อาหาร
เทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ามามีบทบาทในสังคมปัจจุบันมากขึ้น สื่อออนไลน์มีอิทธิพลต่อการดำเนินชีวิตของคนในสังคมไม่น้อยไปกว่าปัจจัยพื้นฐาน 4 ที่จำเป็นของมนุษย์ทุกคน เนื่องจากการพัฒนาของเทคโนโลยีสมาร์ตโฟน และการพัฒนาเครือข่ายอินเตอร์เน็ตของระบบอินเตอร์เน็ตของประเทศไทยก็เข้าถึงได้ง่าย รวดเร็ว และสะดวกมากขึ้น ทำให้คนในสังคมเข้าถึงสังคมออนไลน์ได้ง่ายมากขึ้น จะเห็นว่าธุรกิจสมัยใหม่ มีการทำธุรกิจผ่านรูปแบบการค้าขายออนไลน์มากขึ้น เนื่องจากต้องการให้แบรนด์ของตนเองเป็นที่รับรู้ของผู้คนในสังคม ที่หันความสนใจไปสู่สังคมรูปแบบออนไลน์ เจ๊งธุรกิจ หันเปิดเพจเฟซบุ๊ก ขายแกงปูใบยี่หร่า คุณยายแมว คุณอณัฐภิชา หงษ์สิงห์ทอง หรือ คุณบีม เจ้าของเพจ แกงปูใบยี่หร่า คุณยายแมว ซึ่งเป็นธุรกิจออนไลน์จากการเจ๊งธุรกิจออร์แกไนซ์ เธอเล่าให้ฟังว่า “ก่อนหน้าที่จะมาทำธุรกิจ เคยทำงานเป็น AE ขายสื่อโฆษณาทาง หนังสือพิมพ์ และรายการทีวีมาก่อน จนกระทั่งลาออกจากงานและมาเปิดบริษัทส่วนตัว ซึ่งเป็นบริษัทออร์แกไนซ์ แต่ไม่ประสบความสำเร็จ เพราะช่วงปี 2554 เป็นปีน้ำท่วมใหญ่ ทำให้การทำธุรกิจลำบากไม่น้อย บริษัทจึงต้องปิดตัวลง พร้อมทั้งมีหนี้สินด้วย
ผู้เขียน / รัตติกรณ์ ภาพจาก Mirror อย่าเพิ่ง ทำท่า “หยะแหยง” กันนะคะ เพราะ “ของเหลือทิ้ง” ที่ว่านี้ ไม่ใช่เศษอาหารที่มีคนกินเหลือ แต่เป็น พืช ผัก ผลไม้ ขนมปัง ของสด หรือของอะไรก็ตามแต่ที่สามารถกินได้นี่แหละที่ทางร้านอาหาร ร้านค้า หรือซุปเปอร์มาร์เก็ต เห็นว่าไม่สดใหม่ หรือใกล้จะหมดอายุ แล้วเตรียมจะเอาไปทิ้งลงถังขยะ แต่มีร้านอาหารแห่งหนึ่งที่เรากำลังจะเล่าให้คุณฟังนี่ล่ะ ไป “ขอรับบริจาค” พืชผักเหล่านั้นมาปรุงเป็นอาหาร โดยอาหารทุกจานไม่มีการตั้งราคา แต่เปิดโอกาสให้ลูกค้า จ่ายเท่าไรก็ได้ตามต้องการ หรือตามกำลังทรัพย์ในกระเป๋า คราวนี้ก็ “เข้าใจตรงพอยต์” กันแล้วนะคะ สำหรับร้านอาหารไอเดียดี๊…ดี ที่ว่านี้ ชื่อว่า “The Real Junk Food Project (เดอะ เรียล จั๊งก์ ฟู้ด โปรเจ็กต์)” เป็นร้านอาหารเพิ่งเปิดใหม่ในเมืองลิเวอร์พูล ประเทศอังกฤษ เมื่อเร็วๆ นี้เอง แต่เปิดเฉพาะวันเสาร์-อาทิตย์เท่านั้น ตั้งแต่เวลา 10.00-17.00 น. สำหรับวันเสาร์ ส่วนวันอาทิตย์เปิดตั้งแต่เวลา 11.00-16.00 น. เนื่องจาก แก๊บบี้ โฮล์มส์ และ นาตาลี ครีน สองสาววัย 23 ที่ร่วมมือกันก่อตั้งร้านนี้ ต่างมีงานประจำเป็น “สาวเสิร์ฟ” ด้วยก
วันที่ 15 พฤศจิกายน ผศ.ดร.อัษฎางค์ พลนอก ผอ.อุทยานวิทยาศาสตร์ภาคเหนือตอนล่าง มหาวิทยาลัยนเรศวร ผศ.ดร.วิลาวัณย์ ภูมิดอนมิ่ง คณะวิทยาศาสตร์การแพทย์ ภาควิชาจุลชีววิทยาและปรสิตวิทยา มหาวิทยาลัยนเรศวร ได้แถลงผลการค้นพบ “กรรมวิธีการผลิตอาหารพื้นบ้านที่ทำจากปลาวงศ์ปลาตะเพียนให้ปลอดพยาธิใบไม้ตับ โดยการใช้อุณหภูมิแช่แข็งกำจัดระยะติดต่อของพยาธิใบไม้ตับที่อยู่ในปลา” ได้สำเร็จ เพื่อเผยแพร่กรรมวิธีให้ประชาชนนำไปใช้กำจัดพยาธิใบไม้ในตับที่มีอยู่ในตัวปลา เพื่อความปลอดภัยของผู้บริโภค และลดปัญหาผู้ป่วยมะเร็งตับจากพยาธิ ผศ.ดร.อัษฎางค์ พลนอก ผอ.อุทยานวิทยาศาสตร์ภาคเหนือตอนล่าง มหาวิทยาลัยนเรศวร กล่าวว่า อาหารพื้นบ้านที่ประชาชนนิยมบริโภค เช่น ปลาส้ม ปลาร้า ปลาจ่อม ก้อยปลา เป็นอาหารที่ทำจากปลาวงศ์ปลาตะเพียน ที่อาจมีระยะติดต่อของพยาธิใบไม้ตับ การบริโภคอาหารพื้นบ้านดังกล่าว มักเป็นการบริโภคแบบไม่ผ่านกรรมวิธีปรุงให้สุก หรือบริโภคแบบสุกๆ ดิบๆ ผู้บริโภคจึงมีโอกาสได้รับพยาธิระยะติดต่อที่อยู่ในปลาเข้าไป ซึ่งจากการสุ่มตัวอย่างตรวจสอบประชาชนในชุมชนที่นิยมบริโภคอาหารประเภทนี้ในพื้นที่ อ.วิเชียรบุรี จ.เพชรบูรณ์ พบผู้
มิชลินสตาร์จริงๆนั้นเริ่มต้นมาจากไกด์บุ๊คที่ใช้บอกเส้นทางของสถานที่ต่างๆ รวมทั้งร้านอาหารในแต่ละประเทศ โดยการจัดลำดับเพื่อตัดสินว่าร้านดังกล่าวจะได้มิชลินสตาร์หรือไม่ และได้กี่ดวงนั้นจะมีหลักเกณฑ์ก็คือ 1.คุณภาพของส่วนผสม 2.ทักษะในการปรุง 3.รสชาติและความคิดสร้างสรรค์ 4.ราคาอาหาร 5.ความคงที่ของคุณภาพอาหาร มิชลินสตาร์ นั้นเปรียบเสมือนรางวัลโนเบลแห่งร้านอาหาร เพราะการที่จะได้ดาวมาประดับร้านอาหารซักดวงหนึ่งนั้นเป็นเรื่องที่ยากลำบากเป็นอย่างยิ่ง ดังนั้นการได้มีโอกาสรับประทานอาหารระดับมิชลินสตาร์จึงถือเป็นเรื่องที่นักชิมทุกคนใฝ่ฝัน แต่ส่วนใหญ่มักจะติดอยู่ที่ราคา เพราะร้านมิชลินสตาร์ส่วนใหญ่นั้นก็เป็นร้านอาหารชื่อดังระดับโลก แต่ล่าสุดมิชลินสตาร์เพิ่งประกาศมอบมิชลินสตาร์ 1 ดวงให้กับร้านอาหารเล็กๆในศูนย์อาหารของประเทศสิงคโปร์ที่มีชื่อว่า Liao Fan แม้ร้านแห่งนี้จะมีเมนูอยู่ไม่กี่อย่าง ประกอบด้วยไก่อบซอส หมูแดง หมูกรอบ ซี่โครงหมู แต่ทุกๆอย่างล้วนดูดีและน่ากินมากๆ โดยเลือกโปะได้ทั้งหน้าข้าว บะหมี่ หรือเส้นที่เรียกว่าหอฟั่น (Hor Fun) ราคาเริ่มต้นที่จานละ 2 ดอลลาห์สิงคโปร์ หรือราวๆ 50 บาทไทยเท่านั้
ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปพบ นายศุภชัย เสมอมิตร อายุ 39 ปี ชาวบ้านตำบลหวังหว้า อำเภอแกลง จังหวัดระยอง ซึ่งทำอาหารโชว์ทางยูทูบแล้วมีคนเข้ามากดไลค์เกือบแสนไลค์ ที่มา มติชนออนไลน์
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 22 ตุลาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทุกๆ วันเสาร์ ตลาดนัดสีเขียวจะคึกคักไปด้วยผู้ผลิต ผู้บริโภค และคนต่างถิ่น เนื่องจาก ตลาดนัดสีเขียวแห่งนี้เป็นตลาดนัดชาวบ้าน ตั้งอยู่ในพื้นที่บริเวณองค์การบริหารส่วนจังหวัดสุรินทร์ เปิดขายเฉพาะวันเสาร์ ตั้งแต่เวลา 06.00-13.00 น. ชาวบ้าน เกษตรกร กลุ่มแม่บ้าน จะนำผลิตผลทางการเกษตรอินทรีย์ ปลอดสารเคมีและสารพิษของตัวเองจริงๆ มาวางขายกันเป็นจำนวนมาก ชาว จ.สุรินทร์ และนักท่องเที่ยวนิยมจับจ่ายซื้อหาสินค้าทั้งอุปโภคและบริโภคในตลาดสีเขียวเป็นประจำอย่างคึกคักเรื่อยมา โดยมีการจำหน่ายสินค้า OTOP ระดับ 3 ถึง 5 ดาว อีกมากมาย อาทิ ผ้าไหม เครื่องเงิน ผ้าสไบไหมที่สวยงาม และสินค้าอื่นๆ อีกมายมาย สามารถสร้างงาน สร้างรายได้ให้กับชุมชนเกษตรอินทรีย์ได้เป็นอย่างดี มีสินค้าวางขายหลากหลายน่าสนใจอย่างยิ่ง เพราะล้วนเป็นอาหารท้องถิ่น โดยเฉพาะขนมเขมรพื้นเมืองสุรินทร์ เช่น ขนมโชค (ขนมดอกบัว), กันเตรียม (โดนัทเขมร), นมเนียล (ขนมเนียล), นมผการันเจก (ขนมดอกลำเจียก), บายกรีม (ข้าวตู), อันซอมกะบ๊อง หรือข้าวต้มด่าง, นซอมสเลิ๊กโดง หรือข้าวต้มใบมะพร้าว หรือข้าว
ปิ่นโตเถาเล็กเพิ่งไปเจอะเจอร้านอาหารตามสั่งที่ดูธรรมดา แต่ใช้ของดีอร่อยผิดคาด ชนิดมาเหนือเมฆทีเดียว ร้านนี้ไม่มีป้ายชื่อแต่ขาประจำเรียกกันว่า “หน่องริมคลอง” หน่องริมคลองเป็นเพิงริมซอย อาศัยตั้งโต๊ะข้างทางเดินเท้าริมคลองแคบๆ ที่มีลักษณะเหมือนคลองระบายน้ำคอนกรีต เข้าจาก “ปากซอยแจ่มจันทร์หรือซอยเอกมัย 21” ไม่ถึง 100 เมตร ร้านจะอยู่ด้านซ้ายมือติดกับร้าน Y50 แถวนี้ไม่มีที่จอดรถใดๆ ทั้งสิ้น ผมต้องไปจอดแถวทองหล่อ แล้วใช้บริการรถสาธารณะมาอีกที ลักษณะของร้านดูธรรมดาน่าเดินผ่านเลยไป กล่าวคือมีโต๊ะแค่ 4 ตัว จุคนได้ประมาณ 30 กว่าคนเท่านั้น คุณหน่องแม่ครัวเอกของเราทำแบบวันวูแมนโชว์ ยืนผัดคนเดียวหนึ่งเดียวเท่านั้น ผัดทีไรไอจามกันทั้งร้าน ที่นั่งแบบโอเพ่นแอร์ รับลม (เกือบร้อน) สบายใจ มีเพียงกันสาดยื่นไปริมคลองน้ำสีเขียวอ่อน ถ้าฝนตกหนักคงสาดหมดทุกโต๊ะ ร้านนี้มีเบอร์มือถือให้โทรสั่งล่วงหน้าที่เบอร์ “08-6044-9478” แต่ถ้าตอนเช้าๆ โทรมาสั่งแล้วคิวเต็มก็จะไม่รับสายอีกเลย หรือถ้าโทรจองโต๊ะไว้ มาแล้วโต๊ะอาจจะยังไม่ว่างก็ต้องยืนรอคิวสถานเดียว และต้องใจเย็นๆ บางครั้งอาจจะต้องรออาหารนานนับชั่วโมง (วันนั้นผมรอปร
บะหมี่หวานเย็น ขนมหวานแต่โบราณ ไม่เคยลองต้องไปโดนเด้อ #หมี่หวานเจ๊หมวย เชื่อว่าต้องมีหลายคนเหมือนผมแน่ๆ ที่เวลาอยากหาอะไรทาน แล้วไม่รู้จะไปไหน ก็มาลุยไชน่าทาวน์เมืองไทยอย่าง เยาวราช ครับ(ฮา) ยิ่งเป็นช่วงเทศกาลเจแบบนี้ ใครๆ ก็ยิ่งนึกถึงที่นี่ #ความรักก็เช่นกัน ..โทษครับ ผิดๆ (ฮา) ร้านที่ผมจะพามาดูกันวันนี้ เป็นร้านขนมหวาน ที่มีทั้งหวานเย็น และหวานร้อน(ฮา) แต่ไม่ใช่บิงซูหรืออะไรแบบนั้นนะครับ เป็นขนมหวานโบราณอย่างโบกเกี๊ยะ เต้าทึง แล้วก็ หมี่หวาน ครับ! ร้านนี้คือร้าน หมี่หวาน เจ๊หมวย ร้านเคาน์เตอร์เล็กๆ ตั้งอยู่ในซอยเยาวราช 11 หรือ ตลาดเก่านี่เองครับ เลี้ยวเข้าซอยมาให้สังเกตเซเว่นทางขวามือ ถ้าเจอแล้วเดินตรงมาอีกนิ๊ดด ร้านอยู่ตรงข้ามเยื้องๆเซเว่นครับ! เล็กมากทีเดียว มีโต๊ะแค่สองตัว สังเกตดีๆ เด้อ แน่นอนว่าเมนูที่ผมสั่งก็คือ หมี่หวาน(ราคา 30 บาท) ครับ สั่งแบบเย็นเน้ออ เพราะอากาศร้อนมั่กๆ(ฮา) เพิ่งเคยทานเป็นครั้งแรกตื่นเต้นอยู่เหมือนกันครับ อิ แอบมองพี่เค้าทำ หมี่หวานคือบะหมี่ไข่นี่เอง! แบบที่เราทานกันตามร้านก๋วยเตี๋ยวอ่ะครับ(ฮา) เอามาคลุกน้ำตาลให้ละลาย จากนั้นก็ใส่เครื่องอย่างโบกเกี๊ยะ เม็
กลายเป็นประเด็นความปลอดภัยของผู้บริโภคขึ้นมาอีกครั้ง จากกรณีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เปิดเผยผลการตรวจสอบคุณภาพน้ำปลาที่จำหน่ายและผลิตในประเทศตั้งแต่ปี 2555-2558 โดยได้รวบรวมข้อมูลผลการตรวจวิเคราะห์คุณภาพน้ำปลาทั่วประเทศทั้งหมด 1,121 ตัวอย่าง จาก 422 ยี่ห้อ พบไม่ได้มาตรฐาน 410 ตัวอย่าง หรือคิดเป็นร้อยละ 36.57 ไม่เพียงแต่คุณภาพน้ำปลาเท่านั้น ขณะเดียวกันเครือข่ายเตือนภัยสารเคมีกำจัดศัตรูพืช หรือไทยแพน (Thai PAN) ยังเก็บตัวอย่างผัก 10 ชนิด ได้แก่ พริกแดง กะเพรา ถั่วฝักยาว คะน้า ผักบุ้ง ผักกาดขาวปลี กะหล่ำปลี แตงกวา มะเขือเปราะ และมะเขือเทศ ผลไม้ 6 ชนิด คือ ส้มสายน้ำผึ้ง มะละกอ แตงโม แคนตาลูป ฝรั่ง และแก้วมังกร รวมทั้งผัก-ผลไม้ทั้งหมด 158 ตัวอย่าง ซึ่งมีทั้งที่มีฉลากรับรองมาตรฐาน อาทิ มาตรฐานปลอดภัยเกษตรอินทรีย์ ฉลากออร์แกนิคส์ ฉลากมาตรฐานคิว จีเอพี (Q GAP) คิว จีเอ็มพี (Q GMP) และที่ไม่มีฉลากรับรองมาตรฐาน พบว่าผัก-ผลไม้มีสารพิษตกค้างเกินค่ามาตรฐานถึงร้อยละ 56 โดยส้มและคะน้าเจอปัญหามากสุด เกิดคำถามว่า จากข่าวดังกล่าวไม่ใช่ครั้งแรก แต่เพราะเหตุใดจึงยังคงมีปัญหาเรื่องคุณภ
ศูนย์อาชีพและธุรกิจมติชน (มติชนอคาเดมี) จัดโปรเจคพิเศษ ฉลองครบรอบ 6 ปี กับ 24 จานเด็ด ในราคาเพียงเมนูละ 999 บาท ตลอดเดือนตุลาคมนี้ เพื่อเป็นการตอบแทนผู้เรียนทุกคนที่ได้ให้การสนับสนุน และให้ความสนใจในหลักสูตรของเรามาตลอด โดยเป้าหมายหลักเพื่อให้ผู้เรียนสามารถนำเอาสูตรเด็ด-เคล็ดลับ ไปต่อยอดในการทำขายได้ และยังสามารถสร้างอาชีพในอนาคตได้อีกด้วย โดยใน 24 เมนูที่เราจัดขึ้นเป็นเมนูเน้นไปทางอาหารและเบเกอรี่ที่ทำง่าย ทำได้จริง ต้นทุนต่ำ กำไรสูง ซึ่งในการเรียนก็จะมีการสอนเทคนิคต่างๆเพื่อให้ผู้เรียนนำไปใช้อีกด้วย .. ซึ่งบรรยากาศวันแรก (วันศุกร์ที่ 7 ตุลาคม 2559) เป็นไปอย่างคึกคัก ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี เปิดตัวด้วยเมนูในรอบเช้าอย่าง บราวนี่แคร็กเกอร์ 2 สไตล์ (ช็อกโกแลต, ชาเขียว) บราวนี่กรุบกรอบ ที่กำลังมาแรงในโลกโซเชียล สลัดโรล 3 ซอส (ซีฟู้ดวาซาบิ, ครีมมะนาว, โลว์แฟต) ที่เน้นสอนดิปปิ้งซอสสูตรเด็ด รสชาติเข้มข้นสามารถนำไปต่อยอดได้หลากหลายเมนู และตัวสุดท้ายของรอบเช้านี้ ชีสทาร์ต ทาร์ตไข่ คัสตาร์ดไข่ สารพันปลาดุกฟู (ยำ, ผัดพริกขิง) เผยเคล็ดลับการต่อยอดเมนูจากปลาดุกฟู พร้อมเทคนิคการทำน้ำยำรสแซ่บ สาม
