ท่องเที่ยว
ไทย ครองแชมป์ประเทศในฝัน เผยท่องเที่ยวยุคดิจิทัล เน้น “เทคโนโลยี-รักษ์โลก” นางสาวจันต์สุดา ธนานิตยะอุดม รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานพาณิชย์และการตลาด แกร็บ ประเทศไทย กล่าวว่า นักท่องเที่ยวในภูมิภาคอาเซียน ถือเป็นหนึ่งในตลาดหลักที่เดินทางเข้ามาในประเทศไทยแต่ละปีเป็นจำนวนมาก โดยในปี 2024 ที่ผ่านมา ประเทศไทย ต้อนรับนักท่องเที่ยวจากประเทศเหล่านี้สูงถึง 10.6 ล้านคน คิดเป็นสัดส่วนถึง 30% ของนักท่องเที่ยวทั้งหมด ทั้งนี้ จากการสำรวจความคิดเห็นเกี่ยวกับพฤติกรรมการท่องเที่ยวและเดินทางของผู้ใช้บริการแกร็บใน 6 ประเทศ อันได้แก่ อินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ เวียดนาม และไทย โดยมีผู้ตอบแบบสอบถามจำนวน 11,074 คน พบว่า 81% วางแผนที่จะเดินทางไปเที่ยวต่างประเทศ (เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้าซึ่งอยู่ที่ 72%) โดยกว่าครึ่ง (52%) ต้องการเดินทางภายในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รองลงมาคือ ประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออก (44%) อย่างจีน ญี่ปุ่น และเกาหลี โดยประเทศไทยยังคงครองอันดับ 1 จุดหมายปลายทางยอดนิยม ตามมาด้วยสิงคโปร์และมาเลเซีย ด้วยความสวยงามของแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ และมนต์เสน่ห์ทางด้านวัฒนธรรมซึ
เขย่าวงการท่องเที่ยว! เทรนด์ปี 68 เบบี้บูมเมอร์ ขอเที่ยวแบบปล่อยใจ ไม่สนอายุและสุขภาพ ไม่เข้มงวดถ้าต้องดื่มแอลกอฮอล์ ด้วยเศรษฐกิจที่ทำให้ค่าครองชีพเพิ่มสูงขึ้น รวมถึงสภาวะโลกร้อนยังเป็นความกังวลหลักของหลายๆ คนในปี 2568 ที่กำลังจะมาถึง เพื่อเข้าใจพฤติกรรมและความชอบของผู้เดินทางในปีหน้า Booking.com ได้จัดทำแบบสำรวจ “เทรนด์การเดินทางในปี 2568” รวบรวมความคิดเห็นจากผู้เดินทางทั่วโลกมากกว่า 27,000 คนจาก 33 ประเทศและดินแดน โดย 9 เทรนด์การเดินทางที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในปี 2568 มีดังนี้ 1. เปิดโลกการเดินทางใหม่ด้วย AI ในปี 2568 เทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ๆ จะมีบทบาทสำคัญต่อการเดินทาง พบว่า 83% ของผู้เดินทางชาวไทย (และ 66% ของผู้เดินทางทั่วโลก) จะใช้เทคโนโลยีค้นหาข้อมูลและสัมผัสประสบการณ์แบบท้องถิ่นแท้ๆ ผู้เดินทางชาวไทยกว่า 3 ใน 4 (75%) ใช้เทคโนโลยีค้นหาจุดหมายปลายทางใหม่ๆ ที่ยังไม่เป็นที่รู้จักมากนักและไม่ค่อยมีคนพลุกพล่าน นอกจากนี้ ผู้เดินทางชาวไทยเกินครึ่ง (54%) สนใจและพร้อมลองใช้ AI คัดสรรสิ่งต่างๆ สำหรับการวางแผนทริปของพวกเขา 2. ทริปเที่ยวแบบครอบครัวใหญ่ ในปี 2568 ผู้เดินทางชาวไทย 40% (ผู้เดินทาง
ปันดวง ร่วมเสวนางาน “ท่องเที่ยวฝั่งธน สิริมงคลเกินร้อย” กับปรากฏการณ์สายมู สะท้อนปัญหาสังคมไทย เมื่อเร็วๆ นี้ วิว-พาขวัญ ดวงน้อย คอนเทนต์เมเนเจอร์ ปันดวง ครีเอเตอร์สายมู ที่บอกเล่าเรื่องราวการมูแบบยุคใหม่ตามคอนเซ็ปต์มู 30 ทำ 70 ช่วยเพิ่มพลังบวกให้จิตใจและการใช้ชีวิตของผู้คน ร่วมเสวนาในงานท่องเที่ยวฝั่งธน สิริมงคลเกินร้อย ร่วมกับ ส.ส.กรุณพล เทียนสุวรรณ บัญชีรายชื่อพรรคก้าวไกล คุณอภิรักษ์ ทองแต้ม ผู้จัดการกองถ่ายภาพยนตร์อิสระ และ ส.ส.ปวิตรา จิตตกิจ ผู้แทนฯ ฝั่งธนฯ กับหัวข้อ “ปรากฏการณ์สายมู สะท้อนปัญหาสังคมไทยอย่างไร” ซึ่งปันดวงได้ร่วมบอกเล่าถึงความเป็นมาของการทำคอนเทนต์สายมู พร้อมพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับการมูที่ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจ จากการที่ผู้คนให้ความสนใจในการมูมากขึ้น หรือการมองหาสิ่งที่เป็นที่พึ่งทางจิตใจในยุคที่สังคมมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา รวมทั้งเสนอแนวทางและไอเดียในการทำธุรกิจสายมูในชุมชน เพื่อสร้างโอกาสในการพัฒนาการท่องเที่ยวชุมชนให้เติบโต ต่อยอดให้ชุมชนมีรายได้ สร้างคุณค่าให้กับผู้คน ชุมชน และสังคม ควบคู่ไปกับความเชื่อ ประเพณี ศาสนา และวัฒนธรรม นอกจากนี้ ปันด
GrabNEXT ขับเคลื่อนท่องเที่ยว หนุนซอฟต์พาวเวอร์ ดันเศรษฐกิจทุกมิติ คุณวรฉัตร ลักขณาโรจน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ แกร็บ ประเทศไทย กล่าวตอนหนึ่งในงานเสวนาเชิงนโยบายประจำปี “GrabNEXT 2024 : Driving towards the Future of Tourism ขับเคลื่อนการท่องเที่ยว สู่ อนาคตที่ดีกว่า” เป็นเวทีแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและหาแนวทางในการส่งเสริมเศรษฐกิจและพัฒนาประเทศ ด้วยการยกระดับการท่องเที่ยวไทยให้พร้อมตอบสนองพฤติกรรมนักท่องเที่ยวยุคใหม่ผ่านกลยุทธ์ “T.R.A.V.E.L.” โดยกลยุทธ์ T.R.A.V.E.L. นั้น ประกอบด้วย 6 ประเด็นสำคัญ ได้แก่ Technological Integration การนำเทคโนโลยีดิจิทัลอำนวยความสะดวกนักท่องเที่ยว : นักท่องเที่ยวในกลุ่ม F.I.T. (Free Independent Travelers) หรือนักท่องเที่ยวที่เดินทางด้วยตนเองกลายเป็นคนกลุ่มใหญ่ที่เดินทางมาประเทศไทยในปัจจุบัน ดังนั้น เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับนักท่องเที่ยวในกลุ่มนี้ แกร็บ จึงออกแบบและพัฒนาเทคโนโลยีมาเพื่อรองรับความต้องการของนักท่องเที่ยว ตั้งแต่การวางแผนการเดินทางไปจนถึงการอำนวยความสะดวกระหว่างการท่องเที่ยว อาทิ หน้าจอต้อนรับนักท่องเที่ยว ที่ให้นักท่องเที่ยวสามารถสำรวจ และวางแผนกา
จากฟาร์มไก่ สู่ธุรกิจโรงแรม รับกระแสเที่ยวเมืองรอง จ.ระนอง ชูห้องพักราคาหลักพัน เจาะกลุ่มครอบครัว เพราะมองเห็นโอกาสการเติบโตด้านการท่องเที่ยวของ จ.ระนอง เมืองรองที่ผู้คนนิยมมาใช้เวลาพักผ่อน ทำให้ คุณจุฑาพรรค์ มหพันธุ์ทิพย์ ตัดสินใจเปิดโรงแรมฟาร์มเฮาส์ ระนอง และร้านอาหาร FarmHouse Ranong Hotel & Restaurant ซึ่งเริ่มดำเนินกิจการในปี 2556 โดยมีคุณพ่อช่วยสนับสนุน จากจุดเริ่มต้นเพียง 25 ห้อง ปัจจุบันขยับขยายมากกว่า 71 ห้อง ราคาห้องพักมีตั้งแต่ 1,480-4,000 บาท “แรงผลักดันของคุณพ่อสนับสนุนให้กล้าตัดสินใจ ลงมือทำก่อนคนอื่น ทำให้มีโอกาสก่อนคนอื่น อาจเพราะท่านเป็นนักธุรกิจ เปิดฟาร์มไข่ไก่มาก่อน เป็นคนที่มองการณ์ไกล ทำให้มีมุมมองเรื่องธุรกิจมาโดยตลอด ยกตัวอย่างเรื่องการเรียน ส่วนตัวสนใจเรื่องการโรงแรม เรื่องอาหาร แต่ท่านให้เลือกเรียนสาขาที่ประสบการณ์ข้างนอกให้ไม่ได้ก่อน เลยตัดสินใจเรียนคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พอเรียนจบก็สมัครเข้าเรียนด้านอาหารที่วิทยาลัยดุสิตธานี และสะสมประสบการณ์สมัครเข้าทำงานในโรงแรมต่างๆ เป็นเวลา 2 ปี” คุณจุฑาพรรค์ เล่าถึงการเติบโตของธุรกิจโรงแรม ส่
ยูโอบี ประเมินจีดีพีไทย ปี 67 ขยายตัวได้ 3.6% จากภาคส่งออก และท่องเที่ยวฟื้นตัว ดันเงินบาทแข็งแกร่ง ขณะที่แรงกดดันเงินเฟ้อแผ่วลง กรุงเทพฯ, 16 กุมภาพันธ์ 2567 – ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย เปิดเผยรายงานวิเคราะห์สถานการณ์เศรษฐกิจของไทยในปี 2567 โดยประเมินว่าเศรษฐกิจไทยจะฟื้นตัวช้าในช่วงครึ่งปีแรก ก่อนที่จะขยายตัวได้แข็งแกร่งขึ้นในช่วงครึ่งปีหลัง ด้วยปัจจัยสนับสนุนจากมาตรการกระตุ้นทางการคลังของรัฐบาล ควบคู่ไปกับการฟื้นตัวของภาคท่องเที่ยวและส่งออก ธนาคารประเมินว่าอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจ หรือ จีดีพี (GDP) ของประเทศไทยมีแนวโน้มเติบโตได้ร้อยละ 3.6 ในปีนี้[1] นายเอ็นริโก้ ทานูวิดจายา นักเศรษฐศาสตร์ Global Economics and Market Research ธนาคารยูโอบี กล่าวว่า “ปัจจัยหลักที่ช่วยส่งเสริมการเติบโตของเศรษฐกิจไทยคือ ภาคส่งออกสินค้าและภาคท่องเที่ยวที่มีแนวโน้มปรับดีขึ้น ซึ่งจะส่งผลดีต่อการจ้างงานและสร้างรายได้ให้แก่แรงงาน โดยเฉพาะในภาคบริการ ควบคู่ไปกับการบริโภคภาคครัวเรือนที่จะยังคงแข็งแกร่งและได้รับอานิสงส์เพิ่มเติมจากมาตรการกระตุ้นการใช้จ่ายของภาครัฐ ทำให้การเติบโตของเศรษฐกิจไทยที่ปรับดีขึ้นพร้อ
วางแผนการเงินอย่างไร ให้ท่องเที่ยวได้สนุกสุดคุ้ม ใกล้ปลายปีแล้ว หลายคนคงเริ่มคิดถึงทริปในฝันเพื่อเติมเต็มประสบการณ์ชีวิต กรุงศรี คอนซูมเมอร์ ผู้ให้บริการบัตรเครดิตชั้นนำ มีเคล็ดลับดีๆ ที่จะช่วยให้วางแผนการเงินเพื่อการท่องเที่ยวปลายปีได้แบบคุ้มๆ มาฝากกัน 1. เที่ยวอย่างสบายใจต้องจัดสรรเงินไว้ล่วงหน้า ก่อนอื่นควรหาข้อมูลคร่าวๆ ว่าจุดหมายปลายทางของเราต้องใช้งบประมาณเท่าไร และเราต้องการจะเดินทางไปในช่วงไหน มีเวลาออมเงินนานแค่ไหน จากนั้นก็วางแผนออมเงินเพื่อการท่องเที่ยวอย่างเป็นระบบ เพื่อให้ทริปในฝันเป็นจริงได้ง่ายขึ้น และป้องกันไม่ให้งบที่จะใช้เพื่อท่องเที่ยวไปกระทบกับการใช้จ่ายในชีวิตประจำวันหรือเป้าหมายทางการเงินอื่นๆ ของเรา เช่น ใช้วิธีออมเงินเพื่อใช้ท่องเที่ยวโดยแบ่งส่วนมาจากรายได้ประจำราว 10% และออมเงินเข้าบัญชีที่เปิดไว้เพื่อการท่องเที่ยวไว้โดยเฉพาะไว้เป็นประจำทุกเดือน หรือปันส่วนมาจากรายได้พิเศษ เช่น เงินโบนัส เป็นต้น นอกจากนี้ อาจลองลดรายจ่ายที่ไม่จำเป็นในชีวิตประจำวันเพื่อเพิ่มงบท่องเที่ยว เช่น ลดความถี่ในการสังสรรค์ปาร์ตี้กับเพื่อน, งดช้อปปิ้งของฟุ่มเฟือยชั่วคราว เป็นต้น 2. วางแผน
gethergo แพลตฟอร์มแพลนเที่ยวสัญชาติไทย เติมเต็มประสบการณ์ของนักเดินทางทุกคน ในวันที่โลกแห่งการเดินทางกลับมาฟื้นตัวหลังการแพร่ระบาดของโควิด นักท่องเที่ยวทั่วโลกกลับสู่วิถีแห่งการเก็บกระเป๋าออกไปสัมผัสโลกใบใหญ่ สิ่งที่หลายคนน่าจะเห็นตรงกัน คือประสบการณ์การเดินทางนั้นไม่ได้มีแค่รอยยิ้มจากทริปที่ออกไปสัมผัส แต่ยังมาพร้อมประสบการณ์ตั้งแต่ก่อนและหลังการเดินทางที่อาจซับซ้อน ใช้เวลา และไม่ง่ายอย่างที่หวัง อาทิ การหาข้อมูลเพื่อวางแผนเที่ยวที่ต้องใช้ความพยายามและใช้เวลานานหลายชั่วโมง การเลือกเก็บรูปภาพจากทริปที่มีอย่างนับไม่ถ้วน การบันทึกข้อมูลที่อาจกระจัดกระจายเพื่อเอาไว้ใช้ต่อในอนาคต หรือการจัดหาพื้นที่จัดเก็บภาพและวิดีโอซึ่งมีค่าใช้จ่าย ดังที่ผลวิจัย AC Neilson เคยระบุว่า “นักท่องเที่ยวใช้เวลาเฉลี่ยถึง 53 วัน เสิร์จหาข้อมูลจาก 28 เว็บไซต์ เพื่อทำแผนการท่องเที่ยวในแต่ละครั้ง” มากไปกว่านั้นบางคนยังทำรูปถ่ายที่เก็บไว้เป็นความทรงจำจากทริปหายไปอีกด้วย จากความท้าทายเหล่านี้ นำมาสู่การพัฒนา gethergo แพลตฟอร์มแพลนเที่ยวสัญชาติไทย ที่เกิดขึ้นเพื่อทำให้ชีวิตของนักเดินทางง่ายขึ้นในทุกช่วงเวลา ทำให้ “การ
“ปทุมวัน ปริ๊นเซส” ตอบรับนโยบายรัฐบาล หนุนธุรกิจท่องเที่ยว เปิดตัวห้องสวีทโฉมใหม่ รับนักท่องเที่ยวหลั่งไหลเข้าไทย วันที่ 3 ตุลาคม 2566 นางสาวอาทร วนาสันตกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารธุรกิจโรงแรมและการท่องเที่ยว บริษัท เอ็ม บี เค โฮเต็ล แอนด์ ทัวร์ริซึ่ม จำกัด ผู้บริหารโรงแรมปทุมวัน ปริ๊นเซส เปิดเผยว่า ตามที่มีการคาดการณ์ว่าในปี 2566 จำนวนนักท่องเที่ยวทั้งจากในประเทศและต่างประเทศจะเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยคาดว่าจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติจะมากกว่า 25 ล้านคนและอาจแตะ 30 ล้านคนภายในสิ้นปีนี้ คิดเป็น 59–70% ของช่วงก่อนโควิด และภายหลังจากที่รัฐบาลได้ออกนโยบายยกเว้นการตรวจลงตราหรือฟรีวีซ่าให้แก่นักท่องเที่ยวจีน และคาซัคสถาน จะเป็นการกระตุ้นให้มีกท่องเที่ยวชาวจีนเข้ามาเที่ยวประเทศไทยมากขึ้น ซึ่งจะเป็นผลดีต่อธุรกิจท่องเที่ยวและธุรกิจโรงแรมในประเทศไทยเป็นอย่างดี เพื่อเป็นการรองรับนักท่องเที่ยวที่หลั่งไหลเข้ามาในประเทศไทย โรงแรมปทุมวัน ปริ๊นเซส โรงแรมหรูระดับ 5 ดาว ที่ตั้งอยู่ใจกลางกรุงเทพฯ เชื่อมต่อกับศูนย์การค้า เอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ และสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอส สนามกีฬาแห่งชาติ ได้ประกาศเปิดตัวห้องสวีทท
แนะ รัฐเก็บภาษีน้ำมัน อัตราเหมาะสม ช่วยลดต้นทุนภาคท่องเที่ยว จากเวทีเสวนา “ทิศทางอุตสาหกรรมท่องเที่ยว พร้อมทะยานเวทีโลก” จัดโดย เคทีซี เมื่อเร็วๆ นี้ มีการฉายภาพการท่องเที่ยวแบบครบวงจร โดยตัวแทน สายการบิน โรงแรม บริษัททัวร์ ประสานเสียง ท่องเที่ยวทั่วโลกเริ่มฟื้นเกือบเท่าก่อนเกิดโควิด-19 แนะ ภาครัฐ ปลดล็อกการจัดเก็บภาษีสรรพสามิตน้ำมัน ลดผลกระทบต้นทุนอย่างเป็นรูปธรรม คุณโชติช่วง ศูรางกูร อุปนายกสมาคมไทยบริการท่องเที่ยว (TTAA) คาดว่า ในปีนี้จะมีจำนวนนักท่องเที่ยวไทยเดินทางออกต่างประเทศประมาณ 7.5 ล้านคน ขณะที่สมาคมขนส่งทางอากาศระหว่างประเทศ (IATA) รายงานจำนวนเที่ยวบินระหว่างประเทศทั่วโลก (International Flight) ปีนี้จะขยายตัว 70% เปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และคาดว่าจะเติบโตเท่ากับก่อนช่วงโควิด-19 ในปีหน้า พร้อมเสนอแนะเรื่องการคลายข้อจำกัดด้านการเก็บค่าเหยียบแผ่นดินที่จะเก็บจากนักท่องเที่ยวขาเข้าและการเก็บภาษีจากนักท่องเที่ยวขาออกจากประเทศ รวมถึงการจัดเก็บภาษีที่ซ้ำซ้อน (VAT on Outbound) ขณะที่นักท่องเที่ยวมีทางเลือกในการจองสถานที่ท่องเที่ยวได้ด้วยตัวเอง เพราะปัจจุบันแพลตฟอร์มสำหรั
