ทำไรรวย
เจอวิกฤตมืดที่สุดอย่าท้อ“เจ้าสัวซีพี” แนะ เอาชีวิตรอดก่อน แสงสว่างจะมาเอง คุณธนินท์ เจียรวนนท์ ประธานอาวุโส เครือเจริญโภคภัณฑ์ มหาเศรษฐีอันดับที่ 1 ของประเทศไทย จากการจัดอันดับของนิตยสารฟอร์บส์ กล่าวตอนหนึ่งบนเวที เปิดตัวหนังสือ “ความสำเร็จ ดีใจได้วันเดียว” ซึ่งจัดพิมพ์โดยสำนักพิมพ์มติชน ว่า ตนเห็นโอกาสของเซเว่นฯ แต่ไม่เห็นโอกาสของอาลีบาบา เพราะมันไม่มีตัวตน มองไม่เห็น เป็นภาพเล่าเฉยๆ ตนยังเป็นคนล้าสมัย ต้องเห็นของจริงก่อน ถ้าตอนนั้นไปลงทุนกับเขา ได้กำไรหลายร้อยเท่า แต่ยังไม่กล้า เพราะมองไม่ชัด คิดไม่ออกว่า จะสำเร็จได้ยังไง เพราะไม่มีทางเดิน แต่เขาเชื่อมั่นของเขา เขาเห็นว่าภูเขาเป็นทอง แต่เรามองไปคือต้นไม้ ดิน และหิน เหมือนกับ เซเว่นฯ ตนเห็นแล้วทำสำเร็จที่สหรัฐอเมริกาเลยมาศึกษาที่ไทย เห็นชัดว่าสำเร็จ เชื่อว่าทำได้แน่นอน ตนรู้จักสองพี่น้อง เจ้าของเซเว่นฯ ไปพูดตรงๆ กับเขาว่าสนใจ อยากมาลงทุนที่ไทย เชิญมาที่ไทยเลย ดูงานเสร็จ ก่อนกลับเขาเตือนว่าอย่าทำเลย ทำไม่ได้หรอก รายได้น้อยกว่าสหรัฐอเมริกาตั้ง 10 กว่าเท่า ไม่คุ้มที่จะลงทุน กำลังซื้อไม่พอ 1 คนเขามาซื้อ เท่ากับไทยต้องมาซื้อ 15 คน ถึงจะ
“แบงค์” ฝึกงานตั้งแต่อายุ 13! มาสาย-โดนอบรม ไม่เว้นแม้นามสกุล “ล่ำซำ” คุณแบงค์ – จรัสพงศ์ ลํ่าซำ กรรมการผู้จัดการ บริษัท แอลฟู้ด โซลูชันส์ จำกัด เป็นผู้ประกอบการธุรกิจด้านอาหาร และเป็น “บริษัทลูก” ของกิจการเทรดดิ้ง ระดับชาติอย่าง บริษัท ล็อกซเล่ย์ จำกัด (มหาชน) คุณแบงค์ เป็นทายาทเจนฯ ที่ 4 แห่งตระกูล “ล่ำซำ” ในฐานะลูกชายคนเล็กของ เจ้าสัว “ธงชัย ล่ำซำ” ที่ปัจจุบันนั่งเก้าอี้ “บิ๊กบอส” แห่งล็อกซเล่ย์ คุณแบงค์ เรียนจบชั้นมัธยมฯ จากสาธิตจุฬาฯ ก่อนศึกษาต่อระดับปริญญาตรีและโท ที่มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย คุณแบงค์ บุคลิกอ่อนน้อม อัธยาศัยร่าเริง เป็นกันเอง เริ่มต้นบทสนทนา กับ “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” ด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม ว่า เริ่มทำงานตั้งแต่อายุ 13 โดยคุณพ่อของเขาให้มาฝึกงานเป็น “ออฟฟิศ บอย” ทำหน้าที่เหมือนเจ้าหน้าที่ธุรการ เดินเอกสาร ส่งเอกสาร ตอนแรกไม่เข้าใจ ทำไมต้องมาฝึกด้วย คนอื่นได้ไปเล่นกัน แต่เมื่อถูกสั่งให้มาก็มา “ทุกปิดเทอมใหญ่ของชั้นมัธยมฯ จะมาฝึกงานอย่างน้อยหนึ่งเดือน ทำหน้าที่ซีรอกซ์บ้าง เดินเอกสารบ้าง ให้ฝ่ายบุคคล เป็นงานที่เริ่มจากระดับล่างสุด ตอนนั้นยังงงๆ เพราะ
“ทับทิมสยาม” ส้มโอสองแผ่นดิน อีกหนึ่งความภูมิใจของคนลุ่มน้ำปากพนัง หากเอ่ยถึง ส้มโอ หลายคนที่ชื่นชอบผลไม้ชนิดนี้อาจเคยได้ยินพันธุ์ “ทับทิมสยาม” แห่งลุ่มน้ำปากพนัง อันเลื่องชื่อ แต่หลายคนอาจไม่ทราบว่าส้มโอทับทิมสยามไม่ใช่พันธุ์ส้มโอดั้งเดิมในพื้นที่อำเภอปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราช แต่เป็นส้มโอพันธุ์ใหม่ เกิดขึ้นที่บ้านแสงวิมาน ตำบลคลองน้อย อำเภอปากพนัง โดยมีการนำพันธุ์พื้นเมืองมาจากจังหวัดปัตตานี มาทดลองปลูก ปรับปรุงพันธุ์ ดูแลรักษา จนได้ผลผลิตที่มีคุณภาพ สร้างชื่อเสียง กลายเป็นอีกหนึ่งความภูมิใจของคนลุ่มน้ำปากพนังแห่งนี้ ป้าเล็ก-คุณอัมพร สวัสดิ์สุข เจ้าของไร่สวัสดิ์สุข เล่าถึงความเป็นมาของการทำสวนส้มโอว่า เริ่มปลูกส้มโอพันธุ์ทับทิมสยาม เมื่อปี พ.ศ. 2544 เป็นเวลาเกือบ 20 ปีมาแล้วในพื้นที่ 53 ไร่ พื้นที่แห่งนี้สมัยก่อนมีการทำไร่นาสวนผสม แต่ประสบปัญหาน้ำท่วมขังจึงได้ปรับเปลี่ยนมาปลูกส้มโอ เพราะเป็นพืชที่ทนน้ำขังได้ดี อีกทั้งสภาพดินของที่นี่จะมีแคลเซียมสูง เนื่องจากอยู่ไม่ไกลจากทะเล ทำให้เมื่อมีการปลูกส้มโอจะได้รสชาติส้มโอที่มีความเฉพาะไม่เหมือนใคร คือ รสหวานนุ่ม ด้านคุณลักษณะเฉพาะของส้มโ
ไทยเจ๋ง! ผุดนวัตกรรมน้ำยาฆ่าไวรัสโควิด-19 สูตรไร้แอลกอฮอล์ ออกฤทธิ์นาน 24 ชม. เมื่อวันที่ 6 มี.ค. ที่อาคารกลุ่มนวัตกรรม 2 อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย มีการแถลงข่าวเปิดตัวผลิตภัณฑ์นวัตกรรมน้ำยาฆ่าเชื้อไวรัส สูตรปราศจากแอลกอฮอล์เพื่อป้องกันการแพร่ระบาด โดย บริษัท เลกาซี่ ไพร์ม เมด และ บริษัท เอวีเอส อินโนเวชั่น ภายใต้อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย ได้ร่วมกันพัฒนาสูตรน้ำยาฆ่าเชื้อไวรัสภายใต้เทคโนโลยี “i-Sol+ Tech” ที่ปราศจากแอลกอฮอล์ ออกฤทธิ์ปกป้องพื้นผิวนานถึง 24 ชม. เพื่อเป็นอีกทางเลือกของคำตอบในการกำจัดไวรัสชนิดต่างๆ รวมถึงโคโรนาไวรัส ได้ถึง 99% โดย รศ.ดร.นพ.กำพล ศรีวัฒนกุล ประธานกรรมการและผู้ก่อตั้งบริษัท เอวีเอส อินโนเวชั่น จำกัด ภายใต้อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย กล่าวว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 หรือโควิด-19 ที่ได้มีการแพร่กระจายไปทั่วโลกและเริ่มทวีความรุนแรงมากขึ้น เพื่อเป็นการควบคุมการระบาดและเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ในอนาคต รวมทั้งลดความตื่นตระหนกของประชาชน จำเป็นต้องมีนวัตกรรมเข้ามาช่วยในการควบคุมการแพร่ระบาดของไวรัสและเชื้อโรคชนิดต่างๆ ไม่ให้กระจ
เจ้าสัวซีพี ทุ่ม 100 ล้าน เร่งสร้างโรงงานผลิตหน้ากากอนามัยแจกฟรี ข่าวจากเว็บไซต์ CP-E News เปิดเผยเมื่อวันที่ 5 มี.ค.ว่า ในสถานการณ์วิกฤต คนไทยไม่ทิ้งกัน ล่าสุด นายธนินท์ เจียรวนนท์ ประธานอาวุโส บริษัท เครือเจริญโภคภัณฑ์ จำกัด ประกาศทุ่มเงินกว่า 100 ล้านบาท หวังบรรเทาปัญหาหน้ากากอนามัยขาดแคลน ทั้งนี้ นายธนินท์ เจียรวนนท์ เปิดเผยว่า จากสถานการณ์แพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ หรือโควิด-19 ส่งผลให้เกิดภาวะขาดแคลนหน้ากากอนามัยอย่างหนัก ในการนี้เครือเจริญโภคภัณฑ์ยึดประโยชน์เพื่อประเทศชาติ เพื่อประชาชน โดยเฉพาะวิกฤตโรคระบาดครั้งนี้เกิดในประเทศไทย ถือเป็นหน้าที่ของเครือซีพีในการทำเพื่อคนไทย จึงได้ตัดสินใจนำเงินจำนวนประมาณ 100 ล้านบาทเร่งสร้างโรงงานผลิตหน้ากากอนามัยเพื่อแจกจ่ายฟรีแก่บุคลากรทางการแพทย์ในโรงพยาบาลที่มีความจำเป็นและประชาชนทั่วไปที่ขาดโอกาสในการเข้าถึง ในช่วงเวลาวิกฤตที่คนไทยขาดแคลนหน้ากากอนามัย โดยจะใช้ศักยภาพของเครือข่ายการลงทุนที่มีอยู่ทั่วโลก จัดหาเครื่องจักร และวัตถุดิบที่ได้มาตรฐานสุขอนามัย สามารถใช้ในการป้องกันเชื้อโรคโดยเฉพาะเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ หรือโคว
อยู่เมืองไหนอยากตามไป…! ชุมชน “ผีน้อย” ระอุ ชวนไล่ล่าสาวโพสต์คลิปด่ากราด “ผีน้อย” – จากกรณีคลิปฮอต แชร์กันทั่วบ้านทั่วเมือง ที่สาวไทยรายหนึ่งออกมาโพสต์ด่ากราด “เป็นผีน้อยแล้วหนักหัวใคร” และขอหนีไวรัสโควิด-19 จากประเทศเกาหลีใต้ กลับมายังบ้านเกิดนั้น ล่าสุด มีรายงานข่าวจากชุมชนคนไทยในประเทศเกาหลีใต้ ซึ่งมีทั้งผู้ที่เดินทางไปทำงานอย่างถูกกฎหมาย และหนีเข้าเมืองผิดกฎหมายหรือที่เรียกกันว่า “ผีน้อย” ว่า กำลังเกิดกระแสความไม่พอใจอย่างกว้างขวาง เกี่ยวกับพฤติกรรมการโพสต์ของหญิงสาวคนดังกล่าว ทั้งยังมีการระบุว่า ไม่ใช่ “ผีน้อย” ทุกตัว ที่ต้องการให้รัฐบาลไทยเข้ามาช่วยเหลือ “ในไลน์กลุ่ม คนไทยที่ทำงานในเกาหลี กำลังพากันต่อว่า ผีน้อย ที่ออกมาโพสต์คลิป เพราะการไปพูดแบบนั้น คนที่เกลียดอยู่แล้ว ยิ่งจะเกลียดผีน้อยเข้าไปอีก บางคนถึงกับถามไถ่ นางอยู่เมืองไหน จะพากันไปไล่กระทืบ” รายงานข่าว ระบุ ก่อนบอกด้วยว่า เมืองที่ “ผีน้อย” ของไทย นิยมไปทำงาน คือ เมืองซูวอน กับ เมืองอันซาน ซึ่งอยู่ใกล้กับกรุงโซล และค่อนข้างห่างจากเมืองแทกู-คยองซัง ที่กำลังมีการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ส่วนงานที่ “ผีน้อย”
จราจรคลี่คลาย แมสก์ปัจจัยที่ห้า : โควิด-19 จุดเปลี่ยนสังคมมนุษย์!?! กลัวจะตายอยู่แล้ว…โควิด-19 แล้วไงต่อดี!! รับรู้ข่าวโรคอุบัติใหม่ ชื่อน่ารักมาก “โควิด-19” แต่ไม่ยักจะน่ารัก สุดแสนจะร้ายกาจ ติดง่ายเหมือนหวัด แต่ทำร้ายปอดจนถึงตายได้ โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยงคนอายุเยอะ หรือมีโรคประจำตัว ตะแรกก็แค่ช็อก ตกใจ ตามอ่านข่าว ตั้งอกตั้งใจศึกษา ยิ่งรู้ ยิ่งเห็นข่าวการแพร่ระบาดแบบรวดเร็ว จากตัวเลขคนติดเชื้อเป็นร้อย ขยับเป็นพันแค่ไม่กี่วัน จนในที่สุดแตะหลักหมื่น ใกล้ๆ จะเป็นแสนอยู่รอมร่อ จำนวนผู้เสียชีวิตจากเชื้อไวรัสโคโรนา สายพันธุ์ใหม่นี้ ปาเข้าไป 3,000 กว่าคนแล้ว จากจีนเมืองเดียว ลามระบาดไปถ้วนทั่ว แทบจะทุกทวีป เฉียด 100 ประเทศแล้ว ยิ่งเสพข่าวก็ยิ่งกลัว ความกลัวแผ่ซ่านไปทั้งสังคม กลัวเชื้อโรคจนเลิกไปเที่ยวต่างประเทศ ทั้งที่ช่วงต้นปี หนาวเริ่มคลาย เข้าสู่ฤดูใบไม้ผลิ ดอกไม้สวย ซากุระยอดฮิตของญี่ปุ่น ปีนี้คงบานแบบไร้คนดูเป็นครั้งแรก อยู่แต่เมืองไทย ก็ยังไม่เลิกกลัว วิ่งวุ่นหาซื้อหน้ากากอนามัย เจลแอลกอฮอล์ จนสินค้า (รัฐบอก) ไม่ขาดตลาด แต่หาซื้อกันไม่ได้ ยิ่งกลัวสุดๆ เมื่อเห็นข่าวแก๊งขา
“หากินยากเหลือเกิน” เสียงครวญจากบางแสน! “ลุงตู่” ออกเถอะ เศรษฐกิจจะได้ดีขึ้น วันหยุดสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา มีโอกาสเดินทางไปเปิดสมองหย่อนใจริมชายหาดบางแสน จังหวัดชลบุรี เห็นคนไทยเที่ยวเมืองไทยกันหนาตาพอสมควร นึกดีใจแทนคนทำมาค้าขาย ระหว่างชมวิวทิวทัศน์เพลินๆ เห็น “หมอนวด” เดินมาเสนอบริการให้ถึงเก้าอี้ชายหาด เลยอุดหนุนเสียหน่อย ถามไถ่ถึงค่าเหนื่อย เธอบอก ชั่วโมงละ 200 บาท เท่านั้น เห็นตั้งอกตั้งใจนวดด้วยท่าทางแข็งขัน จึงชวนคุยไปพลางเพื่อให้ผ่อนคลายกันทั้งสองฝ่าย เริ่มต้นถามถึงพื้นเพ เธอบอก ปัจจุบันอายุสี่สิบเศษ พื้นเพเป็นคนภาคอีสาน แต่งงานอยู่กินกับสามีจนมีลูกด้วยกันสองคน สมัยยังใช้ชีวิตคู่ เคยทำธุรกิจรับเหมาตกแต่งภายใน อยู่ที่กรุงเทพฯ กระทั่งราว 14 ปี ก่อนหน้านี้ มีเหตุอันเลิกราแยกทาง จึงต้องเลี้ยงลูกเองในฐานะแม่เลี้ยงเดี่ยว ส่งเสียให้ลูกเรียนจบแค่ ม.3 เพราะหาคนเดียวไม่ไหว นวดไป-คุยไป ต่อว่า เมื่อต้องเลี้ยงตัวเองและส่งเสียลูก เธอจึงไปฝึกอาชีพ “หมอนวด” กับกรมฝีมือพัฒนาอาชีพที่บ้านเกิด ก่อนญาติที่มาอยู่บางแสนก่อนแล้ว พามาทำงานด้วยกันตั้งแต่ 12 ปีที่แล้ว ตอนนั้นเทศบาลยังไม่มีการออกบัตรให้ แต่ต
โควิด-19 ลามไม่หยุด! ร้านอาหารดัง ยันนำเข้า “แซลมอน” จากนอร์เวย์ ไม่ใช่ญี่ปุ่น “แซลมอน” จากนอร์เวย์ – ยังไม่มีทีท่าจะหาจุดสงบลงได้ง่ายๆ สำหรับการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา แถมล่าสุดยังแพร่กระจายความเดือดร้อนกันไปถ้วนหน้าทุกวงการ ไม่เว้นแม้แต่ร้านอาหารญี่ปุ่นชื่อดัง อย่าง เครือเท็นโจ ที่ต้องชี้แจงผ่านโซเชียลมีเดียเมื่อไม่กี่วันก่อนนี้ว่า “เนื่องด้วยสถานการณ์โรคระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา (COVID–19) TEN GROUP ได้ให้ความสำคัญของสถานการณ์ดังกล่าว ทางบริษัทได้ติดตามและควบคุมความปลอดภัย และมาชี้แจงยืนยัน แซลมอนของเรานำเข้าจากประเทศนอร์เวย์ ส่วนวัตถุดิบทั้งร้านเราคัดสรรมาเป็นอย่างดีด้วยวิธีการผลิต ขนส่งและการจัดเก็บของทางร้านมีมาตรฐานและปลอดภัย รวมถึงทางบริษัทยังมีมาตรการการปฏิบัติอย่างเข้มงวด ให้พนักงานทุกคนสวมหน้ากากอนามัย หมั่นล้างมือและเช็ดด้วยแอลกอฮอล์ ทำความสะอาดฆ่าเชื้อทุกจดอยู่เสมอ ขอให้ลูกค้าอิ่มจุกๆ ไม่ต้องกังวล หายห่วงได้เลยค่ะ” อ่านบทความที่เกี่ยวข้องโควิด-19 นอกจากนี้ ยังมีการระบุถึง มาตรการดูแล ป้องกันการปนเปื้อนและลดโอกาสในการแพร่เชื้อ สำหรับพนักงานและลูกค้าทุกท่านที่มาทานอาหาร
“ขนมจีนโคตรผัก” ร้านอาหารในฝัน ของสาวออฟฟิศถูกเลิกจ้างวัยกลางคน ยุคเศรษฐกิจย่ำแย่ หลายบริษัท-ห้างร้าน ต่างออกมาตรการประหยัดกันสารพัด “การยุบแผนก” เพื่อลดจำนวนพนักงาน คือ วิธีการลดต้นทุน ที่ไม่มีใครอยากเห็น แต่เมื่อถึงคราวจำเป็นคงหลีกเลี่ยงไม่ได้ หากใครโดน “แจ๊กพ็อต” ย่อมต้องดิ้นรนมองทางเลือกเพื่อหาทางรอดกันไป ตามกำลังและความสามารถที่มีอยู่เป็นทุนดั้งเดิม ย้อนกลับไปเมื่อราวปี 2558 คุณเอีย-อารีย์ เพ็งสุทธิ์ คือ “มนุษย์ออฟฟิศ” วัย 40 ปลายๆ ที่มีอันต้องถูกเลิกจ้างจากตำแหน่งผู้บริหาร ระดับผู้ช่วยผู้อำนวยการแผนกคอร์ปอเรต มาร์เก็ตติ้ง ของบริษัทประกันในเครือธนาคารใหญ่แห่งหนึ่ง ซึ่งช่วงเวลานั้น เธอมีรายรับเป็นเงินเดือนประจำถึงหลักแสนบาทเลยทีเดียว “ตอนออกมาได้ทุนมาก้อนหนึ่ง น้องๆ ที่อายุยังน้อยพากันไปหางานใหม่ ส่วนตัวเองอายุขนาดนี้ ฐานเงินเดือนเท่านี้ หางานใหม่คงลำบาก แม้จะไปสมัครงานใหม่ไว้ แต่เริ่มคิดอยากทำธุรกิจของตัวเองแล้ว” คุณเอีย เริ่มต้นบทสนทนา ด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม เป็นกันเอง ก่อนเล่าต่อ ช่วงแรกยังไม่รู้จะเริ่มต้นอาชีพอิสระในแบบของตัวเองอย่างไรดี แต่ด้วยความที่มีฝีมือทำอาหาร เลยตั้งใจจะทำ “
