น้ำท่วม
ไทยฝนลดลง! เว้นภาคใต้ ฝนถล่มร้อยละ70 กรมอุตุฯ เตือนท่วมฉับพลัน-น้ำป่าหลาก กรมอุตุฯ เผยไทยตอนบนฝนลดแล้ว เว้นภาคใต้ยังอ่วม ฝนถล่มร้อยละ 70 เตือนระวังน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และน้ำล้นตลิ่ง ระบุ 5-7 ต.ค. ไต้ฝุ่นกองเร็ยเคลื่อนเข้าญี่ปุ่น แนะผู้ที่จะเดินทางไปเช็กสภาพอากาศ กทม. วันนี้ฝนตกร้อยละ 30 เมื่อวันที่ 4 ต.ค. กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ภาคใต้มีฝนตกชุกหนาแน่น กับมีฝนตกหนักบางแห่ง ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมาก ซึ่งจะทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และน้ำล้นตลิ่งได้ สำหรับภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออกมีฝนลดลง อนึ่ง พายุไต้ฝุ่น “กองเร็ย” (KONG-REY) บริเวณมหาสมุทรแปซิฟิก มีแนวโน้มเคลื่อนเข้าประเทศญี่ปุ่น ในช่วงวันที่ 5-7 ตุลาคม 2561 ขอให้ผู้ที่จะเดินทางไปบริเวณดังกล่าวตรวจสอบสภาพอากาศก่อนเดินทางด้วย โดยพายุนี้ไม่มีผลกระทบต่อประเทศไทย ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา บริเวณความกดอากาศสูงจากประเทศจีนแผ่ลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบน ส่งผลให้ร่องมรสุมเลื่อนลงไปพาดผ่านภาคใต้ ลักษณะเช่นนี้ทำให้ภาคใต้มีฝนตกชุกหนาแน่นและม
รองผู้ว่าฯ กทม. แจงเหตุผล “กุญแจเครื่องสูบน้ำหาย” จนท่วมหนักในพื้นที่บางเขน จากกรณี พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ให้สัมภาษณ์ถึงสาเหตุน้ำท่วมขังพื้นที่บางเขน เขตบางเขน กทม. ภายหลังลงพื้นที่ติดตามการแก้ไขระบบระบายน้ำที่ได้รับผลกระทบจากโครงการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีแดงตามแนวถนนวิภาวดีรังสิตว่า ผู้รับเหมายังไม่ได้ส่งมอบงานก่อสร้างบ่อหน่วงน้ำใต้ดินที่แล้วเสร็จให้ กทม. ทำให้ กทม.ไม่สามารถหากุญแจเปิดเครื่องสูบน้ำได้ กระทั่งถูกสังคมออนไลน์วิพากษ์วิจารณ์เป็นวงกว้าง ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น อ่านข่าว ผู้ว่าฯ กทม. ยอมรับ ฝนกระหน่ำกรุง ทำน้ำท่วมบางเขน เพราะหากุญแจเปิดเครื่องสูบน้ำไม่ได้ ล่าสุดวันที่ 3 ต.ค. ที่ท้องสนามหลวง นายจักกพันธุ์ ผิวงาม รองผู้ว่าฯ กทม. ชี้แจงว่า พื้นที่ดังกล่าวมักเกิดน้ำท่วมขังเป็นประจำ ทำให้ กทม.แก้ไขปัญหาชั่วคราว โดยการติดตั้งระบบสูบน้ำบริเวณหลักสี่ เพื่อดึงน้ำจากถนนใกล้เคียงลงสู่คลองลาดพร้าว ต่อมา พล.ต.อ.อัศวิน มีนโยบายจัดทำโครงการก่อสร้างบ่อหน่วงน้ำใต้ดิน (วอเตอร์แบงก์) เพื่อแก้ไขปัญหาระยะยาว ซึ่งจะช่วยดึงน้ำฝนบริเวณวงเวียนบางเขนมากักเก็บไว้ในบ่อหน่วงน้ำ
เตือน มรสุม อันดามัน! ถล่มไทยอีกรอบ กระหน่ำยาวๆถึง 25 ก.ย. กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้าว่า บริเวณด้านรับลม มรสุม ของภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ มีฝนตกต่อเนื่อง ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนที่ตกสะสม ซึ่งจะทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน และน้ำป่าไหลหลากไว้ด้วย สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันตอนบนมีคลื่นสูง 2-4 เมตร และอ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ขอให้ชาวเรือควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และเรือเล็กบริเวณทะเลอันดามันตอนบนควรงดออกจากฝั่งต่อไปอีก 1 วัน ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา หย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงปกคลุมบริเวณอ่าวเบงกอล ทำให้มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย มีกำลังแรง ประกอบกับลมตะวันออกเฉียงใต้พัดปกคลุมภาคตะวันออก และภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ลักษณะเช่นนี้ทำให้บริเวณประเทศไทยมีฝนตกต่อเนื่องได้ พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทยตั้งแต่เวลา 17:00 วันนี้ ถึง 17:00 วันพรุ่งนี้ ภาคเหนือ มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่ บริเวณจังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง สุโขทัย เพชรบูรณ์ และตาก อ
มาแล้วจ้า! เย็นนี้ไม่พลาด อุตุฯเตือนเหนือ-ใต้ เตรียมรับมือฝนหนักจากพายุมังคุด 17-19ก.ย. เมื่อวันที่ 17 กันยายน นายวันชัย ศักดิ์อุดมไชย อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา ได้ออกประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา เรื่อง “พายุ “มังคุด” (MANGKHUT)” โดยมีใจความว่า เมื่อเวลา 10.00 น. ของวันนี้ (17 ก.ย. 61) พายุโซนร้อน “มังคุด” (MANGKHUT) บริเวณประเทศจีนตอนใต้ มีศูนย์กลางบริเวณเมืองหนานหนิง ประเทศจีน หรือที่ละติจูด 23.6 องศาเหนือ ลองจิจูด 107.7 องศาตะวันออก มีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลาง ประมาณ 70 กิโลเมตรต่อชั่วโมง กำลังเคลื่อนตัวทางทิศตะวันตกค่อนทางเหนือเล็กน้อย ด้วยความเร็วประมาณ 30 กิโลเมตรต่อชั่วโมง คาดว่า ในช่วงวันที่ 17-18 ก.ย. 2561 จะอ่อนกำลังลงเป็นพายุดีเปรสชัน และเคลื่อนเข้าสู่เขตมณฑลยูนนาน ประเทศจีน จากนั้นจะอ่อนกำลังลงเป็นหย่อมความกดอากาศต่ำ ซึ่งจะส่งผลทำให้ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีฝนเพิ่มมากขึ้นและมีฝนตกหนักเกิดขึ้นได้ในช่วงวันที่ 17-19 กันยายน 2561 ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย จะมีกำลังแรงขึ้น ทำให้บริเวณพื้นที่รับลมมรสุมด้านตะวันตกของภาคกลาง ภาค
เตือนทั่วไทย ฝนแช่ตัว ตกหนัก 9-10 ก.ย. ระวังฝนสะสมกระหน่ำทั้งวันทั้งคืน! กรมอุตุนิยมวิทยา ออกประกาศ ฝนตกหนักบริเวณประเทศไทย (มีผลกระทบจนถึงวันที่ 10 กันยายน 2561) โดยระบุว่า ในช่วงวันที่ 9-10 กันยายน 2561 บริเวณภาคเหนือตอนล่าง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ตอนบน รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล จะมีฝนตกหนักบางพื้นที่และมีลมแรง ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนที่ตกหนักและฝนที่ตกสะสม อาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และดินโคลนถล่มไว้ด้วย ทั้งนี้ เนื่องจากบริเวณความกดอากาศสูงจากประเทศจีนแผ่ลงมาปกคลุมบริเวณภาคเหนือตอนบน และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ทำให้ร่องมรสุมเลื่อนลงมาพาดผ่านภาคกลาง และภาคตะวันออก ในขณะที่มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ยังคงพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทย ทำให้บริเวณประเทศไทยมีฝนตกหนักบางพื้นที่ โดยจะมีผลกระทบตามภาคต่าง ๆ มีดังนี้ ในช่วงวันที่ 9 กันยายน 2561 ภาคเหนือ จังหวัดตาก กำแพงเพชร สุโขทัย พิษณุโลก และเพชรบูรณ์ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จังหวัดชัยภูมิ นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ อุบลราชธานี และศรีสะเกษ ภาคกลาง จังหวัดกาญจนบุรี
เตือนมรสุมลูกใหม่! ถล่มเกือบทั้งปท. รอบนี้โดนหนักยาวๆถึง 10 ก.ย. กรมอุตุนิยมวิทยา ประกาศฝนตกหนักบริเวณประเทศไทย (มีผลกระทบตั้งแต่วันที่ 7 ถึงวันที่ 10 กันยายน 2561) ฉบับที่ 5 ลงวันที่ 07 กันยายน 2561 ในช่วงวันที่ 7-10 กันยายน 2561 บริเวณประเทศไทยจะมีฝนเพิ่มมากขึ้น โดยจะมีฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรงในระยะแรก กับมีฝนตกหนักบางพื้นที่ โดยเฉพาะบริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนที่ตกหนักและฝนที่ตกสะสม อาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และดินโคลนถล่มไว้ด้วย ทั้งนี้เนื่องจากความกดอากาศสูงจากประเทศจีนได้แผ่ลงมาปกคลุมบริเวณประเทศลาวและเวียดนามตอนบน ทำให้ร่อง มรสุม เลื่อนลงมาพาดผ่านภาคเหนือตอนล่าง ภาคกลางตอนบน ภาคตะวันออก และภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ในขณะที่มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ยังคงพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทย สำหรับพื้นที่ที่คาดว่ามีผลกระทบตามภาคต่าง ๆ มีดังนี้ วันที่ 7 กันยายน 2561 ภาคเหนือ บริเวณจังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง พะเยา แพร่ น่าน อุตรดิตถ์ พิษณุโลก แล
กรมอุตุฯ เตือน ฝนถล่ม เหนือ-อีสานต่อเนื่อง ระวังน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และดินโคลนถล่ม ภาคใต้ปริมาณฝนลดลง แต่ยังมีคลื่นสูงกว่า 2 เมตร เตือนเดินเรือด้วยความระมัดระวัง กรุงเทพฯ วันนี้ตกหนักร้อยละ 60 กรมอุตุฯ / เมื่อวันที่ 31 ส.ค. กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์อากาศ ประเทศไทยตอนบนมีฝนตกต่อเนื่อง และมีฝนตกหนักบางพื้นที่บริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก ขอให้ประชาชนในบริเวณภาคเหนือตอนบน และภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนตกสะสม ที่ทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และดินโคลนถล่มไว้ด้วย สำหรับทะเลอันดามันมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ส่วนอ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูง 1-2 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา ร่องมรสุมพาดผ่านประเทศเมียนมา และประเทศลาวตอนบน เข้าสู่หย่อมความกดอากาศต่ำบริเวณประเทศเวียดนามตอนบน ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย มีกำลังปานกลาง ลักษณะเช่นนี้ทำให้ประเทศไทยตอนบนมีฝนตกหนักบางพื้นที่ สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามั
วันที่ 29 ส.ค. ซินหัวของจีน รายงานว่า เกิดอุทกภัยครั้งใหญ่ในเขตพะโค พื้นที่ตอนกลางของประเทศพม่า หลังปริมาณน้ำล้นเขื่อนสวาร์ชวงทำให้สปิลเวย์ถล่ม ส่งผลกระทบกับชาวบ้านหลายพันคน น้ำจากเขื่อนยังท่วมปิดทางหลวง ระหว่างนครย่างกุ้ง และนครมัณฑะเลย์ เมืองสำคัญ 2 เมืองของพม่า นอกจากนี้ยังทำให้สะพานสวาร์ชวงได้รับความเสียหายอย่างหนัก รายงานระบุว่า เจ้าหน้าที่ของทางการได้อพยพชาวบ้านหลายพันคนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย ไปอาศัยในพื้นที่ปลอดภัยแล้ว และขณะนี้กำลังเร่งตรวจสอบสภาพเขื่อน และกำลังเร่งแก้ไขสถานการณ์เพื่อให้เส้นทางการเดินทางกลับมาใช้ได้อีกครั้ง AFP AFP AFP REUTERS ด้าน พล.อ.อาวุโส มิน อ่อง หล่าย ผู้บัญชาการทหารสูงสุดของพม่า ได้เดินทางไปตรวจสอบสะพานที่ได้รับความเสียหายจากอุทกภัย ซึ่งนับเป็นการปรากฏตัวครั้งแรก หลังคณะกรรมการอิสระระหว่างประเทศของสหประชาชาติ ออกรายงานให้มีการสอบสวน พล.อ.อาวุโส มิน อ่อง หล่าย และนายทหารระดับสูงของกองทัพพม่า อีกหลายนาย หลังมีการนำเสนอข้อมูลหลักฐานว่า ทหารพม่าก่ออาชญากรรมต่อต้านมนุษยชาติ พร้อมฆาตกรรมหมู่ ทำร้ายร่างกาย ข่มขืน บังคับเป็นทาสกามต่อชาวโรฮิงยา ในช่วงเวลาที่
เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 28 ส.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ศาลากลางจังหวัดบึงกาฬ พื้นที่ลุ่มต่ำในศาลากลางจังหวัดบึงกาฬ เช่น บ้านพัก ผวจ. รอง ผวจ. ปลัดจังหวัด หัวหน้าส่วนราชการ อาคารแฟลตห้องพัก ทั้งตั้งอยู่ภายในศาลากลางจังหวัด ถูกน้ำจากหนองกุดทิง เอ่อล้นไหลเข้าท่วม ระดับน้ำสูง 30–50 เซนติเมตร ยังไม่มีทรัพย์สินเสียหาย โดยเฉพาะบริเวณทางเข้าโรงจอดรถทั้งฝั่งซ้ายและฝั่งขวา ของอาคารศาลากลางจังหวัด ถูกน้ำท่วมขังสูงกว่า 1 เมตร รถเล็กไม่สามารถสัญจรผ่านไปมาได้ หลังมีมวลน้ำสะสมจากฝนตกเป็นจำนวนมากไหลหลากลงมาจากหนองกุดทิง พื้นที่ชุ่มน้ำโลก เข้าท่วมพื้นที่ลุ่มต่ำ อาคารของศาลากลางจังหวัดบึงกาฬ ซึ่งมีหน่วยงานราชการกว่า 30 หน่วยงาน ยังไม่ได้รับผลกระทบแต่อย่างใด เจ้าหน้าที่ยังคงปฏิบัติงานตามปกติ มีเพียงอาคาร สนง.พัฒนาฝีมือแรงงาน สนง.จัดหางาน สนง.สรรพสามิต สนง.ตรวจบัญชีสหกรณ์ และ สนง.สหกรณ์ ทั้ง 5 แห่ง อาศัยอยู่นอกอาคารศาลากลาง ยังไม่ถูกน้ำท่วมในตัวอาคาร และสามารถปฏิบัติงานได้ตามปกติ แต่ประชาชนที่จะมาใช้บริการ ไม่ได้รับความสะดวกเท่านั้น น้ำท่วมศูนย์ราชการ ด้าน นายนิรันต์ พงษ์สิทธิถาวร ผวจ.บึงกาฬ สั่งการให้
กรมอุตุนิยมวิทยา รายงานสภาพอากาศว่า ระหว่างวันที่ 22 – 28 ส.ค.61 บริเวณประเทศไทยจะมีฝนเพิ่มขึ้น และมีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ฝั่งตะวันตก สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร และบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ส่วนอ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูง 1-2 เมตร ข้อควรระวังในช่วงวันที่ 23-28 ส.ค.61 ขอให้ประชาชนบริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ ระวังผลกระทบจากฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสมต่อเนื่อง ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก น้ำล้นตลิ่ง และดินโคลนถล่มไว้ด้วย สำหรับชาวเรือบริเวณทะเลอันดามันควรเพิ่มความระมัดระวังในการเดินเรือ ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา ในช่วงวันที่ 23-28 ส.ค.61 ร่องมรสุมพาดผ่านประเทศเมียนมา ลาว และเวียดนามตอนบน ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทยจะมีกำลังแรงขึ้น ลักษณะเช่นนี้ทำให้ประเทศไทยมีปริมาณฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักบางแห่ง สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนจะมีกำลังปานกลาง อนึ่ง สำหรับผู้ที่จะเดินทางไปประเ
