ธุรกิจครอบครัว
“ย้อยหย่อย” คือร้านขนมไทยฟิวชัน คูหาเล็กๆ อยู่ในตัวเมืองจังหวัดนครปฐม ที่อบอวลด้วยความหอมหวานของกะทิและความตั้งใจของคนทำ ล่าสุด “ย้อยหย่อย” ได้รับการคัดเลือกให้เป็น “ของดีนครปฐม” อย่างเป็นทางการ โดยคณะกรรมการหอการค้าจังหวัดนครปฐม เห็นตรงกันว่า เป็นกิจการที่โดดเด่นทั้งรสชาติ รูปลักษณ์ และบรรยากาศอันอบอุ่น ทำให้ลูกค้าอยากมาเยือน สำหรับเจ้าของเรื่องราว คอลัมน์ #FamilyBIZ ครั้งนี้ คือ คุณออม–โชติกา ถิระกิตติกุล เชฟสาวผู้เติบโตมาในครอบครัวค้าขายลอดช่อง ฐานะปานกลาง เคยฝันอยากเป็นแอร์โฮสเตส ไม่เคยนึกภาพตัวเองว่าจะมาทำขนมหรือเปิดร้านอาหารเหมือนแม่ และพ่อแม่เองรู้ดีว่าเส้นทางนี้อาจเหนื่อยจนลูกไม่ควรต้องเจอ จึงไม่เคยผลักดันให้เธอเดินทางสายนี้เลย แต่บางครั้งเส้นทางชีวิตเหมือนค่อยๆ ผลักเราไปในสิ่งที่โอบรับเราที่สุด คุณออมรักการเข้าครัวมาตั้งแต่เด็ก ก่อนจะตัดสินใจครั้งใหญ่ เปลี่ยนจากสายภาษา ไปเรียนด้านอาหารอย่างจริงจัง จบสาขาการจัดการครัวของวิทยาลัยดุสิตธานีเพื่อให้มี “วิชาชีพ” ติดตัว เป็นพื้นที่ให้เธอเติบโตด้วยสองมือของตัวเอง ระหว่างเรียน เธอได้ฝึกทั้งการจัดการคน การทำงานเป็นทีม และควา
ย้อนไปกว่า 70 ปีจากร้านยาเล็กๆ ของครอบครัวจีนจากโพ้นทะเล “อั้งง่วนเฮง” มีการส่งต่อจากรุ่นอากง จนมาถึงวันนี้ ในแบรนด์ “สุภาพโอสถ” ธุรกิจของพวกเขา สามารถก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในผู้นำอุตสาหกรรมยาของไทยได้อย่างสง่างาม “หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ในปี 2497 อากงและพี่น้องตระกูลแดงประเสริฐ ที่อพยพมาจากจีน เริ่มต้นจากธุรกิจเรือค้าข้าว ก่อนตัดสินใจหันมาปักหลักสร้างร้านขายยา ประกอบกิจการนำเข้ายาจากอังกฤษและญี่ปุ่นมาตอบโจทย์ความต้องการของคนไทยยุคนั้น และถือเป็นหนึ่งในร้านยาที่มีชื่อเสียงพอสมควร” คุณพิษณุ แดงประเสริฐ ประธานเจ้าหน้าที่สายงานการขายและการตลาด บริษัท โรงงานเภสัชอุตสาหกรรม เจเอสพี (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ JSP ให้ข้อมูลกับ “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” อย่างนั้น ก่อนเล่าให้ฟังต่อ เมื่อธุรกิจขยายตัว ร้านขายยากลายเป็นกิจการค้าส่ง และต่อยอดสู่การตั้งโรงงานผลิตยาเอง ในช่วงปี พ.ศ. 2500 อุตสาหกรรมยาไทยเริ่มก่อตัว “สุภาพโอสถ” จึงกลายเป็นรากฐานสำคัญ ก่อนที่พี่น้องตระกูลแดงประเสริฐจะแยกย้ายไปสร้างโรงงานของตัวเอง คุณพิษณุ เผยต่อว่า การทำธุรกิจในแบบครอบครัวของเขา ทำการตลาด Below the line ไม่เน้นการตล
“หลายคนฝันอยากมีธุรกิจเป็นของตัวเอง แต่เรากลับมีอยู่ในมืออยู่แล้ว ทำไมไม่หยิบขึ้นมาต่อยอดให้เต็มที่ แรงที่เราทุ่มให้กับบริษัทอื่น ถ้าเอามาลงกับธุรกิจของเราเอง มันจะไปได้ไกลแค่ไหน” แนวคิดนี้ทำให้ คุณทีเจ-อนันทรัพย์ จันทร์แก้ว ทายาทรุ่นสอง ที่เคยมองข้ามธุรกิจครอบครัว ตัดสินใจกลับมารับช่วงต่อพัฒนาธุรกิจร้านไก่สด “Ali Halal” ที่ทำมาตั้งแต่รุ่นคุณยายจนถึงรุ่นแม่ให้เติบโตอย่างมีกลยุทธ์ ตั้งแต่การรีแบรนด์ ปรับโมเดลธุรกิจ เพื่อเดินหน้าได้ในยุคที่พฤติกรรมลูกค้าไม่เหมือนเดิม สานต่อธุรกิจครอบครัว ไม่ใช่เรื่องง่าย แม้จะโชคดีมีธุรกิจครอบครัวที่วางรากฐานมาอย่างแข็งแรงแล้ว แต่การเข้ามารับช่วงต่อในฐานะทายาทรุ่นสอง ก็ไม่ได้ง่ายอย่างที่หลายคนคิด “ถ้าคิดแค่รักษาของเดิมไว้ มันอาจจะไม่ยากมาก แต่ถ้าอยากให้ธุรกิจเติบโตต่อ ทันยุค และมีผลกำไรเพิ่มขึ้น มันคืออีกเรื่องหนึ่งเลย เพราะเต็มไปด้วยความท้าทาย ตอนเริ่มต้น แม่ให้ผมลงมือทำทุกอย่างเหมือนคนงาน เพื่อให้เข้าใจระบบทั้งหมดของกิจการ มารู้ตัวอีกทีคือ ผมไม่ชอบธุรกิจนี้เลย (หัวเราะ) แต่สุดท้ายก็ได้เรียนรู้ว่าความชอบไม่ใช่เงื่อนไขเดียวของความสำเร็จ เราอาจไม่ต้
แม้จะเรียนจบด้านดนตรี และมีแพชชันแรงกล้าว่าจะไม่ทำธุรกิจครอบครัว แต่เมื่อถึงจุดหนึ่ง ในวันที่บริษัทตุ๊กตาย่ำแย่ ช่องทางการขายหลักอย่างห้างสรรพสินค้าเริ่มไม่ตอบโจทย์ และตุ๊กตายังถูกมองว่าเป็นแค่ “ของเล่น” สำหรับเด็กที่ใครๆ ก็ขายกัน ทำให้ คุณทอย-กรชนก ตรีวิทยานุรักษ์ ลูกสาวคนโต ลุกขึ้นมาพลิกชีวิตบริษัทให้กลับมามีชีวิตอีกครั้ง ด้วยการซื้อลิขสิทธิ์คาแร็กเตอร์ที่หลายคนหลงรักในวัยเด็กมาผลิตเป็นตุ๊กตา พวงกุญแจ และสินค้าหลากหลาย จนกลายเป็นไอเทมที่ทุกคนต้องมีติดตัว ซื้อมาห้อยกระเป๋าได้อย่างไม่เคอะเขิน คุณทอย เจ้าของ Codec Creation ทำธุรกิจอย่างไรและทำการตลาดแบบไหนให้คาแร็กเตอร์สุดน่ารักครองใจลูกค้า “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” จะพาทุกคนไปหาคำตอบ บริษัทตุ๊กตา ธุรกิจจากรุ่นแม่ คุณทอย เล่าให้ฟังว่า บ้านของเธอทำธุรกิจตุ๊กตามาตั้งแต่รุ่นแม่ โดยเริ่มจากขายการ์ดดินปั้นที่ได้กำไรเพียงชิ้นละ 2-3 บาท ไม่คุ้มกับความเหนื่อย จึงเปลี่ยนมาขายตุ๊กตาที่รับจากสำเพ็งแล้วนำมาติดโบว์ ติดปีกให้น่ารักจนขายดิบขายดี แต่วันหนึ่งก็มีคนเลียนแบบ จึงได้เปลี่ยนมาผลิตตุ๊กตาเอง โดยร่วมมือกับพาร์ตเนอร์ชาวเกาห
บัณฑิตป้ายแดง ไม่ทิ้งอาชีพครอบครัว ต่อยอด ขายทุเรียนออนไลน์ คว้ารายได้กว่า 6 ล้านบาท ใน 5 เดือนแรก หลายปีที่ผ่านมา คนรุ่นใหม่จำนวนมาก เลือกเดินออกจากอาชีพเกษตรกรรม เพราะบางคนมองเป็นงานหนัก บางคนมองว่าไม่เท่ รวมถึงเป็นงานยากในสถานการณ์ปัจจุบัน แต่สำหรับ คุณนิ้ง-สิริยากร ธรรมจิตร์ บัณฑิตป้ายแดง เธอเลือกกลับมาสานต่อธุรกิจสวนทุเรียนของครอบครัว ด้วยการสร้างแบรนด์ลูกสาวกำนัน คุณนิ้ง เล่าให้ฟังว่า แต่เดิมเธอเป็นเด็กที่ชื่นชอบงานด้านวิชาการ จุดเปลี่ยนสำคัญคือ ช่วง ม.6 คุณพ่อของเธอไปเห็นทุนการศึกษา ภายใต้บันทึกความเข้าใจ (MOU) ระหว่างกรมส่งเสริมการเกษตร และสถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ (PIM) เพื่อเข้าศึกษาต่อคณะเกษตรนวัตและการจัดการ (IAM) คณะที่ช่วยให้เกษตรกรเป็นผู้ประกอบการมืออาชีพ ที่สร้างรายได้สูง “ตอนแรกเคยตั้งคำถามว่า ถ้าเรียนด้านเกษตรกรรมเฉยๆ จะไหวหรือไม่ แต่ที่บ้านบอกเราชัดเจนว่า ไม่ได้อยากให้เรากลับมาเพื่อทำสวน แต่อยากให้มาช่วยสร้างมูลค่าเพิ่ม คณะก็ให้เราเรียนรู้ด้านเกษตรควบคู่กับธุรกิจ ไม่ใช่เรียนแค่ทฤษฎี แต่ให้เราได้เข้าสู่ภาคปฏิบัติจริงๆ ตลอด 4 ปี ทั้งการฝึกงานที่สวนทุเรียนในจังห
กรณีศึกษา ส่งต่อธุรกิจครอบครัวและทรัพย์สิน จากรุ่นสู่รุ่น ทำอย่างไร ไม่ให้เจอศึกสายเลือด เมื่อพูดถึงเรื่องของการบริหารจัดการทรัพย์สิน ไม่ว่าจะเป็นครอบครัวที่มีทรัพย์สินมากหรือน้อยก็มีโอกาสเกิดความขัดแย้งได้พอๆ กัน สาเหตุหลักมาจากครอบครัวไม่เห็นความสำคัญจากศึกภายใน ด้วยความคิดที่ว่าสมาชิกรักใคร่กันดีไม่มีปัญหา ขนบธรรมเนียมที่ครอบครัวปฏิบัติสืบกันมาเป็นสิ่งที่สมาชิกทุกรุ่นยอมรับได้ หรือการส่งต่อทรัพย์สินเป็นเรื่องของรุ่นผู้ให้อย่างเดียวไม่จำเป็นต้องฟังความคิดเห็นของรุ่นผู้รับ ความคิดเหล่านี้ทำให้ครอบครัวขาดการวางแผนและสื่อสาร จนเป็นที่มาของความขัดแย้งไม่ว่าในรุ่นเดียวกันหรือระหว่างรุ่น พี่น้องรู้สึกถึงความไม่ยุติธรรม ลูกรู้สึกว่าพ่อแม่ลำเอียง ในอีกด้านหนึ่ง พ่อแม่รู้สึกว่าลูกหลานไม่เชื่อฟัง ไม่สามัคคีกัน บ่มเพาะและนำไปสู่การล่มสลายของธุรกิจครอบครัว ทั้งนี้ ธุรกิจครอบครัวมีความสำคัญและเป็นรากฐานของเศรษฐกิจโลก จากข้อมูลระบุว่า 2 ใน 3 ของบริษัททั่วทุกประเทศเป็นธุรกิจครอบครัว ซึ่งสร้างรายได้กว่า 70% ของ GDP โลก ในขณะที่ประเทศไทย ธุรกิจครอบครัวมีสัดส่วนสูงที่ 60% ของ GDP ด้วยเหตุนี้เอง องค์กร
‘ธุรกิจครอบครัว’ ได้เวลาลุกขึ้นมาแต่งตัวใหม่ ปลุก Loyalty ลูกค้ากลับมา ‘ธุรกิจครอบครัว’ หรือ Family Business นั่นคือธุรกิจที่มีรูปแบบของการทำธุรกิจที่หุ้นของกิจการมากกว่าครึ่งหนึ่งเป็นเจ้าของโดยสมาชิกของครอบครัว หรือเป็นธุรกิจที่มีการสืบทอดจากรุ่นสู่รุ่น ซึ่งแนวทางการบริหารงานของธุรกิจครอบครัวนั้น ค่อนข้างมีความเฉพาะตัว กล่าวคือ นอกจากจะมีการบริหารด้านการตลาด, การบริหารคน หรือระบบบัญชี ที่เหมือนกับธุรกิจทั่วไป ยังมีเรื่องของสมาชิกในครอบครัว คือมีความเป็นเจ้าของเข้ามาเกี่ยวข้องในการบริหารด้วย ในบางครั้งจึงทำให้เกิดความซับซ้อนมากกว่าธุรกิจอื่น บทความนี้ ขอพูดถึงอีกมุมหนึ่งของ การบริหารธุรกิจครอบครัว กับการปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ หรือเข้ากับยุคสมัย ด้วยวิธีการรีแบรนด์ (Re-Brand) หรือเปลี่ยนแปลงภาพลักษณ์ของแบรนด์ใหม่ ให้สามารถอยู่รอดได้ท่ามกลางสิ่งแวดล้อมและพฤติกรรมของลูกค้า โดยเฉพาะเมื่อธุรกิจครอบครัว โดยส่วนใหญ่ มักจะเป็นธุรกิจเก่าแก่ที่อยู่มานานหลายสิบปี มีการบริหารงานแบบสืบทอดต่อๆ กันมาจากรุ่นสู่รุ่น ด้วยการบริหารแบบดั้งเดิมเพื่อคงคุณค่าที่ผู้ก่อตั้งสร้างไว้ จะทราบได้อย่างไร? ว่าธุร
ต่อยอดอาชีพพ่อแม่! ขายเตาปิ้งย่างจากถังน้ำยาแอร์ บน TikTok ออร์เดอร์ปังวันละ 100 กว่าใบ จากถังน้ำยาแอร์ ที่ก่อนหน้านี้ไม่รู้ว่าจะนำมาทำอะไรดี เมื่อนำมาดัดแปลงเป็นเตาปิ้งย่าง ก็ใช้งานง่าย สะดวกไม่แพ้เตาทั่วไป จนก่อเกิดเป็นธุรกิจครอบครัว ที่เมื่อก่อนพ่อกับแม่ต้องขับรถเร่ขายตามจังหวัดต่างๆ ค่ำไหนนอนนั่น ปัจจุบันเมื่อได้ คุณยูมิ-ชลนิภา จิตมาตย์ ผู้เป็นลูกสาวมาช่วยสานต่อ นำเตาปิ้งย่างขายบน TikTok พ่อกับแม่จึงไม่ต้องเหนื่อยเหมือนที่ผ่านมา เพราะขายดิบขายดีวันละ 100 กว่าใบ จุดเริ่มต้น ยูมิเตาปิ้งย่าง คุณยูมิ วัย 26 ปี เล่าที่มาของธุรกิจ “ยูมิเตาปิ้งย่าง” ให้ฟังว่า แม่และป้านำถังน้ำยาแอร์มาทำเตาปิ้งย่างใช้เองภายในบ้าน จากนั้นได้เริ่มทำขาย โดยพ่อแม่รับหน้าที่ขับรถกระบะเร่ขายตามจังหวัดต่างๆ ซึ่งการออกขาย 1 ครั้งใช้เวลานานถึง 2 สัปดาห์ พอตกเย็นก็อาศัยนอนวัด ส่วนเธอ ขณะนั้นกำลังเรียนต่อในมหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร เมื่อเรียนจบถึงได้กลับมาช่วยสานต่อธุรกิจครอบครัว “เรียนปริญญาตรี เอกภาษาอังกฤษธุรกิจ ด้วยอยากพัฒนาตัวเองเลยเลือกไปฝึกงานที่สนามบินสุวรรณภูมิ พร้อมความฝันอยากเป็นแอร์โฮสเตส
ลูกสาวคนดี ยอมพักความฝัน เปิดไอจี ขายลูกชิ้นปลา ช่วยครอบครัวพลิกวิกฤตเป็นรายได้ เดือนละหลักแสน เพราะอยากช่วยกู้ธุรกิจครอบครัวที่ทำมา 14 ปี ให้พ้นวิกฤต คุณมิ้ม-ปิยกมล ปิยะพงษ์ ผู้เป็นลูกสาว จึงยอมพักความฝันอยากมีแบรนด์เสื้อผ้า มาช่วยต่อยอด “ลูกชิ้นชาวเรือ” จากหน้าร้านสู่การขายในไอจีและออกบูธ จนสร้างยอดขายหลักแสนบาทต่อเดือน ความพิเศษของ ลูกชิ้นชาวเรือ นอกจากความเก่าแก่ของแบรนด์แล้ว ที่ยังคงคุณภาพไม่เปลี่ยนคือสูตรการทำ ซึ่งใช้เนื้อปลาล้วนถึง 98% เรียกว่าแทบไม่มีแป้ง เมื่อนำไปทอดจึงได้ความกรอบฟู ไม่แข็ง สีสันน่าทาน ราดด้วยน้ำจิ้มสูตรเด็ดของคุณยาย โปะด้วยแตงกวากรอบๆ นั่นคือสิ่งที่ทำให้ลูกค้าติดใจ จุดเริ่มต้นของ ลูกชิ้นชาวเรือ เป็นมาอย่างไร ติดตามได้ในบทสัมภาษณ์นี้ ลูกชิ้นชาวเรือ ธุรกิจที่ครอบครัวช่วยกันสร้าง คุณมิ้ม วัย 24 ปี เล่าให้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ฟังว่า ครอบครัวเริ่มสร้างแบรนด์ลูกชิ้นปลา “ลูกชิ้นชาวเรือ” เมื่อปี 2552 ด้วยชลบุรีคือแหล่งวัตถุดิบและมีอาหารทะเลชั้นดี จึงอยากนำมาผลิตเพื่อส่งต่ออาหารคุณภาพให้คนในจังหวัดได้ชิม โดยคิดสูตรกันเอง แล้วเริ่มขายที่ตลาดเก่าอ่างศิลา 13
