ชาวนา
กรมชลประทาน วอนเกษตรกรลุ่มเจ้าพระยา งดทำนาต่อเนื่องหลังเก็บเกี่ยว เหตุมีน้ำน้อย วันที่ 9 ส.ค. 2564 นายประพิศ จันทร์มา อธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า แม้ขณะนี้จะมีฝนตกกระจายในหลายพื้นที่ แต่ปริมาณน้ำไหลลงเขื่อนยังมีน้อย จึงขอความร่วมมือเกษตรกรที่ได้ทำการเก็บเกี่ยวข้าวไปแล้ว โดยเฉพาะลุ่มเจ้าพระยางดทำนาต่อเนื่อง เพราะยังไม่มั่นใจว่าฝนที่ตกจะไหลลงเขื่อนหรือไม่ หลังจากกรมชลประทานสำรวจการปลูกข้าวนาปี 2564 ทั่วประเทศในเขตชลประทานมีการปลูกข้าวรวม 12.72 ล้านไร่ คิดเป็น 76.37% ของแผนปลูกข้าว 16.65 ล้านไร่ ลุ่มน้ำเจ้าพระยาปลูกไปแล้ว 5.99 ล้านไร่ คิดเป็น 75.22% ของแผนฯ จำนวน 7.97 ล้านไร่ เริ่มมีการเก็บเกี่ยวแล้ว 0.045 ล้านไร่ โดยผลการปลูกข้าวนาปี 2564 ณ วันที่ 21 ก.ค. 2564 ภาคเหนือ มีการปลูกข้าว 1.88 ล้านไร่ คิดเป็น 73.24% ของแผนฯ ที่ 2.57 ล้านไร่ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีการปลูกข้าว 3.17 ล้านไร่ คิดเป็น 93.60% ของแผนฯ ที่ 3.39 ล้านไร่ ภาคกลาง มีการปลูกข้าว 0.04 ล้านไร่ คิดเป็น 168.48% ของแผนฯ ที่ 0.02 ล้านไร่ ภาคตะวันออก มีการปลูกข้าว 0.89 ล้านไร่ คิดเป็น 97.58% ของแผนฯ ที่ 0.92 ล้านไร่ ภาคตะวันตก ม
ธ.ก.ส. สนับสนุนสินเชื่อชะลอการขายข้าวเปลือกนาปี-จ่ายเงินประกันรายได้ข้าว เมื่อวันที่ 14 มี.ค. 64 นายกษาปณ์ เงินรวง รองผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า ตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 9 มีนาคม 2564 และมติคณะกรรมการ ธ.ก.ส. เมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2564 เห็นชอบให้ ธ.ก.ส. ดำเนิน โครงการสินเชื่อชะลอการขายข้าวเปลือกนาปี ปีการผลิต 2563/64 (เพิ่มเติม) เพื่อให้เกษตรกรมีเงินทุนหมุนเวียนระหว่างชะลอการขายข้าว ไม่ต้องเร่งขายในช่วงที่ราคาตกต่ำ โดยเป็นการปรับกรอบวงเงินจาก 19,826 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอีก 4,504 ล้านบาท รวมเป็น 24,330 ล้านบาท โดยเป็น วงเงินสินเชื่อ จำนวน 3,500 ล้านบาท วงเงินค่าฝากเก็บและรักษาคุณภาพข้าว จำนวน 480 ล้านบาท และค่าใช้จ่ายอื่นๆ จำนวน 524 ล้านบาท เพื่อให้สามารถรองรับการชะลอปริมาณข้าวเปลือกเพิ่มเติม จำนวน 320,000 ตันข้าวเปลือก รวมเป็น 1.82 ล้านตันข้าวเปลือก ณ ความชื้นไม่เกิน ร้อยละ 15 สิ่งเจือปน ไม่เกินร้อยละ 2 ซึ่งข้าวเปลือกชนิดสีได้ต้นข้าวต่ำกว่า 20 กรัม ไม่รับเข้าร่วมโครงการ และข้าวหอมมะลิจะมีเมล็ดข้าวแดงได้ไม่เกินร้อยละ 0.5 (ไม่เกิน 22 เมล็ดใน 10
กรมชลประทาน ห่วงข้าวชาวนาขาดน้ำยืนต้นตาย หลังปลูกเกินแผน 3 ล้านไร่ ขอความร่วมมือเกษตรกรพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยา 22 จังหวัด ทำนาอย่างประณีต ไม่สูบน้ำเก็บเกินจำเป็น เหตุน้ำต้นทุนมีจำกัด วันที่ 27 ก.พ. 64 นายประพิศ จันทร์มา อธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า ขณะนี้มีความเป็นห่วงเกษตรกรที่มีการทำนาในช่วงฤดูแล้ง หลังผลสำรวจล่าสุดมีการทำนาปรัง ปี 2563/64 ทั่วประเทศ จำนวน 4.87 ล้านไร่ เกินแผนมากกว่า 2.97 ล้านไร่ หรือ 156.80% จากแผนการเพาะปลูกที่ตั้งไว้ 1.9 ล้านไร่ โดยเฉพาะลุ่มน้ำเจ้าพระยา 22 จังหวัด มีการทำนาเกินแผนแล้ว 2.786 ล้านไร่ จากที่ไม่ได้กำหนดให้มีการทำนาในฤดูแล้งแต่อย่างใด เพราะปริมาณน้ำต้นทุนมีไม่เพียงพอ ทั้งนี้ กรมชลประทาน ไม่มีน้ำต้นทุนที่จะสนับสนุนการทำนา เกษตรกรต้องใช้น้ำในแหล่งน้ำของตัวเองและแหล่งน้ำธรรมชาติในพื้นที่ จากสถานการณ์น้ำที่จำกัดและการทำนาเกินแผนที่กำหนดไว้ ส่งผลให้เกิดความเสี่ยงที่อาจเกิดความเสียหายต่อนาข้าวใน 45 จังหวัดทั่วประเทศ ที่มีพื้นที่ทำนา 3.621 ล้านไร่ เฉพาะใน 4 จังหวัด คือ พระนครศรีอยุธยา นนทบุรี ปทุมธานี และนครศรีธรรมราช มีการทำนาปรังถึง 3.075 ล้านไร่ สำหรับ
ธ.ก.ส. ปลื้ม! เกษตรกรสนใจโครงการชำระดีมีคืน แนะเร่งชำระภายใน 17 ก.พ.นี้ ธ.ก.ส. ปลื้ม! เกษตรกรให้ความสนใจชำระหนี้ตามโครงการชำระดีมีคืนแล้วกว่า 1.39 ล้านราย จนวงเงิน 3,000 ล้านบาทที่เตรียมไว้ใกล้ครบจำนวน แนะให้ผู้ที่มีสถานะหนี้ปกติเร่งชำระหนี้ภายใน 17 ก.พ.นี้ เพื่อรับดอกเบี้ยคืนก่อนยุติโครงการวันที่ 18 ก.พ. 64 นายสุรชัย รัศมี รองผู้จัดการ รักษาการแทนผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า ตามที่ ธ.ก.ส. ได้มีมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรลูกค้า ผู้ประกอบการ และสถาบันเกษตรกรในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ผ่านโครงการชำระดีมีคืน วงเงินรวมไม่เกิน 3,000 ล้านบาท สำหรับลูกหนี้ที่มีสถานะหนี้เป็นหนี้ปกติ เพื่อลดภาระหนี้ และโครงการลดภาระหนี้ สำหรับลูกค้าที่มีสถานะหนี้เป็นหนี้ค้างชำระหรือสถานะหนี้ปกติที่มีดอกเบี้ยค้างชำระเกินกว่า 15 เดือน เพื่อเป็นการขอบคุณลูกค้าที่มีประวัติการชำระหนี้ดี รวมถึงช่วยลดความกังวล และสามารถมีเงินกลับคืนเข้าสู่กระเป๋าเพื่อนำมาเป็นค่าใช้จ่ายที่จำเป็น โดยเมื่อชำระหนี้จะได้รับคืนดอกเบี้ยตามประเภทของลูกค้า ซึ่งเริ่มดำเนินโครงการมาตั้งแต่ว
ธ.ก.ส. จ่ายค่าสินไหมประกันภัยข้าวนาปี ปี 63 แล้วกว่า 370 ล้านบาท ช่วยบรรเทาความเสียหายและลดความเสี่ยงด้านการผลิต แก่เกษตรกรกว่า 32,000 ราย พื้นที่ปลูกข้าวกว่า 310,000 ไร่ วันที่ 3 ก.พ. 64 นางณิชา อวยพรรุ่งรัตน์ ผู้ช่วยผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า ตามที่ ธ.ก.ส. ได้มีการสร้างระบบภูมิคุ้มกันให้เกษตรกร โดยใช้การประกันภัยเป็นเครื่องมือในการบริหารจัดการความเสี่ยงด้านการผลิตและบรรเทาความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นผ่านโครงการประกันภัยข้าวนาปี ปีการผลิต 2563 ซึ่งมีเป้าหมายส่งเสริมการทำประกันภัยบนพื้นที่ปลูกข้าวทั่วประเทศ จำนวน 45.7 ล้านไร่ นั้น โครงการประกันภัยข้าวนาปี ปีการผลิต 2563 ได้สิ้นสุดระยะเวลาการขอเอาประกันภัยแล้ว โดยคุ้มครองความเสียหายจากภัยธรรมชาติ 8 ภัย ได้แก่ ภัยน้ำท่วม/ฝนตกหนัก ภัยแล้ง/ฝนแล้ง/ฝนทิ้งช่วง ลมพายุ/พายุไต้ฝุ่น ภัยอากาศหนาว/น้ำค้างแข็ง ลูกเห็บ ไฟไหม้ ช้างป่า และภัยศัตรูพืช/โรคระบาด ซึ่งเมื่อเกษตรกรผู้ทำประกันภัยได้รับความเสียหายจะทำการแจ้งความเสียหายที่สำนักงานเกษตรอำเภอในพื้นที่ และเมื่อสมาคมประกันวินาศภัยไทยได้รับข้อมูลรายงานความเสียหาย
สื่อคนดัง หันเป็นชาวนา ปลูกข้าวอินทรีย์ขาย กระจายรายได้ให้คนในท้องถิ่น จากกลุ่มมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์และการฝากร้าน มีสมาชิกราวสองแสนคน ยังมีศิษย์เก่าและศิษย์ปัจจุบันแวะเวียนมาฝากร้านไม่ขาดสาย หนึ่งในนั้นคือ ผู้ใช้เฟซบุ๊ก Vanchai Tantivitayapitak อดีต บก.นิตยสารสารคดี และรอง ผอ.ไทยพีบีเอส ได้โพสต์เรื่องราวของตัวเอง หลังเปลี่ยนบทบาทมาทำเกษตรอินทรีย์ปลูกข้าวที่จังหวัดเชียงใหม่ “Feedback จากมิตรสหายที่ได้กินข้าวอินทรีย์ทุ่งน้ำนูนีนอย ผม วันชัย ตันติวิทยาพิทักษ์ คณะศิลปศาสตร์ รหัส 22 อยู่วงการสื่อมายาวนาน เป็น บก.นิตยสารสารคดี และรอง ผอ.ไทยพีบีเอส ปัจจุบันมาทำเกษตรอินทรย์ที่อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ สองปีก่อน เราพักฟื้นที่นาให้กลับมาอุดมสมบูรณ์ตามธรรมชาติ หน้าฝนที่ผ่านมา เราเริ่มหว่านกล้าดำนา ข้าวหอมมะลิพันธุ์ชื่อดังจากอำเภอพร้าว ไม่ใส่ปุ๋ยเคมีหรือยาฆ่าแมลงใดๆ โดยมีนกปากห่างคอยกินหอยเชอรี่ และเมื่อท้องนาไม่มีสารเคมี เต่าทองจะกลับมาคอยกินเพลี้ยบนรวงข้าว เป็นระบบนิเวศที่กลับมา เมื่อถึงฤดูเกี่ยวข้าว เราไม่จ้างรถเกี่ยวข้าวที่ประโยชน์ตกแก่เจ้าของรถคนเดียว แต่เราจ้างชาวบ้านแถวนั้นมาลง
ธ.ก.ส. คืนเงินดอกเบี้ยกว่า 3,000 ล้านบาท เป็นของขวัญปีใหม่ ให้เกษตรกรทั่วประเทศ เริ่มตั้งแต่บัดนี้ ถึง 31 มี.ค. 64 เมื่อวันที่ 28 ธ.ค. นายกษาปณ์ เงินรวง รองผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจในทุกภาคส่วน ที่ผ่านมา ธ.ก.ส. ได้ออกมาตรการช่วยเหลือเกษตรกร ผู้ประกอบการ และสถาบันเกษตรกร ทั้งการขยายระยะเวลาชำระหนี้ ลดดอกเบี้ย รวมถึงสนับสนุนสินเชื่อฉุกเฉิน เพื่อช่วยผ่อนคลายภาระด้านหนี้สิน และค่าใช้จ่ายของลูกค้าอย่างต่อเนื่อง และเพื่อเป็นการขอบคุณลูกค้าที่มีประวัติการชำระหนี้ดี รวมถึงการช่วยเหลือลูกค้าที่ยังคงมีหนี้อันเป็นภาระหนัก ได้ลดความกังวล สามารถมีเงินกลับคืนเข้าสู่กระเป๋า เพื่อนำมาเป็นค่าใช้จ่ายที่จำเป็นหรือค่าใช้จ่ายในช่วงเทศกาลปีใหม่อันเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจในภาพรวมของประเทศ ธ.ก.ส. จึงได้ออกมาตรการ ดังนี้ 1. โครงการชำระดีมีคืน สำหรับลูกหนี้ที่มีสถานะหนี้เป็นหนี้ปกติ และไม่มีดอกเบี้ยค้างชำระเกิน 15 เดือน ซึ่งต้องมีหนี้คงเหลือ ณ 31 ตุลาคม 2563 ยกเว้นสัญญาเงินกู้ตามโครงการที่ได้รับชดเชยดอกเ
สุขสยาม จัดงาน ข้าวแดนสยาม ยกระดับมาตรฐานข้าวไทย จำหน่ายราคาพิเศษ ไม่ผ่านพ่อค้าคนกลาง สุขสยาม ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ กรมการข้าว กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ ร่วมด้วยหน่วยงานภาคเอกชน บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จํากัด (มหาชน) จัดงาน ข้าวแดนสยาม เปิดพื้นที่ต้อนรับข้าวไทยฤดูกาลใหม่จากทั่วทุกภูมิภาค พร้อมจำหน่ายในราคาพิเศษจากผู้ปลูกถึงผู้บริโภคโดยไม่ผ่านพ่อค้าคนกลาง ระหว่างวันที่ 1-7 ธันวาคม ศกนี้ ณ เมืองสุขสยาม ชั้น G ไอคอนสยาม นายสุวรรณชัย โลหะวัฒนกุล กรรมการผู้จัดการใหญ่ โครงการสุขสยาม ณ ไอคอนสยาม กล่าวว่า การจัดงาน ข้าวแดนสยาม มีวัตถุประสงค์เพื่อนำข้าว ซึ่งเป็นผลิตผลจากผืนนา หลากหลายสายพันธุ์ มาจัดจำหน่ายแก่ชุมชนเมืองโดยตรง แบบไม่ผ่านพ่อค้าคนกลางในราคาพิเศษ และเพื่อส่งเสริมให้เกษตรกรได้มีโอกาสเพิ่มพูนประสบการณ์การต่อยอดอาชีพเกษตรกรสู่การเรียนรู้การสร้างรายได้ผ่านการค้า อันจะส่งผลให้เกิดรายได้ที่มั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน สืบไป สำหรับการจัดงานในปีนี้จัดขึ้นภายใต้แนวคิด Rice Journey for Future หรือ การเดินทางของข้าว ที่สะท้อนถึงวิถีชีวิตของเกษตรกร และแสดงถึงความเป็นอู่ข้าว
ธ.ก.ส. พร้อมจ่ายเงินสนับสนุนเกษตรกรผู้ปลูกข้าว ครัวเรือนละไม่เกิน 10,000 บาท เมื่อวันที่ 1 ธ.ค. 2563 นายกษาปณ์ เงินรวง รองผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า ตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน 2563 ซึ่งเสนอโดยกระทรวงพาณิชย์ และมติคณะกรรมการ ธ.ก.ส. เมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน 2563 ได้เห็นชอบให้ ธ.ก.ส. ดำเนินโครงการสนับสนุนค่าบริหารจัดการและพัฒนาคุณภาพผลผลิตเกษตรกรผู้ปลูกข้าว ปีการผลิต 2563/64 เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนจากภาระต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้นและจูงใจให้เกษตรกรดูแลรักษาข้าวให้มีคุณภาพดี เพื่อที่จะมีโอกาสขายข้าวในราคาที่สูงและมีรายได้มากขึ้น โดยสนับสนุนเงินให้เกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนผู้ปลูกข้าว ปีการผลิต 2563/64 รอบที่ 1 กับกรมส่งเสริมการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในอัตราไร่ละ 500 บาท สูงสุดไม่เกิน 20 ไร่ หรือไม่เกิน 10,000 บาทต่อครัวเรือน วงเงินงบประมาณ 28,046.82 ล้านบาท เป้าหมายเกษตรกรจำนวน 4.56 ล้านครัวเรือน โดยในวันนี้ (1 ธันวาคม 2563) ธ.ก.ส. ได้โอนเงินดังกล่าวเข้าบัญชีเงินฝากของเกษตรกรโดยตรงแล้วกว่า 400,000 ครัวเรือน เป็นจำนวนเงินกว่า 1,600 ล้านบาท
ธ.ก.ส. จ่ายเงินประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว รอบ 2 แล้ววันนี้ กว่า 6 แสนราย วงเงิน 5,684 ล้านบาท ส่วนที่เหลือรอ ครม. อนุมัติงบฯ เพิ่มเติม เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรตามเป้าหมายในเร็วๆ นี้ นายกษาปณ์ เงินรวง รองผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า ตามมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในคราวประชุมเมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน 2563 อนุมัติงบประมาณเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการดำเนินโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวปี 2563/64 เบื้องต้นจำนวน 18,096.06 ล้านบาท ซึ่ง ธ.ก.ส. ได้ดำเนินการโอนเงินชดเชยส่วนต่างฯ ให้แก่เกษตรกรในงวดที่ 1 ไปแล้วจำนวน 786,219 ครัวเรือน เป็นเงิน 9,128.48 ล้านบาท ส่วนการจ่ายเงินในงวดที่ 2 ซึ่งเดิมกำหนดจ่ายในวันที่ 19 พฤศจิกายน 2563 แต่เนื่องจากสถานการณ์ราคาข้าวเปลือกแต่ละชนิดในปีนี้ลดต่ำกว่าปีที่ผ่านมาค่อนข้างมาก ส่งผลให้เงินชดเชยส่วนต่างฯ ที่ ครม. อนุมัติไว้ไม่เพียงพอสำหรับการจ่ายเงินชดเชยส่วนต่างฯ ให้แก่เกษตรกรในงวดที่ 2 ได้ทั้งหมด อย่างไรก็ตาม เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของเกษตรกร ธ.ก.ส. ได้มีการหารือกับกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ อย่างใกล้ชิด ซึ่งในการประชุมคณะอนุก
