ท่องเที่ยว
การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) จัดกิจกรรมเสวนาหัวข้อ “เสน่ห์รสชาติ สร้างสรรค์การท่องเที่ยวไทย ผ่าน มิชลิน ไกด์” ณ โรงแรมเดอะ เซนต์ รีจิส กรุงเทพฯ เพื่อตอกย้ำให้เห็นถึงศักยภาพในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยด้วยวัฒนธรรมอาหารผ่านคู่มือแนะนำร้านอาหารและที่พักระดับโลก “มิชลิน ไกด์” โดยได้เชิญบุคลากรจากร้านอาหารในคู่มือมิชลิน ไกด์ ฉบับประเทศไทยประจำปี 2569 มาร่วมพูดคุยและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นบนเวทีเสวนา นายนิธี สีแพร รองผู้ว่าการด้านสื่อสารการตลาด การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า “จากสถานการณ์โลกที่มีความไม่แน่นอนและการแข่งขันด้านการท่องเที่ยวที่มีความเข้มข้น การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยมุ่งขับเคลื่อนอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย ภายใต้แนวคิด “Healing is the New Luxury” ส่งมอบประสบการณ์ที่สร้างคุณค่าและช่วยฟื้นฟูทั้งด้านร่างกาย จิตใจ และอารมณ์ โดย “วัฒนธรรมอาหารไทย” ถือเป็นหนึ่งในจุดแข็งสำคัญที่สะท้อนอัตลักษณ์ ความพิถีพิถัน และภูมิปัญญาท้องถิ่น และสามารถต่อยอดเป็นกลไกสำคัญในการสร้างประสบการณ์การท่องเที่ยวเชิงคุณภาพ” จากรายงาน ‘Beyond the MICHELIN Stars’ ที่จัดทำขึ้นเมื่อปี 2568 โดยเอิร์นส์
นายสตีฟ สรเทพ ประธานชมรมผู้ประกอบธุรกิจร้านอาหารและที่ปรึกษากิตติมศักดิ์สมาคมโฮสเทล ประเทศไทย กล่าวขอบคุณคณะรัฐบาลนายกฯ อนุทิน และคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ที่ช่วยปลดล็อกช่วงเวลาขายแอลกอฮอล์ตั้งแต่บ่าย 2 ถึง 5 โมงเย็น ให้กับกลุ่มธุรกิจร้านอาหาร โดยคำนึงถึงบริบทของประเทศไทยที่เป็นประเทศแห่งการท่องเที่ยว ซึ่งแตกต่างจาก 53 ปีที่แล้วของคำสั่งคณะปฏิวัติ 2515 ที่ออกมาเพื่อห้ามข้าราชการออกไปนั่งดื่ม เพราะว่ากฎหมายฉบับล่าสุดที่แก้ไขออกมานั้น นอกจากจะสร้างปัญหาในการทำธุรกิจของร้านอาหารแล้ว ยังมีผลกระทบกับนักท่องเที่ยวที่จะเข้ามาช่วงปลายปี โดยเฉพาะเป็นช่วงไฮซีซันของประเทศไทย ซึ่งจากกฎหมายที่ประกาศออกมาล่าสุดที่ผ่านมา สร้างความหวาดกลัวให้นักท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก เพราะสำนักข่าวต่างๆ ทั่วโลกได้เผยแพร่ถึงความผิดที่นักท่องเที่ยวจะได้รับด้วยหากมีการนั่งดื่มในร้านอาหารเกินเวลาที่กำหนด จึงมีผลกับการตัดสินใจที่จะเลือกมาเที่ยวประเทศไทย โดยทำให้นักท่องเที่ยวสามารถเปลี่ยนใจเลือกที่จะไปประเทศอื่นในอาเซียนแทน การปลดล็อกช่วงเวลาให้ขายแอลกอฮอล์ได้ จะช่วยส่งเสริมให้กับธุรกิจร้านอาหารมีรายได้จากการขาย
สำนักข่าวฮานอย รายงานว่า จากความกังวลด้านความปลอดภัยในไทยที่เพิ่มสูงขึ้น ทำให้นักท่องเที่ยวชาวจีนหลายคนหันไปเลือก ‘เวียดนาม’ เป็นจุดหมายปลายทางแทน เช่นเดียวกับครอบครัวของ คุณหู เจีย ที่ตัดสินใจจองทริป 2 สัปดาห์ไปยังเวียดนาม แทนที่จะไปเที่ยวชายหาดและวัดวาอารามในประเทศไทย “เวียดนามมีเสน่ห์ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว โดยทริปนี้ใช้เงินไปกว่า 3,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ และตั้งใจว่าจะกลับมาเที่ยวที่นี่อีกหากมีโอกาส” เธอกล่าว นอกจากนี้ เธอและครอบครัวยังเป็นหนึ่งในนักท่องเที่ยวจีนกว่า 3.5 ล้านคนที่เดินทางมาเวียดนาม และช่วยให้อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของเวียดนามสร้างสถิติใหม่ในปี 2025 โดยแซงหน้าไทย ขึ้นเป็นจุดหมายปลายทางอันดับ 1 ในภูมิภาคสำหรับนักท่องเที่ยวชาวจีน ไทยกำลังเผชิญกับความท้าทาย ความกังวลเรื่องแก๊งคอลเซ็นเตอร์และการลักพาตัวนักแสดงชาวจีนชื่อดังเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา ทำให้จำนวนนักท่องเที่ยวจีนที่มาไทยลดลงถึง 35% ในปี 2025 ซึ่งอาจส่งผลให้ไทยสูญเสียรายได้จากการท่องเที่ยวไปประมาณ 3.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ และรายได้ส่วนนี้จะตกไปอยู่ที่เวียดนามและประเทศเพื่อนบ้านแทน ตามข้อมูลของ China Trading D
นักท่องเที่ยวใช้จ่ายในไทยเฉลี่ย 47,000 บาทต่อคน ในขณะที่ญี่ปุ่น มีการใช้จ่ายเฉลี่ยอยู่ที่ 58,000 บาท คาดการณ์ปี 68 หดตัว 2.8% เหตุเพราะราคาสินค้า-บริการไทย ปรับตัวสูงขึ้นกว่าหลายประเทศ ดูเหมือนว่าในปี 2568 อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของไทยกำลังเผชิญกับความท้าทายที่สำคัญ แม้ว่าในช่วงต้นปีจะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้ามาถึง 12.9 ล้านคน ตั้งแต่ 1 มกราคม – 11 พฤษภาคม 2568 แต่ตัวเลขนี้กลับลดลง 1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า ซึ่งส่งสัญญาณถึงแนวโน้มการหดตัวที่น่ากังวล ศูนย์วิจัยกสิกรไทยได้ประเมินสถานการณ์โดยรวมว่า ปัจจัยลบหลายประการที่ยังคงอยู่และอาจทวีความรุนแรงขึ้นในช่วงที่เหลือของปี ทั้งภาวะเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว การแข่งขันด้านการท่องเที่ยวของไทยที่ลดลง พฤติกรรมและความต้องการของนักท่องเที่ยวที่เปลี่ยนแปลงไป รวมถึงปัจจัยภายนอกที่ควบคุมไม่ได้อย่างปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ ล้วนส่งผลกระทบอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ด้วยเหตุนี้ คาดการณ์ว่าตลอดทั้งปี 2568 จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเที่ยวไทยอาจหดตัวถึง 2.8% หรือเหลือเพียง 34.5 ล้านคน ซึ่งจะส่งผลให้รายได้จากการท่องเที่ยวลดลง 3% จากปี 25
Trip.com ร่วมฉลอง Earth Day 2025 เผยลิสต์ 5 โรงแรมที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม ชูคอนเซ็ปต์เพราะทุกวันคือวันรักษ์โลก พร้อมเดินหน้าสร้างความสะดวกสบายสูงสุดให้กับลูกค้าทั่วโลก แม้ว่า Earth Day หรือ วันคุ้มครองโลก นั้นจะมีเพียงปีละ 1 วัน เพื่อเป็นวันที่เตือนให้เราเฉลิมฉลองและใส่ใจโลกของเรา แต่การทำงานและการลงมือทำเพื่อความยั่งยืนเป็นพันธกิจที่ต้องทำตลอดทั้งปี ในโอกาสนี้ Trip.com ขอแนะนำ 5 โรงแรมจากทั่วโลกที่มีความโดดเด่นในการทำให้การดูแลสิ่งแวดล้อมเป็นภารกิจประจำวัน โรงแรมเหล่านี้ได้พิสูจน์ให้เห็นว่าความสนุกสนานและความยั่งยืนสามารถอยู่คู่กันได้ เพื่อมอบประสบการณ์การท่องเที่ยวที่น่าประทับใจ พร้อมกับการปกป้องสถานที่ท่องเที่ยวที่พวกเขาเรียกว่าบ้านไปพร้อมๆ กัน Centara Reserve Samui, Thailand (เซ็นทารา รีเซิร์ฟ สมุย ประเทศไทย) ตั้งอยู่ท่ามกลางสวนเขียวชอุ่มริมชายหาดเฉวงอันเงียบสงบ เซ็นทารา รีเซิร์ฟ สมุย ผสมผสานความหรูหราเข้ากับความยั่งยืน ในฐานะโรงแรมชั้นนำของ เซ็นทารา โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท ผู้นำด้านโรงแรมของไทย โดยรีสอร์ทแห่งนี้มุ่งมั่นในการปกป้องระบบนิเวศอันบอบบางของเกาะสมุย ด้วยสถาปัตยกรรมที่ประหยัดพลั
คณะการจัดการการท่องเที่ยว สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) ซึ่งเป็นสถาบันการศึกษาของรัฐ หลักสูตรของคณะฯ ได้รับรองมาตรฐานระดับโลกที่เรียกว่า UN Tourism TedQual Certified Program จากองค์การการท่องเที่ยวโลก (UN Tourism) และ ได้รับการตรวจประเมินตามมาตรฐาน The International Centre of Excellence in Tourism and Hospitality Education (THE-ICE) ซึ่งเป็นองค์กรประเมินคุณภาพและรับรองมาตรฐานการศึกษาในระดับสากล พร้อมออกแบบรายวิชาใหม่ การใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในการบริหารจัดการท่องเที่ยว เพื่อตอบโจทย์การท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.แสงแข บุญศิริ คณบดีคณะการจัดการการท่องเที่ยว สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยว่า “หลักสูตรปีการศึกษา พ.ศ. 2568 มีการเสริมให้เข้ากับยุคทองของการท่องเที่ยวประเทศไทย ซึ่งปีนี้สร้างหลักสูตรให้สอดคล้องกับแนวโน้มของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวในยุคหลังโควิด มีการเพิ่มรายวิชาใหม่ที่ตอบโจทย์เรื่องการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ รวมถึงการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในการบริหารจัดการท่องเที่ยว เช่น การพัฒนาแพลตฟอร์มดิจิทัล เพื่อการตลาดและการบริหารจุดหมา
กรุงศรี คอนซูมเมอร์ เผย ญี่ปุ่นยังติดอันดับประเทศยอดนิยมสำหรับนักท่องเที่ยวไทย เดินหน้ารุกตลาด ตั้งเป้ายอดใช้จ่ายผ่านบัตรที่ญี่ปุ่นเติบโต 15% บัตรเครดิตในกลุ่มกรุงศรี คอนซูมเมอร์ เผยข้อมูลการใช้จ่ายผ่านบัตรชี้ ญี่ปุ่นยังคงเป็นจุดหมายยอดนิยมสำหรับนักท่องเที่ยวไทย โดยบัตรเครดิตยังคงเป็นหนึ่งในทางเลือกในการชำระเงินที่เป็นที่นิยม ด้วยความสะดวกสบายในการใช้จ่ายและสิทธิประโยชน์ที่ตอบโจทย์ โดยในปี 2567 ยอดใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตในกลุ่มกรุงศรี คอนซูมเมอร์ ที่ญี่ปุ่น เติบโต 12% ชี้หมวดห้างสรรพสินค้า, แฟชั่น, โรงแรม, เครื่องสำอาง และสินค้าปลอดภาษี ติดอันดับหมวดใช้จ่ายผ่านบัตรยอดนิยม เตรียมสานต่อแคมเปญ “เรื่องญี่ปุ่น ต้องกรุงศรี” จับมือพันธมิตรแบรนด์และร้านค้าชั้นนำกว่า 600 รายทั้งในไทยและญี่ปุ่น จัดดีลช้อป เที่ยว สุดคุ้ม เพิ่มสิทธิพิเศษครบจบทุกประสบการณ์เรื่องญี่ปุ่น ทั้งห้าง, ร้านค้าชั้นนำในญี่ปุ่น, โรงแรม, เว็บไซต์จองเที่ยว, สายการบิน, สิทธิพิเศษที่สนามบิน หวังกระตุ้นยอดใช้จ่ายผ่านบัตรรับฤดูท่องเที่ยว ตั้งเป้ายอดใช้จ่ายผ่านบัตรที่ญี่ปุ่นในปี 2568 กว่า 2,530 ล้านบาท เติบโต 15% เทียบกับปีก่อน นายสม
อานิสงส์ ซีรีส์ดัง The White Lotus ทำการท่องเที่ยวลักชูรี มีแนวโน้มขยายตัว คุณเมธิณี อนวัชกุล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานธุรกิจการเดินทางและบริหารคนขับ แกร็บ ประเทศไทย ประกาศรุกตลาดแอปเรียกรถ ปั้น GrabExecutive บริการเรียกรถล่วงหน้าระดับพรีเมียม เจาะกลุ่มลักชูรี มอบประสบการณ์การเดินทางเหนือระดับด้วยมาตรฐานการให้บริการแบบเวิลด์คลาส พร้อมดึงไทยดีไซเนอร์ชั้นนำ VATANIKA ร่วมออกแบบยูนิฟอร์มคนขับ เสริมภาพลักษณ์ความเรียบหรูระดับพรีเมียม แกร็บ ประเทศไทย ตอกย้ำความเป็นผู้นำแอปเรียกรถอันดับ 1 เดินหน้ารุกตลาดลักชูรี เปิดตัว GrabExecutive บริการเรียกรถล่วงหน้าระดับพรีเมียมอย่างเป็นทางการ ชูไฮไลต์ด้านบริการระดับเวิลด์คลาสที่มาพร้อมรถหรูให้เลือกสรร อาทิ Mercedes-Benz E Class, BMW Series 5, Toyota Vellfire และ Toyota Alphard ดึงแบรนด์ดัง VATANIKA ร่วมดีไซน์ชุดเครื่องแบบสำหรับคนขับ เสริมภาพลักษณ์ความหรูหราเหนือระดับ ตั้งเป้าเจาะกลุ่มลูกค้าอีลิท นักธุรกิจ-ผู้บริหาร และนักท่องเที่ยวต่างชาติ พร้อมหนุนนโยบายรัฐบาลและการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้านการท่องเที่ยวและผลักดันให้ไ
SME D Bank ผนึกพลังภาครัฐและเอกชน ยกระดับเอสเอ็มอีธุรกิจโรงแรม-ท่องเที่ยวมุ่งสู่ Green Tourism ดันถึงแหล่งทุนดอกเบี้ยพิเศษ 3% ต่อปี วงเงิน 10,000 ล้านบาท สร้างความยั่งยืน ดีต่อธุรกิจและดีต่อโลก SME D Bank จับมือหน่วยงานพันธมิตรภาครัฐและเอกชน คิกออฟโครงการ “GO SMART GO GREEN FOR SUSTAINABLE TOURISM” ยกระดับผู้ประกอบการธุรกิจโรงแรม ท่องเที่ยวและเกี่ยวเนื่อง มุ่งสู่มาตรฐาน Green Tourism สร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน แจงเตรียมพร้อมสินเชื่อ “SME Green Productivity” วงเงินรวม 10,000 ล้านบาท ดอกเบี้ยพิเศษเพียง 3% ต่อปี คงที่ตลอด 3 ปีแรก ช่วยลดภาระ และหนุนลงทุนปรับผ่านใช้พลังงานสะอาด ควบคู่เติมความรู้ครบวงจร นายพิชิต มิทราวงศ์ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือ SME D Bank กล่าวในพิธีเปิดโครงการ “GO SMART GO GREEN FOR SUSTAINABLE TOURISM” ว่า ธุรกิจท่องเที่ยวและเกี่ยวเนื่องมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อระบบเศรษฐกิจไทย ด้วยมูลค่าอุตสาหกรรมรวมมากกว่า 2 ล้านล้านบาทต่อปี โดยปี 2567 ที่ผ่านมา มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาไทยจำนวนสูงกว่า 35 ล้านคน ทั้งนี้ ปัจจุบัน
เคทีซี-สายการบินบางกอกแอร์เวย์ส ฉลอง 20 ปีบัตรเครดิตร่วม เปิดตัวแคมเปญ ‘20 ปี 20 เส้นทาง’ มอบประสบการณ์ท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน เคทีซี เฉลิมฉลอง 20 ปีความร่วมมือกับสายการบินบางกอกแอร์เวย์สในการออกบัตรเครดิตร่วม “เคทีซี-บางกอกแอร์เวย์ส” รายแรกและรายเดียว ด้วยฐานสมาชิกคุณภาพกว่า 80,000 ราย ยอดใช้จ่ายผ่านบัตรฯ มากกว่า 6,700 ล้านบาทต่อปี โดยกลุ่มสมาชิกผู้ถือบัตรอยู่ในช่วงอายุ 30-49 ปี และมียอดใช้จ่ายที่สายการบินบางกอกแอร์เวย์สขยายตัว 15% ด้วยพฤติกรรมสมาชิกที่ชื่นชอบการเดินทางท่องเที่ยวอย่างมีเอกลักษณ์ เคทีซีจึงได้ร่วมกับสายการบินบางกอกแอร์เวย์สออกแคมเปญ “20 ปี 20 เส้นทาง” มอบประสบการณ์การท่องเที่ยวที่เป็นมากกว่าการเดินทางกับเรื่องราวความยั่งยืนของชุมชนแต่ละท้องถิ่นตลอดปี 2568 นางประณยา นิถานานนท์ ผู้บริหารสูงสุดสายงานการตลาดบัตรเครดิต “เคทีซี” หรือ บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า เคทีซีได้รับความไว้วางใจจากสายการบินบางกอกแอร์เวย์สให้เป็นพันธมิตรรายแรกและรายเดียวที่ร่วมกันเปิดตัวบัตรเครดิตร่วม “เคทีซี-บางกอกแอร์เวย์ส” ครั้งแรกในวันที่ 30 มิถุนายน 2548 ด้วยเจตนารมณ์ที่จะมอบความเอ็กซ์
