อาหารทะเล
สาวสมุทรปราการ แปรรูปอาหารทะเลเพิ่มมูลค่า สร้างตลาดออนไลน์ ขายสินค้าได้ทั่วประเทศ ปัจจุบันจะเห็นได้ว่าระบบขนส่งพัสดุในบ้านเรามีการพัฒนาไปอย่างมาก ทำให้ผู้ใช้บริการอย่างเราๆ สามารถส่งสิ่งของให้กับบุคคลที่อยู่คนละจังหวัดได้อย่างง่ายดายโดยใช้ระยะเวลาไม่นาน จึงทำให้ทั้งของสดบางชนิด อย่างเช่น ผลไม้และของแปรรูปต่างๆ ที่เป็นอาหารสามารถส่งให้กันได้ง่าย ใช้เวลาเพียง 1-2 วันก็ถึงผู้รับ ทำให้ได้รับประทานของอร่อยจากแหล่งขายโดยไม่เสียเวลาเดินทางไปซื้อถึงร้าน ส่งผลให้ยุคนี้ตลาดออนไลน์จึงเป็นสิ่งสำคัญในการค้าขายมากขึ้น คุณพรทิพย์ อุดมสมุทรหิรัญ เจ้าของร้านฟู้ดส์ทูยู (Foodstoyou) ตั้งอยู่เลขที่ 20 หมู่ที่ 5 ซอยเทศบาลบางปู 118 ตำบลบางปูใหม่ อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรปราการ มีอาชีพขายอาหารทะเลและแปรรูปสินค้าให้มีมูลค่ามากขึ้น พร้อมทั้งมีการปรับตัวให้เข้ากับยุคปัจจุบัน ด้วยการหันมาทำการตลาดออนไลน์โชว์สินค้าและขั้นตอนการผลิตต่างๆ ให้ลูกค้าได้เห็น เมื่อลูกค้าสนใจมีการสั่งซื้อเข้ามา จะทำการส่งสินค้าทางไปรษณีย์ให้กับลูกค้าที่อยู่ไกลยังจังหวัดอื่นๆ ส่งผลให้นอกจากจะจำหน่ายอาหารทะเลแปรรูปหน้าร้านแล้ว ยังเกิดรายได้
ปูม้า เนื้อปูมีสีขาวนุ่มแนบแน่น จิ้มกับน้ำจิ้มซีฟู้ด อร่อยอย่าบอกใคร คนที่ชอบกินอาหารทะเลทุกคน รับรองว่าจะต้องชอบกินปูม้า ก็เพราะเป็นเช่นนี้ ปูม้าจึงมีราคาแพง เหตุที่แพงก็เพราะมีคนกินมากขึ้น ขณะที่มีปูม้าน้อยลงนั่นเอง เมื่อปูม้าเหลือน้อยจึงทำให้มีราคาแพง สมัยเมื่อหลายสิบปีมาแล้ว ปูม้าราคากิโลกรัมละไม่กี่สิบบาท สมัยที่ว่านี้ เวลามีปูม้าติดอวน ชาวประมงจะส่ายหน้าอย่างเหนื่อยอ่อนเพราะรู้ว่าตอนแกะปูม้าแต่ละตัวออกจากอวนนั้นค่อนข้างยาก เสร็จแล้วยังขายได้ราคาถูกอีกต่างหาก ทว่ามาถึงวันนี้ ชาวประมงทุกคนอยากให้ปูม้าติดอวน มากเท่าไรยิ่งดี ติดอวนมาแค่ 10 กิโลกรัม ก็จะขายได้ร่วม 3,000 บาททีเดียว ดูตามแนวโน้มแล้ว ปูม้าจากทะเลจะต้องเหลือน้อยลงอีก นับว่ายังโชคดีที่หมู่บ้านชาวประมงหลายแห่งของไทย จัดให้มีการนำปูม้าที่มีไข่มาเลี้ยง เพื่อให้มันสลัดไข่ แล้วนำไข่ไปปล่อยลงทะเล ถือเป็นการขยายพันธุ์อย่างได้ผล สถานที่ที่นำปูม้าที่มีไข่มาขยายพันธุ์ที่ว่า ส่วนใหญ่จะตั้งชื่อหน่วยงานนี้ว่า ธนาคารปูม้า มีที่เรียกตัวเองว่า โรงรับจำนำปูม้า น่าจะมีอยู่แห่งเดียว ซึ่งตั้งอยู่ที่ บ้านเลขที่ 18 หมู่ 1 ตำบลสะพลี อำเภอปะทิว จ
จากกรณีที่ข่าว ร้านบุฟเฟ่ต์ซีฟู้ดเจ้าดัง ประกาศยกเลิกทุกโปรโมชั่น เนื่องจากมีอาหารทะเลไม่พอขาย ผู้สื่อข่าว “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” ได้สำรวจ ร้านบุฟเฟ่ต์อาหารทะเลเจ้าอื่นๆ ว่าเคยประสบกับปัญหาอาหารไม่พอขายหรือไม่ รวมถึงวิธีการแก้ไขปัญหาและการจัดการบริหารให้อาหารเพียงพอต่อการจำหน่าย คุณจักรพงษ์ ยั่งยืน เจ้าของร้าน “ติดลมโคขุน” บุฟเฟ่ต์อาหารทะเลย่านลาดพร้าว ให้สัมภาษณ์ว่า ร้านติมลมโคขุน เปิดมาได้ประมาณ 1 ปี 8 เดือน เคยประสบปัญหา อาหารทะเลไม่เพียงพอต่อความต้องการของลูกค้าเช่นกัน แต่สามารถแก้ปัญหาด้วยการ ซื้อของตามร้านขายส่ง ที่มีอาหารซีฟู้ดมาสต๊อกไว้ที่ร้านล่วงหน้า ก่อนที่ทางร้านจะจัดโปรโมชั่นประมาณ 1 สัปดาห์ เพราะการทำธุรกิจประเภทนี้ ต้องทำใจไว้ก่อนว่า ต้องจัดโปรโมชั่นค่อนข้างบ่อย เพื่อเรียกลูกค้าเข้ามาทานอาหารที่ร้าน อีกทั้งต้องคอยเติมของเรื่อยๆ ถ้าร้านไม่มีของมาตุนไว้ ย่อมจะต้องเจอกับปัญหาของไม่พอจำหน่ายให้ลูกค้าแน่นอน ด้านคุณแอน – พัชริน ประสบสุข เจ้าของร้าน “ใส่-ให้-ยับ” บุฟเฟ่ต์ทะเลเผา บางแสน กล่าวว่า เธอเปิดร้านมาได้ 3 ปีกว่า ช่วงวันเสาร์-อาทิ
เยาวราช หรือ ไชน่า ทาวน์ ย่านชุมชนจีนเก่าแก่ ที่สองฝั่งถนนเต็มไปด้วยห้างร้านอาหารหลากหลาย ทั้งร้านหูฉลาม รังนก บะหมี่ ก๋วยเตี๋ยว อาหารทะเล เกาลัดคั่ว ร้านขนมหวานและผลไม้ บรรยากาศที่แสนคึกคัก และเป็นแหล่งอาหารอร่อยนี้เอง ที่เป็นสเน่ห์ดึงดูดให้ชาวไทยและชาวต่างชาติได้มาเดินเที่ยวกัน วันนี้ “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” มาที่เยาวราช เดินเล่นเข้าซอยนั้น ลัดเลาะเข้าซอยนี้ จนไปเจอเข้ากับร้านร้านหนึ่ง ลักษณะร้านเหมือนตึกแถวทั่วไป ใช้พื้นที่ชั้นล่างบางส่วนในการตั้งหม้อข้าว ถาดอาหาร และโต๊ะอาหาร มีคนนั่งกินข้าวอยู่หน้าร้าน 2 โต๊ะ เห็นสองแม่ลูกกำลังช่วยกันตักและเสิร์ฟอาหารอยู่ ด้วยความหิวจึงเลือกปักหลักทานข้าวเที่ยงที่ร้านแหล่งนี้ เดินเข้าไปสั่งอาหารกับชายที่กำลังตักอาหาร เมื่อเห็นว่าลูกค้ายังไม่เยอะมาก จึงชวนคุยไปเรื่อยเปื่อย ทราบภายหลังว่าเขาคือ คุณสมหวัง แซ่ลิ้ม อายุ 47 ปี ทายาทรุ่นที่ 3 ของร้านอาหารแห่งนี้นั่นเอง เขาเล่าให้ฟังว่า ร้านอาหารร้านนี้ไม่มีชื่อ แต่เปิดขายอาหารมานานหลายสิบปี เป็นอาชีพหลักของครอบครัว ตั้งแต่รุ่นอากงเดินทางมาจากซัวเถา มาเช่าตึกอยู่และเปิดร้านข้าวขาหมู ต้มเป็ด และพวกน้ำแกงขาย
คาร์กิลล์ ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์อาหารและสินค้าเกษตรชั้นนำของโลกจากสหรัฐอเมริกา ประกาศเดินหน้าธุรกิจในไทย ลงทุน 70 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือกว่า2,310ล้านบาท เพื่อตอบสนองความต้องการอาหารทะเลและเนื้อไก่ในตลาดโลก มร.เดวิด แมคเลนแนน ประธานกรรมการบริหารและประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มคาร์กิลล์ กล่าวว่า “แผนการลงทุนเหล่านี้ แสดงให้เห็นถึงความุ่งมั่นและรับผิดชอบของคาร์กิลล์ที่มีต่อชุมชนและคนไทย เราขอขอบคุณรัฐบาลไทยที่ให้การสนับสนุนการลงทุนโดนตรงจากต่างชาติ ที่ช่วยให้คาร์กิลล์เติบโตไปพร้อมกับเศรษฐกิจและสังคมไทย มาตลอด 50 ปีที่ผ่านมา การลงทุนพัฒนาและนำเทคโนโลยีมาใช้ จะช่วยให้สายการผลิตและจัดจำหน่ายมีประสิทธิภาพและยั่งยืนมากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ให้สอดคล้องกับปณิธานของคาร์กิลล์ ในการผลิตอาหารเพื่อหล่อเลี้ยงคนไทยและคนทั่วโลก” ด้วยงบลงทุนกว่า 70 ล้านเหรียญสหรัฐนี้ สอดคล้องกับกลยุทธ์ขององค์กร ในการพัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยีเพื่อตอบสนองความตัองการของคู่ค้าและลูกค้าของบริษัทฯ ครอบคลุมถึงการนำเทคโนโลยีมาใช้ในกระบวนการผลิตและจัดจำหน่ายไก่ปรุงสุกและการขยายฐานการผลิตเนื้อไก่ปรุงสุกในจังหวัดนครราชสีมา
ร้านซีฟู้ดแจงแล้ว ปมกุ้งเผาตัวละ 1,000 บาท สุดเซ็งเพิ่งจบเรื่องกรรเชียงปูจานละ 650 บาท จากกรณี วินทร์ เลียววาริณ นักเขียนชื่อดัง ศิลปินแห่งชาติ สาขา วรรณศิลป์ ประจำปี พ.ศ. 2556 และเป็นนักเขียนที่ได้รับ รางวัลซีไรต์ ถึง 2 ครั้ง ได้โพสต์เฟซบุ๊กว่าโดนโกงที่หัวหิน หลังไปรับประทานอาหารซีฟู้ดที่ตลากโต้รุ่ง โดยสั่งอาหารมาหลายอย่างรวมทั้งกุ้งเผา 4 ตัว ก่อนจะสั่งกุ้งก็ถามราคาก่อน แต่ทางร้านไม่ยอมบอก แต่พอเรียกเก็บบิลกลับพบว่ากุ้งมีราคาสูงถึงตัวละ 1,000 บาท ทำให้เสียความรู้สึกเป็นอย่างมาก โดยเหตุการณ์ดังกล่าวผ่านมาถึง 2 เดือนแล้ว ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น ล่าสุดวันที่ 16 พ.ย. นายธนนท์ พรรพีภาส นายอำเภอหัวหิน ได้ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่ตรวจสอบข้อมูลและสำรวจร้านอาหารซีฟู้ดบริเวณตลาดโต้รุ่งหัวหิน ซึ่งมีมากกว่า 10 ร้าน โดยมีนายประสพชัย พูลเกิด พาณิชย์จังหวัดประจวบคีรีขันธ์, น.ส.ไพลิน กองพันธ์ รองนายกเทศมนตรีเมืองหัวหิน, นายจีรวัฒน์ พราหมณี ปลัดเทศบาลเมืองหัวหิน พร้อมด้วยกำลังฝ่ายทหาร, ฝ่ายปกครองอำเภอหัวหิน ลงพื้นที่ตรวจสอบร้านอาหารซีฟู้ดทุกร้าน โดยได้เข้าตรวจที่ร้านแรกคือ ร้านรถไฟซีฟู้ด ม
