สุขภาพ
โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย แนะนำ 5 วิธี เสริมภูมิต้านทาน ช่วยต้านโควิด ภูมิต้านทานของมนุษย์ทำหน้าที่คุ้มกันเราจากการติดเชื้อ ต้านทานโรคไม่ให้ลุกลามและหายในที่สุด ภูมิต้านทานโรคจะสมบูรณ์เมื่อเรามีร่างกายแข็งแรงจากการออกกำลังกายสม่ำเสมอ พักผ่อนอย่างพอเพียง ได้รับอากาศบริสุทธิ์ มีจิตใจที่เบิกบานแจ่มใส และไม่ทำร้ายตัวเองด้วยการสูบบุหรี่หรือดื่มสุราเป็นอาจิณ นอกจากนั้น เรายังสามารถเสริมภูมิต้านทาน ให้แข็งแรงเพื่อช่วยต้านทาน โรคโควิด-19 ได้ด้วย 5 วิธี ดังนี้ รับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ โดยลดความหวาน ความมัน และความเค็มลง เพิ่มการรับประทานผัก และผลไม้หลากหลายสี และหลากหลายชนิด เพื่อเสริมวิตามินซีและสารต้านอนุมูลอิสระ รับวิตามินดีเพิ่มเติมจากแสงแดด โดยให้มือ แขนและขาสัมผัสแดดเพียงครั้งละ 15 นาที ในช่วงเวลาที่แดดไม่จัดจนเกินไป ได้แก่ ก่อน 10 นาฬิกา และหลัง 15 นาฬิกา ทั้งนี้วิตามินดีมีความสำคัญมากต่อการทำงานอย่างสมดุลของระบบภูมิต้านทานโรค หากภูมิต้านทานโรคทำงานเกินพอดีจะส่งผลเสียต่อร่างกายในทุกระบบ รับธาตุสังกะสีให้เพียงพอกับความต้องการของร่างกายจากอาหารต่างๆ เช่น อาหารทะเล เนื้อสัตว์ เต้าห
หมอแก้ว ตัดพ้อ คนไทยไม่กลัวโควิดแล้ว เสี่ยงระบาดรอบ 2 เมื่อวันที่ 6 ก.ค. 63 นพ.ธนรักษ์ ผลิพัฒน์ รองอธิบดีกรมควบคุมโรค โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว “หมอแก้ว ผลิพัฒน์” ถึงสถานการณ์โควิด-19 ระบุว่า ถาม : คนไทยรู้มั้ยว่าเรามีโอกาสที่โควิด จะกลับมาระบาดอีก ตอบ : รู้ . ถาม : คนไทยกลัวมั้ย ถ้าโควิด จะกลับมาระบาดอีก ตอบ : รู้สึกว่าคนไทยจะไม่ค่อยกลัวเท่าไหร่นะ สังเกตได้จากการปฏิบัติตัว . ถาม : เมืองไทยพร้อมแล้วยังถ้าโควิดจะกลับมาระบาดอีก ตอบ : พร้อมแล้วครับ . ถาม : ดูได้จากอะไร ตอบ : ดูจากการที่คนไทยทุกคนช่วยกันทำให้ประเทศไทยมีความเสี่ยงสูงขึ้น ร้านค้าไม่คัดกรอง ร้านค้าให้ความสำคัญกับเงินมากกว่าการป้องกัน ร้านค้าไม่ใส่ใจที่จะไม่ยอมให้คนไม่ใส่หน้ากากเข้าร้าน ร้านค้าไม่ยอมบอกให้ลูกค้าใส่หน้ากาก ลูกค้าก็มีความสุขที่จะไม่ต้องใส่หน้ากาก . โควิดจะกลับมาอีกหรือไม่ ล้วนขึ้นอยู่กับคนไทย และผมก็รู้สึกว่า คนไทยไม่กลัวโควิดแล้ว และ อยากให้มันกลับมาอีก ทั้งยังเชิญชวนให้มันกลับมาระบาดอีกด้วย . สำหรับผม ผมคิดว่าเหล่านี้ล้วนเป็นความคิดและการกระทำที่น่ากลัวมาก . อยากให้คนไทยเที่ยว และกลับมาช่วยกันดูแลธุรกิจข
แพทย์เผยภาวะโลหิตจางเกิดจากหลายสาเหตุ ชี้ควรพบแพทย์เพื่อรับการรักษาที่ถูกต้อง นายแพทย์สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ เปิดเผยว่า ภาวะโลหิตจาง พบได้บ่อยในประชากรทั่วไป เป็นภาวะร่างกายมีเม็ดเลือดแดงน้อยกว่าปกติหรือพบว่าปริมาณเม็ดเลือดแดงในเลือดน้อยกว่าปกติ ทำให้ความสามารถในการนำออกซิเจนไปสู่อวัยวะต่างๆ ของร่างกายมีประสิทธิภาพลดลง อาการของโลหิตจางเริ่มตั้งแต่ไม่มีอาการ ถ้าโลหิตจางน้อยๆ จะไม่มีผลต่อสุขภาพ ถ้าบังเอิญเกิดเหตุที่ทำให้เสียเลือดกะทันหัน เช่น อุบัติเหตุรถชนหรือมีการตกเลือดจากเหตุทางโรคภัย เช่น แท้งลูก ท้องนอกมดลูก จะทนทานการเสียเลือดได้ไม่ดี แต่ถ้าโลหิตจางมากมีผลต่อร่างกาย คือ ทำให้อ่อนเพลีย วิงเวียนศีรษะ ใจสั่น หน้ามืด เป็นลมง่าย เพราะถ้ามีโลหิตจางมากๆ หัวใจต้องทำงานมากขึ้น เพื่อสูบฉีดเลือดไปเลี้ยงร่างกายให้มากขึ้น อาจมีหัวใจโต เกิดภาวะหัวใจวายได้ สาเหตุของภาวะโลหิตจางเกิดได้หลายปัจจัย ซึ่งสาเหตุที่พบได้บ่อยมาจากการขาดสารอาหาร เช่น ขาดธาตุเหล็กหรือโลหิตจางที่ได้รับการถ่ายทอดทางพันธุกรรม เช่น โรคธาลัสซีเมีย หรืออาจเกิดจากการที่มีการสูญเสียเลือดเรื้อรัง บางครั้งมีเลือดออกจาก
สธ. เชิญชวนผู้ป่วยโควิด 19 -ผู้ใกล้ชิด บริจาคเลือดวิจัยภูมิคุ้มกัน วันที่ 3 ก.ค. 2563 ที่ศูนย์ปฏิบัติการด้านข่าวโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 กระทรวงสาธารณสุข จ.นนทบุรี นายแพทย์คณวัฒน์ จันทรลาวัณย์ คณะที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ว่าได้รับมอบหมายจาก ดร.สาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข ร่วมแถลงข่าวโครงการ “ฮีโร่โควิด 19” โดยหน่วยไวรัสวิทยา คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้ทำการศึกษาวิจัยภูมิคุ้มกันในผู้ที่หายจากโรคโควิด 19 โดยได้รับการสนับสนุนด้านข้อมูลจาก กรมควบคุมโรคและกรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข และได้รับการสนับสนุนทุนวิจัยจากสถาบันวิจัยระบบสุขภาพ (สวรส.) จำนวน 3 ล้านบาท เพื่อศึกษาการสร้างภูมิคุ้มกัน, ป้องกันการติดเชื้อได้หรือไม่ ระยะเวลาที่ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันเมื่อหายป่วย และภูมิคุ้มกันสามารถอยู่ในร่างกายได้นานเพียงใด โดยคุณสมบัติอาสาสมัครจะต้องเป็นผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 18 ปี เป็นผู้ติดเชื้อโควิด 19 และหายดีแล้ว และกลุ่มผู้ที่สัมผัสใกล้ชิดกับผู้ที่เคยติดเชื้อมาแล้ว จะมีการเจาะเลือดเพื่อนำไปศึกษา 3 ครั้ง คือระยะ 3 เดือน ,6 เดือนและ 9
ปศุสัตว์ ยืนยัน หมูไทยปลอดภัย ผลิตได้มาตรฐานระดับสูง ขอ ปชช.อย่าตื่นตระหนก จากกระแสข่าวการพบร่องรอยการติดเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ในประเทศจีน ที่ระบุว่าเป็น “ไข้หวัดหมู” หรือชื่อเรียกอย่างไม่เป็นทางการว่า G4 EA H1N1 นั้น กรมปศุสัตว์ได้ออกมาชี้แจงแล้วว่าสถานการณ์ของไวรัสชนิดนี้ไม่น่ากังวล เนื่องจากประเทศไทยได้มีการเฝ้าระวังและติดตามการระบาดของโรคในภาคปศุสัตว์มาอย่างต่อเนื่อง และสุ่มตรวจหาเชื้อในสัตว์มาโดยตลอด ซึ่งยังไม่มีการพบไวรัสชนิดนี้แต่อย่างใด นอกจากนี้ คนส่วนใหญ่มักเข้าใจว่าเชื้อ H1N1 นั้นเป็นโรคไข้หวัดที่เกิดขึ้นในหมู ซึ่งไม่ถูกต้อง เนื่องจากคำว่า “ไข้หวัดหมู” (Swine Influenza) ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับหมูแต่อย่างใด แต่เป็นคำที่องค์การอนามัยโลก (WHO) ใช้เรียกไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ที่มีการระบาดเมื่อปี 2552 ซึ่งต่อมาได้เปลี่ยนชื่อเป็น “ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ A H1N1” หรือที่คนไทยรู้จักในชื่อ “ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009” จึงขอประชาชนอย่าตื่นตระหนกกับข่าวดังกล่าว เนื่องจากอุตสาหกรรมการเลี้ยงสุกรในไทยได้มาตรฐานสากล มีความปลอดภัยทางอาหารระดับสูง และสามารถป้องกันโรคระบาดได้อย่าง
แพทย์แนะ พ่อแม่คุมเข้มดูแลสุขภาพเด็กเล็ก–วัยเรียน ลดเสี่ยงโรคช่วงหน้าฝน นายแพทย์อรรถพล แก้วสัมฤทธิ์ รองอธิบดีกรมอนามัย เปิดเผยว่า ในช่วงหน้าฝน พ่อแม่ ผู้ปกครองต้องใส่ใจดูแลสุขภาพเด็กเล็กและเด็กวัยเรียนเป็นพิเศษ เพราะเสี่ยงป่วยง่ายจากโรคติดต่อระหว่างเด็ก เช่น โรคมือ เท้า ปาก โรคไข้หวัดตามฤดูกาล ไข้หวัดใหญ่ ตาแดง อาหารเป็นพิษ และไข้เลือดออก โดยผู้ปกครอง ต้องคอยสังเกตอาการของเด็ก ซึ่งโรคติดต่อที่พบได้บ่อยในเด็กช่วงหน้าฝนและหน้าหนาวคือโรคไข้หวัดและไข้หวัดใหญ่ โดยอาการจะมีไข้สูงเฉียบพลัน หนาวสั่น ปวดศีรษะ ไอ จาม หรือมีน้ำมูกไหล วิธีป้องกันไม่ให้เกิดการแพร่กรจายของเชื้อคือ ล้างมือด้วยสบู่และน้ำ หรือใช้เจลล้างมือทุกครั้งเวลาดูแลเด็กป่วย สอนให้เด็กเช็ดน้ำมูก และปิดปากปิดจมูกเวลาไอ หรือจาม เป็นต้น หากพบเด็กมีอาการจุดตุ่มแดงอักเสบที่ลิ้น เหงือก กระพุ้งแก้ม มีตุ่มหรือผื่นนูนสีแดงเล็ก ๆ ที่ฝ่าเท้าและมีไข้ คือโรคมือ เท้า ปาก วิธีการป้องกันคือล้างมือให้สะอาดหลังการขับถ่าย และดูแลความสะอาดอยู่เสมอ โรคที่ควรเฝ้าระวังไม่ให้เกิดการแพร่ระบาดในศูนย์เลี้ยงเด็กเล็กหรือโรงเรียนคือ โรคตาแดง ที่เกิดจากเชื
“น้ำกัดเท้า” โรคยอดฮิตที่มากับหน้าฝน รักษาง่ายๆ แค่ 5 ขั้นตอน น้ำกัดเท้า – เว็บไซต์ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา เผยแพร่อินโฟกราฟิกให้ความรู้เกี่ยวกับโรคเท้าที่มากับฤดูฝน อย่าง “น้ำกัดเท้า” ที่ถือเป็นอาการทางผิวหนังที่พบบ่อยในภาวะอุทกภัย สาเหตุเกิดจากการระคายเคืองของผิวหนังบริเวณเท้าที่แช่อยู่ในน้ำที่สกปรกเป็นเวลานาน หรือเท้าที่เปียกชื้นจากน้ำหรือเหงื่อตลอดเวลา ผิวหนังจะมีอาการผื่นแดง แสบ คัน และอาจมีขุยลอกได้ โดยเฉพาะที่บริเวณซอกนิ้วเท้า การรักษาเบื้องต้นคือการใช้ยาทาแก้ผื่นคัน เพื่อช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นของผิวหนังและลดอาการขุยคันลงได้ แต่หากปล่อยให้ผิวหนังอักเสบอย่างต่อเนื่อง อาจส่งผลให้ผิวหนังเปื่อย ฉีกขาด และมีการติดเชื้อแบคทีเรียหรือเชื้อราตามมา ทำให้ยากต่อการรักษามากยิ่งขึ้น ดังนั้น ข้อควรปฏิบัติเพื่อป้องกันอาการน้ำกัดเท้า ควรทำดังนี้ – ล้างเท้าด้วยสบู่และน้ำสะอาดหลังย่ำน้ำ ลุยน้ำ หรือเปียกน้ำ และเช็ดเท้าให้แห้ง – หากมีแผลบริเวณเท้า ให้ล้างแผลด้วยน้ำเกลือ และใส่ยาฆ่าเชื้อ – ไม่ใช้ของร่วมกับผู้อื่น เช่น ผ้าเช็ดตัว ถุงเท้า รองเท้า เป็นต้น –
แจกสูตร “น้ำตรีผลา” ยาอายุวัฒนะ สรรพคุณช่วยระบบทางเดินหายใจ-ขับเสมหะ น้ำตรีผลา – สาวๆ หลายคนคงเคยได้ยินสรรพคุณของ “ตรีผลา” ราชาแห่งการปรับสมดุลธาตุและการล้างพิษ สมุนไพรคู่สตรีเพศอันเป็นที่เลื่องลือกันมานาน โดยตรีผลาประกอบด้วย มะขามป้อม สมอพิเภก และสมอไทย ที่ชาวอินเดียโบราณนิยมใช้ในการดูแลสุขภาพกัน นอกจากจะเป็นยาอายุวัฒนะแล้ว ตรีผลา ยังมีสรรพคุณที่มีประโยชน์อีกมากมาย เพจ สมุนไพรอภัยภูเบศร ได้แจกสูตรการทำน้ำตรีผลา รสเปรี้ยวร้อน ใช้ดื่มเพื่อขับเสมหะ ทำให้ชุ่มคอ เหมาะกับผู้ที่มีอาการเจ็บคอ ไอ มีเสมหะ จากการเจ็บป่วยในฤดูฝนเช่นนี้ หรือดื่มแก้อาการปากแห้ง คอแห้ง โดยมะขามป้อม มีสรรพคุณช่วยต้านอนุมูลอิสระ บำรุงร่างกาย มีวิตามินซีสูง ช่วยแก้หวัด โรคในระบบทางเดินหายใจได้เป็นอย่างดี ส่วนผสมสำหรับการทำน้ำตรีผลา 1.น้ำสะอาด 3,000 มิลลิลิตร 2.น้ำผึ้ง 30 มิลลิลิตร 3.น้ำมะนาว 10 มิลลิลิตร 4.เกลือ 1/8 ช้อนชา 5.ผลมะขามป้อมแห้ง 100 กรัม 6.ผลสมอไทยแห้ง 50 กรัม 7.ผลสมอพิเภกแห้ง 30 กรัม วิธีทำ 1.นำสมุนไพรแห้งทั้ง 3 ชนิดมาต้มในน้ำสะอาด 3 ลิตร 2.ต้มเคี่ยวจนเหลือ 1 ลิตร จากนั้นกรองด
หมอผิวหนัง เผย “แพ้ยารุนแรง” อันตรายถึงแก่ชีวิต พร้อมแนะวิธีสังเกตอาการ แพ้ยารุนแรง – เพจ กรมการแพทย์ เผยแพร่ข้อมูลความรู้เรื่องการแพ้ยาแบบรุนแรง ที่สามารถทำให้เสียชีวิตได้ โดย นายแพทย์สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ เปิดเผยว่า จากกรณีการเสนอข่าวจาก เฟซบุ๊ก สาวเตือนอุทาหรณ์ปวดฟันคุด ซื้อยาไอบูโพรเฟนมากินเองจนเกิดอาการแพ้หนัก ผิวหนังไหม้ลอก นอนไอซียู พร้อมโพสต์ภาพผิวหนังลอกทั่วตัวนั้น ข้อมูลดังกล่าวพบว่าเป็นอาการของการแพ้ยา โดยการแพ้ยาส่วนมากมักเกิดภายหลังการรับประทานยาในช่วง 7-21 วันหลังเริ่มทานยาครั้งแรก แต่ถ้าเคยได้รับยาชนิดนั้นๆ ที่แพ้มาก่อนแล้วอาจมีอาการได้รวดเร็วในเวลา 24-48 ชั่วโมงหลังทานยาได้ สำหรับกลุ่มลมพิษหรือมีปฏิกิริยาภูมิแพ้รุนแรงอย่างเฉียบพลัน (Anaphylaxis) อาการจะแสดงได้อย่างรวดเร็วหลังทานยาในเวลาเป็นนาทีถึงชั่วโมง ปัจจัยเสี่ยงที่ส่งผลให้ผู้ป่วยมีโอกาสแพ้ยาได้มากขึ้น ได้แก่ ปัจจัยทางกรรมพันธุ์ เพศ ซึ่งมักพบการแพ้ยาในผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย คนไข้ที่ติดเชื้อเอชไอวี (HIV) และคนที่มีประวัติเคยแพ้ยามาก่อน แพทย์หญิงมิ่งขวัญ วิชัยดิษฐ ผู้อำนวยการสถาบันโรคผิว
เปิดวิธีเก็บรักษา “นม” ทั้ง 3 ประเภท เก็บยังไงให้คงคุณภาพ-สารอาหาร? เก็บรักษานม – #นม ถือเป็นเครื่องดื่มที่มีประโยชน์มาช้านาน อีกทั้งเป็นเครื่องดื่มที่เหมาะกับทุกเพศทุกวัย อุดมไปด้วยสารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นโปรตีน แคลเซียม ซึ่งมีความสำคัญในการเสริมสร้างกระดูกและฟันให้แข็งแรง เว็บไซต์ สสส. เผยแพร่ #วิธีเก็บรักษานม ทั้ง 3 ประเภท ซึ่งแต่ละประเภทมีวิธีการเก็บรักษา เพื่อคงคุณภาพและสารอาหารได้แตกต่างกัน ซึ่งแต่ละประเภทเก็บได้ดังนี้ นมพาสเจอร์ไรซ์ เป็นนมที่ผลิตโดยใช้อุณหภูมิต่ำ เพื่อฆ่าเชื้อจุลินทรีย์ที่ก่อให้เกิดโรค แต่ไม่สามารถทำลายเชื้อจุลินทรีย์ที่ทำให้อาหารเน่าเสีย กระบวนการนี้จะใช้ความร้อนต่ำที่สุด เพื่อรักษากลิ่น และรสของน้ำนมสดไว้ เป็นนมที่มีคุณค่าทางอาหารใกล้เคียงกับนมโคสดมากที่สุด และยังมีรสชาติอร่อยอีกด้วย เมื่อซื้อมาแล้วให้เก็บในตู้เย็นทันที หากดื่มไม่หมดก็ให้เก็บในตู้เย็น จะเก็บได้นานประมาณ 10 วันที่อุณหภูมิ 25 °C นับจากวันที่บรรจุ ในกรณีที่ต้องการเก็บไว้ดื่มอีก ควรเทแบ่ง ไม่ดื่มจากภาชนะบรรจุโดยตรง เพราะจะทำให้นมบูดง่าย นมยูเอชที เป็นนมที่ผ่านกรรม
