รักษ์โลก
จากจุดเริ่มต้นเล็กๆ ของแม่ที่อยากหารายได้เสริมเข้าบ้าน สู่ก้าวแรกของการเข้าสู่ธุรกิจน้ำยาทำความสะอาดที่ได้ลูกสาวมาช่วยต่อยอดให้เติบโต ตอบโจทย์สิ่งแวดล้อมและความปลอดภัยของผู้ใช้ ในคอลัมน์ Entrepreneur “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” จะพาไปดูจุดเริ่มต้นและการเติบโตที่ “ไม่หยุดพัฒนา” ของแบรนด์ “I-Richly” (ไอริชลี่) ผ่านมุมมองของรุ่นแม่ ปราณี งอกงาม และ ดรีม-กนกวรรณ งอกงาม ทายาทธุรกิจ บริษัท ไอ-ริช แมนูแฟคเจอริ่ง จำกัด ผู้ผลิตผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด เช่น น้ำยาซักผ้า น้ำยาปรับผ้านุ่ม และน้ำยาถูพื้น ฯลฯ ที่สร้างรายได้เกือบ 30 ล้านบาทในปีที่ผ่านมา จุดเริ่มต้นของ “ไอริชลี่” น้ำยาทำความสะอาด ก่อนมาเป็น “ไอริชลี่” แบรนด์น้ำยาทำความสะอาดรายได้เกือบ 30 ล้านต่อปี เริ่มต้นมาจากจุดเล็กๆ ของแม่บ้านคนหนึ่ง “ปราณี งอกงาม” อยากมีรายได้เสริมมาจุนเจือครอบครัว จึงเริ่มต้นรับผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดจากญาติมาขายหน้าบ้าน ขยับขยายสู่การออกบูธจนได้จับเงินก้อนแรก 4,700 บาท แต่ด้วยไม่สามารถควบคุมคุณภาพได้ และตอบคำถามลูกค้าได้ไม่ครบถ้วน เช่น ความปลอดภัย การใช้วัตถุดิบในการผลิต ฯลฯ จึงตัดสินใจผลิตสินค้าด้วยตัวเองเพราะอยากให้ค
“นกหวีดพารอด – PAROD Whistle” ไอเดียเจ๋งๆ นี้มาจาก Qualy ผู้ออกแบบ “นกหวีดพารอด – PAROD Whistle” ที่ไม่ใช่แค่เครื่องส่งเสียง แต่คือสัญลักษณ์แห่งความรอด และพลังแห่งศรัทธา โดยทางเพจ Qualy ได้อธิบายรายละเอียดไว้อย่างน่าสนใจว่า นกหวีดพารอด ได้รับแรงบันดาลใจมาจาก “พระรอด” ซึ่งเป็นพระเครื่อง 1 ใน 5 ของชุดเบญจภาคีที่มีอายุเก่าแก่ มีความเชื่อเรื่องพุทธคุณแคล้วคลาด คงกระพัน จนถูกขนานนามว่า “พระเครื่องสายเหนียว” สู่การดีไซน์ “นกหวีดพารอด” เครื่องรางแห่งความรอดปลอดภัย ที่มาพร้อมเสียงเตือนภัย และแรงศรัทธาแห่งความยั่งยืน โดยออกแบบด้วยเทคนิคให้ด้านหน้าเป็น “พระเครื่อง” สิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจคู่คนไทย ด้านหลังออกแบบให้เป็น “นกหวีด” เครื่องส่งสัญญาณเตือนภัยและขอความช่วยเหลือจากภัยอันตราย ทั้งภัยจากธรรมชาติ และภัยร้ายใกล้ตัว พร้อมออกแบบ Typography Design คำว่า “ROD = รอด” ที่สามารถอ่านได้ทั้ง 2 ภาษาในคำเดียว เรียกว่าเป็นกิมมิกเล็กๆ น้อยๆ ที่ช่วยเพิ่มความเหนียวไปอีกหนึ่งสเต็ป และเมื่อถอดรหัสความหมายที่แฝงอยู่ในคำว่า PAROD จะสามารถนิยามได้ว่า P = Portable, A = Awareness, R = Res
ซูกิชิ แบรนด์ปิ้งย่างสไตล์เกาหลี อันดับ 1 ของไทย ร่วมกับ สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ เมืองนวัตกรรมอาหาร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ และมหาวิทยาลัยกรุงเทพ จัดงานแถลงข่าวการแข่งขันออกแบบบรรจุภัณฑ์เพื่อสังคมที่ยั่งยืน ชิงแชมป์ประเทศไทย ประจำปี พ.ศ. 2568 ภายใต้แนวคิด สานต่อพลัง “นิสิต นักศึกษา” สู่ “นิสิต นักศึกษา มืออาชีพ” ภายใต้การผนึกกำลังในครั้งนี้ ทั้ง 6 หน่วยงานมุ่งหวังที่จะเป็นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนทุกภาคส่วนให้ตระหนัก และเห็นความสำคัญของสภาพแวดล้อมที่ส่งผลต่อคุณภาพชีวิตของทุกคนบนโลกใบนี้ โดยมุ่งเน้น 4 ด้าน 1. การศึกษา : เปิดโอกาสให้นักศึกษาได้เรียนรู้และพัฒนาผลงานที่คำนึงถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ส่งเสริมการนำหลักการออกแบบ เพื่อความยั่งยืน (Sustainable Design) อย่างสร้างสรรค์ใช้ประโยชน์ได้จริงในภาคอุตสาหกรรมและปลูกฝังจิตสำนึกที่ดีร่วมกัน 2. สังคม สิ่งแวดล้อม : สนับสนุนการพัฒนาบรรจุภัณฑ์ที่คำนึงถึงการลดปริมาณขยะอันส่งผลกระทบต่อภาวะโลกร้อน และกระตุ้นให้ตระหนักถึงผลกระทบของบรรจุภัณฑ์ที่ส่งผลต่อสภาพแวดล้อม รวมถึงเน้นการใช้วัสดุที่เป็นมิตรต่อธรรมชาติ 3. อุตสาหกรรม : ผลักดันธ
“อยากให้พวงหรีดอันหนึ่งสามารถสร้างประโยชน์ให้คนได้มากที่สุด” ผุดไอเดียใหม่ “พวงหรีดไข่” จบงานแบ่งปันต่อ ได้อาลัยแบบรักษ์โลก เมื่อพูดถึง ‘พวงหรีด’ สัญลักษณ์ที่ใช้ในงานอวมงคล หลายคนอาจนึกถึงพวงหรีดดอกไม้สวยๆ แต่หลังจบพิธี ของเหล่านี้อาจจะเหี่ยวเฉา ทว่า มีอีกสิ่งหนึ่งสามารถส่งต่อให้ผู้อื่นได้อย่างมีประโยชน์และคุ้มค่า นั่นคือ ‘พวงหรีดไข่’ พวงหรีดรักษ์โลกที่พัฒนาไอเดียโดย คุณจูน-ปภัชญา เบญจาทิกุล วัย 42 ปี คุณจูน เล่าให้ ‘เส้นทางเศรษฐีออนไลน์’ ฟังว่า พวงหรีดไข่ เป็นไอเดียที่เธอคิดขึ้นมาตั้งแต่โควิดเข้าไทยสัปดาห์แรก ขณะนั้น บริษัทที่ทำงานอยู่ ต้องพยุงตัวเองให้รอดพ้นจากวิกฤตรายได้เป็นศูนย์ พนักงานหลายคนจึงร่วมกันแชร์ไอเดียเพื่อหารายได้เพิ่ม แต่พวงหรีดไข่ที่เธอแชร์ไอเดีย ไม่สามารถทำได้ในทันที เพราะต้องใช้เวลาในการพัฒนา จึงได้พับโปรเจ็กต์นี้ไป แต่ก็ได้พัฒนาด้วยตัวเองมาเรื่อยๆ เพราะอยากทำออกมาให้ดีที่สุด เพื่อเป็นธุรกิจให้คนในครอบครัวได้ช่วยกันทำ ซึ่งจุดเริ่มต้นไอเดียอีกอย่าง ก็มาจากการไปงานขาวดำมากมาย และสังเกตได้ว่า แต่ละงานมีพวงหรีดจำนวนมาก “เวลาไปงานศพ เราสังเกตหลายครั้ง ถ้างานนั้นมีคนไป
เปิดมหกรรมความยั่งยืนที่ใหญ่ที่สุดในอาเซียน Sustainability Expo 2024 (SX 2024) ร่วมค้นคำตอบเพื่อความอยู่รอดใน “ยุคโลกเดือด” มาร่วมเกาะติดเทรนด์โลกแห่งอนาคตที่ยั่งยืนทุกมิติในแบบที่คุณค้นหา พร้อมเปิดความว้าวไปกับ การไขรหัสค้นหาคำตอบสู่หนทางความอยู่รอดอย่างสมดุลในยุคโลกเดือด (Global Boiling) กับทศวรรษแห่งการลงมือทำของการรวมพลังเพื่อสร้างความเปลี่ยนแปลงให้โลกใบนี้น่าอยู่อย่างยั่งยืน “เพราะความยั่งยืนเป็นเรื่องของทุกคน” ในงาน Sustainability Expo 2024 (SX 2024) มหกรรมด้านความยั่งยืนที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคอาเซียน “พอเพียง ยั่งยืน เพื่อโลก” (Sufficiency for Sustainability) ซึ่งจัดต่อเนื่องเป็นปีที่ 5 นำโดย 5 องค์กรธุรกิจต้นแบบด้านความยั่งยืนระดับโลก ได้แก่ บริษัท เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) เอสซีจี บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) และ บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) พร้อมทั้ง เครือข่าย TSCN (Thailand Supply Chain Network) ร่วมด้วย ผู้สนับสนุนการจัดงานทุกภาคส่วน ที่ร่วมสร้างสรรค์ให้โลกเกิดความสมดุล และผลักดันให้เกิดการลงมือทำในทศวรรษแห่งกา
ซันโทรี่ เป๊ปซี่โค ประเทศไทย บอกเล่า 5 ขั้นตอนรักษ์โลก ส่งขวด PET ไปรีไซเคิล รู้ไหมว่า ประเทศไทยมีขยะพลาสติกมากถึง 2 ล้านตันต่อปี ซึ่งในจำนวนนี้ถูกนำกลับไปใช้ประโยชน์ประมาณปีละ 0.5 ล้านตัน หรือเพียง 25% เท่านั้น ส่วนที่เหลือ 1.5 ล้านตัน เป็นพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียว (Single-use plastics) อาทิ ถุงร้อน ถุงเย็น ถุงหูหิ้ว แก้วพลาสติก หลอดพลาสติก กล่องโฟมบรรจุอาหาร ซึ่งถูกทิ้งเป็นขยะมูลฝอยและมีปริมาณเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องทุกปี[1] ซันโทรี่ เป๊ปซี่โค ประเทศไทย ในฐานะผู้ผลิตและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์เครื่องดื่ม เราตระหนักถึงความสำคัญของบรรจุภัณฑ์พลาสติกในการปกป้องคุณภาพและความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์ก่อนส่งถึงมือผู้บริโภค ในขณะเดียวกัน ก็ร่วมมือกับภาครัฐและเอกชนในการแก้ปัญหาขยะพลาสติกที่เกิดจากการจัดการบรรจุภัณฑ์หลังการบริโภคอย่างไม่เหมาะสมมาโดยตลอด เรามุ่งมั่นลดการใช้พลาสติกใหม่ และส่งเสริมการจัดการบรรจุภัณฑ์อย่างยั่งยืน (Sustainable Packaging Management) ตั้งแต่การเลือกใช้วัสดุและการออกแบบบรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อให้ง่ายต่อการจัดการและสามารถนำกลับมารีไซเคิลได้ การให้ความรู้เกี่ยวกับการ
“ใบเล็บครุฑลังกา” จานใส่อาหารจากธรรมชาติ ตลาดต้องการมาก ต้นเล็บครุฑลังกา ไม้ประดับต้นที่นิยมปลูกทั้งในกระถางและแปลงจัดสวน เนื่องจากมีลำต้นและทรงพุ่มไม่สูง เพียง 3 เมตร ใบมีลักษณะแปลก มีลวดลายสวยงาม ในบางตำราบอกว่า ต้นเล็บครุฑลังกา เป็นไม้มงคลที่ถือตามความเชื่อว่า จะช่วยให้รอดพ้นจากภยันตราย ที่บอกว่าได้รับความนิยมนั้นก็มาจากส่วนใบของต้นเล็บครุฑลังกานั่นเอง เพราะสามารถนำมาเป็นภาชนะใส่อาหารทดแทนการใช้จานเซรามิก หรือกล่องโฟมได้ดีเยี่ยม ซึ่งใบนั้นก็สามารถนำไปทำอาหาร อย่างเช่น ห่อหมก แทนการใช้ใบยอได้เช่นกัน โดยใบมีกลิ่นหอม ให้รสเผ็ดร้อน นำมาต้มดื่มแก้อาการปวดหัว หรือปวดเมื่อยอื่นๆ ตามร่างกาย คุณนัน-นัยนันท์ อาบสุวรรณ์ อายุ 42 ปี และคุณมณทิรา บุญวาที อายุ 39 ปี สองสาวเจ้าของสวน ผู้ปลูกต้นเล็บครุฑลังกาในจังหวัดตราด โดยทั้งคู่เป็นรุ่นพี่รุ่นน้องจากสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง โดยคุณนันเรียนจบปริญญาตรีเทคโนโลยีการผลิตพืช ส่วนคุณมณทิรา เรียนปริญญาตรีด้านการจัดการศัตรูพืช และเรียนต่อปริญญาโทด้านเทคโนโลยีการจัดการหลังการเก็บเกี่ยวด้วยกันจนจบ โดยทั้งสองใช้ความรู้ความสามารถเก
ร้านอาหาร (อยาก) รักษ์โลก แค่ความคิดเจ้าของคนเดียว ไม่มีทางเป็นไปได้ ร้านอาหารที่อยากจะรักษ์โลกเป็นร้านอาหารสีเขียว ลำพังแค่ความคิดของเจ้าของคนเดียวไม่มีทางเป็นไปได้ แต่ต้องอาศัย “ทุกคน” ที่เกี่ยวข้อง ถึงจะทำร้านอาหารสีเขียวได้ตลอดรอดฝั่ง ซึ่งการใส่ใจ “ทุกคน” ด้วยโลกสีเขียวนี้ยังเป็นการสร้างการประกอบธุรกิจร้านอาหารให้ราบรื่นไปด้วยในตัว จากงานวิจัยเรื่อง “แนวปฏิบัติการประกอบธุรกิจร้านอาหารสีเขียวในประเทศไทย” ยกให้เรื่อง “คน” นี้เป็นแนวปฏิบัติที่สำคัญอันดับ 2 รองจากเรื่องสิ่งแวดล้อม จะละเลยไม่ได้ เรียกรวมๆ ว่า “แนวปฏิบัติด้านสังคม” มีอะไรบ้าง มาดูกันครับ อันดับที่ 1 ร้านอาหารต้องปฏิบัติต่อพนักงานอย่างเอาใจใส่ เพราะถ้าไม่มีพวกเขา ร้านอาหารก็ดำเนินงานไม่ได้ครับ ต้องดูแลเขาอย่างเป็นธรรม ไม่เอาเปรียบ เช่น การให้ผลตอบแทน การกำหนดระเบียบ การฝึกอบรม การให้คุณ การลงโทษ การให้โบนัส การปฏิบัติต่างๆ ในร้านอาหารสีเขียว ให้พนักงานเอาใจใส่ลูกค้าด้วยทัศนคติที่ดี บริการดี คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม และสื่อสารให้ลูกค้าเข้าใจเรื่องร้านอาหารสีเขียวได้ อันดับที่ 2 ร้านอาหารสีเขียว ต้องให้ความสำคัญกับชุมชน เพื่อนบ้
ร้านอาหาร “สีเขียว” รักษ์โลก ใส่ใจสิ่งแวดล้อม หาทางประหยัด ทุกขั้นตอน หัวใจสำคัญของร้านอาหาร ยังไงก็หนีไม่พ้นเรื่องอาหาร เช่นเดียวกัน หัวใจของร้านอาหารสีเขียว ก็เป็นเรื่องอาหารครับ จากงานวิจัยของผม เรื่องปัจจัยการประกอบธุรกิจร้านอาหารสีเขียวในประเทศไทย เจ้าของธุรกิจร้านอาหารให้ความสำคัญในเรื่องนี้มาเป็นอันดับ 4 ที่จริงการรั่วไหลของอาหาร วัตถุดิบ เป็นเรื่องใหญ่ยิ่งของร้านอาหาร หลายร้านที่ทำแล้วกำไรน้อยก็เพราะไม่เข้มงวดเรื่องวัตถุดิบการประกอบอาหารนี่แหละ แนวปฏิบัติด้านอาหารแบบเขียวๆ ช่วยในเรื่องนี้ได้ เพราะหลักใหญ่ใจความคือ ใช้ของดี มีคุณภาพ สมราคา และหาหนทางประหยัดทุกขั้นตอน แนวปฏิบัติด้านอาหารอันดับแรกเป็นแนวปฏิบัติในการประกอบอาหาร ซึ่งพอเป็นร้านอาหารสีเขียวการเอาใจใส่สิ่งแวดล้อมจึงขึ้นมาอยู่อันดับต้นๆ แนวปฏิบัตินี้แนะนำให้ใช้วัตถุดิบที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม จากท้องถิ่น ตามฤดูกาล วัตถุดิบเกษตรอินทรีย์ ผลิตถูกต้องตามกฎหมาย จากแหล่งที่ไม่มีการทารุณสัตว์ หรือทำลายพันธุ์ หรือใช้แรงงานผิดกฎหมาย และได้การรับรองจากหน่วยงานของราชการ ข้อนี้ดูจะยากหน่อย กับการหาซื้อของวัตถุดิบจากตลาด พวกออร์แก
ร้านอาหาร ตัวจักรสำคัญอันดับต้น ทำโลก “เน่า” ขึ้นทุกวัน บนโลกใบนี้ ประเทศไหนตกขบวนไม่มีนโยบายเรื่องสิ่งแวดล้อมนำหน้า ดูจะล้าสมัยและไม่ “รักษ์โลก” เจ้าธุรกิจใหญ่ๆ ขยับเรื่องการทำธุรกิจสีเขียวกันเป็นทิวแถว แต่เรื่องทำยังไงให้เป็นสีเขียวนี้ ยังค่อนข้างห่างจากความเคยชินของคน รวมถึงบรรดาร้านอาหาร ในเมืองไทยมีร้านอาหารอยู่แทบทุกพื้นที่ จัดว่าร้านอาหารเป็น ตัวจักรสำคัญอันดับต้นๆ ที่ทำให้โลกเราเน่าขึ้นทุกวัน ผมทำงานวิจัยเรื่อง “แนวปฏิบัติการประกอบธุรกิจร้านอาหารสีเขียวในประเทศไทย” เป็นเล่มวิจัยหนาเตอะ จึงขอนำบางส่วนมาสรุปนำเสนอ เผื่อจะกระตุ้นให้ร้านอาหารหรือผู้เกี่ยวข้องสนใจส่งเสริมและปฏิบัติให้เกิด “ร้านอาหารสีเขียว” กันขึ้นมาให้มากๆ ขึ้น ซึ่งจะส่งผลดีต่อตัวร้านอาหารเองและประเทศไทยแน่นอน จากผลงานวิจัย ซึ่งได้จากการประชุมกลุ่มผู้เชี่ยวชาญเรื่องร้านอาหารและสิ่งแวดล้อม 10 กว่าท่าน และจากแบบสอบถามเจ้าของร้านอาหารอีก 400 กว่าร้าน มาสรุปรวมกันเป็นแนวทางปฏิบัติที่ควรจะเป็นของร้านอาหารสีเขียวในประเทศไทยได้ 7 แนวทาง ดังนี้ 1) แนวปฏิบัติด้านสิ่งแวดล้อม 2) แนวปฏิบัติด้านสังคม 3) แนวปฏิบัติด้
