น้ำท่วม
น่านอ่วม! / วันที่ 18 ส.ค. ผู้สื่อข่าวรายงาน สถานการณ์น้ำท่วมพื้นที่จังหวัดน่าน โดยระดับน้ำจากลำน้ำสาขาต่างๆและแม่น้ำน่านเพิ่มระดับสูงขึ้นเรื่อยๆ ล่าสุดจุดวัดระดับน้ำ เอ็น1 กาดแลง อยู่ที่ 8.30 เมตร และที่จุดวัดระดับน้ำ เอ็น64 บ้านผาขวาง ระดับอยู่ที่ 10.10 เมตร ส่งผลให้มีน้ำล้นทะลักเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนกว่า 1 พันครัวเรือน ใน 7 อำเภอ ได้แก่ อ.เชียงกลาง,ปัว,ท่าวังผา,แม่จริม,สันติสุข,เมืองน่าน ล่าสุดช่วงเช้าของวันนี้อำเภอภูเพียง น้ำล้นทะลักท่วมพื้นที่ติดริมแม่น้ำน่าน ที่ตำบลฝายแก้ว ,ม่วงตึ๊ด และตำบลท่าน้าว โดยเฉพาะจุดบ้านแสงดาว – ท่าล้อ ต.ฝายแก้ว อ.ภูเพียง ระดับน้ำสูงกว่า 1.30 เมตร รถทุกชนิดไม่สามารถสัญจรผ่านได้ โดยทางหน่วยทหารและป้องกันบรรเทาสาธารณภัย ได้นำเรือท้องแบนไว้บริการประชาชนสัญจรเข้าออกบ้านเพื่อไปทำงาน และซื้ออาหารน้ำดื่ม น้ำทะลักไหลท่วม 7 หมู่บ้าน กว่า 1พันหลังคาเรือน เดือดร้อน ด้านนายไพศาล วิมลรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน พร้อมด้วย นายสุรพล เธียรสูตร นายกเทศมนตรีเมืองน่าน กำลังทหาร ม.พัน 15 เร่งบรรจุทรายใส่กระสอบเพื่อนำปิดรอยรั่วผนังกั้นน้ำที่บริเวณบ้านสวนตาลล่าง ต.ในเวียง
รับมือน้ำท่วมฉับพลัน / เมื่อวันที่ 18 ส.ค. นายชยพล ธิติศักดิ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ฐานะผู้อำนวยการกลางกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง (กอปภ.ก.) เปิดเผยว่า กอปภ.ก.ได้ติดตามสภาพอากาศ ปริมาณฝนสะสม สถานการณ์น้ำท่า และปัจจัยเสี่ยงเชิงพื้นที่ พบว่าช่วงที่ผ่านมาทุกภาคของประเทศไทยมีฝนตกหนักอย่างต่อเนื่อง ทำให้หลายพื้นที่เกิดอุทกภัย น้ำป่าไหลหลาก และดินถล่ม ประกอบกับกรมอุตุนิยมวิทยาประกาศแจ้งเตือนพายุโซนร้อน “เบบินคา” บริเวณประเทศเวียดนามตอนบนเคลื่อนเข้าปกคลุมประเทศลาว และอ่อนกำลังลงเป็นพายุดีเปรสชั่น โดยอยู่ห่าง จาก จ.น่าน ประมาณ 250 กิโลเมตร ส่งผลให้ช่วงวันที่ 17 – 20 ส.ค.ทั่วทุกภาคของประเทศไทยมีฝนตกหนักถึงหนักมาก โดยเฉพาะภาคเหนือตอนบน ส่วนมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามันและอ่าวไทย จะมีกำลังแรง คลื่นสูง 2 – 4 เมตร อีกทั้งกรมทรัพยากรธรณีได้ออกประกาศให้เฝ้าระวังดินถล่มและน้ำป่าไหลหลาก ซึ่งมีพื้นที่เฝ้าระวังสถานการณ์ภัย แยกเป็น พื้นที่เฝ้าระวังดินถล่มเป็นพิเศษ ได้แก่ น่าน (อ.ท่าวังผา อ.ปัว อ.บ่อเกลือ อ.แม่จริม อ.เวียงสา) แพร่ (อ.สอง อ.วังชิ้น อ.ร้องกวาง)
วันที่ 6 ส.ค เฟซบุ๊ก การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค PEA ได้ออกมาโพสต์เตือนประชาชนถึงการรับมือกับสถานการณ์น้ำท่วมว่า ตามที่กรมอุตุนิยมวิทยามีประกาศเตือนภัยลักษณะอากาศในช่วงต้นเดือนสิงหาคม 2561 จะเกิดคลื่นลมแรงบริเวณภาคใต้และฝนตกหนักบางแห่งทั่วทุกภาคของประเทศ ขอให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยระมัดระวังผลกระทบจากฝนตกหนักและฝนตกสะสมที่อาจทำให้เกิดน้ำท่วม การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) มีคำแนะนำแนวทางการปฏิบัติตนของประชาชนให้เกิดความปลอดภัย เพื่อเตรียมพร้อมรับสถานการณ์อุทกภัยที่อาจเกิดขึ้น ก่อนน้ำท่วม – ปลดเมนสวิตช์ก่อนอพยพ – ย้ายอุปกรณ์ไฟฟ้าไม่ให้น้ำท่วมถึง ขณะน้ำท่วม – บ้าน 2 ชั้น ควรมีสวิตช์แยกแต่ละชั้น ปลดสวิตช์เบรกเกอร์ชั้นล่าง – บ้านชั้นเดียว งดใช้ไฟฟ้าและย้ายออกจากบ้าน – อย่าสัมผัสสวิตช์และงดใช้ไฟฟ้าขณะตัวเปียกหรือสัมผัสน้ำ – ควรยืนที่แห้ง สวมรองเท้ายาง – ห้ามใช้งานปลั๊กและสวิตช์ไฟฟ้าที่น้ำท่วมถึงเด็ดขาด หลังน้ำท่วม – เครื่องใช้ไฟฟ้าควรให้ช่างไฟฟ้าที่มีความรู้ ความชำนาญตรวจสอบ แก้ไขให้มั่นใจว่าปลอดภัยสำหรับการใช้งาน ประชาชนที่ประสบเหตุอุทกภัยที่เก
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากฝนตกอย่างต่อเนื้องตั้งแต่ เย็นวันที่ 27 เมษายน ทำให้น้ำท่วมขังรอการระบาย หลายซอย ภายในซอยเสือใหญ่ จนช่วงเช้าวันนี้ วันที่ 28 เมษายน ฝนยังคงตกลงมาอย่างต่อเนื่อง ทำให้น้ำท่วมขังเพิ่มมาขึ้น
วันที่ 7 มี.ค. เมื่อเวลา 13.00 น. ทางเพจของ ข่าวจราจร สวพ.91 FM91 รายงานว่า ที่จังหวัดปทุมธานี เกิดฝนตกหนักติดต่อกันหลายชั่วโมง โดยเฉพาะบริเวณ ธัญบุรี-คลองหลวง ถนนพหลโยธิน จนทำให้เกิดน้ำท่วมขัง และรถติดยาวทั้งเส้น จนถึงดอนเมือง ซึ่งขณะนี้ ณ เวลา 17.00 น. ยังได้รับรายงานว่า ช่องทางขนาน การเดินทางยังทุลักทุเล บนถ.พหลโยธิน ขาออก ตั้งแต่ห้างโลตัส สาขารังสิต ไปถึงมหาวิทยาลัยกรุงเทพ จนทำให้รถติดไปถึงตรงข้ามโรงพยาบาลบี.แคร์ เมดิคอลเซ็นเตอร์ และ ถ.วิภาวดีรังสิต ขาออก โดยส่วนท้ายอยู่ตรงข้ามฐานทัพอากาศ ดอนเมือง สร้างความเดือดร้อนแก่ผู้ใช้รถใช้ถนนเป็นอย่างมาก รายงานพบว่าบริเวณดังกล่าว เกิดปัญหาน้ำท่วมขังอยู่เสมอ โดยเฉพาะช่วงเวลาที่ฝนตกหนักติดต่อกัน มีประชาชนเข้าร้องเรียน แต่ยังไม่ได้รับการแก้ไข
เป็นอีกวันที่คนกรุงเทพต้องทนทุกข์จากการเดินทางเนื่องมาจากฝนตกอย่างหนักในช่วงเช้าทำให้ย่านศรีนครินทร บางนา แทบจะเป็นอัมพาต น้ำท่วมขังถนนหลายสาย และยังต่อเนื่องมาจนถึงช่วงสายๆ ที่น้ำยังขังรอการระบาย โดยพบว่าผู้ใช้งานทวิตเตอร์ เฟซบุ๊ก มีการแชร์ภาพเหตุการณ์น้ำท่วมที่เกิดขึ้นจำนวนมาก หนึ่งในนั้นคือ ภาพจากสมาชิกทวิตเตอร์ @paulcabincrew ซึ่งถ่ายภาพที่เกิดขึ้นระหว่างเดินทาง โดยระบุว่า “พีคสุดของชีวิต น้ำท่วม ท่วมยันใน taxi #น้ำท่วม #แท็กซี่ #น้ำท่วมแท็กซี่ #ชีวิตที่ลงตัว #น้ำท่วมกรุงเทพ #ฝนตก” ซึ่งเห็นได้ว่า หนุ่มคนนี้อยู่ในชุดกางเกงสแล็ก รองเท้าหนัก พร้อมเดินทางไปทำงาน ในขณะที่น้ำท่วมเข้ามาในตัวรถเกือบถึงเบาะนั่งเลยทีเดียว Twitter Ads info and privacy
เมื่อวันที่ 31 ม.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังเกิดฝนตกลงมาอย่างหนักในช่วงเช้ามืดที่ผ่านมา ส่งผลให้หลายพื้นที่ใน จ.สมุทรปราการ เกิดน้ำท่วมขังและเอ่อล้น บนพื้นผิวถนนในหลายสาย โดยเฉพาะในพื้นที่ อ.เมืองสมุทรปราการ บริเวณถนนศรีนครินทร์ ช่วงแยกศรีเทพา หน้าซอยแบริ่ง และเชิงสะพานข้ามแยกลาซาล มีน้ำท่วมขังสูงกว่า 20-30 ซม.จนรถเล็กสัญจรผ่านไปมาได้อย่างยากลำบาก และมีรถจอดเสียหลายคัน ส่วนที่บริเวณแยกปู่เจ้าสมิงพราย ถนนสุขุมวิท ขาเข้าปากน้ำ มีน้ำท่วมขังสูง 10-20 ซม.รถยนต์ขนาดเล็กควรเลี่ยงถนนเส้นดังกล่าว ขณะเดียวกันที่บริเวณถนนเทพรัตน ช่วง หน้าโรงเรียนราชวินิตบางแก้ว ก็ได้รับบผลกระทบเช่นกัน เจ้าที่เทศบาลในพื้นที่อยู่ระหว่าง เร่งสูบน้ำลงคลองเพื่อเร่งระบายน้ำออกจากผิวจราจร
ศูนย์ป้องกันน้ำท่วม กรุงเทพมหานคร รายงานว่า เมื่อเวลา 11.15 น. พื้นที่เขต กทม. มีฝนตก ปานกลางเขตดุสิต ปทุมวัน ป้อมปราบฯ บางรัก ราชเทวี เคลื่อนตัวทิศตะวันตกเฉียงใต้ เข้าสู่เขตบางกอกน้อย บางกอกใหญ่ ธนบุรี ส่วนฝนเล็กน้อยกระจายเขต สาทร ยานนาวา ทุ่งครุ ราษฎร์บูรณะ ภาษีเจริญ แนวโน้มคงที่ ปริมาณฝนสูงสุดเขตปทุมวัน 73.5 มม. ทั้งนี้ พบว่าพื้นที่ในเมืองมีน้ำฝนรอการระบาย ท่วมฟุตปาธ หลายพื้นที่ อาทิ หน้าเซ็นทรัลเวิล์ด ชิดลม หลังจากฝนตกลงมาอย่างหนัก การจราจรเริ่มติดขัดหลายแห่ง ภาพจากผู้ใช้ทวิตเตอร์ @SiriSirink70 ,สำนักข่าวไทย, @TRS995radio,@iPhone-Droid
วันที่ 29 ต.ค. สถานการณ์น้ำท่วมพิจิตร ยังอยู่ในระดับสูง โดยเฉพาะในพื้นที่ลุ่มแม่น้ำยม ในเขตอ.โพทะเล เนื่องจากเป็นพื้นที่ปลายแม่น้ำยมรับน้ำจาก อ.สามง่าม และอ.โพธิ์ประทับช้าง ก่อนประจบกับแม่น้ำน่านที่จะไหลลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยา ที่จ.นครสวรรค์ แต่แม่น้ำน่านมีระดับน้ำสูงการไหลระบายจึงเป็นไปค่อนข้างล่าช้า เนื่องจากมีมวลน้ำสะสมค่อนข้างมาก ประกอบกับมวลน้ำยมจากหลายจังหวัดของภาคเหนือไหลบ่าลงมาอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้บ้านเรือนประชาชน วัด โรงเรียน และพื้นที่การเกษตร ในเขตอ.โพทะเล มีระดับน้ำท่วมสูง 1-2 เมตร ประชาชนต้องสัญจรไปมาด้วยเรือ นอกจากนี้โรงเรียนจำนวนกว่าสิบแห่งในพื้นที่อำเภอโพทะเล ถูกน้ำท่วมสูงเกือบถึงอาคารเรียนชั้นสอง และจะมีกำหนดเปิดเรียนในวันที่ 1 พฤศจิกายนนี้นั้นยังไม่สามารถเปิดทำการเรียนสอนได้ โดยเฉพาะโรงเรียนบ้านหนองไผ่-มาบชุมแสง ต.ท่าเสา เนื่องจากระดับน้ำยังท่วมสูงอยู่ ต้องเลื่อนการเปิดภาคเรียนออกไปอย่างไม่มีกำหนด ด้าน นายวีระศักดิ์ วิจิตรแสงศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตร กล่าวว่า จ.พิจิตร ยังมีน้ำท่วมขังหลายอำเภอ ในลุ่มน้ำยม และน้ำน่าน แต่สิ่งที่เป็นห่วงคือ ขณะนี้ยอดผู้เสียชีวิต จากน้ำ
เมื่อวันที่ 29 ต.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สถานการณ์แม่น้ำท่าจีนยังมีปริมาณสูง โดยเฉพาะในพื้นที่ 3 อำเภอท้ายน้ำ ซึ่งเป็นพื้นที่รองรับน้ำ หลังได้รับน้ำจากการระบายน้ำจากประตูน้ำพลเทพ จ.ชัยนาท และมีการผันน้ำลงสู่ทุ่ง ทั้งประตูระบายน้ำทุ่งเจ้าเจ็ด ผักไห่ และพระยาบันลือ ทำให้บ้านเรือนประชาชนได้รับผลกระทบ โดยเฉพาะในพื้นที่ อ.เมือง อ.บางปลาม้า และอ.สองพี่น้อง ถนนบางสายในหมู่บ้านถูกตัดขาดไม่สามารถสัญจรไปมาได้ เนื่องจากน้ำมีปริมาณล้นทุ่งและเอ่อท่วมอย่างต่อเนื่อง ถึงแม้ระดับน้ำจะเริ่มลดลง 2-3 เซนติเมตร ส่วนในพื้นที่ ต.โคกคราม และต.จรเข้ใหญ่ อ.บางปลาม้า จ.สุพรรณบุรี เป็นพื้นที่ราบลุ่มต่ำและรับน้ำมาจากทุ่งเจ้าเจ็ด ซึ่งมีพื้นที่ติดกับ จ.พระนครศรีอยุธยา และ จ.อ่างทอง ขณะนี้บ้านเรือนของชาวบ้าน ได้รับผลกระทบกว่า 300 หลังคาเรือน ถนนหลายสายในหมู่บ้านถูกน้ำท่วมขัง รถสัญจรไปมาลำบาก บางจุดต้องติดป้ายห้ามผ่าน ส่วนแม่ค้าปลาเค็มก็นำปลาเค็มมาตากริมถนน เพราะบ้านถูกน้ำท่วมขัง บางจุดน้ำในทุ่งก็มีปริมาณมาก ส่วนในอ.เมืองสุพรรณบุรี จำนวน 11 ตำบล และ อ.บางปลาม้า จำนวน 14 ตำบล ขณะนี้ยังได้รับผลกระทบ บ้านเรือนประชาชนที่อ
