เส้นทางเศรษฐีออนไลน์
เมื่อไหร่ที่แบรนด์ Emily’s (เอมิลี่) ขยับตัว ก็มักเป็นที่จับตามองทุกครั้ง หากย้อนไปครั้งเปิดตัว หมี่ไก่ฉีก ก็ถูกพูดถึงบนโลกโซเชียลในหลากหลายแง่มุม หนึ่งในนั้นคือราคาที่หลายคนมองว่า Overpriced จากเมนูที่ดูธรรมดา แต่เอมิลี่ก็พิสูจน์ให้เห็น จนกลายเป็นเมนูฮิตที่ผู้บริโภคยอมควักเงินจ่าย อีกทั้งผู้ประกอบการยังหันไปทำขายกันเพียบ แต่คำถามเรื่องราคา Overpriced ก็กลับมาเกิดขึ้นกับเอมิลี่อีกครั้ง เมื่อแบรนด์ได้เปิดตัวเมนูล่าสุด อย่าง “ข้าวเหนียวหมูเค็ม และข้าวเหนียวเนื้อเค็ม” ที่ขายราคาเริ่มต้น 180 บาท และ 250 บาท ซึ่งมีทั้งคนชอบและไม่ชอบ รวมถึงความคิดเห็นหลากหลายบนโลกโซเชียล เรื่องราวจะเป็นอย่างไร “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” จะเล่าให้ฟัง เมนูใหม่ที่กำลังเป็นกระแสอยู่ในตอนนี้ คือ Emily’s The Jerky เป็นเนื้อหมูคุโรบูตะและเนื้อวากิวหมักซอสสุดพิเศษกลมกล่อม เสิร์ฟพร้อม ข้าวเหนียวนุ่ม ที่ปั้นเป็นก้อนพร้อมทาน สะดวกสบายเป็นคำๆ ไม่ต้องจกข้าวเหนียวเองให้เลอะมือ ทางแบรนด์ได้คัดสรรวัตถุดิบอย่างพิถีพิถัน อย่างหมูคุโรบูตะ เนื้อหมูสายพันธุ์จากญี่ปุ่นที่ขึ้นชื่อเรื่องความนุ่ม อร่อย และเนื้อวากิว ที่มาจ
บีดีเอ็มเอส–สมิติเวช เปิดตัว “Radiance MicroPad™” นวัตกรรมเมดิคัลเกรดความงามครั้งแรกของไทย แผ่นแปะเข็มจิ๋ว ที่ผสานการนำพา Visible Light ฟื้นฟูผิว ไม่เจ็บ ไม่มีระยะฟื้นตัวหลังทำ และเห็นผลลัพธ์ได้ในครั้งแรกที่ใช้ ความร่วมมือระหว่างภาคธุรกิจการแพทย์ระดับประเทศ BDMS และทีมแพทย์ด้านผิวหนังจากโรงพยาบาลสมิติเวช ได้นำไปสู่การวิจัยและพัฒนานวัตกรรมเมดิคัลเกรดความงามครั้งแรกของไทย “Radiance MicroPad™” แผ่นแปะเข็มจิ๋วระดับไมครอนที่ผสานเทคโนโลยีการนำ Visible Light ลงสู่ผิวได้โดยตรง พร้อมปฏิวัติวงการดูแลผิวของไทย เพื่อตอบ Pain Points ของผู้เข้ารับทำหัตถการ เช่น ความกลัวเจ็บ อาการหน้าแดงบวมหลังทำ และการต้องหลบแดดหลายวัน นพ.นิธิวัฒน์ กิจศรีอุไร ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสมิติเวช สุขุมวิท กล่าวว่า “ผู้รับบริการด้านผิวหนังมักกังวลเรื่องความเจ็บและเวลาพักฟื้น โรงพยาบาลจึงมุ่งพัฒนาเทคโนโลยีที่ลดข้อจำกัดเหล่านี้ แต่ยังคงความแม่นยำและประสิทธิภาพในการรักษา ช่วยให้การดูแลผิวอ่อนโยน ฟื้นตัวเร็ว และเหมาะกับไลฟ์สไตล์คนเมืองที่ไม่ต้องหยุดกิจวัตรประจำวัน เทคโนโลยีนี้ยังเสริมศักยภาพทีมแพทย์ในการดูแลผู้รับบริการได้ครอบคลุ
บริษัท เบทาโกร จำกัด (มหาชน) หรือ “BTG” บริษัทอาหารครบวงจรชั้นนำของไทย คว้ารางวัลกลุ่ม Sustainability Excellence ในระดับ Highly Commended Sustainability Awards จากงาน SET Awards 2025 ที่จัดโดยตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ร่วมกับวารสารการเงินธนาคาร โดยได้รับรางวัลทรงเกียรตินี้ตั้งแต่ปีแรกที่ผ่านการคัดเลือกเข้าชิงรางวัล สะท้อนถึงความมุ่งมั่นและศักยภาพของบริษัทในการดำเนินธุรกิจให้เติบโตอย่างมั่นคง ควบคู่ไปกับการสร้างคุณค่าให้สังคมและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน ในงานมอบรางวัล SET Awards 2025 นางสาวถนอมวงศ์ แต้ไพสิฐพงษ์ กรรมการบริษัท เบทาโกร จำกัด (มหาชน) เป็นผู้แทนรับมอบรางวัล Highly Commended Sustainability Awards จาก ศาสตราจารย์พิเศษ กิติพงศ์ อุรพีพัฒนพงศ์ ประธานกรรมการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย โดยรางวัลดังกล่าวมอบให้แก่บริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดสูงกว่า 30,000 ล้านบาท แต่ไม่เกิน 100,000 ล้านบาท ที่ให้ความสำคัญในการพัฒนาองค์กรตามแนวทางความยั่งยืน โดยรางวัลนี้ สะท้อนจากการดำเนินธุรกิจและขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ด้านความยั่งยืนทั้ง 5 ด้านของเบทาโกร อย่างโปร่งใส
“การที่เราได้เมนูปาล์มมา มันเป็นจุดบังเอิญเหมือนกัน” คุณสำรวย แสงตระวัน เจ้าของ “บ่อทองบุรี โฮมสเตย์ แอนด์ รีสอร์ท” แหล่งท่องเที่ยวสไตล์ใหม่ เรียกตัวเองเป็น “เมืองในจินตนาการ” ที่มีทั้งศูนย์การเรียนรู้ ห้องประชุม ที่พัก ร้านอาหาร ตั้งอยู่ในอำเภอบ่อทอง จังหวัดชลบุรี เล่าให้ฟังถึงเมนู “เรียกแขก” ที่ไม่มีใครเหมือน อ่านเรื่องเกี่ยวข้อง : ตามรอยเท้าพ่อ! สร้าง “เมืองในจินตนาการ” ดึงดูดนักท่องเที่ยว หวังปลุกเศรษฐกิจท้องถิ่น ก่อนเล่าต่อ ในพื้นที่รอยต่อป่า 5 จังหวัด มักมีช้าง ออกมาหากินตามไร่สวนของชาวบ้าน และ “ช้าง” นั่นเอง ที่เป็นต้นแบบของการกิน “ยอดปาล์ม” “ถ้าช้างกินได้ คนก็ต้องกินได้ ก่อนที่จะมาทำร้านอาหารในบ่อทองบุรีนี้ ผมกินยอดปาล์มมานานแล้ว เมนูแรกที่ทำคือ ยอดปาล์มผัดไข่ แล้วค่อยๆ พัฒนามาเรื่อยๆ จนได้มา ต้ม ผัด แกงทอด ทำได้หมด” เจ้าของบ่อทองบุรี เล่ายิ้มๆ อย่างไรก็ตาม กว่าที่จะรังสรรค์เมนูจาก “ยอดปาล์ม” ออกมาได้นั้น คุณสำรวย บอก ต้องผ่านการทดลองมาทุกขั้นตอนว่าทำแบบนี้กินได้ไหม ก่อนนำไปให้ทางสถานีวิจัย ทำการวิจัยคุณประโยชน์ของยอดปาล์ม ปรากฏมีข้อมูลชี้ชัด ยอดปาล์ม มีวิตามินเอ สูงมาก
ในช่วงที่โลกธุรกิจกำลังเร่งเครื่องเข้าสู่การเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญ เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI กลายเป็นหัวใจของการทำงานในเกือบทุกอุตสาหกรรม ส่งผลให้ SMEs ไทย ต้องมองหาแนวทางใหม่เพื่อเพิ่มความเร็ว ความแม่นยำ และลดความผิดพลาดในการตัดสินใจ ขณะเดียวกัน โลกก็ขยับเข้าสู่ “ฮวงจุ้ยยุค 9” (พ.ศ. 2567–2586) ซึ่งเป็นยุคที่พลังงานของสถานที่และจังหวะเวลา มีผลต่อการทำงานและสุขภาพทางอารมณ์มากขึ้นกว่ายุคที่ผ่านมา บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) โดยศูนย์เซเว่น อีเลฟเว่น สนับสนุนเอสเอ็มอี และสมาคมการค้าปลีกและเอสเอ็มอีทุนไทย ได้เสริมศักยภาพผู้ประกอบการ SMEs เชิญวิทยากรจาก 2 วงการ ผนึก 2 องค์ความรู้ ทั้ง AI และฮวงจุ้ยเชิงเหตุผล มาเป็น “คู่แนวคิด” ใหม่ให้ SMEs เตรียมพร้อมสู่ “ปีมะเมีย 2569” คุณอัจฉริยะ ดาโรจน์ ผู้เชี่ยวชาญด้าน AI เล่าว่า SMEs ไม่จำเป็นต้องใช้ AI ทุกอย่าง แต่ควรให้ AI รับหน้าที่เป็น “ผู้ช่วย” แก้ปัญหาที่ทำให้เสียเวลาในการทำงานประจำ ตัวอย่างเช่น การใช้ Manus AI ช่วยจัดการเอกสาร ตอบอีเมล ค้นข้อมูล หรือวางตารางงาน ทำให้ผู้ประกอบการมีเวลาไปโฟกัสงานขายและงานสร้างสรรค์มากขึ้น ไม่ต้องทำงานซ้ำซ้อ
”หนูอยากกลับไปเรียนหนังสือ” เสียงเล็กๆ ที่เปี่ยมด้วยความหวังของเด็กๆ ใน จ.สงขลา หลังเผชิญเหตุการณ์อุทกภัยครั้งใหญ่ที่ผ่านมา ยังคงก้องอยู่ในใจของใครหลายคน และเพื่อส่งต่อโอกาสครั้งใหม่ให้การเรียนรู้เด็กไทยได้เดินหน้าต่อ ทรู คอร์ปอเรชั่น โดยทรูปลูกปัญญา ร่วมกับมูลนิธิสานอนาคตการศึกษา คอนเน็กซ์อีดี ขอเชิญชวนทุกคนร่วมเป็นส่วนหนึ่งในกิจกรรมดีๆ “คืนอนาคตเด็กไทย” ระดมทุนช่วยเหลือนักเรียนกว่า 3,500 คน ใน 18 โรงเรียนคอนเน็กซ์อีดี ภายใต้การดูแลของทรู จ.สงขลา ซึ่งเป็นโรงเรียนที่ได้รับความเสียหายอย่างหนักและครอบครัวนักเรียนได้รับผลกระทบในอุทกภัยครั้งนี้ ด้วยการร่วมสมทบทุนบริจาคเพื่อจัดหาอุปกรณ์ไอซีที สื่อการเรียนรู้ ชุดนักเรียน อุปกรณ์กีฬา ไปจนถึงสิ่งอำนวยความสะดวกที่จำเป็นต่อการเปิดเรียน เพื่อให้น้องๆ ได้กลับมาเรียนหนังสืออีกครั้ง เล่นกับเพื่อนๆ และเติบโตอย่างมีคุณภาพและมีความสุข วันนี้ หลายโรงเรียนใน จ.สงขลา ยังคงต้องการความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน…ร่วมส่งต่อพลังแห่ง “การให้” ได้ง่ายๆ เพียงปลายนิ้ว พร้อมรับสิทธิลดหย่อนภาษี 2 เท่า โดยเงินบริจาคจะถูกส่งตรงถึงโรงเรียนคอนเน็กซ์อีดีภายใต้การดูแลของทรู ใ
ก่อนแสงแรกจะส่องถึงพื้นถนนของกรุงเทพฯ เสียงไม้กวาดเริ่มก้องสะท้อนในความมืดสลัวของถนนสายต่างๆ เจ้าหน้าที่กวาดถนน หรือ “พี่ไม้กวาด” คือกลุ่มคนที่ทำงานเพื่อให้เมืองสะอาดก่อนที่ใครจะเริ่มต้นวัน แต่ทุกก้าวกวาดของพวกเขาแฝงด้วยความเสี่ยง จากรถที่แล่นเร็ว ผู้ขับขี่ที่ไม่ทันระวัง ไปจนถึงอันตรายในถังขยะที่ไม่มีใครรู้ว่าซ่อนอะไรอยู่ สิ่งหนึ่งที่ช่วยให้พวกเขากลับบ้านได้อย่างปลอดภัยคือ “เสื้อกั๊กสะท้อนแสง” ที่สวมไว้ในทุกวัน นายนัฐพร พรายเล็ก พนักงานกวาดถนนเขตธนบุรี ทำงานตั้งแต่บ่ายถึง 3 ทุ่ม และบ่อยครั้งในช่วงเช้ามืดที่อันตรายที่สุด และช่วงหัวค่ำหลัง 6 โมงเย็นไปจนถึง 3 ทุ่มก็เสี่ยงไม่แพ้กัน เพราะแสงเริ่มน้อยลงและรถก็เริ่มหนาแน่นขึ้น เขายอมรับว่า “แค่แสงสะท้อนเล็กๆ บนเสื้อ สามารถช่วยชีวิตได้” ยิ่งในช่วงเย็นที่รถหนาแน่น การมองเห็นชัดตั้งแต่ระยะไกลคือความปลอดภัยที่พนักงานทุกคนรอคอย โดยเฉพาะเสื้อกั๊กสะท้อนแสงรุ่นใหม่ที่ผลิตจากขวด PET รีไซเคิล 11 ขวดต่อ 1 ตัว สีสดกว่ารุ่นเดิมและสะท้อนแสงได้ดี “ช่วงเช้ามืดก็กลัวเหมือนกัน บางทีคนขับรถเมากลับจากสถานบันเทิง ถ้าอยู่บนถนนจะอันตรายมาก ก็จะพยายามเลือกยืนกวาดจุด
ทุกคนเคยคิดไหมว่าจากความชอบในวัยเด็กจะเปลี่ยนมาเป็นเงิน 50 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อปี 1,589 ล้านบาทต่อปี ได้จริง นี่คือเรื่องราวของ Ryan Vesler (ไรอัน เวสเลอร์) ซีอีโอวัย 42 ปี ผู้ที่ไม่ได้แค่ชอบเสื้อผ้ากีฬาเก่าๆ แต่ใช้ความหมกมุ่นนั้นเป็นเชื้อเพลิงในการสร้าง Homage แบรนด์เสื้อผ้าสปอร์ตและป๊อปคัลเจอร์ที่ชุบชีวิตอดีตให้กลับมาเท่อีกครั้ง จนกลายเป็นธุรกิจที่ดารา A-List อย่าง Ryan Reynolds และนักกีฬา NBA อย่าง Kevin Durant ต้องร่วมลงทุนด้วย จุดเริ่มต้นของ Homage ไม่ได้เกิดมาจากห้องประชุมหรูหรา แต่มาจากความตื่นเต้นในวัย 13 ปีของ Ryan Vesler ขณะที่กำลังคุ้ยกองเสื้อผ้าเก่าๆ ในร้านมือสอง เขาไม่ได้เพียงมองหาสินค้าทั่วไป แต่กำลังค้นหาความพิเศษ ความรู้สึกของการเจอเสื้อยืดกีฬาหรือเจอร์ซีย์สีรุ้งของ Houston Astros ที่หายาก มันทำให้เขารู้สึกว่าสิ่งที่ทำอยู่ไม่เหมือนใคร ความหลงใหลนี้ทำให้เขาผันตัวเป็นนักธุรกิจตั้งแต่เรียนมหาวิทยาลัย เขากวาดซื้อของสะสมวินเทจจากร้านเล็กๆ และใช้ eBay (แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ) เป็นตลาดหลักในการขายต่อ จนทำเงินได้เกือบ $20,000 หรือประมาณ 6 แสนกว่าบาทต่อปี พูดง่ายๆ ว่า เงินท
ลาซาด้า หนุนครีเอเตอร์มาร์เก็ตติ้งเต็มสูบ ผนึกกำลัง YouTube Shopping ผุดชาเลนจ์แท็กสินค้า อัดโบนัสรับแคมเปญใหญ่ส่งท้ายปี ครีเอเตอร์อาเซียนโกยคอมมิชชันทะลุกว่า 150 ล้านบาท ในเมกะแคมเปญ 11.11 ที่ผ่านมา ลาซาด้า เดินหน้ายกระดับประสบการณ์ช้อปปิ้งแบบไร้รอยต่อ ผ่านความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับโปรแกรมแอฟฟิลิเอต YouTube Shopping เสริมแกร่งอีโคซิสเต็มของครีเอเตอร์ ผู้ขาย และนักช้อปอย่างครบวงจร ขยายโอกาสให้ผู้ขายและอินฟลูเอนเซอร์สร้างการเติบโตอย่างก้าวกระโดด ตอบรับเทรนด์วิดีโอคอมเมิร์ซที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็วในภูมิภาค สอดคล้องกับทิศทางกลยุทธ์ของลาซาด้าในการต่อยอดการลงทุนกว่า 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เพื่อพัฒนาและเสริมศักยภาพโปรแกรม Lazada Affiliate ให้รองรับยุคใหม่ของอีคอมเมิร์ซ พร้อมอัดโบนัส-คอมมิชชันรับแคมเปญ “ลาซาด้า 12.12 เซลใหญ่ ส่งท้ายปี” รายงาน e-Conomy SEA 2025 ชี้ให้เห็นถึงการเติบโตอย่างก้าวกระโดดของตลาดวิดีโอคอมเมิร์ซในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยระบุว่า ตลาดดังกล่าวมีมูลค่า GMV เติบโตขึ้นถึง 2.5 เท่า ภายในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ทำให้วิดีโอคอมเมิร์ซมีสัดส่วนคิดเป็น 25% ของมูลค่า GMV ของตลาด
ศูนย์การค้าโรบินสันไลฟ์สไตล์ ในเครือเซ็นทรัล รีเทล ตั้งเป้าหมายที่สอดรับกับจุดมุ่งหมายหลักของเซ็นทรัล รีเทล ในการเป็นศูนย์กลางชีวิตของทุกคนหรือ “Central to Life” ที่มุ่งสร้างสมดุลระหว่างการเติบโตทางธุรกิจและการพัฒนาอย่างยั่งยืน ส่งเสริมให้ทุกภาคส่วนเติบโตไปด้วยกันอย่างแข็งแกร่ง ตั้งแต่ “ลูกค้า” ได้รับประสบการณ์การใช้ชีวิตที่ตอบโจทย์คนในแต่ละพื้นที่ “คู่ค้า” ที่ได้รับการสนับสนุนให้เติบโตในระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน และ “สังคม” ที่ได้รับประโยชน์จากการพัฒนาโครงการด้านการศึกษา อาชีพ และสิ่งแวดล้อมทั่วประเทศ ซึ่งสอดคล้องกับเจตนารมณ์ Retail and Wholesale for All ของเซ็นทรัล รีเทล ที่มุ่งมั่นดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน โดยนอกเหนือจากเป้าหมายทางธุรกิจแล้วยังคำนึงครอบคลุมทุกมิติ ทั้งมิติเศรษฐกิจ มิติสังคม และมิติสิ่งแวดล้อม เพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนให้กับทุกคนอย่างแท้จริง คุณเลิศวิทย์ ภูมิพิทักษ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ ศูนย์การค้าโรบินสันไลฟ์สไตล์ ในเครือเซ็นทรัล รีเทล เปิดเผยว่า “ที่โรบินสันไลฟ์สไตล์ เราเชื่อมั่นว่าความยั่งยืนไม่ใช่เพียงเป้าหมายขององค์กร แต่เป็นหัวใจของการเติบโตที่ต้องขับเคลื่อนไป
