ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
P.A.U.L.1988 แชมพูครีมนวดจากสมุนไพรสด ผลิตผลจากความรู้ แพทย์-วิทย์ ของเกษตรกรสาว พร้อมบุกตลาดคนรักสุขภาพ-ดันส่งออก ปวีณา ศัลยกำธร หลานสาว “อาจารย์ยักษ์” หรือ ดร.วิวัฒน์ ศัลยกำธร ซึมซับ เรียนรู้แนวคิดปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ตลอดจนได้ช่วยงานของ ศูนย์เรียนรู้กสิกรรมธรรมชาติมาบเอื้อง ต่อยอดแนวคิดสร้างผลิตภัณฑ์ P.A.U.L. 1988 แชมพูผสมครีมนวด ทำจากสมุนไพรสด พรีเมี่ยม ใช้ศาสตร์แพทย์แผนไทยร่วมกับวิทยาศาสตร์สมัยใหม่ผสมผสานกัน ปวีณา ศัลยกำธร หรือ ปลาย ผู้จัดการ บริษัท มาบเอื้อง วิสาหกิจเพื่อสังคม จำกัด ได้เล่าให้ฟังว่า “หลังจบคณะอุตสาหกรรมเกษตร ทำงานประจำ 5 ปี แต่สิ่งที่เป็นเสมือนหนึ่งในดีเอ็นเอ คือ เติบโตมาพร้อมกับอุดมการณ์แนวคิดเศรษฐกิจพอเพียงของครอบครัว ประกอบกับปี พ.ศ. 2531 เคยไปช่วยงานคุณอา (ดร.วิวัฒน์ ศัลยกำธร) เริ่มก่อตั้งศูนย์เรียนรู้กสิกรรมธรรมชาติมาบเอื้อง ที่ อ.บ้านบึง จ.ชลบุรี เพื่อเป็นตัวอย่างความสำเร็จว่าทฤษฎีเศรษฐกิจพอเพียงของในหลวง ร.9 ประชาชนคนธรรมดาก็ทำได้จริง โดยเลือกเริ่มที่ “เกษตรทฤษฎีใหม่” หลังคุณปลายเรียนจบทำงานประจำ ระหว่างนั้นเธอมีโอกาสเข้าไปทำงานที่ศูนย์เรียนรู้กสิกรรมธรรม
เกษตรพอเพียง วิถียั่งยืน ในน้ำมีปลา ในนามีข้าว พิสูจน์แล้วทำได้จริง ที่ชลบุรี ในน้ำมีปลา ในนามีข้าว คำพูดที่เรามักจะได้ยินจากคนยุคสมัยรุ่นปู่ ย่า ตา ยาย บ่งบอกถึงความอุดมสมบูรณ์ในยุคก่อน ซึ่งในปัจจุบันความอุดมสมบูรณ์เหล่านี้หาได้ยากเต็มที อย่างที่เขาพูดกันว่า ยิ่งมีความเจริญเท่าไร ความเป็นธรรมชาติก็จะลดลง ผู้คนรักสบายมากขึ้น บวกกับความเจริญก้าวหน้าของเทคโนโลยี เช่น ด้านเกษตรกรรม เกษตรกรก็หันพึ่งสารเคมีในการปลูกพืชผลกันมากขึ้น และสิ่งต่างๆ เหล่านี้ถือเป็นอีกปัจจัยที่ทำให้ความอุดมสมบูรณ์หายไป แต่ก็ยังมีเกษตรกรอีกหลายคนที่ยังเล็งเห็นถึงความสำคัญของการรักษาธรรมชาติ ดังเช่น คุณพีระพงษ์ สุดประเสริฐ หันทำเกษตรแบบอินทรีย์ งดใช้สารเคมี ยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียง ปลูกพืชผักไว้กินเอง ได้สุขภาพ มีเงินเหลือเก็บ มีแบ่งปัน คุณพีระพงษ์ สุดประเสริฐ อาจารย์พิเศษ ภาควิชาสังคมวิทยา คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา อดีตข้าราชการ หันมายึดหลักเกษตรพอเพียง อยู่ได้แบบไม่เดือดร้อน คุณพีระพงษ์ เล่าว่า ตนก็ใช้ชีวิตเหมือนกับคนทั่วไปสมัยเด็กตื่นเช้าหิ้วกระเป๋าไปเรียนตั้งแต่อนุบาลจนถึงจบปริญญาตรี ที่มหาวิทย
หลังเจอปัญหาวิกฤตทางการเมือง ปี 2554 ธุรกิจสมุนไพรและอาหารเสริมเพื่อสุขภาพ ที่เคยสร้างรายได้สะพัดวันละแสน กลับขายไม่ออก ขาดทุนสะสมจนกลายเป็นหนี้ก้อนโต แต่ “ศุภธิดา ศรีชารัตน์” ไม่ท้อถอยต่ออุปสรรค เธอปรับตัวสู้ชีวิตใหม่อีกครั้ง โดยน้อมนำแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 มาเป็นหลักในการดำเนินชีวิต จนสามารถปลดหนี้เงินล้านได้สำเร็จภายในระยะเวลาเพียง 4 ปี คุณศุภธิดา เกิดและเติบโตในครอบครัวเกษตรกร ในหมู่บ้านหนองกอง หมู่ที่ 3 อำเภอโดด อำเภอโพธิ์ศรีสุวรรณ จังหวัดศรีสะเกษ เธอเห็นพ่อแม่ทำนามาตลอดชีวิตแต่ไม่รวยสักที หลังเรียนจบมัธยมจึงตัดสินใจไปทำธุรกิจค้าขายที่กรุงเทพฯ โดยเปิดร้านจำหน่ายผลิตภัณฑ์สมุนไพรและอาหารเสริมเพื่อสุขภาพ ที่ห้างเซ็นทรัล สาขาบางนา และที่อิมพีเรียล สำโรง ระยะแรกธุรกิจเติบโตดีมาก สร้างรายได้สูงถึงวัน 100,000- 200,000 บาท แต่การใช้ชีวิตในสังคมเมืองหลวงมีภาระต้นทุนค่าใช้จ่ายที่สูงมาก ทั้งค่ากินอยู่ ค่าเช่าที่ ค่าจ้างคนงาน ฯลฯ หลังหักค่าใช้จ่ายแล้วแทบไม่เหลือผลกำไร ต่อมาเกิดวิกฤตทางการเมือง สินค้าขายไม่ดี เกิดหนี้สินก้อนโต กว่าล้านบาท ช่วงปลายป
คณะผู้จัดงานฮอร์ติ เอเชีย และวารสารเคหการเกษตร พาสื่อมวลชนเข้าชม หมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียง ศูนย์การเรียนรู้เกษตรทฤษฎีใหม่ บ้านหนองสามพราน ตำบลวังด้ง อำเภอเมือง จังหวัดกาญจนบุรี คุณพิเชษฐ์ เจริญพร ผู้ใหญ่บ้านหนองสามพราน ผู้รับผิดชอบโครงการหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียง ศูนย์การเรียนรู้เกษตรทฤษฎีใหม่ ให้การต้อนรับคณะ นับได้ว่าสถานที่แห่งนี้เป็นตัวอย่างของเกษตรกรในการใช้หลักเศรษฐกิจพอเพียง ผู้ใหญ่พิเชษฐ์ เล่าว่า เดิมทีพื้นที่แห่งนี้เคยเป็นไร่อ้อย ก่อนที่จะพัฒนามาเป็นศูนย์เรียนรู้เกษตรทฤษฎีใหม่บ้านหนองสามพราน โดยมีเนื้อที่ทำศูนย์เรียนรู้แห่งนี้มี 20 ไร่ ซึ่งเป็นนโยบายที่ได้รับมาจากหน่วยงานของจังหวัดกาญจนบุรี เนื่องจากพื้นที่ตรงนี้มีองค์ประกอบที่หลากหลาย ที่เหมาะแก่การทำพืชสวนเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะแหล่งน้ำ ซึ่งเป็นหัวใจที่สำคัญในการทำการเกษตร โดยโครงการนี้เริ่มจัดทำเมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2559 ที่ผ่านมา “พื้นที่นี้อยู่ในเขตปฏิรูปที่ดิน ซึ่งเป็นพื้นที่จัดสรรคนละ 10 ไร่ เลยดูคับแคบไปหน่อย ก็เลยทำให้ทางผู้ใหญ่บ้านอย่างผมเลือกที่จะรับโครงการมา เพื่อทำไว้เป็นตัวอย่างให้ชาวบ้านของผมได้ดู และเกิดการจดจำเ
ที่ไร่อรหันต์ ศูนย์เรียนรู้เกษตรรุ่นใหม่ หัวใจพอเพียง บ้านกุดปลาเข็ง หมู่ 1 ต.โนนค่า อ.สูงเนิน จ.นครราชสีมา นายปา ไชยปัญหา ปราชญ์ชาวบ้านเจ้าของไร่ ได้ออกมาแนะนำถึงวิธีใช้พื้นที่ดิน 1 ไร่ ปลูกพืชผลการเกษตรให้สามารถเก็บผลผลิตได้ตลอดทั้งปี ภายใต้ชื่อโครงการ “1 ไร่ เก็บได้ทั้งปี” โดยเป็นการปลูกพืชผสมผสานแนวเกษตรอินทรีย์ ตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ซึ่งประสบความสำเร็จและกลายเป็นแปลงต้นแบบ ทำให้กับเกษตรกรในพื้นที่ อ.สูงเนิน สนใจมาศึกษาเรียนรู้กันเป็นจำนวนมาก โดยนายปา ไชยปัญหา เจ้าของไร่อรหันต์ เปิดเผยว่า ตนนั้นมีอาชีพหลักคือเป็นพนักงานตำแหน่งซูเปอร์ไวเซอร์ ในโรงงานอุตสาหกรรมขนาดใหญ่แห่งหนึ่ง ที่ อ.สูงเนิน หลังจากได้ศึกษาถึงหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ตามแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวแล้ว ก็คิดอยากจะทำอาชีพเกษตรกร จึงได้ซื้อที่ไว้บริเวณบ้านกุดปลาเข็ง จำนวน 27 ไร่ และเริ่มตระเวนไปศึกษาเรียนรู้กับนักปราชญ์ดังๆ ทั่วประเทศ จนในที่สุดก็ได้ความรู้มาทดลองปลูกพืชผลการเกษตรต่างๆ มากมาย ประสบความเร็จ กลายเป็นที่สนใจของคนในละแวกใกล้เคียงเป็นอย่างมาก จึงเปิดเป็นศูนย์เรียนรู้สำหรับเกษตรกรรุ่นใหม่ขึ
นายพงษ์ชัย ไทยวรรณศรี ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพิจิตร เขต 1 เปิดเผยว่า โรงเรียนบ้านโนนไผ่ขุย อำเภอเมือง จังหวัดพิจิตร จัดกิจกรรมดำนา เพื่อนำผลผลิตที่ได้เป็นอาหารกลางวันสำหรับนักเรียน ที่ปราศจากสารเคมี และเป็นศูนย์การเรียนรู้เรื่องข้าวในโรงเรียน ซึ่งขับเคลื่อนตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงในโรงเรียน ได้รับการสนับสนุนจากศูนย์วิจัยข้าวพิษณุโลก ที่มา : มติชนออนไลน์
ช่วงหลายปีมานี้ผู้คนจำนวนไม่น้อยมักไปศึกษาหาความรู้เรื่องการทำเกษตรตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ที่บ้านของ”คุณสงวน มงคลศรีพันเลิศ” วัย 50 กว่า ซึ่งได้จัดตั้งเป็นศูนย์บริการและถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตรประจำตำบลหนองทะเล, ศูนย์เครือข่ายปราชญ์ชาวบ้าน และศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงชุมชนบ้านเขากลม ต.หนองทะเล อ.เมือง จ.กระบี่ ทำไมต้องไปดูงานที่นี่ก็เพราะ เขาผู้นี้ได้รับรางวัลมากมาย ทั้งระดับจังหวัดและประเทศ อาทิ เป็นเกษตรกรดีเด่น ปี 2548 สาขาปศุสัตว์, รางวัล 76 คนดีแทนคุณแผ่นดินปี 2552, รางวัลการประกวดผลงานตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงด้านประชาชนทั่วไป ปี 2550 และได้รับรางวัลศูนย์บริการและถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตรชนะเลิศอันดับ 1 ระดับจังหวัดปี 2550 ฯลฯ คุณสงวนเล่าความเป็นมาให้ฟังว่า เริ่มต้นเมื่อปี 2540 ตัวเองเป็นมนุษย์เงินเดือนทำงานอยู่ในบริษัทแห่งหนึ่งใน จ.ปราจีนบุรี มีรายได้ถึงเดือนละ 28,000 บาท แต่ไม่เคยมีเงินเหลือเก็บ คิดถึงในหลวง ร.9 สอนให้คิดเรื่องกินก่อนคิดเรื่องเงิน จึงตัดสินใจกลับบ้านที่ จ.กระบี่ เริ่มต้น ศึกษาและเรียนรู้เองจนตกผลึกทางความคิดว่า เมื่อจะทำเกษตรแบบพอเพียง ต้
ละออง ภูจวง อายุ 34 ปี ปัจจุบัน อยู่บ้านเลขที่ 71 หมู่ที่ 16 ตำบลขามเฒ่าพัฒนา อำเภอกันทรวิชัย จังหวัดมหาสารคาม โทรศัพท์ (087) 145-6552 เป็นเกษตรกรรุ่นใหม่ (Young Smart Farmer) ซึ่งได้ใช้ความพยายามฟันฝ่าปัญหาอุปสรรคจนประสบผลสำเร็จระดับหนึ่ง เป็นแบบอย่างแก่เยาวชนและเกษตรกรทั่วไป คุณละออง เล่าให้ฟังว่า หลังจากสำเร็จการศึกษาชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย เมื่อปี 2544 ได้ไปสมัครงานและเข้าทำงานที่บริษัท ไทยซัมมิกฮาร์เนส นิคมอุตสาหกรรมแหลมฉบัง อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี แผนกวางแผนและควบคุมการผลิต ตำแหน่งพนักงานทั่วไป ทำหน้าที่แจกจ่ายเอกสาร และธุรการทั่วไป ทำงานได้ 9 ปี และระหว่างนี้ยังศึกษาต่อจนจบ ปวส. ที่โรงเรียนเทคโนโลยีศรีราชา (ภาคค่ำ 2 ปี) อีกด้วย จุดเปลี่ยนอาชีพต่อสำนึกรักบ้านเกิด ตลอดระยะเวลาของการทำงานที่บริษัท ไทยซัมมิกฮาร์เนส นิคมอุตสาหกรรมแหลมฉบัง อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี เป็นไปด้วยดีด้วยความมุ่งมั่นตั้งใจทำ เป็นที่ยอมรับของนายจ้าง และเป็นที่รักใคร่ของพี่ เพื่อน และน้องๆ ในบริษัท แม้การทำงานที่บริษัทจะไม่มีปัญหาเกิดขึ้น แต่ปัญหาเรื่องส่วนตัวเริ่มเกิดขึ้นด้วยสำนึกต่อผู้มีพระคุณที่ให้กำเนิดเ
Rain Forest Resort & farm” ให้ความสำคัญกับธรรมชาติ โดยด้วยความตั้งใจที่ต้องการอยู่ร่วมกับธรรมชาติอย่างเป็นมิตร ที่นี่จึงไม่เคยหยุดที่จะสร้างสรรค์สิ่งดีๆ เพื่อดูแลธรรมชาติ โดยคำนึงถึงความจำเป็นของการออกแบบบ้านพักให้ผสมผสานกลมกลืนกับสรรพสิ่งในธรรมชาติที่มีอยู่แต่เดิมด้วยความรักและเอาใจใส่ คุณณัฐวัฒน์ วัฒนาประสิทธิ์ กรรมการผู้จัดการ Rain Forest Resort เกริ่นให้ฟัง ก่อนจะเล่าเพิ่มเติมว่า “ที่นี่เป็นศูนย์กลางการเรียนรู้และเป็นตัวอย่างการนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาประยุกต์ใช้ให้กับชุมชน เยาวชน และนักท่องเที่ยว ทั้งยังเป็นตัวอย่างให้กับชุมชน เรื่องของปศุสัตว์ การทำปุ๋ยหมักชีวภาพ การใช้พลังงานทดแทน การคัดแยกขยะ การทำเกษตรอินทรีย์ และการปลูกป่าแบบผสมผสานเพื่อปรับเปลี่ยนแนวทางใช้ทรัพยากรธรรมชาติ” เพราะประสบอุบัติเหตุ ได้ฤกษ์มาอยู่ จ.พิษณุโลก คุณณัฐวัฒน์ ย้อนความหลังให้ฟังว่า “ผมเป็นคนจังหวัดราชบุรี ก่อนหน้าที่จะได้มาอยู่ที่นี่ ผมประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์ที่เชียงราย และได้เดินทางมาพักฟื้นร่างกายที่จังหวัดพิษณุโลก เป็นเวลากว่า 25 ปีแล้ว จุดเปลี่ยนของชีวิตก็อยู่ตรงที่ได้มาพักฟื้นร่างกายที่นี่ จึงต
วันที่ 27 ตุลาคม นายปัง เสนเพ็ง เกษตรกรบ้านอ้วน ตำบลหาดแพง อำเภอศรีสงคราม จังหวัดนครพนม กล่าวว่า เดิมตนเองเคยรับราชการเป็นสมาชิกองค์การบริหารส่วนตำบลอยู่ 1 สมัย พอหมดวาระก็ออกมาประกอบอาชีพเกษตรกรรม ซึ่งในสมัยที่เป็นสมาชิกองค์การบริหารส่วนตำบล ก็มีโอกาสได้ไปเรียนรู้หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ที่บ้านเพ จังหวัดระยอง ตลอดจนได้เข้ารับการอบรมมาตลอด จึงได้น้อมนำมาปฏิบัติใช้ในพื้นที่ของตนเองที่มีอยู่ 17 ไร่ โดยมีการแบ่งพื้นที่เป็น 3 ส่วน คือ ขุดบ่อเพื่อกักเก็บน้ำจำนวน 2 ไร่ พื้นที่ปลูกพืชผัก ผลไม้ ไม้ยืนต้น ที่อยู่อาศัย โรงเรือนเลี้ยงสัตว์จำนวน 8 ไร่ และที่เหลืออีก 7 ไร่ ใช้ในการปลูกข้าวไว้รับประทาน โดยผลจากการน้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ในครั้งนี้ เริ่มออกผลแล้ว ซึ่งสามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตต่างมาใช้ในครัวเรือนและมาจำหน่ายได้เป็นบ้างส่วนแล้ว ไม่ว่าจะเป็นมะละกอ กล้วย ไผ่เลี้ยง ข่า ปลายอน ปลาตะเพียน กบ เป็ด สุกร และวัว โดยรายได้เฉลี่ยอยู่ที่ประมาณวันละ 400-500 บาท ซึ่งถือเป็นพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ท่าน ที่มาช่วยสร้างให้ตนเองและครอบครัวมีรายได้มา
