ทำไรรวย
ตลาดเคนยา เล็กๆ ไม่มีระเบียบ แต่มีสีสัน ที่สำคัญ “ถุงพลาสติกห้ามเข้า” เคนยา ในสายตาคนทั้งโลกยังคงเป็นประเทศกำลังพัฒนาในแอฟริกา ผู้คนยังยากจน และมีทุพภิกขภัยกระแทกรัวๆ เข้าให้น้ำตาตกตลอดเวลา สำหรับฉันและอีกหลายคน เคนยาเป็นประเทศที่มีผู้หญิงได้รับรางวัลโนเบลคนแรกของโลก คือ Wangari Maathai ได้รับเมื่อปี ค.ศ. 2004 ในสาขาสันติภาพ Wangari Maathai ยังเป็นอะไรแรกๆ อีกหลายอย่างของประเทศนี้ เสียดายที่อายุสั้น เสียชีวิตจากมะเร็งไปเมื่อปี ค.ศ. 2011 แต่ทุกวันนี้คนเคนยายังคงยึดนางเป็นวีรสตรี เคนยา เป็นประเทศอนุรักษนิยม ยังไม่ยอมรับเรื่องก้าวหน้าอีกหลายเรื่องอย่างรักร่วมเพศ หรือเพศที่สาม และยังคงยึดแนวคิดแบบชนเผ่า ใครมาจากเผ่าไหนตระกูลไหนจะเป็นเรื่องสำคัญมาก ระบบเส้นสายที่อิงกับระบบเผ่าแบบนี้ยังมีอยู่ทั่วไป อย่าง Wangari Maathai หลังจากจบการศึกษาทั้งปริญญาตรีปริญญาโทจากอเมริกาอย่างที่หาได้ยากในสตรีจากประเทศเดียวกัน เธอเดินทางกลับมาประเทศเพื่อจะมาเป็นอาจารย์ในมหาวิทยาลัย เมื่อเดินทางมาถึงพบว่าตำแหน่งอาจารย์ที่ทาบทามเธอไว้นั้น ถูกยกให้คนอื่นที่มาจากตระกูลที่มีชื่อเสียงไปแล้วจ้อย แต่ที่ก้าวหน้ามาก คือ เ
‘เทพไท’ มาแล้ว! ดัน ปลูกกระท่อม 1 บ้าน 1 ต้น เสนอรัฐบาลบรรจุนโยบาย (คลิป) เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 11 ก.ค. ที่หอประชุมใหญ่ทีโอที ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร มี นายชวน หลีกภัย ประธานสภาฯ เป็นประธานการประชุม ก่อนเข้าสู่วาระที่ประชุมเปิดให้สมาชิกหารือปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่ นายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวหารือว่า ได้รับการร้องเรียนจากพี่น้องประชาชนว่าพืชกระท่อม อยู่ในบัญชียาเสพติดประเภทที่ 5 ซึ่งเป็นประเภทเดียวกับกัญชา ตอนนี้มีกระแสที่จะปลดล็อกกัญชาออกจากยาเสพติด ชาวบ้านก็สงสัยว่าทำไมไม่ปลดล็อกพืชกระท่อมด้วย ทั้งที่พืชกระท่อมเป็นสมุนไพร แก้ปวดเมื่อย แก้โรคเบาหวาน ความดัน และชาวบ้านนำไปกินได้ ถือเป็นวัฒนธรรมทางภาคใต้ไปแล้ว เมื่อรัฐบาลชุดนี้มีนโยบายปลดล็อกกัญชา และมีโครงการ 1 บ้านปลูกกัญชาได้ 6 ต้น จึงอยากให้มีนโยบายเกี่ยวกับพืชกระท่อมด้วย โดยยึดหลักเดียวกันกับกัญชา คือปลูกได้ 1 บ้าน 1 ต้น จึงอยากเสนอให้นำพืชกระท่อมไปบรรจุเป็นนโยบายรัฐบาลชุดนี้เช่นเดียวกับกัญชา
จากสไตลิสต์สู่ช่างตัดผม ส่งต่อ “วิกผมแท้”ให้ผู้ป่วยมะเร็งยากไร้ “ขอให้หายไวๆ…สู้ สู้ นะครับ” น้ำเสียงอ่อนโยนจากช่างหนุ่ม ซึ่งเดินออกไปส่งลูกค้าหน้าร้าน แว่วมาให้ได้ยิน รู้สึกเป็นประโยคไม่คุ้นหูนัก โดยเฉพาะกับบรรยากาศในร้านทำผม “ที่นัดมาบริจาคผมเพื่อทำวิกให้ผู้ป่วยใช่มั้ยครับ” ช่างหนุ่มคนเดิม หันมาทักทายอย่างนั้น ก่อนสอบถามรายละเอียดต่อ ได้สระผมทำความสะอาด และเป่าให้แห้งสนิททิ้งไว้อย่างน้อย 3 ชั่วโมงแล้วใช่มั้ย เมื่อได้คำตอบเป็นที่พอใจ เจ้าของร้าน “แฮร์อินเทรนด์ ดอทคอม” ซึ่งตั้งอยู่ภายในซอยอ่อนนุช 46 เขตพระโขนง จึงอธิบายให้หายสงสัยว่า ถ้าสระผม-เป่า แล้วมัดผมตัดเลย เส้นผมยังมีความชื้นอยู่ เมื่อนำมาเก็บไว้จะเป็นเชื้อราไม่สามารถนำมาทำวิกให้ผู้ป่วยได้ ช่วงเวลากว่าหนึ่งชั่วโมงภายในร้านแห่งนี้ กับการไปบริจาค “เส้นผม” เป็นครั้งแรกในชีวิต รู้สึกตื่นเต้นเป็นพิเศษ จึงซอกแซก-ชวนช่างคุยไปเรื่อยๆ จนทำให้ทราบที่มาของกิจกรรมโครงการ “ตัดเพื่อทอ ส่งต่อเพื่อรอยยิ้มเธอ” ที่ร้านแห่งนี้ทำติดต่อมาเกือบสิบปีแล้ว “โครงการนี้ มีกิจกรรมหลักๆ คือ ทางร้านจะรับบริจาคเส้นผมทำวิกเพื่อผู้ป่วยโรคมะเร็ง, รับบริจาคเงินส
แม่ค้าผัดไทย ตกใจข่าวดัง ชี้! อาจเป็นไปได้จาก 3 สาเหตุ จากกรณีที่สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานถึงเรื่องราวของคู่รักชาวออสเตรเลีย ที่ได้รับเชื้อปรสิตที่ชื่อว่า เดนตามีบา ฟราจิลิส (Dientamoeba Fragilis) หลังจากได้ทานผัดไทย ที่ศูนย์อาหารแห่งหนึ่งในภูเก็ต ขณะเดินทางมาเที่ยวไทยเมื่อ 2 ปีก่อน ซึ่งทั้งสองคนเชื่อย่างสนิทใจว่า อาการดังกล่าวคือการได้รับเชื้อปรสิตมาจากการกินผัดไทยในประเทศไทย หลังจากที่ข่าวมีการนำเสนอออกไป พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้สัมภาษณ์ถึงเรื่อง ผัดไทย ว่า “ผมไม่รู้สาเหตุเกิดจากอะไรกันแน่ ก็กำลังให้ตรวจสอบอยู่ ผมก็เคยทานไม่เห็นเป็นอะไร ไม่รู้เขาไปทานที่ไหนอย่างไร เห็นแต่พูดกันในสื่อ ยังตรวจสอบอะไรไม่ได้เลย เรื่องนี้ถ้ามีข้อมูลมากพอ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะทำให้ความจริงปรากฏเอง” คุณไก่-กนกวรรณ บุตรชาติ เจ้าของร้านผัดไทย ครัวยัยไก่ ย่านคลองสามวา ให้สัมภาษณ์กับ “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” เกี่ยวกับกรณีข่าวที่เกิดขึ้นว่า เมื่อได้ยินข่าวครั้งแรก เธอรู้สึกตกใจและไม่น่าเชื่อว่าจะมีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้น แต่ก็มีสิทธิที่จะเกิด
หนุ่มร้อยเอ็ดหัวใจพัฒนา ทิ้งเงินเดือนเหยียบแสน สร้างโมเดลท่องเที่ยวยั่งยืน เพิ่มรายได้ให้ชุมชน “การท่องเที่ยวในแบบของ Local Alike คือ การจัดทัวร์ที่ประสานความร่วมมือให้ชาวบ้านได้มีส่วนร่วมในการออกแบบทริปและนำเที่ยวเองภายในแต่ละชุมชน มุ่งเป้าไปที่กลุ่มนักท่องเที่ยวทั้งแบบองค์กรและแบบส่วนตัวที่แสวงหาประสบการณ์คุณภาพจากการท่องเที่ยวในเชิงวัฒนธรรมและวิถีชีวิต” คือ นิยามของกิจการธุรกิจท่องเที่ยวแนวใหม่ ภายใต้ชื่อ Local Alike (โลคอล อไลค์) มีชายหนุ่มอัธยาศัยดี ชื่อว่า “ไผ-สมศักดิ์ บุญคำ” ในวัยสามสิบเศษ เป็นผู้ก่อตั้ง “ธุรกิจโลคอล อไลก์ นี้ เริ่มต้นมาตั้งแต่ 7 ปีที่แล้วครับ” คุณไผ เริ่มต้นอย่างนั้น ก่อนแนะนำตัวให้รู้จักมากขึ้น เป็นลูกชายคนโตของครอบครัว พื้นเพเป็นชาวอำเภอโพธิ์ชัย จังหวัดร้อยเอ็ด จบปริญญาตรีจากคณะวิศวกรรมศาสตร์และเทคโนโลยีอุตสาหกรรม สาขาวิชาปิโตรเคมี และวัสดุโพลีเมอร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร และปริญญาโทบริหารธุรกิจ สาขาบริหารธุรกิจแบบยั่งยืน ที่ซานฟรานซิสโก สหรัฐอเมริกา คุณไผ – โลคอล อไลก์ หลังจบปริญญาตรีใหม่ๆ มีโอกาสข้ามน้ำข้ามทะเลไปทำงานที่เมืองโคโลญจน์ ประเทศเยอรมนี เป็
ทุ่ม 800 ล้านบาท! “แฟลช เอ็กซ์เพรส” เสริมทัพรถส่งอีกพันคัน ตั้งเป้ากวาดยอดส่ง 40 ล้านชิ้น แฟลช เอ็กซ์เพรส ควักงบ 800 ล้านบาท เสริมทัพรถขนส่งทั่วประเทศเพิ่มอีก 1,000 คัน ตั้งเป้ากวาดยอดส่งพัสดุเป็น 40 ล้านชิ้น พร้อมรองรับปริมาณสินค้าที่เพิ่มสูงขึ้น ภายหลังตลาดอีคอมเมิร์ซในประเทศไทยเติบโตอย่างต่อเนื่อง คุณคมสันต์ ลี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มธุรกิจ แฟลช และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แฟลช เอ็กซ์เพรส จำกัด กล่าวว่า เพื่อพัฒนาระบบการขนส่งของบริษัทให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น และเป็นการเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขัน แฟลชจึงได้ตัดสินใจทุ่มงบกว่า 800 ล้านบาท เสริมทัพรถขนส่งอีก 1,000 คัน พร้อมตั้งเป้าหมายสิ้นปีนี้สามารถเพิ่มส่วนแบ่งการตลาดในธุรกิจขนส่งด่วนเพิ่มขึ้น 10% “เดิมเรามีรถขนส่ง จำนวน 5,000 คัน ดังนั้น เพื่อยกระดับการให้บริการที่มีคุณภาพ สามารถรองรับการขยายตัวของธุรกิจขนส่ง และอีคอมเมิร์ซ ที่เติบโตสูงอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งตอบสนองต่อความต้องการของลูกค้าได้อย่างรวดเร็ว เราจึงทุ่มเงินกว่า 800 ล้านบาท ซื้อรถขนส่งเพิ่มจำนวน 1,000 คัน รวมเป็น 6,000 คัน เรามุ่งหวังว่าสิ่งนี้จะเข้ามาช
อดีตชาวนา หันทำ “ขนมถ้วย” ขาย รายได้ดี จนส่งลูกเรียนจบป.ตรี “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” ได้ลองทานขนมถ้วยเจ้าอร่อยเจ้าหนึ่ง ที่คนขายมักจะขี่รถพ่วงข้างมาขายแถวหน้าบริษัทในตอนประมาณเที่ยงๆเสมอ เมื่อจอดรถได้สักพัก จะมีพนักงาน รวมถึงคนที่อาศัยอยู่ใกล้ๆ ทยอยกันเข้ามาซื้อขนมกันไม่ขาดช่วง คุณพนม – พนมศักดิ์ ก้านอินทร์ หรือ ลุงพนม พ่อค้าขายขนมถ้วย วัย 51 ปี ได้ให้สัมภาษณ์ไปแกะขนมถ้วยไปพรางว่า ตนนั้นขายขนมถ้วยมาได้ 21 ปีแล้ว ก่อนจะมาขายขนมถ้วย เดิมก็ทำไร่ทำนาอยู่ที่จังหวัดสุรินทร์ แต่ก็ต้องเลิกทำนาไป เพราะเจอเข้ากับปัญหาฝนแล้ง ทำให้ปลูกข้าวไม่ค่อยได้ รวมถึงสภาพเศรษฐกิจในปัจจุบันที่ซบเซา “ข้าวมันไม่ค่อยมีราคานังหนู ทำมาได้แค่พอกิน จะทำไว้ขายมันก็สร้างเนื้อสร้างตัวลำบาก” ลุงพนมแกว่ามาแบบนั้น วันหนึ่ง ตนได้ไปรับขนมถ้วยจากเจ้าหนึ่งมาขาย ซึ่งเป็นขนมถ้วยสูตรโบราณ จากสุพรรณบุรี ก็อยากให้เขาสอนสูตรให้เพื่อจะได้ออกมาทำขายเอง ก็ได้พูดทีเล่นทีจริงหยอกไป แต่กลับไม่ยอมสอน บอกเพียงว่า “ถ้าอยากเป็นก็มาหัดเอาเอง” ตนจึงตัดสินใจเข้าไปช่วยงานที่ร้านขนมถ้วยร้านนั้น ล
ทำไงดี! ขาย “ของออนไลน์” ไม่ได้เลย ไม่มีลูกค้า ไม่มีคนเข้ามาถาม นานเป็นเดือน ไม่กี่วันก่อน สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอตคอม ท่านหนึ่ง ตั้งกระทู้น่าเห็นใจ ในฐานะคนค้าขายออนไลน์ ระบุเหตุการณ์ไว้ว่า เธอเริ่มขายอาหารเสริมผิวขาวได้ 1 เดือนแล้ว เป็นตัวแทนจำหน่าย เบื้องต้นเปิดหน้าร้านผ่านทางไอจี พยายามแอดเพื่อนที่ดูว่าสนใจเรื่องความงาม ฟอลโล่ (ยอดผู้ติดตาม) ไปเยอะมากจนไม่สามารถฟอลได้ แต่ได้คนที่ฟอลกลับมามีแค่ 100 นิดๆ จากนั้นเธอก็อัพรูป ลงรูปสินค้า ลงรูปรีวิวที่ทางแบรนด์ให้มา อัพสตอรี่ แต่ก็ไม่มียอดฟอลเพิ่มขึ้น เลยตัดสินใจไปจ้างปั๊มยอดผู้ติดตามค่ะ ได้มาประมาณ 1,000 คน “เราคิดว่าแค่ให้ยอดฟอลสูงหน่อย จะได้น่าเชื่อถือ แต่ก็เท่านั้นค่ะ ไม่มีอะไรดีขึ้นเลย เราพยายามโปรโมต ถ่ายรูปตัวเองลง (เราผิวขาว) แต่ก็ไม่มีอะไรคืบหน้า เราเลยตัดสินใจจ้างไอจีโปรโมต เราจ้าง 1 วัน 300 บาท ผลตอบรับคือ มีคนเห็นโพสต์เราเยอะค่ะแต่ไม่มีใครสนใจ ไม่มีใครเข้ามาถาม ได้มาแค่ไลก์ประมาณ 300+ไลก์ เราเลยตัดสินใจทำเพจในเฟซบุ๊กค่ะ พอทำเสร็จเราก็เชิญเพื่อนที่เรามีอยู่ 4,000 กว่าคน แต่มีคนที่ยอมกดไลก์ไม่ถึง 50 คน เราจึงพยายามสร้างกิจกรรม ใ
จำความลำบากได้ดี! หมุนจนหัวหมุน กู้นอกระบบ โดนแย่งลูกค้า กว่าจะมีวันนี้ คุณวาสนา รุ่งแสงทอง ลาทูรัส ประธานกรรมการบริหาร บริษัท นารายณ์ อินเตอร์เทรด จำกัด วัยหกสิบกว่า เจ้าของสินค้า แบรนด์ Naraya-นารายา ผลิตภัณฑ์งานฝีมือทำจากผ้ากว่าหนึ่งหมื่นแบบ ซึ่งว่ากันว่าใครมาเที่ยวเมืองไทย ต้องซื้อผลิตภัณฑ์ของเธอติดไม้ติดมือกลับไป ไม่อย่างนั้นอาจมาไม่ถึง เริ่มต้นให้ฟังเกี่ยวกับเรื่องราวส่วนตัวในอดีตให้ฟังด้วยน้ำเสียงอารมณ์ดี บ้านของเธอเป็นครอบครัวไทยเชื้อสายจีน ที่ไม่ให้ลูกสาวเรียนหนังสือเยอะ ตัวเองจบแค่ ป.4 ก็ต้องออกจากโรงเรียนไปขายของที่ตลาดประตูน้ำ “เป็นแม่ค้าขายไข่ไก่ ไข่เค็ม ขายถุงพลาสติก อยู่ที่ประตูน้ำนาน 20 ปี ใจจริงไม่อยากขายของ ไม่ชอบบรรยากาศในตลาด อยากเรียนหนังสือมากกว่า แต่ตอนนั้นเลือกไม่ได้ เลยพยายามหาเวลาไปเรียนช่วงกลางคืน จนได้เทียบวุฒิมัธยมฯ พอคุณแม่เสีย เลยตัดสินใจไม่เป็นแม่ค้าประตูน้ำอีกแล้ว” คุณวาสนา ย้อนความทรงจำ และเผยถึงอาชีพที่ใฝ่ฝัน อยากทำงานเป็นมัคคุเทศก์ หรือที่เรียกกันง่ายๆ ว่า “ไกด์” มากที่สุด “ฝันอยากเป็นมัคคุเทศก์ อยากพูดภาษาอังกฤษเป็น อยากเดินคู่กับฝรั่ง เพราะรู้
สุภาพแต่เจ็บมาก! ชาวเน็ตแห่ชื่นชม ร้านนาฬิกาหรูห้างดัง แจงเหตุ “ขายตรง” แต่ไม่ตรง เกิดพฤติการณ์ “ความไม่ตรง” ของผู้คนในแวดวงอาชีพ “ขายตรง” จำนวน 3 คน ที่นำกล่องนาฬิกายี่ห้อแพงของตัวเอง ไป “แอ๊บ” ถ่ายรูปในร้านขายสินค้ายี่ห้อดังกล่าวแห่งหนึ่ง ซึ่งเปิดอยู่ในห้างหรูกลางกรุง ก่อนคนกลุ่มเดิมจะนำภาพดังกล่าวไปโพสต์บนโลกโซเชียล พร้อมระบุข้อความ ให้คนทั่วไปอ่านและเข้าใจผิดว่าอาชีพที่พวกเขาทำอยู่นั้น สามารถหาเงินซื้อของแพงได้แบบสบาย เพียงหวังสร้าง “ฝันลวง” ให้กับบรรดา “ลูกทีม” ทั้งหลายแหล่ แต่หลังจากนั้นไม่นาน เจ้าของร้านนาฬิกา ผู้ใช้ชื่อบนเพจฟซบุ๊กว่า Natee Masathienvong ได้ออกมาชี้แจง “ความจริง” ตีแผ่ให้โลกโซเชียลได้รับรู้ถึงพฤติกรรมไม่ชอบมาพากลของกลุ่มคนดังกล่าว ร่ายยาวเป็นข้อๆ ละเอียดยิบเห็นภาพชัด ชนิดชาวเน็ตแห่คอมเมนต์ชื่นชมกันเป็นจำนวนมาก ตัวอย่างเช่น “ชี้แจงได้น่ารักมากค่ะ” “ร้านนี้จรรยาบรรณดีมากค่ะ น่าไปอุดหนุน” “เป็นการตอบคำถามอย่างมืออาชีพมากครับ” “เป็นคำอธิบายที่สุภาพแต่เจ็บมาก” เป็นต้น สำหรับเนื้อหาโพสต์จากเจ้าของร้านนาฬิกา ผู้ใช้นามบนเพจเฟซบุ๊กดังกล่าว มีรายละเอียดดังนี้ “เนื่องจาก
