ทำไรรวย
อยากให้โดน! “ซ่าหริ่ม –โรตี” ของดีเจ้าดัง ตลาดโต้รุ่งเมืองกาญจน์ ช่วงวันหยุดยาวหลายท่านอาจพาครอบครัว นัดเพื่อนนัดฝูง ไปสูดอากาศดีๆที่ต่างจังหวัด หลบลี้หนีความวุ่นวายในเมืองหลวงสักหน่อย พอหายเครียดไปได้บ้าง และหากใครไปท่องเที่ยวจังหวัดกาญจนบุรี “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” ขออนุญาตแนะนำ ร้านดังตลาดโต้รุ่ง ถนนแสงชูโต ใกล้กับสถานีขนส่ง ฝั่งตรงข้ามศาลหลักเมือง เขตอำเภอเมือง สองเจ้านี้ คนในพื้นที่ฝากบอก “ถ้ามาเมืองกาญจน์ ควรมาทานให้ได้” ร้านแรก ชื่อ “ขนมหวานดำเนินฯ กระเพาะปลา” หาไม่ยาก หันหน้าเข้าหาตลาด เดินเข้ามาล็อกเดียว เลี้ยวซ้าย ไปต่อจนสุดทาง เห็นคนมุงกันเยอะๆ นั่นแหละ…ใช่เลย ร้านนี้ มีเมนูไฮไลต์ ใครมาเป็นต้องสั่ง คือ “ซ่าหริ่ม” รสหวานกำลังพอดี ถ้วยใหญ่กินคนเดียวอิ่มกำลังดี ขายไม่แพงแค่ถ้วยละ 20 บาท หากใครอยากสั่ง ของคาว อย่าง กระเพาะปลา มารับประทานก่อน ก็ไม่ผิดกติกา รับรองไม่ผิดหวัง ถัดมาหน่อยอยู่ในซอยเดียวกัน มีอีกหนึ่งร้าน ที่ลูกค้ารุมไม่แพ้กัน คือ “โรตี(กิสมี)” คนทำเป็นหญิงสาวมุสลิมหน้าตายิ้มแย้มหมดจด ส่วนโรตี มีหลายรสให้เลือก ราคาขายก็แสนจะน่ารัก เริ่มต้น แบบธรรมดา 3 แผ่น 20 บาท
โดน “เลย์ออฟ” ตอนห้าสิบ “ยัยไก่” ตั้งหลักใหม่ เปิดครัวหน้าบ้านขายผัดไทย-วิวหลักล้าน ช่วงเศรษฐกิจขาลง ซมซบแทบทุกวงการ แนวทางลดค่าใช้จ่ายของแต่ละบริษัท หลักใหญ่คงหนีไม่พ้น “จ้างออก-เลย์ออฟ พนักงาน” แต่ใครคนไหน คุณสมบัติอย่างไร ถึงจะโดน “แจ็กพอต” หรือไม่นั้น คงแล้วแต่นายจ้างแต่ละแห่งหนจะพิจารณา คุณไก่-กนกวรรณ บุตรชาติ ปัจจุบันอายุห้าสิบปีเศษ อดีตเคยเป็นลูกจ้างในแผนกจัดหาตัวแสดงประจำบริษัทโปรดักชั่นเฮ้าส์ชื่อดัง คร่ำหวอดอยู่ในวงการ “แคสติ้ง-Casting” ทั้งเบื้องหน้าและเบื้องหลังมานานกว่ายี่สิบปี กระทั่งเมื่อราวสองปีก่อน โดนยื่น “ซองขาว” ด้วยเหตุผลความจำเป็นทางธุรกิจ อารมณ์แรก แม้จะ “จุก-เจ็บ” ราวกับ “โดนเท” ตอนอายุสิบห้า และต้องใช้เวลาเยียวยาอยู่หลายเดือนกว่าจะทุเลา แต่ทุกวันนี้ เธอสามารถ “ตั้งหลักใหม่” ได้ด้วยกิจการของตัวเอง ที่ช่วยกันทำสองคนสามีภรรยา โดยดัดแปลงบ้านพักย่านชานเมือง ให้เป็นทั้งที่อยู่อาศัยและร้านเล็กๆ ขายอาหารไม่กี่เมนู และตั้งชื่อเรียบง่ายว่า “ครัวยัยไก่” และถึงแม้กำไรที่เป็นตัวเงินจะไม่มากมายอะไร แต่กำไรที่จับต้องไม่ได้ ที่รวมเรียกว่า “ความสุข” นั้น มีเข้า
เอ็นบีดี เฮลท์แคร์ เปิดตัวยาสีฟันไฮเอนด์ “เวลเด้นท์” ตั้งเป้าปีแรก 200 ล้านบาท นายพิรุณโรจน์ ไกรสุรพงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอ็นบีดี เฮลท์แคร์ จำกัด กล่าวว่า เอ็นบีดี เฮลท์แคร์ ในฐานะเป็นผู้จัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเพื่อสุขภาพ ภายใต้แบรนด์วิสทร้า และผลิตภัณฑ์เวชสำอาง ภายใต้แบรนด์ โปรวาเมด และสินค้าเพื่อสุขภาพมากว่า 20 ปี บริษัทมีความยินดีที่จะออกผลิตภัณฑ์ไลน์ใหม่สำหรับตลาดผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพช่องปากด้วยยาสีฟันแนวใหม่ “เวลเดนท์” ด้วยเม็ดเงินลงทุนกว่า 60 ล้านบาท โดยมีการตั้งเป้ายอดขายปีแรกอยู่ที่ 200 ล้านบาท หรือคิดเป็น 6% ของส่วนแบ่งในตลาดยาสีฟันกลุ่มไฮเอนด์ โดยภาพรวมการแข่งขันตลาดยาสีฟัน มีมูลค่า 11,000 ล้านบาท ได้แบ่งเป็น Mass Market 64% และ premium Market 36% อนาคตมีแนวโน้มการเติบโตที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง สำหรับยาสีฟันเวลเด้นท์ จะสามารถตอบโจทย์ผู้บริโภครุ่นใหม่ที่มีความรู้ หรือผู้ที่มักจะหาข้อมูลก่อนการซื้อ รวมทั้ง ผู้ที่ต้องการใส่ใจดูแลสุขภาพช่องปากมากขึ้น “เราได้ใช้กลยุทธ์ทางการตลาดแบบใหม่ โดยเชิญ “คุณโน๊ต-อุดม แต้พานิช” มาเป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ตัวแทนคนวัย
รายได้ต่อเดือนหลักแสน ยึดเป็นอาชีพหลักมานานกว่า 6 ปี ต้นตำรับเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ “ถั่วปั่นลุงต้อย” เมนูถั่วปั่น 5 สียอดฮิต ที่ขายดีจนต้องทำบัตรคิวแจกให้ลูกค้า เทรนด์รักสุขภาพ ยังคงเป็นเทรนด์ที่ได้รับความนิยมมาอย่างต่อเนื่อง แต่ก็ไม่มีวี่แววว่าจะสร่างซาลง ผู้ประกอบการต่างๆหันมาจับธุรกิจเกี่ยวกับสุขภาพกันมากขึ้น ทั้งธุรกิจอาหารคลีน อาหารออร์แกนนิค น้ำผักผลไม้คั้นสด น้ำผักผลไม้แยกกาก ก็เป็นธุรกิจอีกธุรกิจ ที่เกิดขึ้นเนื่องมาจากอิทธิพลของเทรนด์รักสุขภาพ จังหวัดราชบุรี ที่ตลาดราชพัสดุ หรือที่คนท้องถิ่นรู้จักกันในนาม ‘ตลาดสนามหญ้า’ เป็นตลาดที่เรียกได้ว่า ไม่เคยหลับไหล เพราะเปิดแทบจะ 24 ชั่วโมง โต้รุ่งแข่งกับร้านสะดวงซื้อเจ้าดังกันไปเลย เป็นแหล่งรวมของกินทั้งของคาว ของหวาน ของทานเล่น ที่ใครไปใครมาจะต้องแวะเข้าออกร้านนั้นร้านนี้ ประมาณ 3 ร้าน เป็นอย่างต่ำ เพราะมีแต่อร่อย น่าทานไปเสียทุกอย่าง หรือแม้แต่เมนูเพื่อสุภาพ ก็มีร้านอร่อยอยู่เจ้าหนึ่ง ที่ชาวเมืองโอ่ง คอยแวะเวียนกันมาซื้ออยู่ไม่ขาด ร้านนั้นคือ ‘ร้านถั่วปั่นลุงต้อย’ เจ้าอร่อยในตลาดสนามหญ้า ที่ขายดิบขายดีจนต้องมีการทำบัตรคิวไว้ให้เ
กระแส “มันม่วง ฟีเวอร์ ” ที่มีมาได้สักพัก ยังไม่มีวี่แววว่าความนิยมจะลดน้อยลง ผู้ประกอบการต่างพากันนำมาเป็นวัตถุดิบในการทำเป็นขนม ทั้งขนมต่างชาติและขนมไทย อาทิ ขนมไข่เต่ามันม่วง มีอยู่หนึ่งเจ้า ที่สามารถทอดได้กรอบอร่อยจนต้องยกนิ้วให้ มันเทศสีม่วง อุดมไปด้วยแร่ธาตุ รวมถึงสารต้านอนุมูลอิสระในกลุ่มแอนโทไซยานิน ที่พบเฉพาะใน ผัก ผลไม้ และพืชที่มีสีม่วง แดง และสีน้ำเงิน ด้วยคุณสมบัติที่มากมาย ทำให้เกิดกระแส “มันม่วง ฟีเวอร์” มาสักพัก ยังไม่มีวี่แววว่าความนิยมจะลดน้อยลงดังจะเห็นได้มีผู้ประกอบการหลากหลาย ต่างพากันนำมาเป็นวัตถุดิบในการทำเป็นขนมต่างๆ ทั้งขนมต่างชาติอย่าง โมจิมันม่วง โรลชาเขียวมันม่วง พายมันม่วง กระทั่งขนมไทย ก็มีการนำมันม่วงมาเป็นวัตถุดิบเช่นกัน อาทิ บัวลอยมันม่วง ตะโก้มันม่วง วุ้นกะทิมันม่วงมะพร้าวอ่อน และขนมไข่เต่ามันม่วง ที่มักจะเห็นขายคู่กับกล้วยทอดตามรถเข็นเล็กๆ แถวสถานีรถไฟฟ้าเตาปูน (MRT เตาปูน) เดินออกมาตรงทางออก 3 แล้วมุ่งหน้าเข้า ‘ตลาดมณีพิมาน’ หรืออีกชื่อที่หลายๆ คนอาจคุ้นหู อย่าง ‘ตลาดเตาปูน’ โดยทั้งด้านซ้ายและขวา เต็มไปด้วยร้านขายของที่เริ่มทยอยเปิดร้านในตอนเช้
คุณเจี๊ยบ-ธีรวุฒิ มีแสงนิล อดีตช่างภาพหนังสือพิมพ์ข่าวสด ผู้ผันตัวมาขายก๋วยเตี๋ยวเรือ ชื่อร้านก๋วยเตี๋ยวเรือ เจี๊ยบบ้านแพน เขาเริ่มต้นเล่าที่มาว่า คิดมานานแล้วว่าอยากมีร้านก๋วยเตี๋ยวเรือ เป็นของตัวเอง เพราะครอบครัวเคยทำขาย เด็กๆ ก็ไปช่วยงาน เลยซึมซับมาตั้งแต่ตอนนั้น “ช่วงหลังมานี้ หนังสือพิมพ์ เราก็รู้กันใช่ไหมว่าเป็นยังไง เลยตัดสินใจง่ายขึ้น เพราะถ้าไม่ทำตอนนี้ แก่ตัวเกษียณไปคงไม่ได้ทำแล้ว” เมื่อคิดแล้วว่าจะขายก๋วยเตี๋ยว คุณเจี๊ยบเริ่มตระเวนชิมก๋วยเตี๋ยวเรือ แล้วช่วยกันให้คะแนนกับแฟนว่าร้านไหนอร่อยบ้าง สรุปว่าร้านที่อร่อยอันดับ 1 เป็นร้านของเพื่อนแถวคลองจั่น บางกะปิ นำสูตรที่ได้จากร้านเพื่อนมาปรับร่วมกับสูตรของครอบครัว จนลงตัว สิ่งที่ทำต่อมาคือ เปิดร้าน คุณเจี๊ยบเช่าร้านขายแบบรับช่วงต่อ รายได้พออยู่ได้ แต่เพราะยังไม่เป็นที่รู้จัก จึงย้ายไปเปิดร้านใหม่ที่ใหญ่กว่าเดิม อยู่แถวสะพานมหาเจษฎาบดินทรานุสรณ์ จังหวัดนนทบุรี รายได้ตอนนั้น คุณเจี๊ยบ บอกว่า ขายดีจนแปลกใจ เพราะเปิดวันแรกคนแห่มากิน ยอดขายแตะหลักหมื่น ส่วนวันธรรมดาอยู่ราวๆ 6-7 พันบาท เจ้าตัวเล่าต่อว่า รายได้มีขึ้นมีลง ยอดขายเคยตกเหลื
เจ๊นุ้ยก๋วยเตี๋ยวต้มยำโบราณ 4 รส สูตรเด็ดเมืองโอ่ง ขายถูก15บาท ลูกค้าแน่น เจ๊นุ้ยก๋วยเตี๋ยวต้มยำโบราณ 4 รสสูตรเด็ด เมืองโอ่ง เจ้าของขายทวนกระแสของแพง ชามละ 15 บาท ทานกันจุกแบบครบเครื่อง จนเป็นขวัญใจคนรายได้น้อย เผยขายมากว่า 38 ปีแล้วจึงมั่นใจในคุณภาพและความอร่อย ที่บริเวณริมถนนสายราชบุรี – ห้วยไผ่ ตำบลเจดีย์หัก อำเภอเมือง จังหวัดราชบุรี ติดกับ CJ ซูเปอร์มาเก็ตมีร้านขายก๋วยเตี๋ยวที่ขึ้นป้ายราคาถูกแสนถูกขายทวนกระแสราคาต้นทุนสูง โดยจำหน่ายเพียงราคาชามละ 15 บาท ทำให้มีลูกค้าทั้งที่มีรายได้น้อยและลูกที่ชื่นชอบในรสชาติของก๋วยเตี๋ยวแวะเวียนมาอุดหนุนกันไม่ขาดสาย ร้านนี้ นางเพ็ญศรี สิริเอก อายุ 48 ปี หรือที่ลูกค้ารู้จักเรียกกันว่า เจ๊นุ้ย เป็นเจ้าของ เมื่อเข้าไปสัมผัสกับรสชาติของก๋วยเตี๋ยวต้มยำโบราณ 4 รสสูตรเด็ดเมืองโอ่ง ตามคำเล่าของบรรดาลูกค้านักชิมและลูกค้าเจ้าประจำ พบว่าร้านดังกล่าวจัดร้านสไตล์รูปแบบทั่วๆ ไปไม่หวือหวา หรือ ใช้ของตกแต่งที่มีราคาใด มีเพียงรถเข็นตั้งหม้อก๋วยเตี๋ยวตั้งอยู่ด้านหน้าของร้านและมีบริเวณด้านข้าง จำหน่ายทั้งก๋วยเตี๋ยว และ ข้าวผัดกะเพรา ข้าวหมูแดง แถมยังมีบริการน้ำดื่ม
พอเพียงตามพ่อหลวง รู้จักร้านอาหารตามสั่ง 10 บาท ที่ขายราคาเดิมมา 20 ปี รู้จักร้าน “ป้าอ๋อยลุงหมึก” อาหารตามสั่ง 10 บาท ที่เปิดมาเกือบ 20 ปี ท่ามกลางวิกฤตที่ของทุกอย่างขึ้นหมด แต่ยังคงราคาเดิม ลูกค้าหน้าเก่า-ใหม่ เดินทางมาไม่ขาดสาย อาหารตามสั่ง 10 บาท – เมื่อวันที่ 3 ต.ค. ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ไปยังซอยชุมชนวัดมหาธาตุ ถนนเพชรเกษม ต.หน้าเมือง อ.เมือง จ.ราชบุรี ซึ่งเป็นที่ตั้งร้านข้าว “ป้าอ๋อยลุงหมึก” สามี-ภรรยา ที่ขายในราคาเพียง 10 บาท ผู้สื่อข่าวได่้คุยกับ นางอ้อย ทับทิม อายุ 62 ปี หรือ “ป้าอ๋อย” และ นายวันชัย คุณเจริญ อายุ 72 ปี หรือ “ลุงหมึก” เจ้าของร้าน ที่ยังคงขายอาหารตามสั่งในราคา 10 บาท มาอย่างยาวนาน ในแบบที่ปริมาณอาหารยังคงเต็มจานเช่นเดิม รสชาติถูกปาก ปริมาณกินได้เต็มอิ่ม “ร้านเปิดขายมาเกือบ 20 ปีแล้ว แม้ร้านจะเป็นที่รู้จัก แต่ยังยืนยันว่าอาหารตามสั่ง ก๋วยเตี๋ยว ผัดซีอิ้ว ราดหน้า ยังขายราคา 10 บาทเท่าเดิม ขณะที่เมนูอาหารทะเล หมูกรอบ หรือเมนูจานพิเศษยังขาย 15-20 บาท ไม่มีการขึ้นราคาจากเดิมแต่อย่างไร” ป้าอ๋อย เผย ฉันและสามียึดหลักตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง ในหลวง เข้าใจถึงความยากจนที่เคย
“มะม่วงเบาแช่อิ่ม” ต่อยอดใหม่ด้วยน้ำยำแซ่บ สร้างรายได้หลักแสน เมื่อประมาณปี 2559 เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ได้สัมภาษณ์ คุณสันทัต วรรณรัตน์ หรือ คุณต่อ วัย 35 ปี หนุ่มเจนวาย เจ้าของแบรนด์ แม่งโก้ ที่นำเอามะม่วงเบา ผลไม้พื้นเมืองรสเปรี้ยวของภาคใต้ มาแปรรูปทำเป็น “มะม่วงเบาแช่อิ่ม” ขายเป็นอาชีพเสริมชิลๆ (อ่านเรื่องก่อนหน้าได้ที่ “มะม่วงเบาแช่อิ่ม” อาชีพเสริมชิลๆ ของหนุ่มเจนวาย) เมื่อเร็วๆ นี้ ผู้สื่อข่าวก็ได้มีโอกาสสัมภาษณ์คุณต่ออีกครั้ง โดยเขา เล่าให้ฟังว่า “ผ่านไปเกือบ 3 ปี ธุรกิจค่อนข้างไปได้ดี เมื่อต้นปี มะม่วงเบาแช่อิ่ม แบรนด์ แม่งโก้ ได้เข้าตลาดไปประมาณเดือนเมษายนนี้เอง” เขา เล่าต่ออีกว่า “เมื่อธุรกิจมันไปได้ดี แต่มันก็จะมีปัญหาในเรื่องของ 1. มะม่วงเบามีน้อย ก็มีการไปตกลงซื้อขายมะม่วงกับเจ้าของสวนเอง 7-8 เจ้า ซึ่งเป็นพวกเพื่อน ญาติๆ กันนั่นแหละที่เขาปลูก ผมก็ให้เขาเอามาขายให้โดยตรงไปเลย เสร็จแล้วก็มีการจ้างคนปอกมะม่วงให้ เพราะผมยังไม่มีโรงงานเพื่อผลิตเยอะขนาดนั้น ก็ต้องมีจ้างคนอื่นทำ เพื่อตัดภาระไปด้วย และปัญหาข้อที่ 2 คือ เราเริ่มมีคู่แข่งแล้ว ตรงนี
เตือน! ห้ามแรงงานต่างด้าว แย่งอาชีพคนไทย ฝ่าฝืนปรับ 2 แสน แรงงานต่างด้าว – เฟซบุ๊ก สำนักประชาสัมพันธ์เขต 7 เปิดเผยถึงห้ามแรงงานข้ามชาติประกอบอาชีพที่แย่งอาชีพของคนไทย โดยระบุว่า ย้ำเตือนอีกครั้ง ห้ามแรงงานต่างด้าวทำงานผิดประเภททั้งขายของหน้าร้านหรือแย่งอาชีพสงวนของคนไทย ฝ่าฝืนมีโทษปรับสูงถึง 200,000 บาท จำคุกไม่เกิน 1 ปี กฎหมายกำหนดให้แรงงานต่างด้าวที่มาทำอาชีพสงวนสำหรับคนไทยและทำงานโดยไม่ได้รับอนุญาต ตามมาตรา 8 มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับตั้งแต่ 2,000 – 100,000 บาท ส่วนนายจ้างถูกจับในข้อหาให้ต่างด้าวทำงานไม่ตรงกับใบอนุญาต หากผิดจริงมีอัตราโทษปรับ 10,000-100,000 บาทต่อแรงงานหนึ่งคน และหากทำผิดซ้ำมีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี ปรับเพิ่มเป็น 50,000-100,000 บาทต่อแรงงานหนึ่ง ทั้งนี้ งานที่ผ่อนผันให้แรงงานต่างด้าว 3 สัญชาติ เมียนมา ลาว และกัมพูชา สามารถทำงานได้ 2 ประเภท คือ งานกรรมกร และงานบ้าน ส่วนงานขายของหน้าร้านหรือการเป็นเจ้าของกิจการยังคงเป็นอาชีพที่ห้ามแรงงานต่างด้าวทำ ตามที่กำหนดงานในอาชีพและวิชาชีพที่ห้ามแรงงานต่างด้าวทำ บัญชีท้ายพระราชกฤษฎีกากำหนดในอาชีพและวิชาชีพที่ห้ามคนต่างด้าวทำ พ.ศ.
