ท่องเที่ยว
เมื่อวันที่ 26 ตุลาคม สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงสตอกโฮล์ม ประเทศสวีเดน ได้ออกประกาศเตือนคนไทยที่เดินทางไปท่องเที่ยวที่สวีเดน โดยระบุว่า ในช่วงเดือนตุลาคมที่ผ่านมา ทางสถานเอกอัครราชทูตได้รับแจ้งจากชาวไทยที่เดินทางไปท่องเที่ยวที่สวีเดน เกี่ยวกับการถูกขโมยทรัพย์สินและหนังสือเดินทางเป็นจำนวนมาก ทางสถานเอกอัครราชทูตจึงขอแจ้งเตือนคนไทยที่จะเดินทางไปสวีเดนหรืออยู่ระหว่างการท่องเที่ยวในสวีเดน ให้เพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษระหว่างการเดินทางหรือขณะอยู่ในบริเวณที่มีผู้คนหนาแน่น เช่น ท่าอากาศยาน สถานีรถไฟใต้ดิน สถานีรถไฟฟ้า ป้ายโดยสารรถขนส่งมวลชน ร้านอาหาร สถานที่ท่องเที่ยว โดยเฉพาะที่ท่าอากาศยานอาร์ลันดา และสถานีที เซ็นทราเลน ซึ่งเป็นสถานีขนส่งใจกลางกรุงสตอกโฮล์ม และโรงแรมที่พักต่างๆ ในช่วงเช็กอิน-เช็กเอาต์ เนื่องจากการลักขโมยส่วนใหญ่เกิดขึ้นในสถานที่ที่ไม่สามารถระวังตัวได้เต็มที่ นอกจากนี้ ไม่ควรสนทนากับคนแปลกหน้า (หากไม่จำเป็น) เนื่องจากบ่อยครั้งที่การเข้ามาทักทาย สอบถามเส้นทาง หรือขอความช่วยเหลือของบุคคลแปลกหน้า รวมทั้งการชี้ให้ดูสิ่งของที่ตกลงบนพื้น เป็นการเบี่ยงเบนความสนใจจากนักท่องเที่ยวเ
เมื่อวันที่ 8 ตุลาคม ที่จังหวัดสตูล จากกรณีที่กรมทางหลวงชนบทมีการจัดโครงการประกวดภาพถ่ายสายทางและสะพานกรมทางหลวงชนบทที่มีความงดงาม โดยให้แขวงทางหลวงชนบทแต่ละจังหวัดจัดประกวดภาพถ่ายเส้นทางที่อยู่ในจังหวัดของตนเองเพื่อส่งเข้าประกวดระดับประเทศในช่วงเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา โดยภาพได้รับรางวัลชนะเลิศอันดับที่ 1 ระดับประเทศเป็นผลงานของนายณัฐชาติ สัญญพันธ์ ชื่อภาพ “ไม่มีที่สิ้นสุด” นายรักชาติ บุหงาชาติ ผู้อำนวยการแขวงทางหลวงชนบทสตูล เปิดเผยว่า เพื่อเป็นการเผยแพร่ผลงานก่อสร้างและสะพานของกรมทางหลวงหลวงที่สอดคล้องกับเส้นทางชมทิวทัศน์ของแต่ละพื้นที่ที่มีความสวยงาม เส้นทางที่เชื่อมต่อระหว่างชุมชนกับชุมชน ชุมชนกับเมือง เพื่อให้ประชาชนได้รับความสะดวก รวดเร็ว และปลอดภัยในการเดินทางและขนส่ง กระจายความเจริญจากเมืองเข้าสู่ท้องถิ่น เป็นเส้นทางที่ผ่านไปในพื้นที่ธรรมชาติสวยงามอุดมสมบูรณ์ และควรได้รับการประชาสัมพันธ์ให้เป็นที่รู้จักผ่านทางสื่อโซเซียลมีเดีย ซึ่งเป็นช่องทางที่ทันสมัยและเข้าถึงประชาชน นายรักชาติ กล่าวอีกว่า แขวงทางหลวงชนบทจังหวัดสตูลจึงได้ส่งภาพ “ไม่มีที่สิ้นสุด” ของนายณัฐชาติ เข้าร่วมประกวดระดับ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ จ.นครนายก เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 8 ตุลาคม ผู้สื่อข่าวได้แวะเก็บบรรยากาศทุ่งบัวแดง ที่ ต.อาษา อ.บ้านนา จ.นครนายก ได้เห็นนักท่องเที่ยวจำนวนมากจอดรถตามไหล่ทางอย่างเนืองแน่น ที่พากันแห่ชมทุ่งบัวแดง จึงแวะลงไปสอบถาม ด.ญ.นภัสสร เทียนงาม อายุ 14 ปี ซึ่งเป็นชาวจังหวัดนครนายก 1 ในนักท่องเที่ยวที่พาเพื่อนๆ มาเซลฟี่ถ่ายรูปในสถานที่ดังกล่าว เล่าว่า เห็นในเฟซบุ๊กถึงแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ที่มีดอกบัวแดงที่สวยมาก รู้สึกแปลกตาและตื่นเต้นกับดอกบัวที่บานสะพรั่งเต็มท้องนา จึงชวนเพื่อนๆ เดินทางมาชมทุ่งบัวแดงดังกล่าว ต่อมาผู้สื่อข่าวได้สอบถาม นางพัฒานา วงษ์ดี หรือป้าสำเภา อายุ 59 ปี พักอยู่บ้านเลขที่ 57/1 หมู่ 8 ต.อาษา อ.บ้านนา จ.นครนายก เจ้าของที่ที่มีทุ่งบัวแดงอยู่เต็มไปหมด เล่าว่า ประกอบอาชีพทำนามากว่า 30 ปี มีเนื้อทำนาอยู่ 17 ไร่ และได้เห็นบัวเเดงเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติทุกครั้งหลังทำการเก็บเกี่ยวข้าว เจ้าดอกบัวแดงนั้นก็จะผุดขึ้นเองตามธรรมชาติแต่ก็ไม่ได้สนใจอะไร ถอนทิ้งบ้างเก็บไปทำอาหารบ้าง จนมาปีนี้จึงลองปล่อยให้ดอกบัวแดงขึ้นอย่างเต็มที่และดอกบัวแดงนั้นได้ขึ้นเองกินพื้นที่ทำ
วันที่ 4 ต.ค. ที่อ่างน้ำผุด หมู่ 13 ต.บาสวรรค์ จ.สุราษฎร์ธานี นายพิชัย มณีลาภ พัฒนาการอำเภอพระแสง นำผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ อ่างน้ำผุดที่เกิดขึ้น เป็นลักษณะอ่างน้ำที่มีตาน้ำผุดขึ้นมาจากชั้นใต้ดินเป็นจำนวนมาก ที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ มีเนื้อที่กว่า 179 ไร่ ซึ่งทางพัฒนาการอำเภอพระแสงร่วมกับ องค์การบริหารส่วนตำบล และชาวบ้านในพื้นที่ร่วมการพัฒนาให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์และเป็นหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงและหมู่บ้านโอทอป โดยในส่วนของอ่างน้ำผุดได้จัดให้เป็นที่พักผ่อนหย่อนใจกับประชาชนทั่วไปได้สัมผัสกับธรรมชาติ ทรายขาวละเอียดที่พุงออกจากผิวดินใตท้องน้ำเหมือนกับน้ำที่กำลังเดือด เป็นหนึ่งในจุดขายที่สวยงามของ อ่างน้ำผุด หมู่ 13 ต.บางสวรรค์ อ.พระแสง จ.สุราษฎร์ธานี ที่ดึงความสนใจให้กับน้ำท่องเที่ยวได้เข้ามาศึกษาความมหัศจรรย์ของธรรมชาติที่สรรสร้างขึ้น ประกอบกับน้ำที่ผุดออกมาจากใต้ดินจนทำให้เหมือนทรายเดือดก็ยังใสสะอาดจนได้รับความนิยมจากชาวบ้านมาเล่นน้ำคลายร้อนในช่วงหน้าร้อน ภายใต้ธรรมชาติที่ร่มรื่น อีกทั้งยังมีปลาแวกว่ายให้ได้ชมกันอีกด้วย นอกจากนั้นยังมีกิจกรรมพายเรือคายัค ในการพายขึ้นไปดูจุดต้นน้ำภ
สำนักข่าวซีเอ็นเอ็น ได้เปิดเผยผลการจัดอันดับ 10 เมืองที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวมากที่สุดในโลกปี 2016 จากการสำรวจและจัดอันดับโดยบริษัท มาสเตอร์ การ์ด โดยที่กรุงเทพมหานครได้เบียดแซงเมืองน่าเที่ยวอย่างกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ กลับมาเป็นที่ 1 อีกครั้ง หลังจากตกอยู่ในอันดับที่ 2 มาหลายปี เนื่องมาจากความไม่สงบทางการเมือง รวมถึงเหตุการณ์ระเบิดเมื่อเดือนสิงหาคมปีที่แล้ว จากการสำรวจและจัดอันดับคาดว่าในปี 2016 นี้ กรุงเทพมหานครจะมีนักท่องเที่ยวประมาณ 21.47 ล้านคน เครดิตภาพจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยกับประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน สิ่งที่ทำให้เสน่ห์ของกรุงเทพฯ ยังคงอยู่คือ บรรยากาศบ้านเมืองชนบท อาหารที่มีชีวิตชีวา รวมถึงหาดทราย และท้องทะเลที่ยังคงมีความสวยงาม ทำให้นักท่องเที่ยวประทับใจได้ไม่ลืม เมื่อได้ลองมาสัมผัสเมืองไทยสักครั้ง สำหรับ 10 อันดับ เมืองที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวมากที่สุดในโลกปี 2016 มีดังนี้ 1. กรุงเทพมหานคร , ไทย 21.47 ล้านคน 2. กรุงลอนดอน , อังกฤษ 19.88 ล้านคน 3. ปารีส , ฝรั่งเศส 18.03 ล้านคน 4. ดูไบ , สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ 15.27 ล้านคน 5. นิวยอร์ก , สหรัฐอเมริกา 12.75
วันที่ 26 ก.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสากล ศรีสมโภช ประธานชมรมรถตุ๊กตุ๊กป้ายเหลืองหาดป่าตองภูเก็ต ได้โพสต์ภาพลงในเฟซบุ๊กส่วนตัว ขณะที่มอบกระเป๋าเงินคืนให้กับนักท่องเที่ยว พร้อมข้อความระบุว่า “วันจันทร์ที่ 26ก.ย.59 เวลาประมาณ 21.00 น. ได้พาแขก (นักท่องเที่ยว) ไปส่งที่โรงแรมปาตอง เบย์ฮิลล์ แขกได้ลืมกระเป๋าเงินที่บนรถ ผมได้ไปคืนให้กับนักทองเที่ยวเรียบร้อยแล้ว” ซึ่งจากภาพดังกล่าวทำให้มีผู้เข้ามาแสดงความคิดเห็นและชื่นชมเป็นจำนวนมาก ผู้สื่อข่าวได้สอบถามกับนายสากล ถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้น ทราบว่าเมื่อเวลาประมาณ 20.30 น. ขณะที่ตนจอดรอให้บริการอยู่ที่ข้างโรงแรมดวงจิต หาดป่าตอง ได้มีนักท่องเที่ยวไม่ทราบสัญชาติแน่ชัดว่าเป็นชาวจีนหรือฮ่องกง ติดต่อไปส่งที่โรงแรมป่าตองเบฮิลล์ ถนนนาใน ต.ป่าตอง ตนก็พาไปส่งตามปกติ จากนั้นได้กลับมายังจุดจอดหน้าโรงแรมดวงจิต “ขณะนั้นสังเกตุดูภายในรถพบว่ามีกระเป๋าสตางค์วางอยู่จึงหยิบมาดูพบว่าภายในมีเงินสกุลต่างๆ เป็นจำนวนมากเชื่อว่าเป็นของนักท่องเที่ยวรายล่าสุด จึงเรียกเพื่อนที่อยู่จุดเดียวกันรวมถึงเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของโรงเเรมมาเป็นพยานพร้อมกับถ่ายภาพกระเป๋าและเงิ
น.ส.เกรซ ภพปภา อารีรัตน์ ผู้จัดการฝ่ายการตลาด สกายสแกนเนอร์ ประเทศไทย (Skyscanner.co.th) ได้จัดทำผลสำรวจข้อมูลเกี่ยวกับพฤติกรรมและความพึงพอใจของนักท่องเที่ยว โดยทำสำรวจกว่า 8,000 คน ใน 10 ประเทศทั่วภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก พบว่านักท่องเที่ยวนิยมบริโภคข้อมูลการท่องเที่ยวก่อนนอน มากที่สุดคิดเป็น 50.4% คือนิวซีแลนด์ ตามด้วยฟิลิปปินส์ 50% ออสเตรเลีย 41.85% และไทย 35.2% โดยกลุ่มนักท่องเที่ยวที่ชอบค้นข้อมูลท่องเที่ยวจะเป็นเรื่องการค้าหาทิปส์การท่องเที่ยวเป็นหลัก ขณะที่ชาวมาเลเซียเลือกค้นหาข้อมูลการท่องเที่ยวตามเพื่อน คิดเป็น 44% อินโดนีเซียค้นหาตั๋วเครื่องบินและที่พักราคาถูก คิดเป็น 45% สำหรับกิจกรรมหลักๆ ที่นักท่องเที่ยวชาวไทยโปรดปรานมากที่สุดคือ การผจญภัยและท่องเที่ยวแบบธรรมชาติ โดย 28% ของชาวไทยตอบรับว่าชื่นชอบการทำกิจกรรมบนภูเขา ในป่า บนฟ้า หรือทางน้ำ ในทางกลับกันนักท่องเที่ยวชาวมาเลเซีย 48% และออสเตรเลีย 44% เลือกทำกิจกรรมที่ได้เปิดประสบการณ์ท่องเที่ยวแบบคนท้องถิ่น สำหรับแหล่งการหาข้อมูลท่องเที่ยวที่ชาวไทยเชื่อถือมากที่สุด 29.6% คืองานอีเวนต์ท่องเที่ยว เช่น งานไทยเที่ยวไทย ตามด้วยคำแนะนำจาก
หลายๆ คนมักนึกถึงบางช่วงเวลาในวัยเด็กที่มีความสุข และอยากย้อนกลับไปทำอะไรซนๆ แบบนั้นอีก เพื่อเติมเต็มรอยยิ้มบนใบหน้า เชื่อว่าหนึ่งในกิจกรรมยอดฮิตของเด็กๆ ที่ยังประทับใจไม่รู้ลืมสำหรับหลายคน คงต้องมีกิจกรรมปีนต้นไม้ ไต่เชือก ห้อยโหนโจนทะยาน ซึ่งก็อาจได้แผลมากน้อยตามความซนของแต่ละคน อาจจะแถมโดนตีเป็นรางวัลพิเศษ ความสุขที่หลบซ่อนอยู่ในวัยเยาว์นี้ จุดประกายให้เกิดธุรกิจท่องเที่ยวแนวผจญภัยที่ปลุกความซนของผู้คนออกมา และสามารถทำเงินได้เป็นกอบเป็นกำแบบไม่น่าเชื่อ บีบีซี หยิบยกกรณีของ “รีเบกก้า” และ “ทริสแทม เมย์ฮิว” เจ้าของธุรกิจท่องเที่ยวแนวผจญภัยในอังกฤษ ที่มองว่าความรู้สึกนี้ไม่ได้มีไว้เฉพาะวัยเด็กเท่านั้น รีเบกก้า เล่าย้อนว่า เธอปิ๊งไอเดียนี้ตั้งแต่เมื่อ 15 ปีก่อน หลังจากเห็นผู้คนทุกเพศทุกวัยพากันเล่นสนุกกับการปีนป่ายต้นไม้ในชนบทของฝรั่งเศส ระหว่างที่เธอเดินทางไปเที่ยว เลยคิดว่าทำไมไม่ลองทำกิจกรรมอะไรเพื่อตอบสนองผู้คนที่หลงรักช่วงเวลาแบบนี้ ซึ่งยังไม่มีใครทำในอังกฤษ ประกอบกับการที่ทั้งสองคนอยากลาออกจากงานประจำอยู่แล้ว ทั้งคู่เลยตัดสินใจตั้งบริษัทที่มีชื่อว่า “โก เอป” (Go Ape) เพื่อทำธุรกิ
