ให้เกิน 100 หยวนต่อวัน หรือประมาณ 500 กว่าบาท และคนวัยเดียวกับ “จาง
ชวนรู้จัก 2 แบรนด์ดังสัญชาติเดียวกัน MIXUE VS WEDRINK บุกไทย ผู้ท้าชิงตลาดชานม-ไอศกรีม จากกระแสแฟรนไชส์ชื่อดังจากจีน ที่ได้บุกมาตีตลาดที่ไทย จนทำให้คนต่อคิวซื้อกันอย่างถล่มทลาย อย่างแบรนด์ MIXUE (มี่เสวี่ย) ที่เป็นร้านไอศกรีมสุดฮอต เอาใจสายของหวาน มีราคาไม่แพง เป็นร้านสีแดง และมีเอกลักษณ์คือตุ๊กตาหิมะสุดน่ารัก และล่าสุดได้มีแบรนด์น้องใหม่จากแดนมังกรเข้ามาในไทยเช่นกัน นั่นคือร้าน WEDRINK (วี ดริ้งค์) เป็นร้านน้ำและไอศกรีมซอฟต์เสิร์ฟที่ราคาถูกและรสชาติดี MIXUE (มี่เสวี่ย) หนี่อ้ายหว่อ หว่ออ้ายหนี่ มี่เสวี่ยปิงเฉิงเถียนมี่มี่~ นี่คือเพลงฮิตติดหูประจำร้าน ที่ไม่ว่าใครก็ตามที่ได้ฟังระหว่างรอคิวจะต้องร้องตามได้กันหมด และถ้าหากเอ่ยถึงแบรนด์ที่เป็นกระแสอยู่ตอนนี้ก็ต้องยกให้แบรนด์ MIXUE (มี่เสวี่ย) แฟรนไชส์ไอศกรีมและชานมชื่อดังจากจีน ที่เข้ามาตีตลาดธุรกิจอาหารในประเทศไทยและทั่วโลก ตอนนี้มีสาขามากกว่า 36,000 สาขา ซึ่งมีสาขามากที่สุดเป็นอันดับ 4 ของโลก MIXUE ก่อตั้งโดย คุณ Zhang Hongchao ในปี 1997 เริ่มต้นจากร้านเล็กๆ ขายน้ำแข็งไสและเครื่องดื่มแบบแผงลอย และต่อมาได้พัฒนาทำเมนูไอศกรีมซอฟต์เสิร์
ผู้ประกอบการไทยไหวไหม เปิดลิสต์ 5 กลุ่มสินค้าจีนทะลักเข้าไทยมากสุด แถมบางรายการมีราคาถูกกว่า ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดว่า ยอดขายค้าปลีกปี 2567 เติบโตชะลอตัวลงจากปีก่อน หรืออยู่ที่ราว 3.0% (YoY) มีมูลค่าประมาณ 4.1 ล้านล้านบาท โดยยังคงมีแรงหนุนมาจากการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวต่างชาติ ประกอบกับผลของราคาสินค้าบางรายการ โดยเฉพาะราคาสินค้าอาหารและของใช้ส่วนตัวที่น่าจะยังปรับเพิ่มขึ้น ซึ่งจากการสำรวจผู้ประกอบการค้าปลีก พบว่า กว่า 60% ของธุรกิจมีแนวโน้มที่จะปรับขึ้นราคาสินค้าในอีก 3 เดือนข้างหน้า (การสำรวจ Retailer Sentiment Index : RSI เดือนมกราคม 2567 ของสมาคมผู้ค้าปลีกไทยและธนาคารแห่งประเทศไทย) อย่างไรก็ตาม แม้ยอดขายค้าปลีกในไทยเติบโต แต่ผู้ผลิตสินค้าไทยต้องแข่งขันรุนแรงกับสินค้านำเข้า โดยเฉพาะจากจีนที่เข้ามาตีตลาดในไทย ซึ่งในปี 2566 ไทยนำเข้าสินค้าอุปโภคบริโภคจากจีนมูลค่า 469,521 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.8% (YoY) หรือมีสัดส่วนราว 41% ของการนำเข้าสินค้าอุปโภคบริโภคทั้งหมด โดยสินค้าที่จีนเข้ามาตีตลาดส่วนใหญ่มีทั้งกลุ่มที่เป็นของกินและของใช้ในชีวิตประจำวัน เช่น เครื่องใช้ไฟฟ้า มีสัดส่วนมูลค่าประมาณ 43
สินค้าจีนทะลักเข้าไทย ขาดดุลพุ่ง รัฐเคาะมาตรการช่วยแฟรนไชส์ – SMEs หาทำเลค้าขาย ราคาพิเศษ เปรียบเทียบดุลการค้าระหว่างไทย-จีน ปี 2553 จนถึงปัจจุบัน ไทยขาดดุลการค้าให้กับจีนอย่างต่อเนื่อง และเมื่อปี 2566 ไทยขาดดุลถึง 1,272,234 ล้านบาท ชี้ให้เห็นว่าไทยมีการนำเข้าสินค้าจากจีนมากกว่าส่งออก และยังมีจำนวนเพิ่มขึ้นจึงต้องเร่งแก้ไขปัญหานี้ ล่าสุดคณะอนุกรรมการส่งเสริมและยกระดับ SMEs เคาะ 2 มาตรการเร่งด่วน วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2567 สืบเนื่องเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2567 ที่ผ่านมา นายนภินทร ศรีสรรพางค์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้ประชุมคณะอนุกรรมการส่งเสริมและยกระดับ SMEs ร่วมกับสมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย เครือข่ายธุรกิจบิสคลับประเทศไทย รวมถึงผู้แทนภาครัฐและเอกชน ในการแก้ปัญหาสินค้าจีนทะลัก พร้อมได้เคาะ 2 มาตรการเร่งด่วนช่วยเหลือ นายนภินทร ศรีสรรพางค์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้ระบุ ผลการประชุมเบื้องต้น นอกจากติดตามมาตรการ 9 ด้านที่ได้ดำเนินการไปก่อนหน้านี้ เพื่อผลักดันให้ GDP SMEs ในประเทศ ขยับจาก 35.2% เป็น 40% ภายในปี 2570 และคณะอนุกรรมการส่งเสริมและยกระดับ SMEs ยังมีมติเคาะ 2
พี่ใหญ่คึกคัก ค้าขายครึกครื้น รวมภาพบรรยากาศตรุษจีนแดนมังกร 2024 ในภาษาจีนมีคำหนึ่งเรียกว่า “大集”(ต้าจี๋)ซึ่งหมายถึงกิจกรรมขายที่จัดอยู่ในตลาดใหญ่ ถนนคนเดิน หรือ หอนิทรรศการ มีความเป็นมายาวนานพอสมควร มักจะจัดในช่วงเทศกาลต่างๆ เมื่อมี “ต้าจี๋” จัดขึ้น ผู้คนจะพากันเที่ยวเดินตลาด ซื้อของกินของใช้ครบถ้วน นอกจากจะได้ของดีราคาถูกแล้ว ยังได้สัมผัสถึงบรรยากาศอันคึกคักและร่าเริง ชุนยวิ่น :หนทางแสงอบอุ่นสู่บ้านเกิด ตั้งแต่วันที่ 26 มกราคม เป็นต้นมา ช่วง “ชุนยวิ่น” หรือการเดินทางกลับบ้านเพื่อฉลองเทศกาลตรุษจีนเปิดฉากขึ้น ภายในเวลา 40 วัน จะมีผู้คนเดินทางถึง 9,000 ล้านครั้ง สำหรับชาวจีนทุกคน การเดินทางกลับบ้านย่อมจะเป็นการเดินทางที่เต็มไปด้วยความอบอุ่น ภายในตู้รถไฟต่างๆ ก็มักจะติดภาพเหนียนฮว่า แขวนสิ่งของต่างๆ เพิ่มบรรยากาศต้อนรับเทศกาลตรุษจีน อีกทั้งยังจัดกิจกรรมต่างๆ ระหว่างเจ้าหน้าที่การรถไฟและผู้โดยสาร เช่น การเขียนตัวอักษร “福” การเขียนกลอนคู่คำอวยพร เป็นต้น เพิ่มบรรยากาศเทศกาลตรุษจีน ติดภาพ “เหนียนฮว่า” ฉลองตรุษจีน ชาวจีนมักจะพูดกันว่า “ไม่ว่ามีเงินหรือไม่มี ก็ต้องซื้อภาพเหนียนฮว่าฉลองตรุษจีน
พ่อค้าแม่ขายเตรียมรับแรงกระแทก! ทัวร์จีนมาแน่ เฉียดแสนคน ตั้งแต่สัปดาห์แรกปี 67 วันที่ 9 มกราคม 2567 เพจเฟซบุ๊ก กองเศรษฐกิจการท่องเที่ยวและกีฬา เผยสถานการณ์การท่องเที่ยวระหว่างวันที่ 1-7 มกราคม 2567 มีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเดินทางเข้ามา 605,537 คน โดยผลการประเมินเบื้องต้นพบว่า 5 อันดับแรกของนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาท่องเที่ยว ได้แก่ อันดับ 1 จีน 81,854 คน อันดับ 2 มาเลเซีย 64,053 คน อันดับ 3 รัสเซีย 51,467 คน อันดับ 4 เกาหลีใต้ 43,894 คน อันดับ 5 อินเดีย 30,203 คน ซึ่งภาพรวมสัปดาห์ที่ผ่านมามีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาลดลง 184,106 คน หรือลดลงร้อยละ 23.32 จากสัปดาห์ก่อนหน้า เป็นการลดลงของนักท่องเที่ยวเกือบทุกตลาด เนื่องจากเสร็จสิ้นการท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลปีใหม่ในสัปดาห์ก่อนหน้า รวมถึงนักท่องเที่ยวตลาดหลักที่ลดลง ด้วยเช่นกัน ทั้งนี้ นักท่องเที่ยวเกาหลีใต้ มีการปรับตัวเพิ่มขึ้นจากสัปดาห์ก่อนหน้า ร้อยละ 4.93 ในขณะที่นักท่องเที่ยวมาเลเซีย อินเดีย จีน และรัสเซีย ปรับตัวลดลง ร้อยละ 48.15 ร้อยละ 23.79 ร้อยละ 18.96 และร้อยละ 2.70 ตามลำดับ สำหรับสัปดาห์ถัดไป คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวต่างชาต
ฟรีวีซ่า ‘จีน-คาซัคสถาน’ ดันท่องเที่ยว ปี 67 คาดได้เห็นต่างชาติเที่ยวไทยทะลุ 31 ล้านคน ตลาดนักท่องเที่ยวต่างชาติเที่ยวไทยได้รับปัจจัยบวกจากมาตรการวีซ่าฟรี 2 ประเทศ คือ จีนและคาซัคสถาน โดยเฉพาะสำหรับตลาดนักท่องเที่ยวจีน ซึ่งกำลังเผชิญแรงกดดันจากเศรษฐกิจจีนที่ชะลอตัว และด้วยข้อจำกัดด้านเส้นทางการบินที่ยังมีอยู่ รวมถึงจังหวะการทำตลาดที่อาจค่อนข้างกระชั้น ทำให้ผลบวกในช่วงที่เหลือของปีนี้น่าจะค่อนข้างจำกัด โดยมองว่าในช่วงที่เหลือของปี 2566 นักท่องเที่ยวจีนเที่ยวไทยอาจจะเพิ่มขึ้นเป็นเฉลี่ยประมาณ 3.5-4.0 แสนคนต่อเดือน เทียบกับช่วง 8 เดือนแรกของปีที่เฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 2.8 แสนคนต่อเดือน แต่ผลบวกคงจะชัดเจนมากขึ้นในปี 2567 โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลตรุษจีน ขณะที่ นักท่องเที่ยวจากคาซัคสถาน แม้ขนาดตลาดมีสัดส่วนไม่ถึง 1% ของจำนวนชาวต่างชาติเที่ยวไทยทั้งหมด แต่เป็นตลาดใหม่และกำลังเติบโต มาตรการดังกล่าวจึงน่าจะช่วยให้ไทยเป็นทางเลือกในการท่องเที่ยวอันดับต้นๆ แต่เนื่องด้วยที่ผ่านมา การฟื้นตัวของตลาดนักท่องเที่ยวต่างชาติเที่ยวไทยต่ำกว่าที่ประเมินในช่วงต้นปี 2566 โดยการตัดสินใจเดินทางท่องเที่ยวต่า
