ชาวนา
วันที่ 24 มกราคม 2561 บริเวณริมถนนสายอ่างทอง – สิงห์บุรี (สายใน) หมู่ที่ 4 ตำบลราชสถิตย์ อำเภอไชโย จังหวัดอ่างทอง พบชาวนารวมกลุ่มกันกำลังเฉาะลูกตาลขายบริเวณริมถนน หลังจากเริ่มเข้าสู่ฤดูกาลเพาะปลูกรอต้นข้าวเจริญเติบโตรอการเก็บเกี่ยว ซึ่งใช้เวลาว่างจากการ เตรียมพื้นที่นาในการเพาะปลูกหารายได้เสริมให้กับครอบครัว โดยการนำลูกตาลมาเฉาะขายริมถนน ซึ่งมีทั้งลูกค้าขาประจำและขาจรแวะเวียนกันมาอุดหนุนจนขายหมดทุกวัน เพื่อนำไปทำเป็นขนมอาหารคาวหวาน เนื่องจากส่วนประกอบของตาล อย่างเช่น ลอนตาลและหัวตาล นำไปประกอบอาหารได้หลายอย่าง นายพิชัย หาญกล้า อายุ 55 ปี อยู่บ้านเลขที่ 11/1 หมู่ที่ 4 ตำบลราชสถิตย์ อำเภอไชโย จังหวัดอ่างทอง กล่าวว่า ตนเองและเพื่อนๆ ชาวนา หลังจากว่างจากการเตรียมเพาะปลูกข้าวในฤดูกาลใหม่ ได้รวมตัวกันนำลูกตาลมาเฉาะขายสร้างรายได้ให้กับครอบครัวก่อนที่จะรอให้ต้นข้าวในนาเจริญเติบโตจนสามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตนำไปขาย โดยลูกตาลที่ได้มาตนเองและเพื่อนชาวนา ได้เช่าต้นตาลที่ขึ้นอยู่บริเวณคันนาจากเจ้าของนา ในราคา 100 บาทต่อปี นำลูกตาลที่ขึ้นมาได้มาเฉาะขาย ซึ่งช่วงนี้ผลผลิตจากลูกตาลมีจำนวนน้อย เนื่องจาก เป็
เมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน เวลา 08.30 น. ที่บริเวณวงเวียนห้าแยกวิทยุ อ.เมือง จ.อุทัยธานี สำนักงานเกษตรจังหวัดอุทัยธานี นายวีรศักดิ์ วงษ์บุตร เกษตรจังหวัดอุทัยธานี ร่วมกับ เทศบาลเมืองอุทัยธานี น.ส.มนัญญา ไทยเศรษฐ์ นายกเทศมนตรีเมืองอุทัยธานี เปิดจุดจำหน่ายข้าวสารช่วยชาวนา เพื่อให้มีที่จำหน่ายข้าวสารของตนเองเพิ่มมากขึ้น เป็นการบรรเทาความเดือดร้อนในช่วงปัญหาราคาข้าวตกต่ำ ให้สามารถเพิ่มมูลค่าของข้าวสารได้มากยิ่งขึ้น และเพื่อให้ผู้บริโภคสามารถเลือกซื้อข้าวสารคุณภาพดีและราคายุติธรรม ซึ่งจะทำการเปิดจุดจำหน่ายข้าวสารที่บริเวณดังกล่าวตั้งแต่วันที่ 21-27 พฤศจิกายน 2559 โดยในครั้งนี้มีเกษตรกรนำข้าวสารของตนเองมาร่วมตั้งร้านจำหน่ายจำนวนมาก ซึ่งข้าวสารที่นำมาจำหน่ายนั้นจะเป็นข้าวอินทรีย์และข้าวปลอดภัยจากสารเคมีหรือ GAP ในราคาที่ถูกกว่าท้องตลาด เช่น ข้าวหอมมะลิ 105 จำหน่ายในราคากิโลกรัมละ 35 บาท หรือ 3 กิโล 100 บาท, ข้าวไรซ์เบอรี่ กิโลกรัมละ 70 บาท, ข้าวเหนียว กิโลกรัมละ 25 บาท, ข้าวหอมแดง, ข้าวกล้องหอมมะลิ 105, ข้าวสินเหล็ก และข้าวสังข์หยด โดยจะทำการใส่กระจาดหรือตะกร้า และชั่งกิโลขายกันสดๆ เพื่อให้ผู้บ
วันที่ 18 พ.ย. 59 ผู้สื่อข่าวรายงาน ภายหลังชาวนาในทุ่งนาหมู่ 5 ตำบลยางช้าย อำเภอโพธิ์ทอง จังหวัดอ่างทอง ได้ลงมือการทำนาหลังจากการเก็บเกี่ยวผลผลิตนำไปขายโรงสีในช่วงราคาตกต่ำ โดยที่ประชุม ครม.เห็นชอบมาตรการปรับเปลี่ยนการปลูกพืชหมุนเวียน ภายใต้นโยบายส่งเสริมการเกษตรแบบครบวงจรตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง จำนวน 2 มาตรการ มาตรการแรก คือ การปลูกพืชปุ๋ยสด ดำเนินการโดยกรมพัฒนาที่ดิน ส่งเสริมให้เกษตรกรปลูกพืชปุ๋ยสด คือ ปอเทือง เพื่อผลิตเมล็ดพันธุ์ขายคืนให้กรมพัฒนาที่ดิน ส่วนมาตรการที่ 2 คือ โครงการส่งเสริมการผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ดำเนินการโดยกรมส่งเสริมการเกษตรโดยทางธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) จะสนับสนุนสินเชื่อ ด้านนายมานะ เขียวแก้ว อายุ 56 ปี ชาวนา หมู่ 9 ตำบลยางช้าย อำเภอโพธิ์ทอง กล่าวว่า ตนเองทำนาเช่าจำนวน 23 ไร่ ที่ต้องลงมือทำนาต่อหลังจากราคาตกต่ำและรัฐบาลให้การช่วยเหลือสนับสนุนปลูกพืชชนิดอื่นนั้น ตนเองมีความชำนาญในด้านการทำนามาตลอดชีวิตและมีเครื่องมือในการการทำนาอยู่แล้วเรื่องราคาข้าวจะถูกจะแพงนั้นเอาไว้วัดดวงกันในช่วงการเก็บเกี่ยวผลผลิต ในช่วงนี้ก็ต้องลงมือทำนากันต่อหวั
ผู้ประกอบการข้าวถุงปรับตัวรับปริมาณข้าวนาปีออกสู่ตลาด 25 ล้านตัน หลังชาวนาหนีตายแห่ทำข้าวขายตรงสู่ผู้บริโภค ประกาศจับมือโมเดิร์นเทรดทำข้าวถุงแบรนด์สมาคมแจกในห้าง ส่วนแบรนด์ดัง “ตราฉัตร-มาบุญครอง-หงษ์ทอง” ต้องปรับลดราคาสู้ วงการข้าวคาดการณ์ ตลาดซึมยาวถึงปีหน้าโดยเฉพาะ ข้าวตักขายจะกระทบหนัก ปริมาณข้าวนาปี 2559/60 ที่ออกสู่ตลาดพร้อม ๆ กันถึง 25 ล้านตันข้าวเปลือกจนราคาข้าวภายในประเทศตกต่ำลงกว่าต้นทุนการผลิตข้าวของชาวนา ส่งผลให้รัฐบาลต้องนำมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรและรักษาเสถียรภาพราคาข้าวออกมาใช้โดยเฉพาะอย่างยิ่ง โครงการสินเชื่อชะลอการขายข้าวเปลือกนาปี ผ่านการรับจำนำยุ้งฉางของธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) มีเป้าหมายการดำเนินการ 3 ล้านตัน (ข้าวเปลือกหอมมะลิ 2 ล้านตัน-ข้าวเปลือกเจ้า/ปทุมธานี 1 อีก 1 ล้านตัน) ในขณะที่ผลผลิตข้าวนาปีอีกไม่ต่ำกว่า 22 ล้านตันต้องเผชิญกับความตกต่ำของราคาข้าว ประกอบกับรัฐบาลไม่ยอมขยายปริมาณรับจำนำยุ้งฉางเพิ่มมากขึ้น แต่กลับใช้วิธีการเปิดจุดให้ชาวนานำข้าวออกมาขายสู่ตลาดโดยตรงผ่านทั้งหน่วยงานของรัฐและบริษัทเอกชนขนาดใหญ่ช่วยซื้อข้าวจากชาวนาแน
วันที่ 11 พฤศจิกายน 2559 ศ.พิเศษ ดร.มณฑล สงวนเสริมศรี อธิการบดีมหาวิทยาลัยพะเยา(มพ.) กล่าวว่า สืบเนื่องจากสถานการณ์ราคาข้าวตกต่ำที่สุดในรอบหลายปี ทำให้ชาวนาทั่วประเทศได้รับความเดือนร้อนอย่างหนัก ปัญหาราคาข้าวที่เกิดขึ้นมีจุดเริ่มต้นของปัญหาตั้งแต่ต้นทางการเพาะปลูกถึงหลังการเก็บเกี่ยว ซึ่งข้าวล้นตลาดในช่วงเวลาหนึ่ง ปัจจุบันมหาวิทยาลัยได้ทำความร่วมมือกับวิสาหกิจชุมชนกลุ่มข้าวอินทรีย์แม่จุน ซึ่งเกิดจากการรวมกลุ่มกันของชาวนาในพื้นที่ อ.จุน จ.พะเยา ซึ่งปลูกข้าวหอมมะลิ 105 ในพื้นที่กว่า 100 ไร่ ทาง มพ.ได้รับซื้อข้าวปีละกว่า 20 ตัน กก.ละ 40 บาท เพื่อนำไปประกอบอาหารให้บุคลากร นิสิตและผู้ใช้บริการของ มพ. ศ.พิเศษ ดร.มณฑล กล่าวต่อว่า ทั้งนี้สามารถมั่นใจได้อย่างเต็มที่ในคุณภาพและความปลอดภัยของข้าวดังกล่าว ว่าไม่มีสารเคมีปนเปื้อน ซึ่ง มพ.มีบุคลากรและนิสิตรวมถึงผู้ที่มารับบริการในสถาบันจำนวนมากหลายหมื่นคน ดังนั้นการที่มหาวิทยาลัยได้เข้าไปรับซื้อข้าวจากชาวนาโดยตรง ทั้งการติดต่อตรงกับครอบครัวชาวนาหรือผ่านตัวแทนกลุ่มชาวนาที่รวมกลุ่มกันในท้องถิ่น เป็นการสร้างระบบและกลไกในการรักษาเสถียรภาพของราคาข้าวใ
ปัญหาราคาข้าวถือเป็นปัญหาใหญ่ที่เกิดขึ้นมาอย่างยาวนาน และทุกฝ่ายระดมกันแก้ปัญหา ไม่ว่าจะเป็นนักการเมือง อดีตนักการเมือง เซเล่ป หรือ ดารา หนุ่งในนั้น คือ หนุ่ม บอย พิษณุ ที่ได้ไปเกี่ยวข้าว นวดข้าว กับเด็กนักเรียน ณ โคกหนองนา ดาราโมเดล โดยเจ้าตัวได้โพสต์ภาพลงในอินสตาแกรม ว่า “วันนี้มาเกี่ยวข้าวที่โคกหนองนาดาราโมเดล เห็นราคาข้าวตกต่ำก็อดเห็นใจชาวนาไม่ได้ แต่ถ้าทำเกษตรแบบผสมผสานน่าจะเป็นทางเลือกที่ดีนะครับ น่าจะแก้ปัญหาได้ ถ้าข้าวราคาตกก็ขายอย่างอื่นทดแทน แค่ลองเปิดรับทฤษฎีใหม่ๆ ตามศูนย์การเรียนรู้ต่างๆ ที่อยู่ทั่วประเทศ อย่าเพียงรอการช่วยเหลือจากคนอื่นเวลานี้ต้องพึ่งพาตัวเองให้ได้ ใครทำได้ก่อนก็สุขใจก่อน” ที่มา ข่าวสดออนไลน์
ชาวนาในจังหวัดบุรีรัมย์ ไม่เลือกนำข้าวเปลือกไปขายให้กับโรงสี หลังราคาข้าวเปลือกนาปีตกต่ำในรอบหลายสิบปี ทำให้ได้รับความเดือดร้อน โดยชาวนาบางส่วนต้องนำสิ่งของมีค่า เช่น ทองรูปพรรณ เครื่องใช้ไฟฟ้า ผ้าไหม และสิ่งของมีค่าอื่นๆ เข้าไปใช้บริการโรงรับจำนำ หรือสถานธนานุบาลเทศบาลเมืองบุรีรัมย์ เพื่อนำเงินไปเป็นค่าจ้างรถเกี่ยวข้าว หรือเป็นค่าจ้างแรงงานในการเก็บเกี่ยวข้าว และใช้จ่ายในครอบครัว โดยในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา จะมีเกษตรกรเข้าไปใช้บริการโรงรับจำนำเทศบาลเมือง เฉลี่ยวันละ 500-600 ราย นอกจากนั้น ยังมีเกษตรกรที่ไม่มีเงินไปไถ่ถอนสิ่งของมีค่าที่นำไปฝากไว้มาติดต่อตัดดอกไว้ก่อนอีกด้วย นายเพียร สวัสดี ชาวนาบ้านหนองเครือ ตำบลถลุงเหล็ก อำเภอเมือง จังหวัดบุรีรัมย์ กล่าวว่า ได้นำทองรูปพรรณมาจำนำในครั้งนี้ เพื่อนำเงินไปเป็นค่าจ้างรถเกี่ยวข้าว เพราะไม่สามารถนำข้าวไปขายได้เนื่องจากราคาข้าวตกต่ำเพียง กิโลกรัมละ 5-6 บาทเท่านั้น ส่วนข้าวเปลือกที่เก็บไว้จะรอนำไปเข้าร่วมโครงการสินเชื่อชะลอการขายข้าวของรัฐบาล จึงจะนำเงินมาไถ่ถอนทองที่นำมาฝากไว้ที่โรงจำนำ จึงขอให้รัฐบาลได้เร่งดำเนินการในโครงการอย่างเร่งด่วนด้ว
วันที่ 8 พฤศจิกายน 2559 ที่ถนนราชดำเนิน หน้าศาลากลางจังหวัดพิษณุโลก ยังคงมีกลุ่มเกษตรกรชาวนาจากหลากหลายอำเภอใน จ.พิษณุโลก นำข้าวสารมาวางขายให้กับผู้บริโภค หลังจากนายศุภชัย เอี่ยมสุวรรณ ผวจ.พิษณุโลก ได้เปิดตลาดนัดข้าวสารจากเกษตรขายตรงสู่ผู้บริโภค โดยกำหนดให้เปิดขายหน้าศาลากลางได้อย่างต่อเนื่องเป็นระยะเวลา 2 เดือน ในช่วงที่ราคาข้าวเปลือกตกต่ำอย่างมาก เพื่อช่วยเหลือเกษตร สำหรับบรรยากาศในวันนี้ ยังคงคึกคักอย่างมาก มีประชาชน ข้าราชการ หลากหลายหน่วยงาน มาช่วยอุดหนุนซื้อข้าวสารจากกลุ่มเกษตร โดยเฉลี่ยแต่ละกลุ่มนำมาขายวันละ 200-300 กิโลกรัม ก็ขายหมดลงในเวลาอันรวดเร็ว จากการสำรวจบรรยากาศการซื้อขายพบว่า เกษตรกรทุกรายที่นำข้าวสารมาขายหน้าศาลากลางจังหวัดพิษณุโลกครั้งนี้ ล้วนรวมกลุ่มในรูปของกลุ่มเกษตรกร บางแห่งก็รวมตัวกันในรูปแบบสหกรณ์ เพื่อเป็นอำนาจต่อรองของเกษตรเอง ในการกำหนดราคารับซื้อข้าวเปลือกจากสมาชิก ที่ให้สูงกว่าราคาตลาด กำหนดพันธุ์ และคุณภาพการผลิต บางแห่งก็มีโรงสีของตนเอง และที่เหมือนกันคือ ต่างช่วยกันนำข้าวสารที่ปลูก มาช่วยกันขาย และบริโภคข้าวที่ปลูกกันเอง ข้าวที่ขายวันนี้ เป็นข้าวนาปีฤดู
แม้จะเป็นนักร้องชื่อดัง ที่มีฐานะมั่นคงมาก หากทุกวันนี้ไมค์ ภิรมย์พร หรือ พรภิรมย์ พินทะปะกัง ก็ยังคงใช้ชีวิตติดดิน เหมือนที่เคยเป็นเมื่อแต่ไหนแต่ไรมา ดังจะเห็นได้จากอินสตาแกรม @mike_pirompron ที่ล่าสุดเจ้าตัวได้โพสต์ภาพขณะนั่งกินข้าวเหนียว ส้มตำ ปลาร้า และต่างๆนานาบริเวณริมไร่ ขณะเดียวกันวันก่อนก็ยังโชว์ภาพขณะขับรถไถเพื่อเตรียมดิน พร้อมกับคำบรรยาย ‘เตรียมพร้อม วันนี้ขับรถไถดินเตรียมดินเพื่อปลูกอ้อยครับ ความสุขเล็กๆของลูกชาวไร่ชาวนาครับ’ ซึ่งก็มีเข้าไปแสดงความเห็นว่า ‘นี่แหละที่ทำให้รักไม่เปลี่ยน’ ทั้งนี้นอกจากอ้อยแล้ว ไมค์ ภิรมย์พร ยังปลูกต้นหอม มะนาว มะม่วง และอื่นๆอีกหลายชนิด ขอบคุณภาพจาก @mike_pirompron
รศ.ดร. ประเสริฐ ปิ่นปฐมรัฐ อธิการบดี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ธัญบุรี เปิดเผยว่า ขณะนี้มีเกษตรกรผู้ปลูกข้าวได้รับความเดือดร้อนจากราคาข้าวตกต่ำอยู่ในทุกพื้นที่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเขตจังหวัดพระนครศรีอยุธยา นนทบุรี และปทุมธานี ซึ่งอยู่ใกล้กับมหาวิทยาลัย และมีชาวนาอยู่เป็นจำนวนมาก เนื่องจาก มทร. ธัญบุรี มีครอบครัวของอาจารย์ บุคลากรมากกว่า 500 ครอบครัว ทั้งยังมีนักศึกษา และชุมชนที่อยู่ใกล้เคียงจำนวนมาก ดังนั้น จึงมีแนวคิดที่จะใช้พื้นที่ในมหาวิทยาลัยจัดจำหน่ายข้าวสารให้กับเกษตรกร “มหาวิทยาลัยจะดูแลเรื่องสถานที่จัดจำหน่าย รวมถึงเรื่องบรรจุภัณฑ์ในรูปแบบบรรจุถุงสุญญากาศ ตั้งแต่ 1-5 กิโลกรัม เพื่อเป็นทางเลือกให้กับผู้ซื้อ และช่วยยืดอายุเวลาการจัดเก็บข้าวสาร ทำให้ผู้สนใจสามารถซื้อข้าวได้เป็นจำนวนมากขึ้น นอกจากนี้ มหาวิทยาลัยยังมีแนวคิดที่จะซื้อข้าวสารจากเกษตรกรเพื่อนำมามอบเป็นของที่ระลึกในช่วงเทศกาลปีใหม่ ซึ่งคาดว่าจะจำหน่ายได้ไม่น้อยกว่า 5 ตัน เพราะเป็นการขายตรงจากเกษตรกรสู่ผู้บริโภค เกษตรกรที่สนใจติดต่อเข้ามาจำหน่ายข้าวได้ที่ กองประชาสัมพันธ์ โทร. (02) 549-4990-2 และ (02) 549-4994-5”
