ทุเรียน
สมาชิกเฟซบุ๊ก “พิพัฒน์ ทองก้อน” โพสต์ภาพลงในเพจ “YouLike (คลิปเด็ด)” พร้อมข้อความว่า “#เอาแค่ติดใจ” โดยเป็นภาพของทุเรียนที่เพิ่งซื้อมา แต่พอแกะออกมากลับทำจนแทบช็อก เพราะเนื้อทุเรียนมีนิดเดียว ต่อให้กินหมดทั้งลูกก็คงไม่อิ่ม ทำเอาเจ้าตัวเซ็ง ขณะเดียวกันก็มีชาวเน็ตเข้ามาแซวต่างๆ นานา ทั้งถามว่า เจอทุเรียนเน่ากับเจอแบบนี้อย่างไหนดีกว่ากัน
จากกรณีผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ PareryAustin-n ได้โพสต์ภาพและคลิปวิดีโอ พร้อมข้อความว่า “เถียงไม่ทัน จุกไม่ใช่อะไรหรอก ไม่อยากได้เงินคืน แต่พอเกิดเรื่องปากต่อปากพูดให้ฟัง หลายรายแล้วที่โดน ฝากแชร์ด้วยนะคะ” โดยคลิปดังกล่าวเป็นเหตุการณ์โต้เถียงระหว่างแม่ค้าขายทุเรียนบริเวณริมถนนหน้าห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง ซึ่งผู้ซื้อได้เลือกทุเรียนเอง ขณะที่แม่ค้าก็บอกให้เอาอีกลูกเพราะราคาไม่ต่างกัน แต่ผู้ซื้อยืนยันจะเอาลูกดังกล่าว เมื่อนำไปผ่าด้วยตัวเองก็พบว่าทุเรียนเน่าจึงได้นำมาคืนพร้อมขอเงินคืนด้วย แต่แม่ค้ายืนยันว่าไม่ใช่ทุเรียนเน่าเพราะมันแค่สุกงอม ก่อนจะมีการท้าทายให้แม่ค้าชิมดู หลังจากนั้น ผู้ซื้อได้ระบุว่าจะนำทุเรียนไปที่สถานีตำรวจ โดยแม่ค้าไม่ได้เกรงกลัวและจะรอขอความเป็นธรรมกับตำรวจเช่นเดียวกัน อย่างไรก็ตาม หลังจากคลิปดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกไป ทำให้ผู้ที่พบเห็นโพสต์ดังกล่าวได้เข้ามาวิพากษ์วิจารณ์เป็นจำนวนมาก โดยส่วนใหญ่ตำหนิพฤติกรรมไม่เหมาะสมของร้านค้าดังกล่าว ทั้งเรื่องป้ายระบุสินค้าและราคาไม่ชัดเจน โดยป้ายระบุว่าทุเรียนหมอนทองหวานมันรับประกันเนื้อ แต่ผู้ซื้อดังกล่าวกลับได้ทุเรียนพันธุ์ชะนี กระทั่งเมื่
วันที่ 18 เม.ย. น.ส.เพ็ญนภา หัสรังค์ หัวหน้าสำนักงานสภาเกษตรกร จ.จันทบุรี พร้อมด้วย นายสุนทร สันติมิตร นายกเทศมนตรีตำบลตกพรม ตลอดจนผู้นำชุมชน ลงพื้นที่เข้าสำรวจความเสียหายจากเหตุการณ์พายุฤดูร้อนพัดถล่มสวนผลไม้ ในพื้นที่ ม.1 ม.4 และ ม.9 ต.ตกพรม อ.ขลุง จ.จันทบุรี โดยเฉพาะสวนทุเรียน มีต้นทุเรียนหมอนทองอายุกว่า 30 ปี แต่ละต้นสามารถให้ผลผลิตได้ ต้นละกว่า 40,000 บาทต่อปี ถูกแรงลมพัดต้นหักโค่นระเนระนาดผลผลิตร่วงหล่นเสียหายโดยรวมเบื้องต้นกว่า 160 ตัน คิดเป็นค่าเสียหายกว่า 12 ล้านบาท จากการตรวจสอบพบมีผลผลิตทุเรียนพันธุ์หมอนทองและก้านยาว ที่กำลังจะเก็บเกี่ยวถูกลมพัดร่วงหล่นกระจายเกลื่อน ความเสียหายครอบคลุมพื้นที่กว่า 370 ไร่ ใน 3 หมู่บ้าน จากการรวบรวมข้อมูลความเสียหาย จากหลายตำบล คิดเป็นน้ำหนักรวมกว่า 160 ตัน โดยมีเกษตรกรที่ได้รับความเดือดร้อนจำนวน 37 ครัวเรือน และยังรวมไปถึงสิ่งก่อสร้างบ้านพักอาศัยเสียหาย จำนวน 3 หลัง ค่าความเสียหายเบื้องต้นมากกว่า 12,000,000 บาท ขณะที่เกษตรกรชาวสวนบางราย ถูกลมพายุพัดกระหน่ำเสียหายไปก่อนหน้านี้ ยังถูกผู้ประกอบการโรงงานทุเรียนทอดกดราคาลง เหลือเพียงกิโลกรัมละไม่ถ
นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.พาณิชย์ เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี นอกสถานที่ (ครม.สัญจร) เห็นชอบหลักการแผนการส่งเสริมให้ จ.จันทบุรี และจังหวัดใกล้เคียงเป็นมหานครผลไม้ของโลก เนื่องจากเป็นพื้นที่ปลูกผลไม้ที่สำคัญหลายชนิดของประเทศ รวมทั้ง ครม. ยังมีมติให้ตั้งคณะกรรมการขับเคลื่อนขึ้นมารับผิดชอบโครงการ เบื้องต้นจะนำร่องผลไม้จำนวน 3 ชนิด คือ ทุเรียน ลำไย และมังคุด ตั้งเป้าให้ไทยเป็นผู้นำการผลิต ผู้ค้าและผู้ส่งออกผลไม้ของโลก โดยมีกลยุทธ์ที่สำคัญคือ มุ่งเน้นการสร้างแบรนด์ไทยแลนด์เป็นของตัวเอง โดยจะนำร่องกับทุเรียน โดยบริษัท เอสซีจี จะเปิดตัวแบรนด์ทุเรียนแบรนด์ไทยรายแรกของไทย ในเดือนเม.ย.นี้, เร่งส่งเสริมการแปรรูปผลไม้เพื่อเพิ่มมูลค่า ในรูปแบบใหม่ เช่น การนำลำไยมาทอดในระบบสุญญกาศ, การนำนวัตกรรมมาใช้เช่นการทำผลิตภัณฑ์ลำไยไซรัป ซึ่งเป็นสินค้าเพื่อสุขภาพ ด้านการตลาด “หากไทยเป็นมหานครผลไม้ของโลก ไทยจะเป็นผู้กำหนดราคาผลไม้ในตลาดโลก และจะสามารถยกระดับราคาผลไม้ในประเทศให้เพิ่มสูงขึ้นได้ สามารถแก้ไขปัญหาผลผลิตผลไม้ตกต่ำได้ด้วย” นอกจากนี้ ยังจะประสานกับกระทรวงอุตสาหกรรมในการเชื่อมโยงการซื้อขายและส่งอ
มีผู้คนจำนวนไม่มากนักที่จะรู้ว่า จังหวัดแพร่ มีการปลูกทุรียนกันในหลายพื้นที่ ทั้งที่ อำเภอเมือง เด่นชัย ลอง และวังชิ้น ที่อำเภอวังชิ้น มีสวนทุเรียนของ ลุงสงบ ธรรมณี ที่ผู้เขียนได้โทรศัพท์นัดแนะกันล่วงหน้าเพื่อขอเข้าไปดูสวนทุเรียน ซึ่งเป็นที่โด่งดังอยู่ในโลกโซเชียล ช่วงเดือนมิถุนายน 2560 ที่ผ่านไป หากท่านจะเดินทางไปที่สวนทุเรียนของลุงสงบ เริ่มจากอำเภอเมือง จังหวัดแพร่ ด้วยรถยนต์ไปตามทางหลวงหมายเลข 1023 ถึงสี่แยกแม่แขม ขับรถตรงไปทางอำเภอวังชิ้น จนถึงหลักกิโลเมตรที่ 70 อีกเส้นทางหนึ่งผ่านอำเภอเด่นชัย เข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 11 เด่นชัย-ลำปาง ถึงสี่แยกแม่แขม เลี้ยวซ้าย ถึงหลักกิโลเมตรที่ 70 ด้านซ้ายมือจะเห็นแผงขายผลไม้ นั่นแหละสวนทุเรียนของลุงสงบ ลุงสงบ ธรรมณี และรางวัลที่ได้รับ ลุงสงบ ได้พาผู้เขียนเดินชมบริเวณสวน แปลงไม้ผลแปลงที่หนึ่ง เนื้อที่ 6 ไร่ และแปลงที่สอง เนื้อที่ 10 ไร่ แล้วจึงจะเริ่มสนทนาซักถามในเรื่องต่างๆ โดยเฉพาะเรื่องชื่อเสียงของทุเรียนที่ไปคว้ารางวัล จากงาน Best Fruit Export Gateway 2017 ที่สวนนงนุช พัทยา ทำความรู้จัก ลุงสงบ ธรรมณี ลุงสงบ ปัจจุบัน อายุ 63 ปี อยู่บ้านเลข
คุณยวน สกุลวา หรือ ลุงยวน บ้านเลขที่ 72 หมู่ที่ 9 ตำบลซับเปิบ อำเภอวังโป่ง จังหวัดเพชรบูรณ์ โทร. (063) 803-2137 ปลูกทุเรียนมานานกว่า 15 ปี ในพื้นที่อำเภอวังโป่งแห่งนี้ เป็นเกษตรกรรายแรกในพื้นที่ที่ปลูกทุเรียนและเงาะ ซึ่งถือว่าเป็นพืชต่างถิ่น เป็นพืชชนิดใหม่ในพื้นที่ที่ไม่มีใครเคยปลูกมาก่อน ลุงยวน เล่าว่า ในตอนนั้นก็ยังไม่แน่ใจเหมือนกันว่าการนำทุเรียนและเงาะมาปลูกจะสามารถออกดอกติดผลหรือไม่ แต่ตนเองชอบการทำสวนจึงหาพันธุ์ทุเรียนและเงาะมาปลูก อย่างทุเรียนก็จะเน้นปลูกทุเรียนพันธุ์หมอนทองเป็นหลัก และก็มีทุเรียนพันธุ์ก้านยาว ชะนี หลงลับแลบ้าง ตามที่จะหาซื้อพันธุ์มาได้ ในตอนนั้นคนที่ทราบว่าตนเองปลูกทุเรียน แน่นอนหลายคนคิดว่าตนเองถ้าจะบ้า แต่หลังจากปลูกไว้เพียง 4-5 ปี ต้นทุเรียนก็มีการเจริญเติบโตเป็นอย่างดี เริ่มออกดอกติดผลมาให้เห็น ก็สร้างความดีใจให้กับตนเองเป็นอย่างมาก คุณยวน สกุลวา เจ้าของสวนทุเรียนที่ปลูกเป็นรายแรก ที่ อ.วังโป่ง จ.เพชรบูรณ์ “ต้นทุเรียนเริ่มทยอยออกดอกติดผลมากขึ้นในแต่ละปี ซึ่งผลผลิตที่เก็บได้ถูกสั่งจองและขายแค่ในพื้นที่ก็หมดแล้ว ไม่ได้ออกไปขายที่ไหนเลย ซึ่งเป็นมาอย่างนี้นานน
เรียกได้ว่าปีนี้ นาทีนี้ เป็นนาทีทองของราชาผลไม้ “ทุเรียน” อย่างแท้จริง เพราะดังมาตั้งแต่เกิดกระแสความตะมุตะมิของหน้ากากทุเรียน จากรายการดัง และยังดังต่อเนื่องไม่มีหยุด เพราะไปสวนทุเรียนสวนไหนๆ ก็มีการสั่งจองกันล่วงหน้า หรือพ่อค้าแม่ค้ารถเข็นที่นำเอาทุเรียนมาปอกขายก็ขายเกลี้ยงหมดทุกวัน จึงมีสารพัดไอเดียสร้างสรรค์เกี่ยวกับทุเรียนออกมาไม่น้อยกันเลยทีเดียว เช่นเดียวกับอาจารย์สอนทำอาหาร คุณเชิญพร จันทรสนาม หรือ คุณออม วัย 32 ปี ที่เป็นเจ้าของร้านออมออม อาหารจีน พิกัดจังหวัดอุดรธานีด้วย ซึ่งเป็นร้านที่กำลังโด่งดัง มีการแชร์กันมากอยู่ในกระแสโซเชียลตอนนี้ เพราะที่ร้านมีไอเดียซาลาเปากิ๊บเก๋ คือ “ซาลาเปาทุเรียน” ร้านออมออม อาหารจีน เริ่มเปิดร้านมาตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา ก็ขายได้เรื่อยๆ เพราะเราเป็นร้านอาหารเล็กๆ มีที่นั่ง 7 โต๊ะเท่านั้น แต่เพราะเป็นอาจารย์สอนทำอาหารอยู่ที่มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี ที่ร้านจึงมีเมนูอาหารใหม่ ออกมาทุกเดือน เป็นไอเดียให้ที่ร้านมีความแปลกใหม่ แต่ช่วงเดือนมิถุนายน ประมาณ 3 สัปดาห์ที่ผ่านมานี้ ไอเดียซาลาเปาทุเรียน โด่งดังมาก โดยเฉพาะช่วงสองสามวันมานี้ ต้องปั้
ครอบครัวของ คุณมะโนทยาน พรมกอง อพยพจากอำเภอเดชอุดม มาตั้งหลักปักฐานอยู่บ้านเลขที่ 165 หมู่ที่ 7 บ้านเกษตรสมบูรณ์ ตำบลบุเปือย อำเภอน้ำยืน จังหวัดอุบลราชธานี สมัยก่อน ถึงแม้น้ำยืนจะเข้าออกลำบาก แต่ก็ดินดำน้ำดีกว่าที่เดชอุดม…ดีไม่ดีอย่างไรให้สังเกตดูที่ชื่อหมู่บ้านคือเกษตรสมบูรณ์ เมื่อเข้ามาอยู่ใหม่ๆ ครอบครัวของคุณมะโนทยานปลูกข้าวไว้กิน ขณะเดียวกัน ก็ปลูกพืชไร่ จำพวกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์และมันสำปะหลัง มีอยู่ช่วงหนึ่ง มะเขือพวงมีราคา จึงปลูกกันพอสมควร ทำให้ผลผลิตมีมาก หากนำไปขายในตัวเมืองอุบลฯ หรือที่ตลาดอำเภอวารินชำราบ ขายได้ราคาไม่ดี จึงต้องนำไปขายไกลถึงจังหวัดจันทบุรี จากซ้ายไปขวา คุณเพ็ญนภา คุณธนะศักดิ์ คุณแม่ลำเนาว์ และสมาชิกใหม่ของครอบครัว คุณมะโนทยาน นำมะเขือพวงบรรทุกรถไปขายถึงเมืองจันท์ ซึ่งอยู่ไกลพอสมควร เมืองจันท์ในช่วงที่คุณมะโนทยานไปเห็นนั้นเป็นหน้าผลไม้ ตามข้างทางมีสวนเงาะสุกแดง ข้างทางบางแห่งมีทุเรียนวางขายอยู่เต็มไปหมด คณะที่ไปได้ซื้อชิมแล้วอร่อย ขณะที่นั่งรถกลับบ้าน คุณมะโนทยานเริ่มคิดว่า น่าจะปลูกทุเรียน เพราะสภาพพื้นดินของอำเภอน้ำยืน สีเดียวกับเมืองจันท์ เพราะเป็นตะเข็บชายแด
จังหวัดศรีสะเกษ มีพื้นที่ทำการเกษตรทั้งหมด 3,537,833 ไร่ เหมาะแก่การปลูกพืชเศรษฐกิจที่สำคัญ พื้นที่ทำการเกษตรส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ทำนา นอกจากนี้ ยังเป็นแหล่งเพาะปลูกพืชเศรษฐกิจสำคัญ เช่น ยางพารา มันสำปะหลัง อ้อย ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ และอย่างที่ทุกคนทราบกันดีกว่าเป็นแหล่งที่ปลูกหอมแดงกับกระเทียมมากที่สุดในประเทศ ไม่เพียงแต่พืชไร่ จังหวัดศรีสะเกษยังมีแหล่งปลูกไม้ผล เช่น ทุเรียน เงาะ มังคุด และลองกอง ซึ่งอาจกล่าวได้ว่าเป็นผลไม้ที่กำลังเป็นที่นิยมในภูมิภาคนี้ก็ว่าได้ จึงนับว่าเป็นอาชีพสร้างเงินให้กับเกษตรกรได้เป็นอย่างดี ลุงฟอง วรรณสิทธิ์ อยู่บ้านเลขที่ 173 หมู่ที่ 10 ตำบลพราน อำเภอขุนหาญ จังหวัดศรีสะเกษ เป็นอีกหนึ่งเกษตรกรที่ได้ปลูกทุเรียนประสบผลสำเร็จ เรียกง่ายๆ ว่า ผลผลิตมีไม่พอจำหน่ายกันเลยทีเดียว จึงนับว่าเป็นงานสร้างรายได้เลี้ยงครอบครัวได้เป็นอย่างดี ลุงฟอง วรรณสิทธิ์ พลิกที่ดินจากพืชล้มลุก ทำสวนทุเรียนสร้างเงิน ลุงฟอง ชายวัยเกษียณผู้มีอัธยาศัยยิ้มน้อยแต่ใจดี เล่าให้ฟังว่า ก่อนที่จะมาทำสวนทุเรียนอย่างเช่นทุกวันนี้ พื้นที่บริเวณได้ใช้ปลูกพืชล้มลุกหลากหลายชนิด ไม่ว่าจะเป็นข้าวโพด และจำพวกพ
เมื่อปี 2551 นิตยสารเทคโนโลยีชาวบ้าน ได้ลงบทสัมภาษณ์ คุณกิตติ จันทวิสูตร เรื่องการปลูกตะเคียนแซมในสวนสะละ ว่างเว้นไม่ได้ข่าวคุณกิตติหรือปลัดแก้วมานาน จนกระทั่งปลายปี 2559 มีงานเกษตรมหัศจรรย์ ที่จัดโดยนิตยสารเทคโนโลยีชาวบ้าน มีชายหนุ่มวัยรุ่นมาออกร้านจำหน่ายต้นกล้าทุเรียน ชื่อแปลกๆ อย่าง “มูซังคิงส์” หรือ “เหมาซานหวัง” สอบถามแล้วชื่อ รัฐ จันทวิสูตร เขาเป็นลูกชายปลัดแก้วนั่นเอง คุณรัฐ จันทวิสูตร บอกว่า พื้นที่ปลูกตะเคียนลดลง เริ่มตัดจำหน่าย ต้นขนาดใหญ่อายุ 20 ปีขึ้น จำหน่ายต้นละ 8,000 บาท ปัจจุบันเหลืออยู่กว่า 1,000 ต้น สิ่งที่มาทดแทนคือ ทุเรียนพันธุ์ทรงคุณค่า ที่เคยปลูกในบ้านเรามาก่อนแล้ว รวมทั้งพันธุ์ต่างประเทศ โดยเฉพาะจากประเทศมาเลเซีย พื้นที่การเกษตร กว่า 300 ไร่ เกริ่นกับคุณรัฐไว้ว่า อยากไปเยี่ยมชมงานใหม่ของ ปลัดแก้ว เมื่อถึงเวลาโทรศัพท์ไปทาบทาม ถึงแม้งานจะชุก แต่ปลัดแก้วก็ยินดีให้ไปถ่ายภาพและสัมภาษณ์ ทางเข้าสวนปลัดแก้ว เริ่มต้นกันที่สี่แยกเขาไร่ยา สี่แยกนี้หากตรงไป สามารถไปตราดและสระแก้วได้ เลี้ยวขวาเข้าตัวเมืองจันท์ เลี้ยวซ้ายไปน้ำตกกระทิง, พระบาทเขาคิชฌกูฏ, มทร. ตะวันออก วิทยาเขต
