อาชีพทำเงิน
จันทน์ผาด่าง หรือจันลาย ตามภาษาชาวบ้าน มีแหล่งกำเนิดอยู่บนภูเขาตามหน้าผาสูงชัน พบเห็นได้ยากมาก ย้อนไปเมื่อ 10-20 ปีก่อน จะมีราคาต่อกิ่งเป็นจำนวนเงินสูงมากในกลุ่มผู้นิยม โดยทั่วไปแล้วจันทน์ผาธรรมดา (ไม้ใบเขียว) ถือว่าเป็นไม้ประดับแนวหน้าที่คนส่วนใหญ่รู้จักกันเป็นอย่างดี ด้วยรูปทรงที่มีความหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นทรงของลำต้น หรือทรงของใบ นิยมนำไปจัดสวน ไม่ว่าจะเป็นโรงแรม รีสอร์ต หรือบ้านพักที่อยู่อาศัย และเป็นไม้ที่ปลูกง่าย ทนทานต่อโรค ทนต่อทุกสภาพอากาศ ต้องการน้ำน้อยและเหมาะกับการจัดสวนหย่อมทุกรูปแบบ แต่สิ่งที่อยากจะนำเสนอนั้น ก็คือความแปลกและหายากของจันทน์ผา มีชื่อเรียกกันในนามว่า จันทน์ผาด่าง ที่มีกลุ่มผู้นิยมเสาะหาไม้ด่างชนิดนี้แบบว่าให้ราคาต่อต้น ต่อกิ่งสูงกันเลยทีเดียว ด้วยความหลงใหลในสีสัน ลาย ความแปลกหายากนั่นเอง คุณพรรณนรินทร์ ศรีเพ็ชร์ หรือ เอก เขาแหลม อยู่บ้านเลขที่ 15 หมู่ที่ 15 ตำบลวังทอง อำเภอวังสมบูรณ์ จังหวัดสระแก้ว 27250 เป็นอีกคนหนึ่งที่ชื่นชอบในเรื่องของต้นไม้ บวกกับที่บ้านก็ทำสวนผลไม้ เข้าสวนเป็นประจำอยู่แล้ว ปัจจุบัน คุณพรรณนรินทร์ หรือ เอก เขาแหลม มีอาชีพเป็นครู สอนอยู
เรื่องราวของธุรกิจสวยงามตระการตา อย่างชุดคาบาเร่ต์โชว์ หรือชุดที่สร้างสรรค์มาเพื่องานแสดงโชว์ ซึ่งเป็นสินค้าแบบแฮนด์เมดของประเทศไทยนั้น ความสวยงามตระการตาเลื่องลือไม่แพ้ชาติใดในโลก เพราะธุรกิจจำหน่ายชุดคาบาเร่ต์โชว์และอุปกรณ์เพื่องานแสดงโชว์ต่างๆ เหล่านี้ของประเทศไทย สามารถส่งขายไปแทบจะทั่วโลกแล้วก็ว่าได้ ชุดเพื่องานแสดงโชว์ต่างๆ ต้องการความสวยงาม เมื่อได้เห็นแล้วรู้สึกตะลึง ในความอลังการของทั้งการแสดงและชุด แต่จะอลังการเพียงอย่างเดียวนั้นไม่ได้ ต้องมีความละเอียดในเรื่องของคุณภาพ สีสัน ความแวววาวของชุด และที่สำคัญต้องแปลกใหม่ ด้วยแนวคิด “เราไม่ตามไอเดียคนอื่น แต่ให้เขามาตามไอเดียเรา” ไม่เป็นลูกจ้าง มาเปิดกิจการ ร้านขายชุดคาบาเร่ต์โชว์ ครบวงจร คุณวรรณา กออุทัยเสถียร เจ้าของร้าน KIM (กิม) ซึ่งเป็นธุรกิจร้านผลิตและจำหน่ายขนนก อุปกรณ์ตกแต่ง หมวก ชุดเสื้อผ้า ชุดเต้นโชว์ คาบาเร่ต์โชว์ และผู้เป็นเจ้าของแนวคิดข้างต้น วัย 46 ปี เล่าว่า “กว่าจะมาเป็นร้านกิม อย่างทุกวันนี้ ไม่ได้มาเพราะโชคช่วย ทำงานเป็นลูกจ้างขายของในร้านขายเครื่องประดับ ชุดเต้นโชว์มาก่อน ทำงานเป็นลูกจ้าง รับเงินเดือนมากว่า 20 ปี
สำหรับจิ้งหรีด ในอดีตเราอาจจะมองว่าเป็นแมลงตามท้องไร่ท้องนา ที่หลายคนมองเป็นเพียงแมลงตามธรรมชาติอย่างหนึ่งเท่านั้น ที่บางครั้งก็จะเป็นแมลงศัตรูคอยทำลายต้นพืชผักของเราในระยะต้นอ่อนด้วยซ้ำ แต่จิ้งหรีดในวันนี้ ได้กลับกลายมาเป็นแมลงเศรษฐกิจที่สร้างเงินสร้างรายได้ให้กับหลายคนที่ได้เห็นมาเพาะเลี้ยงอย่างจริงจัง จนสร้างตลาดการค้าได้อย่างต่อเนื่อง เป็นอีกเส้นทางเลือกหนึ่งสำหรับสร้างอาชีพ สร้างรายได้ นายสุวิทย์ เพชรประไพร อยู่บ้านเลขที่ 82/2 บ้านห้วยบง ต.หนองบัว อ.เมือง จ.หนองบัวลำภู เจ้าของฟาร์มจิ้งหรีด “นิวแต๊งค์ฟาร์ม” ได้ย้อนเล่าถึงชีวิตของตนเอง ก่อนที่จะมาทำอาชีพเลี้ยงจิ้งหรีด ว่า ชีวิตก่อนที่จะมาจับงานเลี้ยงจิ้งหรีดอย่างจริงจังนั้น ได้เคยทำมาแล้วหลายอาชีพ ตั้งแต่จบ ม.3 ที่จังหวัดชัยนาท แล้วก็ออกมาสู้ชีวิต ให้น้องเรียนต่อ เนื่องจากแม่ต้องหาเงินสร้างรายได้เพียงลำพังคนเดียว ส่วนตัวเองจึงได้เดินทางเข้ากรุงเทพฯ ทำหลายอย่าง อาชีพสุดท้ายก็ขับรถส่งสินค้าตามห้างใหญ่แห่งหนึ่ง ทำให้ได้ไปพบเห็นการเลี้ยงจิ้งหรีดของเพื่อน เมื่อสอบถามแล้วก็เห็นว่า น่าจะเป็นงานที่ตนเองพอทำได้ จึงได้ทำการศึกษาหาความรู้จากสื
ผมไปเที่ยวภูเก็ตครั้งล่าสุดมีลาภปากที่ได้กินกุ้งมังกร ที่ต้องใช้คำว่า ลาภปากก็เพราะเป็นกุ้งที่มีราคาแพงเหลือเกิน กุ้งชนิดอื่นๆ กิโลกรัมละ 1,000 กว่าบาท ก็ถือว่าแพงแล้ว ทว่ากุ้งมังกรกิโลกรัมละตั้ง 3,000 บาท และได้กุ้งเพียงตัวเดียวเท่านั้น เพราะแต่ละตัวหนักเป็นกิโล นี่ถ้าต้องซื้อกุ้งมังกรกินเองผมคงไม่ซื้อกิน เสียดายเงิน ที่ยอมกินก็เพราะมีเจ้ามือ แต่ก็เกรงใจเหมือนกันจึงกินเพียงพอประมาณ คือให้รู้ว่าเนื้อกุ้งมีรสชาติเป็นอย่างไรก็พอ ผมได้รับทราบจากร้านขายอาหารทะเลว่า ปัจจุบันนักท่องเที่ยวต่างชาตินิยมมากินกุ้งมังกรที่ภูเก็ต หากไม่ได้มากินกุ้งชนิดนี้ก็เหมือนไม่ได้มาเที่ยวภูเก็ต ก็ว่าได้ ก็เพราะอย่างนี้แหละจึงทำให้กุ้งมังกรราคาแพงขึ้นเรื่อยๆ เพราะกุ้งตามธรรมชาติที่ชาวประมงจับได้มีน้อย ขณะที่คนกินมีมากขึ้น ร้านอาหารที่ภูเก็ตจึงสั่งซื้อกุ้งมังกรมาจากพม่าเสียเป็นส่วนใหญ่ กุ้งมังกรนำเข้าไม่ค่อยจะดีเพราะกุ้งจะตายก่อนถึงผู้กินกว่าครึ่ง กุ้งตายกับกุ้งเป็นราคาต่างกัน กุ้งตายเนื้อจะเละไม่แน่นเหมือนกุ้งเป็น ก็เพราะกุ้งมังกรมีราคา จึงทำให้ชาวประมงหันมาทำกระชังเลี้ยงกันหลายราย พอผมได้รับรู้ว่ากุ้งมังกรเลี
แม่บ้านพลทหารในสังกัดค่ายสุรธรรมพิทักษ์ จ.นครราชสีมา ซึ่งลาออกจากงานประจำมาดูแลลูกที่ป่วยหนัก ใช้เวลาว่างจากการดูแลลูกมาปลูกเมล่อนขายผ่านโซเชียลเน็ตเวิร์ก สร้างรายได้เสริมให้กับครอบครัวเป็นอย่างดี จากการลงพื้นที่ไปที่แปลงเกษตร เศรษฐกิจพอเพียง ภายในกองพลทหารช่าง 202 ค่ายสุรธรรมพิทักษ์ อ.เมือง จ.นครราชสีมา พบนางเบญจมาศ สังฆมณี อายุ 42 ปี ซึ่งเป็นภรรยาของ จ.ส.อ.นิกรกิจ สังฆมณี ข้าราชการทหารในสังกัดกองพลทหารช่าง 202 พบว่าบริเวณดังกล่าวได้มีการทำเป็นโรงเรือนปิด 1 โรง ภายในมีการปลูกเมล่อนในระบบน้ำหยดซึมนับร้อยต้น ซึ่งกำลังออกลูกใกล้ถึงเวลาเก็บผลผลิตอยู่เป็นจำนวนมาก จากการสอบถามนางเบญจมาศ สังฆมณี เจ้าของโรงปลูกเมล่อนแห่งนี้ ได้รับการเปิดเผยว่าก่อนหน้านั้นตนได้ลาออกจากงานประจำในโรงงาน เพื่อมาดูแลลูกสาวที่ป่วย ซึ่งทำให้ครอบครัวต้องขาดรายได้ เพราะลำพังเงินเดือนของสามีก็ไม่เพียงพอต่อค่าใช้จ่ายในครอบครัว จึงใช้เวลาว่างจากการดูแลบุตรไปสมัครเข้าเรียนหนังสือที่ กศน.อำเภอเมืองนครราชสีมา ในระดับชั้นมัธยมปลาย ซึ่งทางศูนย์ กศน.ก็ได้พาไปศึกษาดูงานที่ฟาร์มของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี หรือ มทส. และเกิดมีค
เรื่องราวของคนสู้ชีวิตอีกคน ที่สามารถตั้งตัวได้ด้วยเงินจากการทำงานเป็นสาวโรงงาน และด้วยการมีชีวิตครอบครัวและมีลูก จึงได้ตัดสินใจลาออก เป็นการเปลี่ยนวิถีชีวิตอีกครั้งหนึ่ง กว่าจะมาเป็นผู้ที่มีฝีไม้ลายมือในงานประดิษฐ์ดอกไม้ที่สวยงามราวกับของจริงได้เหมือนทุกวันนี้ เจ้าของธุรกิจงานประดิษฐ์ดอกไม้คนนี้ ใช้เวลาสั่งสมประสบการณ์และเก็บรายละเอียดของดอกไม้มากว่า 11 ปีแล้ว คุณศุภวรรณ เฟื่องจันทร์ วัย 44 ปี ผู้นี้เป็นเจ้าของธุรกิจงานประดิษฐ์ดอกไม้ ซึ่งเป็นไม้ประดับสวยงาม ส่งขายตามออร์เดอร์ให้กับตลาดนัดจตุจักร และจำหน่ายให้กับข้าราชการชั้นผู้ใหญ่เพื่อนำไปเป็นของฝาก ของขวัญ โดยเฉพาะ ดอกไม้ประดิษฐ์ เรียน 1 เดือน ทำเป็นอาชีพมา 11 ปี คุณศุภวรรณ เล่าให้ฟังก่อนจะมายึดอาชีพเป็นนักประดิษฐ์ดอกไม้แห้งส่งขายอย่างทุกวันนี้ให้ฟังว่า “เดิมทำงานเป็นสาวโรงงาน อยู่แถวอยุธยา ช่วงที่มีลูกคนที่สอง ต้องลาออกจากงานเพื่อมาดูแลลูก จึงคิดหารายได้ ประจวบเหมาะกับมีเพื่อนทำดอกไม้ประดิษฐ์แบบนี้ด้วย จึงไปขอเรียน เขาก็สอนให้ฟรี เรียนได้ประมาณ 1 เดือน ก็พอทำได้ ต้องยอมรับก่อนว่า ช่วงแรกที่ไปเรียน ไปทดลองทำ ดอกไม้ที่ได้ก็ไม่ค่อยสวย
จ่าทหารเรือ เลี้ยงกุ้งก้ามแดงเพื่อการค้า สร้างรายได้ให้แก่ครอบครัว มีตลาดรองรับทั้งลูกค้าต่างจังหวัดและร้านอาหารในจังหวัดแห่กันมาซื้อหาไปเลี้ยง ไปเป็นอาหาร เป็นอีกอาชีพหนึ่งที่ใครก็สามารถเลี้ยงกุ้งก้ามแดงได้อย่างสบาย ทนต่อโรค เลี้ยงง่าย ขายคล่อง ขายตั้งแต่ลูกไปจนถึงพ่อแม่พันธุ์มาเกือบปีแทบไม่พอขาย จ่าชัยสิทธิ์ เจียงชี รับราชการเป็นทหารเรืออยู่สัตหีบ หันมาทดลองเลี้ยงกุ้งก้ามแดง เมื่อปี 2540 ทางหน่วยงานของจ่าชัยสิทธิ์ ได้ไปดูตัวอย่างโครงการของในหลวงที่นำกุ้งก้ามแดงจากประเทศออสเตรเลีย มาเลี้ยงที่ภาคเหนือ…และยังมีหน่วยงานของรัฐแนะนำการเลี้ยงกุ้งก้ามแดงนี้ให้แก่ผู้ที่สนใจ เพื่อที่จะได้นำไปประกอบเป็นอาชีพเสริม สร้างรายได้ให้แก่ครอบครัว จ่าชัยสิทธิ์ ศึกษาการเลี้ยงกุ้งชนิดนี้จากผู้รู้และในหมู่เพื่อนทหารด้วยกัน จนรู้และแน่ใจว่าสัตว์ชนิดนี้เลี้ยงง่าย ไม่เป็นพิษต่อสิ่งแวดล้อม ที่สำคัญโตเร็วและมีตลาดรองรับ แถมยังสร้างรายได้งาม เมื่อรู้และเห็นว่าทำได้ ประกอบกับเลี้ยงง่ายจึงตัดสินใจลงมือทำ หลังจากที่คุ้นเคยกับการเลี้ยง เจ้าของผสมพันธุ์กุ้งก้ามแดงด้วยตัวเอง ในการลงมือทำเมื่อปีที่แล้ว ยิ่งได้ใจเพราะ
รัตติกานต์ เกตุแก้ว หรือ ตั๊ก อดีตสาวแบงก์หน้าตาดี จบ ม.ธรรมศาสตร์ วัย 25 ปี แต่ใจรักเกษตร โบกมือลามนุษย์เงินเดือน ขอผันตัวไปเป็นชาวสวนปลูกมะนาวไร้เมล็ดและทำปุ๋ยใช้เองที่บ้านเกิดจังหวัดพิษณุโลก ส่งผลผลิตมะนาวลูกใหญ่ๆ ขายห้างแม็คโคร และตลาดสด กำเงินแสนทุกเดือน ชีวิตแฮปปี้ อนาคตเตรียมขยายพื้นที่ปลูกเพื่อเพิ่มรายได้ ตั๊ก เผยกับเส้นทางเศรษฐีออนไลน์ว่า หลังจากเรียนจบปริญญาตรี คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้ไปทำงานธนาคารแห่งหนึ่งเป็นระยะเวลาสั้นๆ ระหว่างทำงานจะนำมะนาวไร้เมล็ดที่ปลูกเองมาขายเพื่อหารายได้พิเศษ และจากการขายไม้ผลรสเปรี้ยวจัดชนิดนี้ ทำให้รู้ตัวเองว่าแท้จริงแล้วใจรักเกษตรมากกว่าทำงานประจำ หนที่สุดเลือกที่จะลาออก แล้วกลับบ้านไปปลูกมะนาวขายเป็นเรื่องเป็นราว สำหรับพื้นที่ปลูกมะนาวที่ตั๊กพูดถึงอยู่ที่จังหวัดพิษณุโลก เป็นที่ดินของครอบครัว ราว 50 ไร่ เลี้ยงหมู ปลูกกล้วย และปลูกมะนาวไร้เมล็ดพันธุ์ตาฮิติ ปลอดสารเคมี สาเหตุที่เลือกพันธุนี้ ตั๊ก บอกว่า ทนทานต่อโรค เฉลี่ยต่อไร่ ปลูกมะนาวได้ 90 ต้น ลงทุนไร่ละ 5,000 บาท ทำปุ๋ยใส่เอง ใช้นำขี้หมูรด ผลดกเป็นที่น่าพอใจ “ตั๊กปลูกมะนาวไ
จากสภาพเศรษฐกิจปัจจุบันที่มีความฝืดเคือง หรือเรียกว่ายุคข้าวยากหมากแพง อาจทำให้หลายๆ คนมีรายได้ไม่เพียงพอต่อรายจ่ายในชีวิตประจำวัน ทำให้รู้สึกติดขัดในเรื่องของสภาพความคล่องตัวทางการเงินมิใช่น้อย ส่งผลให้เกิดสภาวะหนี้สินมากขึ้น แต่ในทางกลับกันก็ยังมีผู้คนอีกไม่น้อยที่พยายามมองหาอาชีพเสริม เพื่อเพิ่มรายได้ให้มีมากขึ้นสำหรับพอใช้จ่ายเพื่อให้ตนเองเกิดหนี้สิน แม้จะเป็นเงินเพียงเล็กน้อยอาจไม่มากเท่ากับงานประจำที่ทำ แต่ก็ทำด้วยใจรักจสามารถเป็นงานที่สร้างเงินได้ เหมือนเช่น คุณวรินดา สุวรรณทอง อยู่บ้านเลขที่ 351 ถนนเลียบคลองมอญ แขวงทับยาว เขตลาดกระบัง กรุงเทพมหานคร คุณวรินดา สาวอินดี้ผู้รักความอิสระ เล่าให้ฟังว่า ปัจุบันตัวเธอทำงานเป็นสาวออฟฟิศ แต่มีความชอบในเรื่องของการปลูกต้นกระบองเพชร มาตั้งแต่ ปี 2551 สมัยเป็นนักศึกษาชั้นปีที่ 1 ซึ่งแหล่งเรียนรู้ที่สำคัญในช่วงนั้นคือ ได้ศึกษาวิธีการปลูกเลี้ยงตามโซเชียลมีเดียต่างๆ “เหตุที่ปลูกต้นกระบองเพชร เพราะว่าช่วงนั้นซื้อมาเพื่ออยากเอาไว้ถ่ายรูป เพราะดูแล้วมันสวยดี คราวนี้พอดูๆ ไป เห็นว่าเอ้ย! มันก็สวยแปลกกว่าไม้อื่น ก็เลยชอบ แล้วก็ปลูกมาเรื่อยๆ ซื้อตาม
เชื่อว่าสาวๆ หลายคนน่าจะเคยมีโมเมนต์ อยากแต่งหน้า อยากทำสวย อยากแนะนำผลิตภัณฑ์ที่ตัวเองใช้แล้วดีให้คนรอบข้าง หรือเพื่อนที่สนิทๆ ไม่มากก็น้อย และสมมติว่าแนะนำแล้วได้ผลตอบแทนกลับมาคือ “เงิน” ด้วย นอกจากจะมีความสุขในสิ่งที่ทำ ยังคุ้มค่าเหนื่อยอีกต่างหาก ปัจจุบันอาชีพนี้ เรียกว่า “บิวตี้ ครีเอเตอร์” ดูเหมือนในอินเตอร์เน็ต และโซเชียลเน็ตเวิร์ก จะกลายเป็นช่องทางที่ได้รับความนิยมอย่างท่วมท้นของบรรดาคนรุ่นใหม่ที่มักจะเข้ามาหาความรู้ก่อนตัดสินใจซื้อหรือเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ต่างๆ ผ่านคลิปวิดีโอ หรือบล็อกรีวิว ซึ่งถ้าเป็นการแนะนำเกี่ยวกับความสวยความงามอย่างเครื่องสำอางหรือสกินแคร์ก็จะเรียกว่า บิวตี้ ครีเอเตอร์ หรือ บิวตี้ อินฟลูเอ็นเซอร์ อาชีพที่หลายคนใฝ่ฝันอยากจะเป็น เริ่มต้นจากการแบ่งปัน ผลงานเตะตาเจ้าของสินค้า คุณนันทวรรณ พรชัยจันทร์เพ็ญ หรือ คุณทราย แฟนคลับของเธอจะรู้จักในชื่อของ “Mhunoiii” (หมูน้อย) สาวบิวตี้ ครีเอเตอร์ ฟรีแลนซ์บนโลกโซเชียลที่กลายเป็นอาชีพที่ก่อให้เกิดรายได้ขึ้นมาได้ คุณทราย เล่าที่มาที่ไปของการเข้ามาสู่อาชีพฟรีแลนซ์ด้านความงามว่า ช่วงที่เรียนปริญญาตรีมักจะมีเหตุให้
