ทำไรรวย
“น้ำประปาเค็ม” ภัยใกล้ตัว! ป่วยเบาหวาน ความดัน เสี่ยงสุด แนะกินผักผลไม้ฉ่ำน้ำ นพ.กฤษดา ศิรามพุช ผู้อำนวยการศูนย์เวชศาสตร์อายุรวัฒน์ชะลอวัย กล่าวว่า น้ำที่มองดูใสแจ๋ว อย่าเพิ่งคิดว่าปลอดภัย เพราะในน้ำนั้นมีสิ่งที่มองไม่เห็นอยู่มาก นอกจากเชื้อจุลินทรีย์แล้วยังมีแร่ธาตุที่ได้รับมากเกินไปแล้วไม่ดี เช่น “โซเดียม” หรือเกลือที่เค็มจัด ซึ่งตามธรรมเนียมน้ำดื่มที่ดีไม่ควรมีโซเดียมเกินค่ามาตรฐาน ถ้าดื่มแล้วรู้สึกเค็มกร่อยๆ ในคอก็ขอให้คิดถึงธาตุโซเดียมตัวนี้ คนที่ป่วยโรคความดันสูง หัวใจ และ ไต ไม่ควรดื่มน้ำที่เจือด้วยโซเดียม เพราะทำให้เพิ่มความเสี่ยงโรคกำเริบขึ้น อย่างไรก็ดี ถ้าเราห่วงเรื่องการดื่มน้ำเปล่าในทุกวันนี้ ก็ยังมีทางเลือกนอกจากซื้อน้ำดื่มบรรจุขวด นั่นคือ การรับประทานอาหารที่อุดมด้วยน้ำ ซึ่งบางชนิดมีน้ำประกอบอยู่กว่า 90% เรียกได้ว่าราวกับเป็นอาหารที่ดื่มได้ เพราะมีน้ำประกอบอยู่เป็นส่วนใหญ่ สำหรับผัก-ผลไม้ ที่มีน้ำเป็นส่วนประกอบและมีประโยชน์มากต่อร่างกาย โดยเฉพาะช่วยบำรุงผิวชะลอวัยได้ นั้น นพ.กฤษดา บอกว่า มีหลายชนิด ได้แก่ แตงกวา เห็นผลสีเขียวยาวๆ นี้ มากกว่า 96% ของแตงกวาลูกอวบเป็นน้ำทั
#มูนคาเฟ่ชั้นต่ำ : สิ่งที่น่าสังวรสำหรับผู้ประกอบการ คือ จริยธรรมทางธุรกิจ กลายเป็นเรื่องเป็นราวใหญ่โต ขึ้นแฮชแท็กดังในทวิตเตอร์ #มูนคาเฟ่ชั้นต่ำ ไปเรียบร้อยแล้ว สำหรับกรณี “ลิซ่า” กับ ร้านมูนคาเฟ่ ที่ตลาดรถไฟ ศรีนครินทร์ ที่พอจะลำดับเหตุการณ์ได้คร่าวๆ เริ่มตั้งแต่ วันที่ 2 ม.ค.ที่ผ่านมา ลิซ่า ศิลปินชาวไทย สมาชิกเกิร์ลกรุ๊ป Blackpink แห่งประเทศเกาหลีใต้ ซึ่งปัจจุบันมีชื่อเสียงโด่งดังระดับโลก ได้ลงรูปที่ถ่ายในร้านกาแฟแห่งหนึ่ง ย่านตลาดรถไฟศรีนครินทร์ในอินสตาแกรมส่วนตัว @lalalalisa_m ที่ปัจจุบันมีผู้ติดตามมากกว่า 28 ล้านคน ต่อมา เจ้าของร้านดังกล่าว ได้นำภาพที่ลิซ่าโพสต์ในอินสตาแกรมมาใช้ในเฟซบุ๊กของตนเอง พร้อมข้อความที่กล่าวถึงในทำนองจะนำสิ่งของที่ลิซ่าสัมผัสมาขาย จากนั้นไม่นานแก๊งเพื่อนผู้ชายเจ้าของร้าน ก็พากันเขียนคอมเม้นต์สนุกปาก ที่หลายคนระบุเป็นการกระทำเข้าทำนองคุกคามทางเพศ ส่งผลให้สังคมโซเชียลและแฟนคลับ ไม่พอใจการกระทำของเจ้าของร้านและแก๊งเพื่อน จนเกิดแฮชแท็ก #มูนคาเฟ่ชั้นต่ำ หลังจากนั้นไม่นาน ทางเจ้าของร้าน ได้ออกมาโพสต์ขอโทษทางเฟซบุ๊กตนเองถึงสองครั้ง แต่นั่นก็ยังไม่ทำให้สถานก
อดีตพนักงานแบงก์ ผันตัวเป็น “นักปั้นแก้ว” ฝีมือดี งานเนี้ยบ โดนใจต่างชาติ นักปั้นแก้ว – “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” มีโอกาสได้ไปเดินตลาดแห่งหนึ่งแล้วไปเจอบู๊ธตุ๊กตาแก้วของสามีภรรยาคู่หนึ่ง สิ่งที่ดึงดูดนอกจากความสวยงามของตุ๊กตาแก้วที่วางไว้ให้เลือกซื้อ ก็เห็นจะเป็น “การสาธิตการปั้นแก้ว” ให้ดูแบบสดๆ นี่แหละ ที่ทำให้ใครต่อใครที่ผ่านมา หยุดดูได้ไม่ยาก จึงอดไม่ได้ที่จะเข้าไปพูดคุยสอบถาม ได้ความว่า คุณมิ้ง-สุนทรี อินบุญมา และคุณโจ-ไสว ชรินทร์รัมย์ วัย 50 ปี สองสามีภรรยาได้ยึดอาชีพการเป็นนักปั้นแก้วมากว่า 30 ปีแล้ว “อาชีพปั้นแก้ว เป็นอาชีพของทางครอบครัวฝั่งพี่ ก็ทำเป็นกันหมดทั้งปู่ย่าตายายพ่อแม่แล้วก็พี่ พอพี่แต่งงานพี่โจเขาก็เลยพลอยทำเป็นไปด้วย เมื่อก่อนก็ทำเป็นอาชีพเสริม คู่กับการทำงานเป็นพนักงานแบงก์ทั้งคู่ ทำมาได้ 17 ปี ทีนี้พี่โจเขาเกิดอุบัติเหตุ ทำให้ไม่สามารถทำงานหนักๆ ได้ ก็เลยต้องหันมายึดอาชีพปั้นแก้วเป็นอาชีพหลักแทน” คุณมิ้ง กล่าวอย่างนั้น เธอกล่าวเสริมอีกว่า ความรู้ทางอาชีพที่สืบทอดมาตั้งแต่สมัยปู่ย่า อย่างการเป็นนักปั้นแก้วนี้ ใช่ว่าจะไม่มีคนทำ กลับเป็นอาชีพที่คุณมิ้งเองก็
“ไม่อยากให้เลิกนิตยสารกระดาษเลย แต่เข้าใจ ทุกวันนี้ใครๆ ก็ดูแต่จากมือถือ” ยืนหยัดเคียงข้างผู้ประกอบการรายเล็ก รายย่อย ไล่ไปจนถึงระดับเอสเอ็มอี ในฐานะ “คนทำสื่อ” มายาวนานจนครบเบญจเพส เกิดเหตุจำต้องปรับปรุงเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ กล่าวคือ นิตยสาร “เส้นทางเศรษฐี” ฉบับวันที่ 1 มกราคม 2563 นี้ จะตีพิมพ์เป็นฉบับสุดท้ายแล้ว ส่วนสาเหตุสำคัญ เราๆ ท่านๆ อาจทราบกันดีอยู่แล้วว่า ปัจจุบัน “สื่อกระดาษ” อยู่ในยุค “ขาลง” แบบไม่มีทีท่าจะ “เงยหัว” ขึ้นอีกครั้งได้เมื่อไหร่ แต่ในฐานะ “คนทำสื่อ” ที่สั่งสมประสบการณ์มาพอตัว ย่อมต้องมองออก ไม่ช้าก็เร็วสถานการณ์จะต้องดำเนินมาถึงจุดนี้ ราว 3-4 ปีก่อนหน้า “เส้นทางเศรษฐี” จึงมุ่งเน้นพัฒนาเนื้อหาสาระเกี่ยวกับการสร้างรายได้ สร้างอาชีพ และสร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้ประกอบการน้อยใหญ่ ผ่านทางแพลตฟอร์มออนไลน์เต็มรูปแบบ ทั้งเว็บไซต์ www.sentangsedtee.com เพจเฟซบุ๊ก www.facebook.com/Sentangsedtee.matichon อินสตาแกรม www.instagram.com/sentangsedtee อย่างจริงจังต่อเนื่อง กระทั่งได้การตอบรับเป็นอย่างดี มีผู้อ่านติดตาม “เส้นทางเศรษฐี” ผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์แล้วกว่า 5 แสนแอ๊กเคานต
กลับตัวสู้เศรษฐกิจ! ปี 2563 น่าจะเป็นอีกหนึ่งปี ที่ต้องใช้ชีวิตไม่ประมาท หากเป็นมนุษย์ปุถุชนธรรมดาทั่วไป เชื่อว่าเมื่อชีวิตก้าวเดินข้ามปีเมื่อไหร่ หลายคนคงนั่งทบทวนตัวเองว่าตลอดปีผ่านมาเราทำอะไรดีๆ ให้กับชีวิตตัวเองบ้าง ไม่บางครั้งก็อาจตั้งคำถาม ถามตัวเองว่า…เราทำอะไรผิดพลาดไปบ้าง เพื่อจะได้นำมาปรับปรุงตัวเองในปีถัดไป โดยไม่ให้ความผิดพลาดเกิดขึ้นซ้ำอีก เพราะบางทีความผิดพลาดก็เป็นบทเรียนให้เราระวังตัวมากขึ้น ยิ่งในสภาวะเช่นนี้ด้วย หากเกิดความผิดพลาดในการบริหารจัดการกับชีวิต เผลอๆ บางทีอาจโงหัวขึ้นมาลำบาก เพราะฉะนั้น จึงต้องรักษาจังหวะในการก้าวเดินของตัวเองให้ดี ยิ่งเฉพาะกับผู้ที่ใช้ชีวิตเสี่ยงทั้งปวง เช่นเดียวกัน หากเป็นผู้ประกอบการธุรกิจทั้งหลาย โดยเฉพาะธุรกิจเอสเอ็มอีทั้งระบบ คงต้องยอมรับความจริงว่าทุกๆ มาตรการที่ภาครัฐออกมากระตุ้นเศรษฐกิจ ปรากฏว่าเม็ดเงินสะวิงกลับไปที่ผู้ประกอบการรายย่อยน้อยมาก ส่วนใหญ่ไปอยู่กับใครก็คงอย่างที่พวกเราทราบๆ กัน ฉะนั้น ทางออกของเรื่องนี้จึงต้องหันกลับมาดูที่ตัวเองว่าเราจะนำพาธุรกิจเล็กๆ ของเราพึ่งพาภาครัฐดีหรือไม่ เพราะภาครัฐเองก็ไม่ได้ช่วยเหลืออะ
5 เทรนด์ต้องรู้! ปี 2020 ผู้บริโภคปลื้มอะไร ผู้ประกอบการจะได้ปรับตัวทัน เข้าสู่ปีใหม่ 2020 แล้ว มาดูเทรนด์ร้อนที่ต้องจับตามองในปีนี้ จะได้รู้ว่าผู้บริโภคกำลังสนใจอะไร สินค้าและบริการที่ตอบโจทย์ควรไปในทิศทางไหน เว็บไซต์เทรนด์วอตชิ่งดอตคอม ระบุว่า ปี 2020 มี 5 เทรนด์ที่มาแรง เริ่มจาก รักษ์โลกเข้มข้นขึ้นอีกขั้น โดยเปลี่ยนจากการเป็นแค่ทางเลือกที่จะใส่ใจสิ่งแวดล้อม ไปเป็นการนำเสนอผลิตภัณฑ์ บริการ และประสบการณ์ที่ช่วยให้ผู้บริโภคหลายล้านคนไม่ต้องรู้สึกละอายกับการมีส่วนทำร้ายโลก (eco-shame) เพราะทุกวันนี้การบริโภคที่คำนึงถึงโลกเป็นสิ่งที่เข้าถึงได้ง่ายและแพร่หลายขึ้นมาก เมื่อเทียบกับสมัยก่อนที่มักหายากและราคาแพง ยกตัวอย่าง รองเท้า “อาดิดาส” ที่จับมือกับองค์กร “พาร์ลีย์ ฟอร์ ดิ โอเชียนส์” ผลิตรองเท้ากีฬารุ่นลิมิเต็ดเอดิชั่น ที่ทำจากพลาสติกรีไซเคิล แรกๆ ก็มีแค่ 50 คู่ ก่อนจะผลิตเพิ่มเป็น 11 ล้านคู่ในปีที่แล้ว นั่นทำให้การเข้าร่วมกระแสรักษ์โลกไม่เพียงพออีกต่อไปแล้ว แต่แบรนด์จะต้องช่วยเตือนผู้บริโภคให้รู้สึกละอายที่จะทำร้ายโลก สายการบิน KLM ของเนเธอร์แลนด์ เป็นตัวอย่างของเทรนด์นี้ ผ่านแคมเปญบินอย
“ผ้ามัดย้อมสีธรรมชาติ” นับเป็น “ของดี” ของไทย ที่ปรากฏอยู่ในหลายท้องถิ่น เป็นข่าวฮือฮากันไปเมื่อไม่กี่วันก่อน เมื่อกลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์ ในฐานะเจ้าของสโมสรฟุตบอลเลสเตอร์ ซิตี้ ได้จัดทำสินค้า Ready-to-wear รุ่น Limited Edition ของสโมสรเลสเตอร์ ซิตี้ ประจำปี 2563 เป็นคอลเลกชั่นผ้ามัดย้อม จากภูมิปัญญาหมู่บ้านคีรีวง ต. กำโลน อ. ลานสกา จ. นครศรีธรรมราช สร้างความภาคภูมิใจ ให้ชาวไทยจำนวนมาก เมื่อเห็นนักเตะของสโมสรดังกล่าว สวมใส่เสื้อแจ็คเก็ตผ้ามัดย้อมคีรีวง เดินเข้าสู่สนามแข่งขัน “เราตั้งใจผลิตคอลเลกชั่นพิเศษจากฝีมือคนไทยทุกปี หมุนเวียนเปลี่ยนชุมชนไปตามภาคต่างๆ เพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์ดีไซน์ใหม่ๆ น่าสะสม โดยเข้ามาสนับสนุนชาวบ้านในเรื่องของการผลิตตั้งแต่ต้นน้ำยันปลายน้ำ ช่วยกันคิด ช่วยกันออกแบบ พัฒนาสินค้าให้ตรงใจผู้บริโภค และตอบโจทย์กับตลาดต่างประเทศ เพื่อสานต่อเจตนารมณ์ในการช่วยเหลือชุมชนให้สามารถสร้างอาชีพได้อย่างยั่งยืนจากความถนัดของตัวเอง” คุณอัยยวัฒน์ ศรีวัฒนประภา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์ และประธานสโมสรฟุตบอลเลสเตอร์ ซิตี้ ระบุอย่างนั้น สำหรับ “ผ้ามัดย้อมสีธรรมชาต
สีสันเทศกาลของขวัญ! กระเช้าผลไม้นอก-ผักสลัดเพื่อสุขภาพ ยังมาแรง เมื่อวันที่ 29 ธ.ค. ที่บริเวณตลาดบองมาร์เช่ ย่านประชาชื่น เขตจตุจักร ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศซื้อขายช่วงเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ 2563 ปรากฏภาพทั่วไปผู้คนบางตากว่าวันหยุดนักขัตฤกษ์ตามปกติ แต่บรรดาพ่อค้าแม่ขาย โดยเฉพาะโซนผลไม้ ก็พยายามนำเสนอสินค้าหน้าแผงตัวเองกันอย่างเต็มที่ เมื่อสำรวจราคาขายแต่ละกระเช้า พบว่ามีตั้งแต่หลักร้อยไล่ไปจนถึงหลายพัน สำหรับผลไม้ที่ได้รับความนิยมจากลูกค้าในตลาดแห่งนี้ ส่วนใหญ่มักเป็นผลไม้จากต่างประเทศ เช่น องุ่นญี่ปุ่น เชอรี่อเมริกา กีวีนิวซีแลนด์ เป็นต้น สำรวจอีกโซนที่มีลูกค้าให้ความสนใจไม่น้อยเหมือนกัน เห็นจะเป็นร้านขายผักสดเพื่อสุขภาพ ที่ใช้เทคนิคการจัดผักเรียงในกระเช้า ออกมาตั้งเรียงเรียกความสนใจ ถามไถ่ราคาพบอยู่ที่ประมาณหลักร้อยปลายๆ หากใครสนใจสามารถโทรศัพท์มาสั่งและให้จักรยานยนต์ไปส่งได้ถึงที่
พร้อมแล้ว! “กัญชา” ปลูกเอง ปรุงเอง ให้เป็น “ของขวัญปีใหม่” ผู้ป่วยทั่วประเทศ เมื่อเร็วๆนี้ ที่ รพ.เจ้าพระยาอภัยภูเบศร จังหวัดปราจีนบุรี นพ.สุเทพ เพชรมาก ผู้ตรวจราชการ กระทรวงสาธารณสุข เขต 6 เดินทางมาตรวจเยี่ยมและดูงานกัญชาทางการแพทย์ โดยมี นพ.นำพล แดนพิพัฒน์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลฯ ให้การต้อนรับ พร้อมบรรยายสรุปผลการดำเนินงาน ว่า รพ.เจ้าพระยาอภัยภูเบศรเปิดให้บริการ “คลินิกกัญชาทางการแพทย์” มาตั้งแต่วันที่ 24 มิ.ย.ที่ผ่านมา โดยช่วงแรกเปิดให้บริการเดือนละ 2 ครั้ง และได้เปิดให้บริการ จันทร์-ศุกร์ เว้นวันหยุดราชการ เริ่มตั้งแต่วันที่ 19 ธันวาคม เป็นต้น และจะเปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่มกราคม 2563 เป็นต้นไป นพ.อำพล กล่าวต่อว่า “คลินิกกัญชาทางการแพทย์” จ่ายยาตำรับแพทย์แผนไทยที่มีกัญชาปรุงผสม 16 ตำรับ โดยเน้นการดูแลแบบองค์รวม ทั้งนี้ จากการเปิดคลินิกกัญชาที่ผ่านมา พบว่า ยาศุขไสยาศน์ ช่วยให้ผู้ป่วยนอนหลับได้จริง ในกรณีที่ใช้ยานอนหลับอื่นมาแล้วไม่ได้ผล และยังพบว่า ยายังช่วยเรื่องคุณภาพชีวิตอื่นๆ ดีขึ้นด้วย ด้าน ภญ.ดร.สุภาภรณ์ ปิติพร ผู้ช่วยผู้อำนวยการด้านการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก รพ.เจ้
สมเด็จพระสังฆราช ประทานพระคติธรรม สำหรับความสุขปีใหม่ เนื่องในอภิลักขิตสมัยขึ้นปีใหม่ พุทธศักราช ๒๕๖๓ เจ้าพระคุณ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก โปรดประทานพระรูป พร้อมลายพระหัตถ์เชิญพุทธศาสนสุภาษิต ว่า “โมกฺโข กลฺยาณิยา สาธุ เปล่งวาจางาม ยังประโยชน์ให้สำเร็จ” เป็นพระคติธรรม ประทานพรสำหรับความสุขปีใหม่ พุทธศักราช ๒๕๖๓ ที่มา : สำนักงานเลขานุการสมเด็จพระสังฆราช
