บุฟเฟต์
จากกรณีที่ข่าว ร้านบุฟเฟ่ต์ซีฟู้ดเจ้าดัง ประกาศยกเลิกทุกโปรโมชั่น เนื่องจากมีอาหารทะเลไม่พอขาย ผู้สื่อข่าว “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” ได้สำรวจ ร้านบุฟเฟ่ต์อาหารทะเลเจ้าอื่นๆ ว่าเคยประสบกับปัญหาอาหารไม่พอขายหรือไม่ รวมถึงวิธีการแก้ไขปัญหาและการจัดการบริหารให้อาหารเพียงพอต่อการจำหน่าย คุณจักรพงษ์ ยั่งยืน เจ้าของร้าน “ติดลมโคขุน” บุฟเฟ่ต์อาหารทะเลย่านลาดพร้าว ให้สัมภาษณ์ว่า ร้านติมลมโคขุน เปิดมาได้ประมาณ 1 ปี 8 เดือน เคยประสบปัญหา อาหารทะเลไม่เพียงพอต่อความต้องการของลูกค้าเช่นกัน แต่สามารถแก้ปัญหาด้วยการ ซื้อของตามร้านขายส่ง ที่มีอาหารซีฟู้ดมาสต๊อกไว้ที่ร้านล่วงหน้า ก่อนที่ทางร้านจะจัดโปรโมชั่นประมาณ 1 สัปดาห์ เพราะการทำธุรกิจประเภทนี้ ต้องทำใจไว้ก่อนว่า ต้องจัดโปรโมชั่นค่อนข้างบ่อย เพื่อเรียกลูกค้าเข้ามาทานอาหารที่ร้าน อีกทั้งต้องคอยเติมของเรื่อยๆ ถ้าร้านไม่มีของมาตุนไว้ ย่อมจะต้องเจอกับปัญหาของไม่พอจำหน่ายให้ลูกค้าแน่นอน ด้านคุณแอน – พัชริน ประสบสุข เจ้าของร้าน “ใส่-ให้-ยับ” บุฟเฟ่ต์ทะเลเผา บางแสน กล่าวว่า เธอเปิดร้านมาได้ 3 ปีกว่า ช่วงวันเสาร์-อาทิ
หม้อไฟสไตล์อีสาน “แจ่วฮ้อนริมมอ” ขวัญใจนศ. – คนทำงาน เปิด 5 ปี ขายดีกำไรหลักแสน เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ พามาไกลถึงจังหวัดมหาสารคาม พูดคุยกับบุฟเฟ่ต์หม้อไฟสไตล์อีสาน “แจ่วฮ้อนริมมอ” โดยมี คุณโจ๊ก – ธนพล จำนงพิศ อายุ 32 ปี บริหารจัดการร้านอยู่ขณะนี้ คุณโจ๊กจบการศึกษาจากคณะการบัญชีและการจัดการ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม หลังเรียนจบได้เข้ามาเป็นเจ้าหน้าที่ฝ่ายประชาสัมพันธ์ของมหาวิทยาลัย ทำได้ระยะหนึ่ง จึงเกิดไอเดียอยากมีธุรกิจเป็นของตนเอง ชายหนุ่มเริ่มต้นเปิดร้านอาหารตามสั่งเล็กๆ และลองทำแจ่วฮ้อนมาขายเสริม ปรากฏว่ากระแสตอบรับดีมาก สามารถขายได้เรื่อยๆ มีลูกค้าหลายคนชื่นชอบรสชาติของแจ่วฮ้อน จึงตัดสินใจครั้งใหญ่ลงทุนทำธุรกิจร้านอาหาร “แจ่วฮ้อนริมมอ” เพราะร้านตั้งอยู่ใกล้กับมหาวิทยาลัยมหาสารคาม “ผมมองว่าตลาดของธุรกิจอาหารมีมูลค่าสูง อีกทั้งร้านอาหารประเภทแจ่วฮ้อนยังมีไม่มากนัก เลยตัดสินใจลงทุนเปิดร้าน” ก่อนเล่าต่อว่า ในตอนแรกรูปแบบการขายเป็นการสั่งอาหารตามออร์เดอร์เป็นชุด ภายหลังช่วงปี 2560 เป็นยุคที่เศรษฐกิจชะลอตัว พฤติกรรมของผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงไป จึงต้องวางแผนค่าใช้จ่ายให้ดี
“อะคิโยชิ” ชาบู สุกี้ยากี้ สไตล์ญี่ปุ่น เจ้าแรกในไทย ชูคุณภาพยาวนาน 2 ทศวรรษ วัฒนธรรมการกินอาหารประเภทชาบู และ สุกี้สไตล์ญี่ปุ่น เข้ามาประเทศไทยนานกว่า 2 ทศวรรษ ซึ่งผู้ที่ทำให้ธุรกิจอาหารประเภทนี้เฟื่องฟู คือ “อะคิโยชิ” ร้านแรกที่นำชาบู ชาบู สุกี้ยากี้สไตล์ญี่ปุ่น และรูปแบบการกินแบบบุฟเฟต์มาเปิดเป็นเจ้าแรกในประเทศไทย ทานให้ถูกแบบญี่ปุ่น หมูสไลด์ชิ้นบาง จุ่มไข่ดิบ คุณเปิ้ล – ศรีหทัย ไพรสานฑ์กุล รองประธานกรรมการ บริษัท อะคิโยชิ จำกัด เท้าความว่า ร้าน “อะคิโยชิ” เปิดเมื่อปี 2538 โดยคุณอุดมศรี ไพรสานฑ์กุล หรืออาม่า เป็นผู้ก่อตั้ง ท่านชอบทานอาหารญี่ปุ่น มีลูกสะใภ้เป็นคนญี่ปุ่น สำหรับสูตรชาบู และสุกี้ คงเอกลักษณ์ตามต้นตำรับจากเมืองชิบาซากิ ประเทศญี่ปุ่นทุกขั้นตอนตั้งแต่การคัดสรรวัตถุดิบ เครื่องปรุงนำเข้า ได้รับการควบคุมตรวจสอบคุณภาพจากเซฟชาวญี่ปุ่น ร้าน “อะคิโยชิ” สาขาแรกตั้งอยู่ที่ อาคารไทยซินสแควร์ บิวดิ้ง ชั้น 2 ซอยสุขุมวิท 71 เขตพระโขนง กรุงเทพฯ นอกจากจะเป็นร้านอาหารญี่ปุ่นประเภทหม้อไฟเจ้าแรก รูปแบบการทานยังเป็นบุฟเฟต์เจ้าแรก ในสมัยนั้นเสิร์ฟจนอิ่ม ในราคา 290 บาท ระย
ก๋วยเตี๋ยวบุฟเฟ่ต์ วัตถุดิบแน่น ลูกค้าชอบอะไรใส่ปรุงเองได้เลย ก๋วยเตี๋ยวบุฟเฟ่ต์ – ข่าวสดอิ่มอร่อย วันนี้ แวะไป ร้านบุฟเฟ่ต์เตี๋ยว By ชีวา ตำบลหนองบัว อำเภอเมืองกาญจนบุรี กำลังเป็นร้านยอดนิยมในหมู่คนชอบก๋วยเตี๋ยว โดยเฉพาะก๋วยเตี๋ยวที่ใส่เครื่องเยอะๆ และกินได้จุใจ เนื่องจากที่นี่ เป็นร้านบุฟเฟ่ต์ก๋วยเตี๋ยวเครื่องแน่น ที่เปิดให้ลูกค้าได้เลือกทำก๋วยเตี๋ยวอิ่มอร่อยเองตามใจชอบ เริ่มจากเส้น มีส้นเล็ก เส้นหมี่ เส้นใหญ่ วุ้นเส้น เส้นแก้ว เส้นเซี่ยงไฮ้และบะหมี่ ส่วนวัตถุดิบมีมากมาย ตั้งแต่ หมูแดง หมูหมัก ไก่ตุ๋น กระดูกอ่อน ซี่โครงหมู ลูกชิ้นหมู เต้าหู้ ตับ เซี่ยงจี๊ หัวใจ ฯลฯ ถ้าอยากกินเป็นก๋วยเตี๋ยวแห้งก็เลือกใส่กากหมูเจียว กับถั่วคั่วได้เลย ส่วนถ้าชอบก๋วยเตี๋ยวน้ำ ทางร้านก็มีให้เลือกทั้งน้ำใสแบบธรรมดา หรือจะเป็นน้ำซุปก๋วยเตี๋ยวไก่ตุ๋นและน้ำซุปก๋วยเตี๋ยวหมูตุ๋น ที่สำคัญ หากกินชามแรกแล้วยังไม่อิ่ม ก็กินต่อได้อีกไม่อั้นและไม่จำกัดเวลา ในราคาแค่ 59 บาทต่อคน แต่นอกจากบุฟเฟ่ต์ก๋วยเตี๋ยวเครื่องแน่นแล้ว สำหรับลูกค้าที่ชอบกินน้ำสมุนไพรหรือขนมหวาน ปิดท้ายมื้ออร่อย ทางร้านก็มีให้บริการแบบไม่อั้นเช่นกัน
จากกรณีโลกโซเชียลมีการแชร์ภาพจากสมาชิกเฟซบุ๊กท่านหนึ่ง ซึ่งโพสต์ภาพและระบุว่า โดนปรับค่าน้ำจิ้มซีฟู้ดเป็นราคาถึง 600 บาท หลังจากมาทานบุพเฟ่ต์ 4 คน แต่ร้านเอาน้ำจิ้มมาเทรวมกันและปรับขีดละ 100 บาทดังกล่าว (อ่านสาวโวยกินบุพเฟ่ต์หัวละ 300 แต่โดนเทรวม ปรับค่าน้ำจิ้มแพงลิบ 600 บาท!!) เมื่อเวลา 12.20 น. วันที่ 26 ม.ค.61 นางจุรีย์ ใยบัว อายุ 40 ปี เจ้าของร้านบางอ้อปิ้งย่างบุฟเฟ่ต์ทะเลเผาริมถนนสายศรีราชา-ชากค้อ เข้าแจ้งความกับ ร.ต.อ.ยุทธนา กองตา รองสารวัตรเวร (สอบสวน) สภ.ศรีราชา หลังถูกลูกค้าโพสต์หมิ่นประมาทในเฟซบุ๊กทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียง ได้รับความเสียหาย เพราะคนแชร์ต่อไปเยอะมาก โดยเมื่อคืนที่ผ่านมาช่วงหัวค่ำได้มีสาวประเภท 2 จำนวน 2 คนและหญิงสาววัยรุ่น 2 คนเข้ามาใช้บริการรวม 4 คน ค่าอาหารหัวท่านละ 399 บาท โดยทางร้านจะมีอาหารทะเลประเภทหอยแครง กุ้งตัวใหญ่ ปลาหมึก แบบบริการตนเอง และมีป้ายติดอยู่ทั่วร้านว่ากินไม่หมดปรับขีดละ 100 บาท ทั้งอาหารและน้ำจิ้ม “ในส่วนของน้ำจิ้มมีป้ายบอกไว้แล้วว่าเติมได้ตลอดตักพอทาน ซึ่งทางลูกค้าโต๊ะดังกล่าวก็ได้มีการทิ้งอาหารประเภทอาหารทะเลไว้หลายอย่าง แต่เราคิดแค่เพียง
นายไพศาล อ่าวสถาพร รองกรรมการผู้จัดการ สายงานธุรกิจอาหาร บริษัท โออิชิ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่าเพื่อรองรับการแข่งขันของธุรกิจร้านอาหารที่ทวีความรุนแรง เนื่องจากสภาวะเศรษฐกิจยังเติบโตไม่เด่นชัด ทำให้ผู้ประกอบการต้องเร่งทำการตลาด เพื่อรักษาฐานลูกค้า รวมถึงความต้องการของผู้บริโภคมีหลากหลายและเฉพาะเจาะจงมากขึ้น ทำให้ในปี 2560 นอกจากบริษัทจะมีการวางงบลงทุน 241 ล้านบาท ในการเปิดสาขาใหม่เพิ่มอีก 15 แห่ง แบ่งเป็นชาบูชิ 14 สาขา โออิชิ บุฟเฟต์ 1 สาขา รวมทั้งจะมีการปรับโฉมร้านเดิมอีก 5 สาขาแล้ว โดยจะเป็นการนำนวัตกรรมที่ทันสมัยเข้ามาใช้ภายในร้านมากขึ้น ล่าสุดเปิดตัวแบรนด์ใหม่‘โออิชิ อีททอเรียม’ ปรับจากโออิชิ บุฟเฟต์เดิม ภายใต้นิยามใหม่‘Eat-Explore-Premium’ แห่งแรกที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัล พระราม 9 ที่เน้นให้ผู้บริโภคสัมผัสประสบการณ์ในบรรยากาศแบบญี่ปุ่นแท้ๆ และเพิ่มเมนูที่หลากหลายมากขึ้น ในราคาหัวละ 659 บาท โดยตั้งเป้าหมายจะเปิดให้ครบ 4 สาขาภายในปีหน้า ซึ่งสาขาที่ 2 เตรียมจะเปิดที่ซีคอนแสควร์ ศรีนครินทร์ และในเดือนก.ย. จะเปิดในกรุงเทพฯ อีก 1 สาขา ส่วนในช่วงปลายปีจะเปิดต่างจังหวัดอีก 1 สาขา ทั้งน
