อาหารสร้างอาชีพ
หากมีใครมาบอกว่าไปทานข้าวมันไก่จานละ 10 บาทมา เชื่อว่าหลายคนคงไม่ปักใจเชื่อง่ายๆ บางคนอาจจะคิดว่าคงมีไก่แค่ชิ้นสองชิ้น เพราะในยุคนี้ข้าวของต่างๆ แพงขึ้น โดยทั่วไปข้าวแกงหรืออาหารตามสั่งราคาจานละ 30 บาทขึ้นไป ถ้าอยู่ในห้างก็บวกเข้าไปอีก 5-10 บาทเป็นอย่างน้อย แต่สำหรับร้านข้าวมันไก่โกนวย ยังมีข้าวมันไก่จานละ 10 บาทให้เห็น เนื่องจากเจ้าของคือ “คุณอำนวย เชาว์เฟื่องกิจ”ในวัยเฉียด 70 อยากยืนหยัดราคานี้ไว้ตลอดกาล ซึ่งเป็นราคาเดียวกับที่ร้านนี้เปิดขายครั้งแรกเมื่อปี 2531 ใช้ข้าวหอมมะลิ 100% ร้านข้าวมันไก่โกนวย ไม่ใช่ร้านใหญ่โตอะไร เป็นรถเข็นที่มีโต๊ะเก้าอี้ให้คนนั่งหลายสิบคน ตั้งอยู่ในซอยตรงข้ามโรงพยาบาลเลิดสิน ด้านหน้ามีป้ายติดอยู่ เข้าไปในซอย 10 เมตรก็ถึง เปิดขายตั้งแต่ 6 โมงเช้าจนถึงช่วงบ่าย 2 โมง บ่าย 3 โมง โดยมีคุณอำนวยและภรรยาอีก 2 คน ช่วยกันขายอย่างขะมักเขม้น ถ้าไปวันศุกร์ก็จะได้ฟังเสียงร้องขับกล่อมในบทเพลงสากลของชายผู้นี้ เพื่อมอบความสุขให้กับลูกค้า ซึ่งเจ้าตัวเรียกว่าเป็นฟรีคอนเสิร์ต คุณอำนวย เล่าว่า เริ่มขายข้าวมันไก่ตั้งแต่ปี 2531 เกือบ 30 ปีแล้ว ขายตั้งแต่ยังไม่มีทางด่วน ถัด
นับตั้งแต่อาหารคลีนเข้ามามีบทบาทในชีวิต สุขภาพของใครหลายคนก็เปลี่ยนไปในทิศทางที่ดีขึ้น ปัจจุบันเลยมีธุรกิจอาหารคลีนเกิดขึ้นมากมาย รวมถึง “Fit Food Always” ที่เป็นมากกว่าอาหารคลีนเพราะเป็นอาหารที่ถูกปรุงขึ้นเพื่อสุขภาพของแต่ละคนที่มีความแตกต่างกัน ทุกๆ เมนูครีเอตโดยคุณอภินันต์ เศวตวรรณกุล หรือเชฟเอฟ เชฟรุ่นใหม่ที่จัดสรรอาหารให้ถูกกับร่างกายและความต้องการอย่างแท้จริง ธุรกิจอาหารเพื่อสุขภาพ กระแสยังดี แต่ต้องแตกต่าง ประวัติเชฟเอฟ หลังจบปริญญาตรีสาขาวิชาการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ ภาคภาษาอังกฤษที่มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ เขาเริ่มต้นทำงานที่แรกในแผนกต้อนรับของโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง จากนั้นไปประเทศสกอตแลนด์ ไปเป็นเด็กล้างจาน สักพักได้เข้าไปทำงานครัว จากนั้นเขยิบไปเป็นกุ๊กที่ร้านอาหารไทย พอวีซ่าหมด กลับมาไทย มาเรียนทำอาหารที่โรงแรมโอเรียนเต็ล ได้ฝึกงานครัวอาหารไทยที่โรงแรมแห่งนี้ จนกระทั่งมีร้านอาหารชื่อร้าน“น้ำ” (nahm) ร้านที่ได้รับเลือกให้เป็น 1 ใน 50 ร้านอาหารที่ดีที่สุดในโลก มาเปิดในเมืองไทย เชฟเอฟ เล่าว่า ไปเป็นเชฟร้านน้ำได้ 1 ปี ต่อมาย้ายไปทำงานที่ร้านอาหารของคุณตัน ภา
นางสำลี หรือ ป้าโอ่ง เหมันตร์ อายุ 63 ปี แม่ค้าก๋วยเตี๋ยวกะละมัง ตั้งร้านค้าอยู่บริเวณริมถนนอ่างทอง-ไชโย (สายใน) เลขที่ 56 หมู่ 3 ตำบลหลักฟ้า อำเภอไชโย จังหวัดอ่างทอง เป็นที่ร่ำลือถึงรสชาติของความอร่อยของก๋วยเตี๋ยว ที่รับประทานได้โดยไม่ต้องปรุงเนื่องจากรสชาติกลมกล่อม และที่พิเศษกว่าที่ร้านอื่นคือก๋วยเตี๋ยวที่ร้านป้าโอ่ง จะใช้ชามกะละมังเป็นภาชนะในการใส่ก๋วยเตี๋ยว เป็นแห่งเดียวในจังหวัดอ่างทองที่ใช้กะละมังมานานกว่า 50 ปี ป้าโอ่งกล่าวว่า แต่เดิม ยายช่วย ทองนาค ผู้เป็นยาย เป็นคนริเริ่มในการขายก๋วยเตี๋ยวได้สูตรมาจากกรุงเทพ โดยใช้กะละมังเป็นภาชนะใส่ก๋วยเตี๋ยว โดยครั้งแรกตั้งร้านค้าอยู่ที่บริเวณริมแม่น้ำเจ้าพระยา หมู่ 3 ตำบลหลักฟ้า อำเภอไชโย และเมื่อตนเองโตขึ้นจึงไปฝึกการทำก๋วยเตี๋ยวขายกับยายช่วย หลังจากยายช่วยเสียชีวิตไป ตนเองจึงสืบทอดการขายก๋วยเตี๋ยวเรื่อยมาจนถึงปัจจุบันก็ 50 ปีแล้ว โดยที่ขายก๋วยเตี๋ยวครั้งแรกนั้นเริ่มต้นในราคาชามละ 5-7-10-15 และปัจจุบันขายในราคา 20 บาทโดยมีก๋วยเตี๋ยวหมู ก๋วยเตี๋ยวเนื้อ และเย็นตาโฟ โดยใช้ฟืนเป็นเชื้อเพลิงในการต้มน้ำก๋วยเตี๋ยว และได้ย้ายร้านค
“บ้านสิริ” คือ ร้านอาหารที่เหมาะกับทุกเพศ ทุกวัย โดยเฉพาะผู้ที่หลงรักในเสียงเพลงและการขยับเขยินร่างกายด้วยการ “ลีลาศ” เพราะ ณ ห้องอาหารแห่งนี้เมื่อก้าวเท้าเข้ามาแล้วจะเพลิดเพลินไปกับดนตรีร่วมสมัยเหมือนได้มาพบปะเพื่อนที่รู้ใจไปพร้อมๆ กับลิ้มรสชาติอาหารเมนูหลากหลายกว่า 150 ชนิด อิ่มอร่อยได้ทุกวัน มีบริการเช่าพื้นที่เพื่อจัดงานเลี้ยง งานแต่งงาน วันเกิด ปาร์ตี้ สังสรรค์ในครอบครัว ฯลฯในราคายุติธรรม จากบ้านพักผู้สูงวัย กลายเป็นสังคมของคนรักลีลาศ คุณจันทราวดี เคียงศิริ หรือคุณติ๋ม หญิงสาววัย 64 ปีเจ้าของร้านอาหาร “บ้านสิริ” นับเป็นผู้หลงใหลกีฬาลีลาศ เธอเท้าความว่า ก่อนจะเปิดร้านอาหารแห่งนี้ ในอดีตราวปี 2531บ้านสิริเคยเป็นโครงการบ้านพักให้เช่าแก่ผู้สูงอายุบนพื้นที่ 15 ไร่ จำนวน 117 ยูนิต มีทั้งรูปแบบบ้าน ขนาด 36 ตารางเมตร และห้องพักขนาด 24-55 ตารางเมตร จนกระทั่งปี2535 ปรับเปลี่ยนเป็นโรงแรมให้เช่ารายวันอย่างถูกต้องตามกฏหมาย กลุ่มคนที่มาพักล้วนเป็นต่างชาติ อาทิ อังกฤษ อเมริกา เยอรมันนี เกาหลี ญี่ปุ่น นอกจากแขกที่มาพักจะรับความสะดวกสบาย “บ้านสิริ” ยังมีจุดขายอีกอย่าง คือ ร้านอาหารเพื่อสุขภาพปราศจ
ออกตัวว่าอร่อยไม่แพ้เจ้าไหนในประเทศ สำหรับ “กินยัง เบอร์เกอร์” เมนูจานด่วนทานง่าย ทานสะดวกรสชาติดี ได้คุณค่าสารอาหาร ในอดีตเมื่อ 4 ปีที่แล้วเคยครองตำแหน่งขวัญใจของเด็กน้อยวัยใส ขายดิบขายดีในโรงเรียน มาวันนี้ขอทวงบัลลังก์คืน ภายใต้การบริหารงานของทายาท Gen-Z คุณภูมิ รังสิยานนท์ นักศึกษาปี 1 เรียนหลักสูตรอินเดียศึกษา (นานาชาติ) รั้วมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และคุณณัฎฐกมล สุกิจจาคามิน นักศึกษาปีที่ 1 คณะศิลปกรรมศาสตร์ นิเทศศิลป์ มหาวิทยาลัยบูรพา อาสารับไม้ต่อ บริหารแบบคนรุ่นใหม่ ภูมิ เล่าว่า เมื่อ 4 ปีที่แล้ว คุณพ่อ – คุณปกรณ์กิตติ์ ท่านเคยเป็นที่ปรึกษางานด้านเบเกอรี่ให้กับสินค้าดังๆ อย่าง สเวนเซ่นส์, สาลี่สุพรรณ ฯลฯ แล้ววันหนึ่งท่านหันมาทำแฮมเบอร์เกอร์ขาย โดยเช่าตึกย่านถนนลาดปลาเค้า กทม. คิดสูตรเอง ทำขนมปังเอง ทำใส้เอง ทำซอสเอง เจาะตลาดโรงเรียน เน้นคุณภาพ รสชาติอร่อย ขายราคาไม่แพง ปรากฏว่าเด็กๆ ชอบมาก ขายดีเกินคาด แต่แล้วก็เกิดเหตุการณ์ที่ทำให้คุณพ่อเลิกกิจการทั้งๆ ที่ยังมีออเดอร์อยู่ “คุณพ่อมองว่าตลาดระดับกลาง -ล่าง ยังมีช่องว่าง และมีความน่าสนใจ เลยตั้งใจเจาะตลาดกลุ่มนี้ ทว่าพอขายแฮมเ
สุดครีเอตไม่ซ้ำใครในประเทศแน่ๆ สำหรับร้านก๋วยเตี๋ยวเรือนแพ อาหารเส้นที่สร้างสรรค์เมนูชื่อแปลก แถมแหวกแนวด้วยวัตถุดิบที่ไม่คาดคิดว่าจะสามารถทำก๋วยเตี๋ยวได้ ต้นตำหรับเมนูเด็ด คือคุณพิเชษฐ์ เปี่ยมคุ้ม หรือคุณตุ้ม เจ้าของร้านวัย 52 ปี คุณตุ้ม เผยกับเส้นทางเศรษฐีออนไลน์ว่า เป็นคนชอบกินก๋วยเตี๋ยวมาก ใครว่ามีก๋วยเตี๋ยวที่ไหนอร่อย จะตามไปกินกับภรรยาทุกที่ทั้งกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด จนเมื่อ พ.ศ. 2549 ตัดสินใจเปิดร้านก๋วยเตี๋ยวเป็นของตัวเอง แต่ทว่าต้องสร้างจุดขาย เน้นความแปลก ที่สำคัญต้องอร่อยกว่าร้านทั่วๆ ไปด้วย “ผมเปิดร้านขายก๋วยเตี๋ยวมา 9 ปีแล้ว เกิดไอเดียว่าต้องสร้างจุดขายให้ก๋วยเตี๋ยวมีความต่างจากร้านอื่น ด้วยการครีเอทตเมนูใหม่ๆ และตั้งชื่อแปลกๆ อาทิ ก๋วยเตี๋ยวส้มตำ ก๋วยเตี๋ยวมะม่วง เย็นตาโฟไม่ใช้เต้าหู้ยี้แต่ใช้ซอสมะเขือเทศที่ทางร้านทำขึ้นเอง ยังมีก๋วยเตี๋ยวพระถังซัมจั๋งดอกพิกุลตุ๋นเครื่องเทศ นวลนางในอ่างน้ำ พญาสุกรนอนสวนพลู ก๋วยเตี๋ยวสก๊อยสาว ก๋วยเตี๋ยวโคโยตี้ ก๋วยเตี๋ยวแกงเขียวหวาน เป็นต้น” สำหรับเมนูเก๋ๆ ยกตัวอย่าง ก๋วยเตี๋ยวมะม่วง วัตถุดิบมี มะม่วงเปรี้ยว ต้องสายพันธุ์น้ำดอกไม้เท่านั้น
กระแสคลีนฟู้ดยังแรงต่อเนื่อง หลายคนที่เคยทานก็ยังทานต่อ บางคนไม่เคยทานก็เริ่มอยากหันมาลองทาน ปัจจุบันเมนูอาหารคลีนถูกประยุกต์ให้ทานง่าย แม้กระทั่งไข่ขาววัตถุดิบใกล้ตัวคนไทย ก็ยังมีผู้ประกอบการหัวใสนำมาทำให้ทานง่ายด้วยการต้มให้สุกรับประทานได้ทันที ไอเดียสร้างสรรค์ของอดีตสัตวแพทย์สาวที่ผันตัวมาเป็นนักธุรกิจ คุณสุนทรี ศรีวานิชภูมิ หรือคุณกุง คุณกุง เล่าที่มาก่อนจะเป็นไข่ไก่ต้มสุกพร้อมทานว่า บ้านพี่สะใภ้เป็นโรงงานผลิตฝอยทอง แต่ละวันใช้ไข่แดงจำนวนมากมาทำขนม ซึ่งไข่ขาวจะเหลือทิ้ง เลยลองนำมาบรรจุใส่ถุง ถุงละ 2 กิโลกรัม ขายในราคา 150 บาทให้กลุ่มเพื่อนที่ออกกำลังกาย ควบคุมอาหาร ซึ่งคนกลุ่มนี้จะหลีกเลี่ยงเนื้อสัตว์ หลังจากนั้น 3 เดือนเริ่มมีลูกค้าติว่าไม่สะดวกในการพกพาไข่ดิบ เก็บรักษายาก บางคนไม่ทำอาหาร ฉะนั้นเลยคิดจะเปลี่ยนรูปแบบจากไข่ขาวดิบให้เป็นไข่ขาวสุกพร้อมกิน สะดวกและยังได้โปรตีนด้วย หลังจากเกิดแนวคิดอยากเปลี่ยนไข่ขาวดิบให้เป็นไข่ขาวสุกพร้อมกิน คุณกุง เล่าว่า ได้ไอเดียจากเต้าหู้หลอด เลยไปศึกษากระบวนผลิตอยู่ราว 6 เดือน จนกระทั่งกลายเป็นไข่ขาวต้มสุกบรรจุในรูปแบบหลอดพร้อมทาน “ดิฉันได้ไอเดียท
พ.ศ. นี้ หลายคนบอก เป็นยุคเบเกอรี่ “เบ่งบาน” ผ่านไปทางไหน มักเห็นแต่ ร้านกาแฟ–เค้ก แทรกตัวอยู่ในแทบทุกทำเล ส่วนพฤติกรรมการรับประทาน “ขนมไทย” นั้น นับวันยิ่งห่างหายไปจากชีวิตตามปกติ ถ้าจะมีคงเป็นช่วงงานบุญ อย่าง ขึ้นบ้านใหม่ แต่งงาน ฯลฯ ซึ่งยังพอมี “พื้นที่” ให้กับของหวานคู่บ้านคู่เมืองได้อวดโฉมกันอยู่บ้าง “ดี’เสริฐ” กับ สโลแกนแปลเป็นไทย “ขนมไทยรูปทรงใหม่ – New Look of Thai Dessert” คุณคิ้ม–ทิพย์ดา จันทจรูญพงษ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ดี เคเทอริ่ง จำกัด ผู้ประกอบการด้านการจัดเลี้ยงในนาม “ดี เคเทอริ่ง” และเจ้าของกิจการขนมไทยสไตล์ใหม่ “ดี’เสริฐ” เริ่มต้นให้ข้อมูล ด้วยการแนะนำตัวให้รู้จักกันมากขึ้น จบปริญญาตรี ด้านเศรษฐศาสตร์ ปริญญาโท ด้านการบริหารกิจการ ที่ผ่านมาทำงานด้านการตลาดมาตลอด ก่อนออกมาช่วยกิจการของทางบ้านสามี–คุณวิทวัส จันทจรูญพงษ์ ซึ่งเป็นร้านอาหารเก่าแก่อายุไม่ต่ำกว่า 50 ปี ชื่อ “ดีพร้อม” ปัจจุบันยังเปิดให้บริการอยู่ที่บางแสน จังหวัดชลบุรี โดยตั้งใจเข้ามาขยายงาน จากร้านอาหารมาเป็นการบริการด้านจัดเลี้ยงนอกสถานที่ เพราะทั้งสามีและตัวเธอเอง เห็นตรงกันว่า แค
หากย้อนไปเมื่อหลายสิบปีก่อน หลายคนมองว่า ปลาทู เป็นอาหารสำหรับผู้มีรายได้น้อย แต่มาในวันนี้ ปลาทู กลายเป็นสินค้าราคาแพง และมีผู้บริโภคทุกกลุ่มเป้าหมาย ส่งผลก่อเกิดรายได้ต่อผู้อยู่บนเส้นทางสายนี้ ทำเงินดี กว่าเงินเดือน ก่อร่างสร้างแบรนด์ กว่า 40 ปีแล้วที่ครอบครัวของ คุณอริยาวรรณ์ พงษ์จารุคุปต์ หรือ คุณหน่อย ประกอบอาชีพค้าขายปลาทูนึ่งเลี้ยงชีพ แต่ด้วยภาวะการแข่งขัน กอปรกับคนรุ่นใหม่ไม่สนใจสานต่อธุรกิจ ทำให้ผู้ผลิตปลาทูล้มหายตายจากลงไปเป็นจำนวนมาก แต่ทว่าคุณหน่อยกลับเห็นถึงโอกาสว่าอาชีพนี้มีความยั่งยืนอย่างแน่นอน โดยสังเกตจากจำนวนผู้บริโภคปลาทูนับวันจะสูงขึ้น ครอบคลุมทุกช่วงวัย แต่หากจะให้ยอดขายดีได้นั้น หัวใจสำคัญคือต้องสร้าง “แบรนด์” “ปัจจุบัน หาคนเข้ามาสานต่ออาชีพค้าขายปลาทูค่อนข้างยาก ทั้งๆ ที่เป็นอาชีพทำเงินได้ดีกว่างานในออฟฟิศ ดิฉันเองจึงคิดว่า เราน่าจะเข้ามาสานต่อ ซึ่งที่ผ่านมาผู้ผลิตปลาทูส่วนใหญ่ คือคนรุ่นเก่า ทำตลาดไม่เป็น จึงติดอยู่กับการค้าขายรูปแบบเดิมๆ ยอดขายเริ่มตกลง เราจึงคิดว่าถ้าอย่างนั้น มาสร้างแบรนด์ดีกว่า” คุณหน่อย เล่าเท้าความถึงเหตุที่ใช้แบรนด์ “บ้านปลาทู” เพราะพ่อก
“อาหารเช้า” นับเป็นมื้อสำคัญที่ทุกเพศ-วัย ไม่ควรละเลย แต่ใครจะเลือกรับประทานแบบไหน ประเทศไทยที่สุดแสนจะอุดมสมบูรณ์นั้น มีเมนูให้เลือกหลายหลาย ไล่ไปตั้งแต่โจ๊ก น้ำเต้าหู้ กาแฟ ปาท่องโก๋ ข้าวเหนียว-หมูปิ้ง ข้าวมันไก่ ต้มเลือดหมู ฯลฯ และสำหรับ “ไข่กระทะ” อาหารของชาวฝรั่งเศสที่ส่งต่อมายังชาวเวียดนาม เมื่อครั้งประเทศต้องตกเป็นเมืองขึ้นนั้น จัดว่าเป็นมื้อเช้าจานเด่น สำหรับคนภาคอีสานในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะจังหวัดริมโขง อย่าง อุดรธานี หนองคาย สกลนคร นครพนม ฯลฯ เหตุน่าจะมาจากการที่ชาวเวียดนาม หรือที่มักเรียกกันสั้นๆว่า “คนญวน”อพยพย้ายถิ่นเข้ามาไทย และได้นำวัฒนธรรมการกินดังกล่าวมาด้วย จากนั้นคนไทย จึงทำการประยุกต์ ปรุงแต่งรสชาติ-หน้าตา ให้ถูกปากมากยิ่งขึ้น จนกลายเป็น “เมนูฮิต”อันดับต้นๆ สำหรับใครหลายคนจนถึงทุกวันนี้ พัฒนาสูตร ได้สไตล์โดนใจ คุณเอ๋ – วลัยพรรณ จารุกิจกุล หุ้นส่วนคนสำคัญ อาสาเป็นตัวแทนให้ข้อมูล เริ่มต้นว่า ผู้ก่อตั้งกิจการนี้ คือ คุณอิท – อิทธิพล โกมลยกุล อายุ 40 ปีเศษ คู่ชีวิตของเธอเอง ซึ่งเคยทำงานประจำอยู่บริษัทแห่งหนึ่ง ในตำแหน่งกราฟฟิกดีไซน์ แต่ด้วยความที่เป็นคนชอบทำอ
