เบเกอรี่
หมอนทองเน้นๆ “ชีสเค้กทุเรียน” เมนูสุดฟินทุเรียนเลิฟเวอร์ มีให้กินได้ทั้งปี เมื่อถึงช่วงฤดูร้อนทีไรหลายๆ คนคงตั้งหน้าตั้งตารอที่จะได้ทานผลไม้รสหวานฉ่ำและออกผลตามฤดูกาลอย่าง เงาะ มังคุด มะม่วง และที่ขาดไม่ได้เลยคือทุเรียน นอกจากจะทานกันสดๆ แล้ว ผู้ประกอบการร้านอาหารที่มีความคิดสร้างสรรค์หลายๆ เจ้าได้นำเอาทุเรียนเข้ามาเป็นส่วนประกอบในการรังสรรค์เมนูใหม่ๆ ออกมาให้เหล่านักกินได้ทานกัน Ivan factory ร้านขนมออนไลน์ของ คุณลิตเติ้ล – ปภาพินท์ เดียวสุรินทร์ วัย 33 ปี ก็เป็นอีกร้านหนึ่งที่มีการนำทุเรียนเข้ามาเป็นวัตถุดิบในการทำขนม “ชีสเค้กทุเรียน” เจ้าแรกในไทย และเป็นที่โด่งดังในหมู่นักกินและนักท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก คุณลิตเติ้ล เล่าให้ฟังว่า เธอเรียนจบปริญญาตรี เอกภาษาจีน ด้วยความที่พี่สาวของเธอเปิดร้านขนมทำให้เธอพลอยคลุกคลีกับการทำขนมมาตั้งแต่สมัยเรียน เมื่อเรียนจบก็ไปช่วยงานที่บ้านได้สักระยะ จึงได้แยกตัวไปเปิดร้านขนมอีกสาขาหนึ่งเป็นของตัวเอง ภายใต้แบรนด์เดียวกันกับพี่สาว “จุดเริ่มต้นของการทำชีสเค้กทุเรียนขาย ด้วยความที่เราคลุกคลีกับเค้กกับขนมทุกวันแล้ว แฟนของเราเป็นคนทานยากแต่เขาชอบทานทุ
สาวเปิดใจ เค้กหลักร้อย จ่ายค่าลิขสิทธิ์หลักหมื่น รับผิดคิดไม่ถึงงานฝีมือเข้าข่าย! จากกรณีที่เมื่อวันที่ 20 เม.ย. 62 เพจเฟซบุ๊ก “วุ้นละมุน เชียงใหม่” โพสต์ภาพพร้อมบอกเล่าเรื่องราวว่า ทำวุ้นขาย โดยช่วงบ่ายวันที่ 20 เม.ย. 62 นำวุ้นลายการ์ตูนโดราเอมอน จำนวน 2 ก้อน ที่ลูกค้าสั่งทำอ้างว่าจะเลี้ยงวันเกิดให้ลูกฝาแฝด ไปส่งให้ที่ร้านกาแฟตรงข้ามกับสถานีตำรวจภูธรภูพิงคราชนิเวศน์ ในตัวเมืองเชียงใหม่ ตามลูกค้านัด แต่ปรากฏว่าเมื่อไปถึงกลับถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจและตัวแทนลิขสิทธิ์โดราเอมอนจับ พร้อมพากันไปเจรจาไกล่เกลี่ยกันที่สถานีตำรวจ ก่อนที่จะมีการตกลงชดใช้ค่าเสียหายให้หลักหมื่น เพื่อไม่ต้องไปต่อสู้คดีกันในชั้นศาล ซึ่งแม้เป็นการล่อซื้อ แต่ยอมรับว่าเป็นฝ่ายผิด พร้อมได้นำประสบการณ์มาบอกเล่าเป็นกรณีตัวอย่างให้กับผู้อื่น โดยโพสต์ดังกล่าวมีการแชร์และมีผู้เข้าไปแสดงความเห็นวิพากษ์วิจารณ์จำนวนมาก ส่วนใหญ่ตำหนิและตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับพฤติกรรมของตัวแทนลิขสิทธิ์และการทำหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่กระทำในลักษณะของการ “ล่อซื้อ” เช่นนี้ โดย น.ส.ทิพวรรณ (สงวนนามสกุล) อายุ 35 ปี ชาวอำเภอสันป่าตอง จังหวัดเชียงใหม่ เจ
เค้กวุ้นก็ไม่รอด สาวเตือนหลังโดนล่อซื้อวุ้นโดเรม่อน ค่าปรับอ่วมหลายหมื่น! ปัจจุบันลิขสิทธิ์เป็นสิ่งที่พ่อค้าแม่ค้าต้องรู้กฎหมายและระมัดระวังในเรื่องการละเมิด เนื่องจากกฎหมายมีความเข้มงวดและมีโทษสูงอย่างมาก ไม่ว่าจะตั้งใจ หรือ ไม่ตั้งใจ ก็ตาม โดยครั้งนี้ เป็นลิขสิทธิ์ที่แม่ค้าคิดไม่ถึงว่า ครอบคลุมมาถึงด้วย โดยเป็นอุทาหรณ์จากแม่ค้าขายเค้กวุ้น ซึ่งได้เผยแพร่ข้อมูลเอาไว้เพื่อเตือนใจแม่ค้า หลังจากที่เธอโดนล่อซื้อเค้กลายโดเรม่อน ซึ่งลูกค้ามาสั่งให้ทำ ระบุว่า นำไปให้แฝดวันเกิด เธอจึงทำแถมให้เด็กๆไปอีก และโดนจับขณะกำลังส่งมอบวุ้น มีบริษัทและเจ้าหน้าที่ตำรวจมารอพร้อม ซึ่งเธอตัดสินใจเจรจาไกล่เกลี่ยเพื่อไม่ต้องจบที่ชั้นศาล จึงต้องเสียค่าปรับหลักหลายหมื่นบาท จึงนำเรื่องดังกล่าวมาเขียนเตือนใจทุกคน โดยโพสต์ตอนหนึ่งระบุว่า “คุณทำโดนัทชิ้นละห้าบาท คุณขายห้าบาทไม่มีชื่อยี่ห้อ ขายไปค่ะ ขายไม่โดนจับ – เเต่ถ้าโดนัทห้าบาท คุณเอาป้ายมิสเตอร์โดนัทมาติด อันนี้คุณก็โดน … กรณีวุ้นบีมถ้าบีมหยอดเป็นลายโดเรม่อนเอง โดยไม่ใช้พิมพ์ของเค้า ก็ไม่เป็นไร เเต่เราหยอดใส่พิมพ์เขาปุ๊บ ก็เหมือนการทำซ้ำ โดนเเน่คะ บางคนคิดว่า ท
“พิมพ์เค้ก” ร้านเบเกอรี่ของสาวใต้ที่มีใจรักการทำขนม ธุรกิจที่เกิดขึ้นจากความไม่เห็นด้วยของครอบครัว แต่ปัจจุบันสร้างรายได้หลักแสนต่อเดือน ชูจุดขายไม่หวานเลี่ยน จับกลุ่มลูกค้าคนรุ่นใหม่ เบเกอรี่ ขนมที่อบด้วยเตาที่ชาวตะวันตกนิยมรับประทานมานานแล้ว และได้เผยแพร่จนได้รับความนิยมกลายเป็นอาหารหลักประจำวัน มีการพัฒนารูปแบบของขนมออกเป็นอาหาร เค้ก และของหวานต่างๆ และสามารถรับประทานร่วมกับชากาแฟได้ด้วย ปัจจุบันเบเกอรี่ได้รับความนิยมไปทั่วโลก มีการพัฒนารูปแบบของขนมอย่างต่อเนื่อง ให้สามารถรับประทานได้ในทุกโอกาส ทุกเวลา และทุกสถานที่ ด้วยรสชาติความอร่อยและการชอบรับประทานเบเกอรี่ ทำให้หลายคนอาจอยากจะมีร้านเบเกอรี่เล็กๆ เป็นของตัวเอง และอาจเป็นความฝันของใครหลายคนด้วย หนึ่งในนั้นคือ น้องต๊ะ-วัฒนี คงช่วย สาวเจ้าของร้านเบ เกอรี่ที่มีรสชาติกลมกล่อม ไม่หวานเลี่ยน จนเป็นที่มัดใจของคนรุ่นใหม่ตลอดระยะเวลาที่เปิดร้านมาย่างเข้าปีที่ 8 แล้วทำให้มีลูกค้าเจ้าประจำและปากต่อปากเข้ามาชิมกันไม่เคยขาดสาย น้องต๊ะ เล่าว่า ตนเองเรียนจบด้านคอมพิวเตอร์ธุรกิจ ระดับปริญญาตรี ที่มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต (ปัจจุบันค
หลังเว็บไซต์ราชกิจจาฯ ได้เผยแพร่ประกาศกระทรวงสาธารณสุข ห้ามผลิต นำเข้า หรือจำหน่าย “อาหารที่มีไขมันทรานส์” ในประเทศไทย ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ 180 วัน โดยปรากฏหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ชัดเจนว่ากรดไขมันทรานส์จากน้ำมันที่ผ่านกระบวนการเติมไฮโดรเจนบางส่วน ส่งผลต่อการเพิ่มความเสี่ยงของการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดนั้น วงการเบเกอรี่ไทยไม่ได้นิ่งนอนใจ หลายแบรนด์ดังออกมาแสดงจุดยืนเกี่ยวกับเรื่องนี้กันถ้วยหน้า อย่างล่าสุดแบรนด์เบเกอรี่ดัง Daddy Dough ได้ออกมายืนยันต่อผู้บริโภคผ่านเพจเฟซบุ๊กของแบรนด์ถึงเรื่อง ไขมันทรานส์ว่า “มีหลายๆคนถามเข้ามาเรื่อง ไขมันทรานส์ แอดมินขอบอกเลยว่ามีการวิจัยออกมายืนยันแล้วว่า Daddy Dough คือหนึ่งใน 5 อันดับแรกที่มีปริมาณ “ไขมันทรานส์” ตามมาตราฐานที่องค์การอนามัยโลก (WHO) กำหนดไว้ คือสูงสุดไม่เกิน 0.5 กรัม/ หน่วยบริโภค ซึ่ง Daddy Dough มีปริมาณไขมันทรานส์ 0.0729 กรัม/ ชิ้น เท่านั้นเอง และนอกจากโดนัทของเราจะได้มาตราฐานแล้ว Daddy Dough ยังเป็นอันดับหนึ่งในเรื่องของการเป็นโดนัทที่มีค่าไขมันทรานส์น้อยที่สุดอีกด้วยค่ะ” อ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่: http://www.nationtv.tv/
หลังจากเมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม ที่ผ่านมา ราชกิจจานุเบกษา ได้เผยแพร่ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เลขที่ 388 พ.ศ. 2561 เรื่องกำหนดอาหารที่ห้ามผลิต นำเข้า หรือจำหน่าย อาหารที่มีกรดไขมันทรานส์ (Trans Fatty Acids) ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ใน 180 วัน นางสาวสลิลลา สีหพันธุ์ ประธานกรรมการฝ่ายกิจการบรรษัท เทสโก้ โลตัส กล่าวว่า ตั้งแต่เดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา เทสโก้ โลตัส ได้ปรับสูตรเบเกอรี่อบร้อนและขนมปังแบรนด์เทสโก้ทุกรายการให้ปราศจากไขมันทรานส์ เพื่อเป็นทางเลือกสุขภาพให้กับผู้บริโภค และได้รับการตอบรับที่ดีมากจากลูกค้าที่ปัจจุบันมีความใส่ใจดูแลสุขภาพด้วยการรับประทานอาหารที่ดีมีประโยชน์ต่อร่างกาย ต่อจากนั้น จึงได้นำผลิตภัณฑ์เบเกอรี่ปราศจากไขมันทรานส์กว่า 25 รายการ นำมาพัฒนาต่อยอดบรรจุแพ็คละ 1 ชิ้น (single serve) สะดวกต่อการรับประทานโดยทันทีจำหน่ายในเทสโก้ โลตัส เอ็กซ์เพรส กว่า 1,500 สาขาทั่วประเทศ หนึ่งในเทรนด์ปัจจุบันที่สำคัญในเรื่องอาหารคือ free from หรืออาหารที่ปราศจากสารปรุงแต่งหรือสารอาหารต่างๆ เช่น ปราศจากสารกันบูด ปราศจากกลูเต็น ปราศจากน้ำตาลหรือไขมันทรานส์ เป็นต้น ด้วยพฤติกรรมของผู้บริโภคในปัจจุบันที่ห
เดี๋ยวนี้ การทำงานเพียงงานเดียว อาจจะไม่เพียงพอต่อรายจ่ายในแต่ละเดือนอีกแล้ว หรือรายรับอาจพอเพียงต่อรายจ่าย แต่ไม่เหลือเงินเก็บออม การหารายได้เพิ่มเติมจากการทำงานประจำที่ทำอยู่ จึงกลายเป็นอีกหนึ่งช่องทางการเพิ่มรายได้ และอาชีพเสริมได้เป็นอย่างดี คุณภารดี สังขะวัฒนะ หรือ คุณไก๋ พนักงานประจำตำแหน่ง manager ซึ่งทำงานในตำแหน่งนี้มากว่า 3 ปีแล้ว เล่าถึงที่มาของร้านเบเกอรี่ของตนเองและพี่สาว ชื่อ “Bakery story” ซึ่งเป็นอาชีพเสริมของเธอให้ฟังว่า “ตอนนี้ก็ยังทำงานเป็นพนักงานประจำอยู่ ที่มาเปิดร้านเบเกอรี่ได้ ก็เพราะมาจากความชอบในการทำเบเกอรี่ตั้งแต่เด็ก โดยได้พี่สาวมาหุ้นด้วย ซึ่งมีคอนเซ็ปต์ในการเปิดร้านเบเกอรี่คือ อยากทำเบเกอรี่เป็นแบบโฮมเมด ให้คนทานได้ทานของดีและอร่อย ตลอดระยะเวลา 2 ปี ที่เริ่มทำเบเกอรี่ขาย เราตั้งใจทำแบบไม่มีหน้าร้านมาตั้งแต่ต้น ให้เป็นการสั่งออร์เดอร์โดยตรง และเปิดเป็นหน้าร้านขายแบบออนไลน์ บนเฟซบุ๊ก” โดยแบ่งหน้าที่กับพี่สาวว่า เธอจะทำหน้าที่เป็นคนหาลูกค้า รับออร์เดอร์ ด้านพี่สาวจะเป็นตัวหลักในการทำขนม ตามออร์เดอร์ของลูกค้า แต่ตัวเธอก็สามารถช่วยทำขนมได้บ้างในบางครั้ง เพราะกา
เป็นเรื่องที่ไม่ธรรมดาเลย! สำหรับธุรกิจขายขนม ที่เริ่มต้นจากการทำงาน และริเริ่มด้วยตัวเองทั้งหมด จุดเริ่มต้น ที่ได้มาทำธุรกิจเบเกอรี่ เพราะต้องออกจากงานประจำที่ทำอยู่มาตลอด 10 ปี และจากความหลงใหลในคุณประโยชน์ของมะพร้าว โดยใช้ความชอบการทำขนมมาสร้างสรรค์ ใส่ไอเดีย และต่อยอดจากสิ่งที่หลงใหล สู่การทำเป็นธุรกิจที่สามารถสร้างรายได้ 6 หลักต่อเดือน จนขยายตลาดส่งเบเกอรี่ขายในห้าง และมีพาร์ตเนอร์ในการทำเบเกอรี่ขายได้ คุณเสน่หา ชูสันติ หรือ คุณเอี่ยว อายุ 35 ปี เจ้าของร้านเบเกอรี่ แบรนด์ Bakery Mind by Aeiw เล่าให้ฟังว่า “เริ่มต้นจากตอนทำงานประจำ เป็นแมเนเจอร์ด้านงานประกันโทรศัพท์ มากว่า 10 ปี โดยมีความคิดว่าอยากมีธุรกิจส่วนตัวอะไรสักอย่างหนึ่งมาตลอด พยายามมองช่องทาง หาว่ามีรูปแบบที่จะสามารถทำได้ยังไงบ้าง ช่วงก่อนที่จะต้องได้ออกจากงานตอนนั้นคุณพ่อเสีย ช่วงนั้นเราก็คิดว่าจะซื้อเครื่องชงกาแฟ กับเตาอบเล็กๆ มาลองทำขนม เพื่อแก้เหงา และทำควบคู่ไปกับการทำงานประจำ การทำเบเกอรี่เริ่มจากการศึกษาจากยูทูบ ว่ามีอะไรที่เราพอจะสามารถทำได้บ้าง ก็ลองผิดลองถูกไปเรื่อยๆ จนมาลองทำเค้กมะพร้าว เพราะด้วยความชอบมะพร้าวข
เป็นเรื่องที่ไม่ธรรมดาเลย! สำหรับธุรกิจขายขนม ที่เริ่มต้นจากการทำงาน และริเริ่มด้วยตัวเองทั้งหมด จุดเริ่มต้น ที่ได้มาทำธุรกิจเบเกอรี่ เพราะต้องออกจากงานประจำที่ทำอยู่มาตลอด 10 ปี และจากความหลงใหลในคุณประโยชน์ของมะพร้าว โดยใช้ความชอบการทำขนมมาสร้างสรรค์ ใส่ไอเดีย และต่อยอดจากสิ่งที่หลงใหล สู่การทำเป็นธุรกิจที่สามารถสร้างรายได้หกหลักต่อเดือน จนขยายตลาดส่งเบเกอรี่ขายในห้าง และมีพาร์ตเนอร์ในการทำเบเกอรี่ขายได้ เพราะต้องออกจากงาน จึงได้เริ่มต้นขายขนม คุณเสน่หา ชูสันติ หรือ คุณเอี่ยว อายุ 35 ปี เจ้าของร้านเบเกอรี่ แบรนด์ Bakery Mind by Aeiw เล่าให้ฟังว่า “เริ่มต้นจากตอนทำงานประจำ เป็นแมเนเจอร์ด้านงานประกันโทรศัพท์ มากว่า 10 ปี โดยมีความคิดว่าอยากมีธุรกิจส่วนตัวอะไรสักอย่างหนึ่งมาตลอด พยายามมองช่องทาง หาว่ามีรูปแบบที่จะสามารถทำได้ยังไงบ้าง ช่วงก่อนที่จะต้องได้ออกจากงานตอนนั้นคุณพ่อเสีย ช่วงนั้นเราก็คิดว่าจะซื้อเครื่องชงกาแฟ กับเตาอบเล็กๆ มาลองทำขนม เพื่อแก้เหงา และทำควบคู่ไปกับการทำงานประจำ การทำเบเกอรี่เริ่มจากการศึกษาจากยูทูบ ว่ามีอะไรที่เราพอจะสามารถทำได้บ้าง ก็ลองผิดลองถูกไปเรื่อยๆ จนมาลอ
แม้ก่อนหน้านี้จะมีแบรนด์ขนมอบ “วัฟเฟิล” ทั้งไทย-เทศตบเท้าเข้ามารับโอกาสนับไม่ถ้วน ทว่าร้านที่ยืนหยัดอยู่อย่างแข็งแรงจนถึงปัจจุบันคือแบรนด์เอสเอ็มอีไทยอย่าง “เดอะวอฟเฟิล” ที่วันนี้นอกจากจะมีแผนพัฒนาสินค้า โมเดลร้านใหม่ ๆ ให้ทันกับไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภค ทั้งยังเดินหน้าขยายธุรกิจในต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง โดยมีแผนแตกไลน์สินค้าเข้าถึงผู้บริโภคกลุ่มใหม่ในโมเดิร์นเทรดเพิ่มเติมเร็ว ๆ นี้ “สุทธิชัย พนิตนรากุล“ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เดอะวอฟเฟิล ซัพพลาย จำกัด เจ้าของสิทธิแฟรนไชส์ร้านวัฟเฟิลสัญชาติไทย เปิดเผยถึงแนวคิดในการทำธุรกิจ ทิศทางการตลาด และก้าวต่อไปของธุรกิจนับจากนี้ไปของ “เดอะวอฟเฟิล” กระโดดสู่ “บลูโอเชียน” “สุทธิชัย” เล่าย้อนถึงจุดเริ่มต้นธุรกิจเบเกอรี่ที่เขาภูมิใจว่ากลิ่นหอมของวัฟเฟิลที่โชยมาแตะจมูกระหว่างเดินห้างเมื่อ12ปีก่อน เป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เขาตัดสินใจหันหลังให้กับโรงเพาะกุ้ง แล้วกระโดดเข้ามาในธุรกิจเบเกอรี่ เพื่อปั้นแบรนด์ “เดอะวอฟเฟิล” ขายวอฟเฟิลอบสดทั้งที่ไม่มีความรู้ในแวดวงนี้มาก่อน ด้วยแร
