ทำไรรวย
ด้วยความก้าวล้ำของเทคโนโลยีในโลกยุคดิจิตอล ส่งผลให้ความ “ไฮเทค” ในเครื่องใช้ไม้สอย กลายเป็นเรื่องใกล้ตัวซึ่งเข้าถึงได้ง่ายขึ้น รวมถึง “กล้องถ่ายรูป” ที่สมัยก่อนอาจเป็นอุปกรณ์สำหรับคนเฉพาะกลุ่ม แต่มาวันนี้กลับกลายเป็นของ “พื้นๆ” ไปเสียแล้ว ฉะนั้นเวลาไปไหนมาไหน ใครต่อใคร ย่อมมีกล้องถ่ายรูปติดตัวได้ ไม่ว่าจะในรูปของกล้องถ่ายรูปที่ติดมากับโทรศัพท์มือถือ หรือ กล้องดิจิตอล ยิ่งเป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวด้วยแล้ว การบันทึกความประทับใจตามสถานที่ต่างๆ นั้น ย่อมเป็นกิจกรรมหลักที่ขาดไม่ได้ โดยเฉพาะใน “ตลาด” ซึ่งมีบรรยากาศซื้อขายคึกคัก ย่อมมีการแข่งขัน “ไอเดีย” น่าตื่นตาตื่นใจ จึงเป็นธรรมดาที่บรรดานักท่องเที่ยวอยากจะถ่ายรูปความแปลกใหม่ของสินค้าเหล่านั้นเก็บไว้ หากยามใดที่ “ยกกล้อง” ขึ้นมาส่องหวังเก็บภาพ กลับเห็นป้ายเขียนข้อความ “ห้ามถ่ายรูป” บ้าง “No Photo” บ้าง ความตั้งใจของช่างภาพมืออาชีพ-สมัครเล่น คง “แป่ว” ลงฉับพลัน ครั้นจะไปขอตื๊อ “ขอถ่ายหน่อยเถอะ” อาจไปสร้างความลำบากใจให้กันโดยไม่จำเป็น เมื่อไม่นานมานี้ มีโอกาสได้ไปเที่ยวชม “ถนนคนเดิน” ในจังหวัดเชียงใหม่ เห็นกิจการริมทาง หลายร้านขึ้นป้ายห้ามถ่าย
ธุรกิจดีลิเวอรี่ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง เพราะตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ผู้คนที่ต้องการความสะดวก รวดเร็ว แถมทุกวันนี้เทคโนโลยีก็เข้ามาช่วยให้การสั่งซื้อสินค้าและบริการทำได้ง่ายเพียงกดคลิกไม่กี่ครั้ง หลายๆ แนวคิดเรื่องดีลิเวอรี่ก็เหนือความคาดหมาย เพราะไม่ใช่แค่การจัดส่งอาหารหรือสินค้าทั่วๆ ไปเท่านั้น แม้แต่น้ำมันและบริการเสริมสวยก็ดีลิเวอรี่ได้ ในรัสเซีย ขณะนี้ผู้คนไม่ต้องขับรถไปต่อคิวเติมน้ำมันที่ปั๊ม ไม่ต้องฝ่าฟันการจราจรที่ติดขัดหรือสภาพอากาศที่หนาวเย็นออกไป แค่หยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาสั่งซื้อออนไลน์ เท่านี้ก็หายห่วง บริษัท “Toplivo v Bak” ที่แปลว่า “เติมน้ำมัน” และบริษัท “ปั๊ม” เป็นบริษัทสตาร์ตอัพรัสเซีย 2 แห่งที่มองเห็นโอกาสในธุรกิจนี้ และนำร่องให้บริการใน 4 เมือง ได้แก่ กรุงมอสโก นครเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก เมืองโซชี และคราสโนดาร์ ทั้ง 2 บริษัทเปิดให้ผู้สนใจลงทะเบียนใช้บริการ ซึ่งเมื่อน้ำมันใกล้จะหมด เจ้าของรถก็สามารถสั่งซื้อผ่านแอพพลิเคชั่นบนสมาร์ตโฟนที่จะระบุพิกัดของรถสำหรับดีลิเวอรี่น้ำมันได้ พนักงานของบริษัทจะได้รับคำสั่งซื้อดังกล่าว จากนั้นจะขับรถตู้ขนาดเล็กติดตั้งถังใส่น้ำมันที่มีทั้งน้ำ
