อาหาร
ศรีย่านยังไม่สิ้นของอร่อย!! เจ้ยจังนี่เดินดมตามฟุตบาธ(ห๊ะ?)เรื่อยเปื่อยเลยค่ะ เดินไปก็เจอคนมุง ๆ รอคิวร้านอะไรสักอย่าง อะไรน๊า? หอมเตะจมูก ขนม! ขนมแน่ๆ ! ขอเจ้ยส่องหน่อยค่าาาา! ร้านนี้นี่เอง “ขนมบ้าบิ่นมะพร้าวน้ำหอมสามพราน” คนรอซื้อเพียบ พ่อค้า – แม่ค้านี่ทำมือเป็นระวิงเชียว “บ้าบิ่นมะพร้าวอ่อน” (กล่องละ 25 บาท) ของร้านนี้เค้าไม่ได้ทำเป็นชิ้น ๆ คำ ๆ นะคะ เค้าจะทอดเป็นแพใหญ่ ๆ จนด้านนอกกรอบเกรียม แล้วค่อยหั่นเป็นคำ ๆ ทีหลัง ซึ่งมันน่ากินมากกกกกกก!! มันน่ากินมากเจงเจงงงงงงง!! แป้งด้านนอกจะกรอบ ๆ บาง ๆ แล้วข้างในคือหนานุ่มหนึบกรุบมะพร้าวอ่อน อร่อยฝุด ๆ เจ้ยว่านี่เป็นขนมบ้าบิ่นที่อร่อยที่สุดที่เจ้ยเคยกินมาเลยมั้ง!! ร้านนี้เค้าขายดีนะคะ บางท่านที่มาไกล ๆ แนะนำว่าโทรมาจองก่อนดีกว่าค่ะ เดี๋ยวหมดซะก่อนจะเดินทางมาเก้อนะคะ “ขนมบ้าบิ่นมะพร้าวน้ำหอมสามพราน” ราคา : ขนมบ้าบิ่นมะพร้าวน้ำหอม กล่องละ 25 บาท สถานที่ : ติดกับสำนักพิมพ์ พว.อินเตอร์ เลยสี่แยกไฟแดงศรีย่าน ตรงมาทางตลาดศรีย่าน โทร : 081-867-6573 (แนะนำให้โทรจอง) เวลา : ขายเฉพาะวันอังคาร / พฤหัส / เสาร์ และ อาทิตย์ 06.00 – 17.00 น. Wifi : ไม
“ข้าวพระรามลงสรง” เมนูโบราณหาทานยาก แถมหาที่อร่อยยิ่งยากเข้าไปอีก แต่ร้านนี้เด็ด “จิวลูกชิ้นปลาเยาวราช” ศรีย่าน ต่อกันที่ศรีย่านค่ะ ร้านนี้เจ้ยเจอปุ๊บสะดุดปั๊บ! นั่นก็เพราะป้ายหน้าร้านบอกว่ามีเมนูที่หากินยากมากกกกก “ข้าวพระรามลงสรง” น้อยร้านที่จะทำขาย แล้วยิ่งน้อยร้านเข้าไปอีกที่ทำแล้วอร่อย! เพราะฉะนั้น…ตามเจ้ยมาพิสูจน์เล๊ย! “จิวลูกชิ้นปลาเยาวราช” ที่ขายทั้งก๋วยเตี๋ยว ข้าวหน้าไก่ ข้าวสตูว์หมู บ๊ะจ่าง และที่เจ้ยหมายปองที่สุด “ข้าวพระรามลงสรง” มาพิสูจน์กันว่า “ข้าวพระรามลงสรง” (40 บาท) ของร้านนี้จะเด็ดแค่ไหน? ข้าวพระรามลงสรง เป็นข้าวสวยที่โปะด้วยหมูหมักลวก ราดด้วยน้ำแกงข้น ๆ ที่รสชาติคล้าย ๆ น้ำจิ้มหมูสะเต๊ะ เคียงด้วยผักบุ้งจีนลวกนุ่ม ๆ และน้ำพริกเผาสำหรับคนที่ชอบความซี๊ดซ๊าด ตักเข้าปากเลยค่ะ!! โอ๊ยยย! มันดีย์!! หมูนุ่ม น้ำแกงเข้มข้นออกเผ็ด (เจ้ยกินรสจัดนะ ใครทานเผ็ดไม่ได้น่าจะไม่รอดค่ะ) ใครตามหาข้าวพระรามลงสรงรสจัด ๆ อร่อย ๆ ในราคาน่าคบขนาดนี้ มาที่นี่ไม่ผิดหวัง!! จิวลูกชิ้นปลาเยาวราช ราคา : ข้าวพระรามลงสรง 40 บาท สถานที่ : ริมถนนติดป้ายรถเมล์ ใกล้ซอยศรีย่าน 1 เวลา : 08.00 – 16.00 น.
เบเกอรี่เจ้าดังประจำเทเวศน์ อร่อยไม่เปลี่ยน ราคาน่ารัก 10 บาทอร่อยพริ้ม ที่ “ชิฟฟ่อนเบเกอรี่” เดินเตร่กันมาเรื่อย ๆ กับเจ้ยจัง ตอนนี้เจ้ยก็มาหยุดอยู่ที่แยกเทเวศน์ค่ะ เคยมาสมัยสาว ๆ (ประมาณ 15ปีขึ้นไป อุ่ต๊ะ!! รู้อายุมั้ยล่ะนั่น!!) จำได้ลาง ๆ ว่าแถวนี้มีร้านเบเกอรี่อร่อย แต่เอ…ป่านนี้ร้านอร่อยจะยังอยู่มั้ยนะ? อุ๊ย! คุ้น ๆ เยสสส! ยังอยู่ค่ะ!! มาๆๆๆ ตามเจ้ยมาชิม!! ร้านนี้นี่เอง เอง เอง! (ทำเสียงแบบรายการทีวีแชมป์เปี้ยน) “ชิฟฟ่อนเบเกอรี่” ที่เจ้ยไม่ได้กินมานานมากกกก ราคายังเท่าเดิมเหมือน 15 ปีก่อนเลยอ่ะ ยังขายราคานี้ได้ไง? มีความอะเมซิ่ง! อย่างงี้เจ้ยจังต้องเหมาไปฝากแม่หน่อยแล้วค่ะ นี่แหละค่ะเมนูในตำนาน “ชิฟฟ่อนเค้กสามเหลี่ยม” มีรสวนิลา กาแฟ ช็อคโกแลต และที่เจ้ยชอบที่ซู๊ดดดด “ชิฟฟ่อนใบเตย” มีความนู่มมมมม มีความหอมมมม มีความอร่อยไม่เปลี่ยน!! แถมราคายังน่ารักเหมือนเดิม!! “ชิฟฟ่อนเบเกอรี่” ราคา : เค้กชิฟฟ่อนสามเหลี่ยม ชิ้นละ 10 บาท สถานที่ : ตรงข้ามมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร (สี่เสาเทเวศน์) โทร : 02-281-1315 และ 02-628-8575 เวลา : 09.30-19.30 น. Wifi : ไม่มี wi-fi ที่จอดรถ : ไม่มีที่
อีกเพียง 2 เดือน ลมหนาวก็จะมาเยือนแล้ว อย่ากระนั้นเลย ปิ่นโตเถาเล็กขอพาแฟนๆ ไปแอ่วเมืองเจียงฮายกันดีกว่า จังหวัดนี้ขึ้นชื่อเรื่อง ขนมจีนน้ำเงี้ยว หรือ เข้าหนมเส้นน้ำเงี้ยว ว่ามีรสชาติเข้มข้นจัดจ้านเป็นที่สุด และร้านดังประจำจังหวัดขายมานานกว่า 40 ปี ก็คือร้าน น้ำเงี้ยวป้าสุข ตั้งอยู่ในตัวเมืองเชียงราย บน ถนนสันโค้งน้อย ใกล้กับ สันโค้งน้อยซอย 5 ตอนนี้ สืบทอดมาถึงป้าตุ๋ย นงคราญ ขัติยะ รุ่นที่ 2 มีลูกชายคนเล็กชื่อบุญนคร ขัติยะ ซึ่งเป็นรุ่นที่ 3 คอยช่วยแล้ว สำหรับใครที่ไม่คุ้นเคยกับน้ำเงี้ยว ขออธิบายว่าน้ำเงี้ยวคือน้ำแกงที่กินกับขนมจีนหรือก๋วยเตี๋ยว เป็นอาหารล้านนาที่ได้มาจากไทยใหญ่ ประกอบด้วย เลือดไก่ หมูสับ ซี่โครงหมู ดอกงิ้ว มะเขือเทศ ถั่วเน่า ซึ่งสูตรเมืองเชียงรายจะมีน้ำหน้าคือพริกแกงผัดในน้ำมันกับมะเขือเทศอยู่ด้วยทำให้รสชาติเผ็ดร้อนเข้มข้นเป็นทวีคูณ มาร้านป้าสุขต้องชิม น้ำเงี้ยวหมู สีแดงเข้มรสจัดจ้าน สั่งได้ทั้ง ขนมจีนน้ำเงี้ยว และ ก๋วยเตี๋ยวน้ำเงี้ยว (35-45 บาท) เส้นก๋วยเตี๋ยวขนาดกึ่งกลางระหว่างเส้นเล็กและเส้นใหญ่หนึบอร่อย มีมะนาวให้ปรุงเพิ่ม แกล้มกับถั่วงอกดิบและ ผักกาดดอง ทำเองอร่อย
ในโอกาสที่เทศกาลไหว้พระจันทร์กำลังจะเวียนมาถึงอีกวาระ ในวันที่ 16 กันยายนนี้ ทางเซ็นเตอร์ ออฟ ฟู้ด เซฟตี้(Centre of Food Safety) หรือศูนย์ความปลอดภัยด้านอาหารของฮ่องกงได้มีแถลงการณ์ออกมาเตือนประชาชนว่า ควรรับประทานขนมไหว้พระจันทร์แต่พอประมาณ และพยายามสร้างสมดุลระหว่างการรับประทานกับการออกกำลังกาย เพื่อสุขภาพที่ดี “ประชาชนควรคำนึงถึงข้อจำกัดด้านสุขภาพร่างกายของตัวเอง และรับประทานขนมไหว้พระจันทร์ในปริมาณที่เหมาะสม ในช่วงเทศกาลไหว้พระจันทร์นี้” ข้อความหนึ่งในแถลงการณ์ของศูนย์ความปลอดภัยด้านอาหารที่ยังแนะนำให้ประชาชนช่วยกัน “แชร์” ส่งต่อให้คนอื่นได้อ่านด้วย ทั้งนี้ ในรายงานของศูนย์ความปลอดภัยด้านอาหารระบุว่า เนื่องจากขนมไหว้พระจันทร์อุดมไปด้วยแป้งและน้ำตาล และจากการตรวจสอบของศูนย์พบว่า ขนมไหว้พระจันทร์ไส้เม็ดบัว ไข่คู่ ขนาด 100 กรัม มีปริมาณน้ำตาลอยู่เกือบ 1 ใน 3 และประกอบด้วยไขมันราว 22.3 กรัม ขณะที่บนฉลากกำกับสารประกอบในอาหารของขนมไหว้พระจันทร์เจ้าดังแห่งหนึ่งในฮ่องกง ซึ่งเป็นไส้ไข่คู่ หนัก 184 กรัม ระบุว่าให้พลังงานถึง 776 แคลอรี ซึ่งเทียบแล้วเกือบจะเท่ากับครึ่งของปริมาณแคลอรีที่แนะนำให
นับเป็นการจัดงานขายผลิตภัณฑ์โครงการหลวงรูปแบบใหม่ ที่ตั้งใจออกแบบขึ้นเพื่อตอบสนองไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ ที่ให้ความสำคัญกับภาพลักษณ์ที่แตกต่าง ทันสมัย สำหรับ งาน “รอยัล โปรเจ็กต์ มาร์เก็ต แอท สยามพารากอน” จัดโดยศูนย์การค้าสยามพารากอน และมูลนิธิโครงการหลวง ระหว่างวันที่ 22-26 กันยายน 2559 ณ พาร์ค พารากอน ศูนย์การค้าสยามพารากอน ดร.ณรงค์ชัย พิพัฒน์ธนวงศ์ (กลาง) โดยมีผลิตผลไฮไลต์ได้แก่ อะโวคาโด, เห็ด และธัญพืชต่างๆ รวมถึงผลิตผลและผลิตภัณฑ์อื่นๆ ของโครงการหลวง อาทิ เสาวรส พีช ชา ผัก ไม้ดอก ไม้ผล และอีกหนึ่งความพิเศษคือ การนำผลิตผลไฮไลต์มารังสรรค์เป็นเมนูเพื่อสุขภาพ ทั้งอาหารคาวและหวานมาจำหน่ายภายในงานโดยเฉพาะ อาทิ เห็ดย่างจิ้มแจ่ว, สลัดเห็ดน้ำพริกข่า, ลาบคั่วเห็ดเชียงฮาย ผักสด, ขนมจีนน้ำยาเห็ด, สลัดธัญพืชและอะโวคาโด, เค้กข้าว, เค้กชาเขียวถั่วแดง, ชาผลไม้หมัก ฯลฯ ดร.ณรงค์ชัย พิพัฒน์ธนวงศ์ ผู้อำนวยการฝ่ายตลาด มูลนิธิโครงการหลวง กล่าวว่า เรายกตลาดโครงการหลวงมาไว้ที่ศูนย์การค้า เพื่อเผยแพร่ผลงานของโครงการหลวงด้านการพัฒนาพันธุ์พืชใหม่ๆ นอกจากการจำหน่ายผลิตผลผลิตภัณฑ์ต่างๆ แล้วยังมีการแนะนำถึงคุณประโ
ได้ไอเดียจากห้าง นำมาสร้างหนทางต่อ ด้วยเพราะความเชื่อที่ว่ายังมีผู้คนจำนวนมากสนใจลงมือปรุงอาหารด้วยตนเอง กอปรกับเทรนด์ทำอาหารทานเองค่อนข้างมาแรง แต่ทว่าหลายคนขาดประสบการณ์ ไหนจะพื้นที่ไม่เอื้ออำนวยต่อการจัดเตรียมอุปกรณ์และลงมือปรุงมากนัก อีกทั้งการเดินทางไปเลือกซื้อวัตถุดิบ ยิ่งถ้าเป็นมือใหม่ การคาดคะเนส่วนผสมดูจะเป็นเรื่องยาก “Cookit Delivery” สบช่องมองเห็นโอกาส ลุยตลาดเปิดตัว อาหารพร้อมปรุง ตอบรับสังคมคนรุ่นใหม่ คุณเมฆ-นิธิ สัจจทิพวรรณ คือหนึ่งในผู้สนใจปรุงอาหารทานเอง ซึ่งเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นตอนที่เขาใช้ชีวิตอยู่ที่สหรัฐอเมริกา แต่การปรุงอาหารแต่ละเมนู ค่อนข้างเสียเวลา และมีความยุ่งยากในหลายๆ ด้าน กระทั่งวันหนึ่ง เข้าไปเดินในซุปเปอร์มาร์เก็ต ได้เห็นสินค้าอาหารจัดแบ่งส่วนผสมและเครื่องปรุงรสไว้พร้อมในแพ็ก จึงซื้อติดมือกลับมา และนั่นทำให้เขาได้สัมผัสถึงความสะดวกสบายในการทำอาหารที่มีทั้งง่ายและเร็ว ต่อเมื่อกลับมาประเทศไทย คุณเมฆ ยังคงสนใจปรุงอาหารในรูปแบบนั้น แต่ทว่าหาผู้ประกอบการที่ลงมาทำธุรกิจนี้ยังไม่มีเลย และนี่คือ “ช่องว่าง” ที่มาพร้อม “โอกาส” ให้เขาก้าวเดิน โดยจับมือร่วมกับ คุณธนั
ที่หนองน้ำธรรมชาติ หลังโรงเรียนท่าตูมประชาเสริมวิทย์ ต.ท่าตูม อ.ท่าตูม จ.สุรินทร์ ชาวบ้านท่าตูมพากันเดินไปยังแหล่งน้ำธรรมชาติ ไปหาเก็บเทามาทำเป็นอาหาร ลาบเทา ถือเป็นเมนูเด็ด แซ่บ ของชาวอีสาน เทาคือสาหร่ายน้ำจืดสีเขียว เป็นเส้นเล็กๆ สีเขียวสด และจะอยู่ในหนองน้ำหรือสระน้ำที่สะอาด น้ำนิ่ง อยู่ในน้ำไม่ลึก มองเห็นด้วยสายตา จะเกาะกลุ่มกันเป็นก้อนๆ เทาที่ยังอ่อนจะลอยอยู่ใต้น้ำ ชาวบ้านใช้มือล้วงจับเอาเทาสีเขียวที่อยู่ใต้น้ำ ล้างและเก็บเศษใบไม้ ใบหญ้า หรือสิ่งเจือปนในเทาออกให้หมดจนสะอาด เห็นเป็นเส้นเทาสีเขียวสด จากนั้นนำไปประกอบปรุงเป็นอาหาร การทำลาบเทา จะมีหัวหอม ผักชี ต้นหอม ใบหูเสือ น้ำปลาร้า มะเขือต้ม ปลาทู ข้าวคั่ว พริกป่น ไม่ใส่มะนาว หรือสิ่งที่เป็นของเปรี้ยวทั้งสิ้น เพราะจะทำให้รสชาติไม่อร่อย ขั้นตอนการทำลาบเทา หลังจากได้เทาที่ล้างสะอาดแล้ว ก็มาเตรียมเครื่องปรุง คือการต้มน้ำปลาร้าให้สุก ต้มมะเขือ ปลาทู พริก ต้มสุกแล้ว จะตำพริก ตำมะเขือ และตำปลาทู คลุกเข้าด้วยกัน ให้เป็นน้ำพริกสดมะเขือปลาทู จากนั้นนำน้ำพริกที่ได้มาคลุกกับน้ำปลาร้าสุก คลุกให้เข้ากัน หากมีหอยโข่งหรือหอยเชอรี่ที่ต้มสุ
กลับคืนสู่วิถีชุมชน ให้คนในพื้นที่มีอาชีพ รสมือแม่ที่ชอบปรุงอาหารสดใหม่ ใส่ใจตั้งแต่วัตถุดิบปลูกเอง ภาพการนั่งล้อมวงกินข้าว มีแม่คอยบอกกล่าวสรรพคุณวัตถุดิบชนิดต่างๆ สร้างความรู้ และความอบอุ่นในโต๊ะอาหาร กลายเป็นความประทับใจที่ติดตรึงในหัวใจของลูกสาวทั้งสองคน จนกระทั่งวันหนึ่งที่ได้เดินทางกลับมาอยู่บ้านเกิด ภาพความทรงจำนั้นชัดเจนขึ้นอีกครั้ง และนี่จึงเป็นที่มาให้นึกถึงสุขภาพของผู้ปรุงอาหารทานเอง และหรือผู้ต้องการบริโภคอาหารอร่อยโดยรสมือของคนจริงใจ “กาดเมืองพร้าวออนไลน์” เพจที่เปรียบเสมือนตลาดชุมชนคนเมืองพร้าว ถือกำเนิดขึ้น โดยมีทั้งอาหารสำเร็จรูปและวัตถุดิบนานารายการ รวมไปถึงผักผลไม้หลากหลายชนิด ให้เลือกซื้อนับสิบรายการ คุณการะเกต์ ศรีปริญญาศิลป์ นักเขียน และนักพยากรณ์ ที่มีผลงานสร้างชื่อเสียงมาเนิ่นนานนับสิบปี เธอคือหนึ่งในเจ้าของเพจ กาดเมืองพร้าวออนไลน์ ที่หลังจากเข้าไปใช้ชีวิตอยู่ในชุมชนอย่างจริงจัง ได้เล่าถึงจุดเกิดของตลาดบนโลกอินเตอร์เน็ตว่า “ภาพความทรงจำของแม่ คือสิ่งที่ยังคงอยู่มาตลอด แม่ชอบทำอาหารให้ทุกคนในบ้านกินกัน แม่ชอบทำอาหารขาย ชอบทำสวนมาก ระหว่างนั่งกินข้าว แม่ก็จะเล่าถึ
อาหารจานรอง ประเภทขนมหวาน ได้รับความนิยมจนถึงขั้นเกิดกระแสปรากฏบนโลกโซเชียลมีเดียที่มีการแชร์ แชต อัพภาพโชว์สร้างสีสัน และถือเป็นการช่วยสร้างการตลาดในภาพรวมให้เกิดความคึกคัก โดยเฉพาะเบเกอรี่ ที่แม้ราคาจะขยับไปมากกว่าอาหารจานหลักหลายเท่า ก็ยังมีผู้ให้ความสนใจซื้อ และแม้ต้องต่อแถวยาวแค่ไหน ก็ยอม กระแสความนิยมนี้เข้าตาผู้ประกอบการ นักธุรกิจ เซเลบ ดารา คนดัง ที่ต่างลุกขึ้นมาตักตวงโอกาส ด้วยการเปิดธุรกิจประเภทนี้กันอย่างครึกโครม และแบรนด์ดังของต่างประเทศ ไม่ว่าจะจาก เกาหลี ญี่ปุ่น สหรัฐอเมริกา ที่มีตำนานความอร่อยมายาวนาน หรือเป็นเมนูเรียกความฮือฮา ก็จะได้รับความสนใจเป็นพิเศษ จนถึงขั้นติดต่อขอซื้อสิทธิ์เข้ามาเปิดตัวในประเทศไทย ไม่เว้นแม้กระทั่งยักษ์ใหญ่อย่างซีพี ที่เห็นโอกาสกับการเปิดตลาดด้านธุรกิจรีเทล (retail business) หรือธุรกิจค้าปลีก ที่วันนี้เขาได้ยกตำนานความอร่อยสัญชาติฝรั่งเศส ภายใต้แบรนด์ “พอล” (PAUL) ที่มีความโดดเด่นกับเมนูเบเกอรี่คุณภาพระดับบน เข้ามาผงาดในประเทศไทย เรียนรู้ธุรกิจรีเทล “พอล” ครูคนสำคัญ คุณปพนธ์ รัตนชัยกานนท์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เบคเฮ้าส์ จำกัด ภายใต้เครือ ซีพี
