อาชีพทำเงิน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นางอุดม เปียผล อายุ 59 ปี เกษตรกรชาวนา เกษตรกรบ้านเลขที่ 67 หมู่ 4 ต.ตลาดน้อย อ.บ้านหมอ จ.สระบุรี เกษตรกร ทำนามานาน มีนา 30 ไร่ ต้องคลุกคลี กับยา กับสารเคมีหน้าแล้งภัยแล้งขาดน้ำแย่งน้ำกันทำนาบ้าง ข้าวขายได้ไม่มีราคา มีปัญหาขาดทุนตลอด ต่อมา ลูกชายของนางอุดม เปิดดูช่องทางหากินทางอินเตอร์เน็ตตลอด จึงแนะนำบอก นางอุดม คุณแม่ ให้เลิกทำนาหันมาปลูกไผ่ตงลืมแล้งแทน นางอุดม จึงได้ทำตามที่ลูกชายที่แนะนำ โดยลูกชายช่วยหาพันธุ์ไผ่ตงลืมแล้งมาให้ปลูก เริ่มแรกปลูกไผ่ตงลืมแล้ง จำนวน 3 ไร่ พลิกพื้นดินที่ทำนามาตลอดชีวิตหันมาพลิกพื้นดินปลูกไผ่ตงแทน เพื่อนบ้านก็ดูถูก ว่าบ้า ที่เลิกทำนาหันมาปลูกไผ่ตงแทน ใช้น้ำจากคลองชลประทาน คลอง 23 ขวา ใช้น้ำน้อย นางอุดม ปลูกไผ่ตง 3 เดือนแรก ต้นไผ่เริ่มออกลำ 7 เดือนก็เก็บหน่อไม้ขายได้ หมายถึง ตั้งแต่เรื่องปลูก จนสามารถเก็บหน่อไม้ขายได้ ใช้เวลาเพียง 7 เดือน แรกๆ เก็บหน่อไม้ขายได้กิโลกรัมละ 30 บาท ใน 3 ไร่ เก็บหน่อไม้ขาย วันเว้นวัน เก็บหน่อไม้ได้ วันละ 50-70 กิโลกรัม ตอนนี้ราคาหน่อไม้เหลือกิโลกรัมละ 25 บาท และ ได้ปลูกไผ่เพิ่ม อีก 4 ไร่ขณะนี้ นางอุดม รวมปลู
“ไผ่เป๊าะหวาน” ลำต้นไม่ตรง เป็นไผ่เปลือกบาง มีเส้นผ่าศูนย์กลางลำ 6 นิ้ว สูง 8-10 เมตร ปล้องยาวโดยประมาณ 12 นิ้ว เนื้อไม้บาง ลักษณะใบมีสีเขียวเล็กคล้ายหอก ก้านมีสีเหลือง มักพบกระจายพันธุ์ตามชายแดนไทย-พม่า แถบจังหวัดแม่ฮ่องสอน และจังหวัดตากมีบ้างเป็นบางพื้นที่ เป็นต้นกล้าที่มาจากเมล็ด จึงไม่ต้องห่วงเรื่องไผ่จะแก่และตายขุย อยู่ได้ไม่ต่ำกว่า 70-80 ปี หน่อมีขนาดใหญ่เต็มที่ 2.5-3 กิโลกรัม รสชาติหวาน กรอบ ไม่มีเสี้ยน เนื้อเยอะ นิยมนำมาต้มจืด ผัดหน่อไม้ใส่หมู และใส่ในกระเพาะปลา อร่อยอย่าบอกใคร คุณเฉลิม ยานะวงษ์ เกษตรกรผู้ปลูกไผ่ เจ้าของไร่ ยานะวงษ์ ตั้งอยู่บ้านเลขที่ 336 หมู่ที่ 9 ต.พะวอ อ.แม่สอด จ.ตาก คุณเฉลิม ได้เริ่มปลูกไผ่มาแล้วกว่า 7 ปี มีอาชีพเดิมคือ ทำไร่ข้าวโพด แต่เนื่องจากประสบปัญหาภัยแล้งที่นับวันยิ่งจะทวีความรุนแรงมากขึ้น บวกกับราคาข้าวโพดไม่ดี คนปลูกเยอะ แรงงานหายาก ไม่คุ้มค่ากับการลงทุน คุณเฉลิมจึงเริ่มหันมาปลูกไผ่เป๊าะ โดยให้เหตุผลที่เลือกปลูกไผ่เป๊าะว่า ไผ่เป๊าะมีราคาดี ราคาซื้อขายกันในสวนกิโลกรัมละ 40 บาท ถ้าขยันหน่อยก็นำไปวางขายตามริมถนนแม่สอด ก็จะได้ราคาถึงกิโลกรัมละ 50 บาท ซ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าพบอดีตข้าราชการ หลังเกษียณ ปลูก”อินทผลัม”ตัวอย่าง ทำเงินที่บ้านนาดอกไม้ เมืองสกลนคร ทราบชื่อคือ นายจเร ชีวะธรรม หรือ ลุงโจ้อายุ 69 ปี อยู่ที่ 290 บ้านนาดอกไม้ ตำบลฮางโฮง อ.เมือง จ.สกลนคร เปิดเผยว่า เป็นอดีตข้าราชการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ในช่วงที่ทำงานก็มีความสนใจเรื่องการเกษตรโดยเฉพาะแนวทางเศรษฐกิจพอเพียงนั้น ได้นำมาศึกษาตลอดแตละตั้งใจหากเวลาพอมีจะทำทันที ต่อมาได้รวบรวมเงินซื้อที่ดินได้จำนวนหนึ่งปลูกบ้านและลงมือทำแบบพอเพียง ปลุกทุกอย่างที่กิน และไม่ได้ซื้อ พร้อมกับคิดที่จะปลูกที่ชอบกินคืออินทผลัม มักจะหาหนังสือมาอ่าน ติดตาม มีการฝึกเพาะเมล็ดเป็นต้นกล้าแต่ก็ตายหมด ก็ไม่ละความพยายาม และได้ไปศึกษาการปลูกที่ไร่แห่งหนึ่งในแถบทางภาคเหนือ และซื้อต้นพันธุ์มาแบบกินผลสด นำลงมาปลูกในพื้นที่กว่า 8 ไร่ ปรากฏว่าให้ผลผลิตในปี 2 อย่างคุ้มค่า พร้อมกับจำหน่ายให้กับลูกค้าในราคากิโลกรัมละ 800 บาท คุณลุงจเรหรือโจ้กล่าวอีกว่าเริ่มปลูกตั้งปี 2551 เป็นต้นมา ปัจจุบันมีอินทผลัมแบบกินผลสดกว่า 120 ต้น ที่ให้ผลผลิตแล้วและขณะนี้ ได้มีการขยายสวนเพิ่มขึ้นอีก แห่งหนึ่งในพ
ไก่ย่างที่ไหนๆ เราก็เห็นกันมาแล้ว ไก่ย่างชื่อดังๆ เราก็เคยเห็นเคยได้กินมาแล้ว ไก่ย่างคู่กับข้าวเหนียวส้มตำถามใครๆ ก็รู้จักกันเป็นอย่างดี ทุกคนเคยกินกันมาแล้วทั้งนั้น อดีตสาวห้างคนหนึ่งผันชีวิตออกมาอยู่บ้านนอก ทำไก่ย่างธรรมดาขายริมถนน ปรากฏว่าขายไม่ค่อยดี จึงมีแนวคิดต่อยอดจากการปิ้งไก่ย่างเป็นตัวๆ หันมามองเห็นไม้ไผ่สีสุกข้างบ้านลำใหญ่ ถ้าหากเอาไก่คลุกสมุนไพรยัดใส่ในกระบอกไม้ไผ่ เหมือนกับที่เราเผาข้าวหลามมันน่าจะหอมชวนกินมากกว่านี้ เพราะกระบอกไม้ไผ่มีเยื่อหุ้มขาวๆ อยู่ข้างในจึงทดลองทำดู ปรากฏว่าวางขายคู่กับไก่ย่างแบบเก่าเสียบไม้ พอดีมีลูกค้าแวะซื้อและสอบถามว่ากระบอกอะไร จึงบอกไปว่าไก่กระบอก ลูกค้าเห็นแล้วทึ่งเลยลองซื้อกินและบอกต่อๆ กันไป เป็นอีกตัวอย่างหนึ่งที่มีความคิดแปลกกว่าคนอื่น เลยกลายเป็นสินค้าตัวใหม่ในสายตาของนักกินนักเที่ยว คุณจรัส อินทร์ดี อายุ 40 ปี อยู่บ้านเลขที่ 47 หมู่ที่ 6 ตำบลหนองแก อำเภอหนองนาคา จังหวัดอุดรธานี คือเจ้าของผลงานที่แนะนำมา คุณจรัส บอกว่า รู้สึกดีใจที่ทำไก่กระบอกออกขายได้ รู้สึกดีใจที่ลูกค้ารู้จักไก่กระบอกของเธอและชื่นชมในความคิดที่แปลกๆ…คุณจรัส บอกว่า
